ปากไม่ตรงกับใจ
เย่เฟิงตักอาหารเข้าปากและสังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ
"เป็นอะไรไป มีดอกไม้ติดอยู่ที่หน้าของฉันหรือไง? "
หลิวจี้พูดอย่างงุ่มง่ามว่า "เสี่ยวเฟิง สิ่งที่หัวหน้าพูดเมื่อกี้เป็นความจริงหรือเปล่า นายซื้อหุ้น 60% ของอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนจริง ๆ หรอ"
เย่เฟิงยิ้มอย่างเมินเฉย "มันเป็นแค่ธุรกิจเล็ก ๆ ดท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงหรอก เรากินกันต่อดีกว่า"
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ขณะเดียวกันพวกเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเขินอาย
เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งจะสอนเย่เฟิงว่าต้องหางานอะไรทำหลังเรียนจบ
โดยไม่คาดคิด ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าใหญ่ของอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนแล้ว
ช่างน่าอับอายจริงๆ!
"แบบนี้ก็หมายความว่าต้าหยงเป็นลูกน้องของเสี่ยวเฟิงงั้นสินะ" ทุกคนกลับมารู้สึกตัว
ปัจจุบันต้าหยงเป็นหัวหน้าทีมขายของอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุน
ส่วนเย่เฟิงเป็นประธานของอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุน
กล่าวตรงๆก็คือพวกเขามีความสัมพันธ์เป็นหัวหน้าและลูกน้อง
มันไร้สาระที่สุดที่พวกเขาพูดยกย่องต้าหยงให้กับเย่เฟิง
มีอะไรน่าอับอายไปกว่านี้อีกมั้ย?
"เสี่ยวเย่ ฉันจะอยู่เคียงข้างนายตลอดไป" หลิวจี้คลายความอายด้วยการพูดน้ำเสียงติดตลก
ส่วนคนอื่นๆ ก็เข้ามาล้อมรอบเย่เฟิงราวกับว่าต้องการกลืนกินเขาทั้งเป็น
เมื่อเห็นท่าทางตลกของเพื่อนๆ เย่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
กลับกัน โจวซูเหยาที่นั่งอยู่ด้านข้างยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่
เธอจ้องมองไปที่เย่เฟิงด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิม
ก่อนหน้านี้เธอกังวลว่าความมั่นคงทางการเงินของเย่เฟิงไม่เพียงพอและเขาจะถูกปฏิเสธโดยพ่อแม่ของเธอเอง
แต่ตอนนี้สิ่งกีดขวางเหล่านั้นได้ถูกเอาออกไปแล้ว
และเธอจะต้องกังวลอะไรอีกล่ะ?
ในบรรดาคนที่พ่อแม่ของเธอแนะนำให้รู้จัก จะมีใครบ้างที่สามารถเทียบกับเย่เฟิงได้
ชายหนุ่มที่ขับรถซูเปอร์คาร์สุดหรู
เป็นพี่น้องกับมหาอำนาจอันดับต้น ๆ
และยังเป็นประธานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์
ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ พ่อแม่ไม่มีทางปฏิเสธเขาแน่นอน แล้วมีเหตุผลอะไรที่เธอต้องหักห้ามใจไม่ให้ชอบเย่เฟิงด้วยล่ะ?
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพปัจจุบันของเย่เฟิง คงมีผู้หญิงมากมายเข้าหาเขาตลอดเวลา
แล้วเขาจะสนใจคนอย่างเราเหรอ?
ความคิดมากมายตีกันไปมาอยู่ในหัวของโจวซูเหยา
…
ในตอนท้ายของมื้ออาหาร หลิวจี้ได้เสนอให้สร้างