ความสงสัย รางวัลใหม่!
"ผมชื่อเย่เฟิงครับ" เย่เฟิงบอกชื่อออกไปโดยตรง
เซินไป่เถียนรู้สึกประหลาดใจหลังจากได้ยินชื่อนี้
เย่เฟิงงั้นเหรอ?
ใช่เย่เฟิงที่มีการพูดถึงในฟอรัมของมหาวิทยาลัยหรือเปล่า เย่เฟิงที่เป็นเจ้าของรถเฟอร์รารี่ เอ็นโซ และมีความสัมพันธ์ที่น่าสงสัยกับเซี่ยชิว?
แม้ว่าจะมีรูปถ่ายของเย่เฟิงในฟอรัม แต่เธอให้ความสนใจไปที่เฟอร์รารี่ เอ็นโซมากกว่าเย่เฟิง ดังนั้นเธอจึงไม่แน่ใจว่าเขาคือเย่เฟิงคนเดียวกัน
แน่นอนว่าเธอไม่คิดจะถามออกไปโดยตรง แต่เพียงพูดด้วยรอยยิ้มว่า "รุ่นน้องเย่เฟิง ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้ ถ้าสะดวก ฉันอยากจะเลี้ยงอาหารเย็นเป็นการตอบแทน"
เย่เฟิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้และปฏิเสธกลับทันที "ไม่จำเป็นหรอกครับพี่เซิน"
เมื่อได้ยินคำตอบ เซินไป่เถียนก็ผงะเล็กน้อย
เธอเป็นคนเสนอชวนไปทานอาหารเย็น แต่เธอกลับถูกปฏิเสธ!
ทั้งๆที่ปกติแล้วคนอื่นๆต้องพยายามอย่างกระตือรือร้นเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ!
ในขณะนี้ เสียงของเย่เฟิงดังขึ้นอีกครั้ง "ถ้าอยากตอบแทนผมจริงๆ รุ่นพี่ช่วยจัดการเอกสารไปกลับเช้าเย็นในแต่ละวันให้หน่อยจะได้หรือเปล่าครับ"
เซินไป่เถียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย เหตุผลที่เขาเต็มใจมาส่งเรากลับที่สหภาพนักศึกษาก็เพราะเหตุนี้งั้นหรือ
เธอมองเย่เฟิงอย่างจริงจัง
เย่เฟิงไม่รู้ว่าเซินไป่เถียนกำลังคิดอะไร เขาเห็นการจ้องมองแปลกๆของเธอและถามอย่างไม่แน่ใจ "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ"
เซินไป่เถียนเรียกสติกลับคืน เธอสูดลมหายใจเงียบๆ มองไปทางอื่น ส่ายหัว และพูดว่า "มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร ฉันสามารถช่วยคุณได้ตอนนี้เลย"
"ตอนนี้งั้นเหรอครับ?" เย่เฟิงมองไปที่เท้าของเธอ "แต่เท้าของรุ่นพี่..."
เซินไป่เถียนโบกมืออย่างน่ารัก "ไม่เป็นไร ฉันจะโทรหาและขอให้คนอื่นช่วยนายเอง"
"คิดว่าไม่กี่นาทีก็เสร็จแล้วล่ะ"
หลังจากพูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรออกต่อหน้าเย่เฟิง
เย่เฟิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นฉากนี้ ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องเอกสารจะได้รับการแก้ไขในอีกไม่นาน!
หลังจากขอบคุณ เขาก็ช่วยพยุงเซินไป่เถียนนั่งลงบนเก้าอี้สำนักงาน
จากนั้นไม่กี่นาที เย่เฟิงก็ได้รับใบรับรองประจำวัน
…
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่เฟิงก็กำลังจะเดินออกไป
แต่ทันทีที่กล่าวคำอำลาและกำลังหันหลังกลับ เซินไป่เถียนก็เงยหน้าขึ้นมาและพูดด้วยความลำบากใจเล็กน้อย
"นี่... เย่เฟิง คุณช่วยพาฉันไปดูคอนเสิร์ตของเซี่ยชิวด้วยได้ไหม..."
เย่เฟิงไม่ได้รีบตอบตกลง เขาค่อยๆหันหลังกลับและมองไปที่เธอ
เซินไป่เถียนในตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกเขินอาย เธอขยับนิ้วและบิดตัวไปมาก่อนจะพูดเบา ๆ อย่างน่ารัก
"ที่จริงฉันเองก็เป็นแฟนคลับของเซี่ยชิวเหมือนกัน"
"อย่างไรก็ตาม เซี่ยชิวโด่งดังมาก ฉันพยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ยังได้มาแค่ตั๋ววีไอพี ซึ่งมันไม่มีทางเทียบกับห้องส่วนตัวของคุณได้เลย"
"ถ้าเป็นไปได้ คุณช่วยพาฉันไปสัมผัสประสบการณ์คอนเสิร์ตของเซี่ยชิวในห้องส่วนตัวด้วยเถอะนะ"
เย่เฟิงรู้สึกเอ็นดูกับท่าทางที่สุดแทนจะน่ารักเธอ แต่เขาก็ยังไม่รีบร้อนที่จะพูด
เซินไป่เถียนเองก็ฉลาดมากเช่นกัน หลังจากดูการแสดงออกของเย่เฟิง เขาก็รีบพูดออกมาต่ออย่างรวดเร็ว "ถ้าคุณยอมตกลงพาฉันไป หลังจากคอนเสิร์ตจบ ฉันจะยอมทำตามคำขอของคุณทุกอย่าง แต่ต้องเป็นคำขอที่ไม่เกินเลยนะ"
เมื่อเย่เฟิงเห็นว่าข้อเสนอที่ได้รับดีใช้ได้ เขาจึงไม่คิดจะปฏิเสธอีกต่อไป "พี่เซินมีรถหรือเปล่าครับ"
แม้ว่าเซินไป่เถียนจะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆเขาถึงถามคำถามนี้ แต่เธอก็ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "มี"
เมื่อได้ฟังคำตอบ เย่เฟิงก็พยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับพูดว่า "โอเคครับ งั้นตอนหกโมงเย็นพรุ่งนี้ ผมจะรอรุ่นพี่อยู่ที่ชั้นล่างของหอพักชายนะ"
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินไปที่ประตู
…
พอออกจากสมาพันธ์นักศึกษา เขาก็ไม่ลืมเรื่องสมบัติและรีบเดินเข้าไปในป่าอีกครั้งทันที
สิบนาทีต่อมา ตามคำแนะนำของการนำทาง เย่เฟิงก็ได้มาถึงสถานที่ที่มีสมบัติซ่อนอยู่อีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่มีใครอยู่เหมือนครั้งก่อน เขาจึงไม่รอช้ารีบยกหินที่เซินไป่เถียนเคยนั่งขึ้นมาตามคำแนะนำของระบบแล้วโยนลงพื้น
ตุบ!
ก้อนหินตกลงสู่พื้นและก่อให้เกิดเสียงดัง
ในเวลาเดียวกัน แรงสั่นสะเทือนก็ทำให้เย่เฟิงได้ยินเสียงกระทบบางอย่างจากพื้นดินที่อยู่ใต้หิน
ด้วยความสงสัย เขาจึงลองใช้เท้าขูดๆดินบริเวณนั้นดู
ไม่นาน…
เขาก็มองเห็นเศษเครื่องลายครามโผล่ออกมาจากพื้นดิน
และระหว่างเศษเครื่องลายครามก็เหมือนจะมีทองเจือปนอยู่ด้วย
เย่เฟิงหยิบกิ่งไม้ที่อยู่ข้างๆเพื่อจะนำมาใช้เป็นพลั่วชั่วคราวและเริ่มขุดบริเวณรอบๆอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน วัตถุสีทองในหลุมดินใต้หินก็ปรากฏโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาให้เห็น!
มันคือทองคำรูปหัวสุนัขชิ้นใหญ่!
…
เมื่อเย่เฟิงเห็นทองคำหัวสุนัข เขาก็ตัวแข็งไปชั่วขณะ
แม้ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องทองคำและหยกมากนักสักเท่าไหร่ แต่เขาแน่ใจว่าชิ้นส่วนที่ดูเหมือนหัวสุนัขตรงหน้าของเขาตอนนี้เป็นทองคำแท้
ยิ่งไปกว่านั้น น้ำหนักของทองคำหัวสุนัขนี้ยังค่อนข้างหนักมากด้วย!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะกลับมาตั้งสติได้ เสียงเตือนของระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในใจ
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย คุณเสร็จสิ้นการตามล่าสมบัติแล้ว รางวัลที่ได้รับคือหุ้น 60% ของบริษัทคอสโค"
"รางวัลถูกส่งมอบแล้ว คุณสามารถตรวจสอบดูได้เลย"
…
เย่เฟิงตั้งสติและหายใจเข้าลึกๆ
ถ้าจำไม่ผิด มูลค่าหุ้นทั้งหมดของบริษัทคอสโคน่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันล้านหยวน...
60% ของหุ้น นั่นก็เท่ากับว่าเขาได้รับเงินกว่า 600 ล้านหยวนใช่มั้ย?
นอกจากนี้ ถ้าเขาจำไม่ผิด สถานที่จัดคอนเสิร์ตของเซี่ยชิว อู่หยวนเหอสเตเดี้ยมก็เป็นอุตสาหกรรมของบริษัทคอสโคด้วย...
นี่เป็นรางวัลครั้งใหญ่!
…
หลังจากขุดทองคำหัวสุนัขออกมา เขาก็รู้พบว่าขนาดของมันใหญ่กว่าที่คิด และน้ำหนักของทองคำหัวสุนัขก็ไม่น้อยกว่าสิบกิโล...
มันต้องสะดุดตาแน่นอนถ้าเอากลับไปทั้งอย่างนี้
เมื่อตระหนักได้ เย่เฟิงก็รีบหาถุงพลาสติกมาห่อมันเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครสังเกตุเห็น
จากนั้นเขาก็ยกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนและนำเข้าไปใส่ในรถทันที
…
เมื่อเขากลับมาถึงที่บ้านพักตากอากาศจงเทียนเลคหมายเลข 1 เย่เฟิงก็ทำความสะอาดทองคำหัวสุนัขและคิดจะวางมันเป็นเครื่องประดับประจำบ้าน
แต่เขาไม่พบตำแหน่งที่เหมาะสมเลยหลังจากที่มองไปรอบๆอยู่นาน
และเดิมทีเขาก็ที่ไม่ชอบของตกแต่งสีทอง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่เฟิงจึงนำทองคำหัวสุนัขไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ และวางแผนที่จะขายมันหลังจากจบงานคอนเสิร์ต
หลังจากเก็บทุกอย่างเรียบร้อยและกำลังปิดประตู เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และพบว่าเป็นหมายเลขที่ไม่รู้จัก
พอกดรับสาย เสียงผู้ชายที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นทันที "สวัสดีครับ คุณคือคุณเย่ใช่หรือเปล่า"
"ใช่ครับ ผมเย่เฟิง แล้วคุณคือ?" เย่เฟิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
"ผมชื่อฉินหยวน เป็นที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทคอสโค" ชายคนนั้นแนะนำตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พูดประสงค์ของเขาต่อทันที "คุณเย่ ผมอยากทราบว่าคุณสะดวกที่จะมาทำเรื่องโอนหุ้นวันไหนงั้นหรือครับ"
คำพูดประโยคนี้ทำให้เย่เฟิงเข้าใจทุกอย่างทันที
เย่เฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับไปว่า "พรุ่งนี้ตอนหนึ่งทุ่มผมจะไปดูคอนเสิร์ตของเซี่ยชิวพอดี เอาเป็นวันนั้นก็ได้ครับ"
"ตกลงครับ ผมจะรอคุณเย่อยู่ที่อู๋หยวนเหอสเตเดี้ยมในคืนพรุ่งนี้" เห็นได้ชัดว่าฉินหยวนเคารพเย่เฟิงอย่างมาก
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว เย่เฟิงก็กดวางสายทันที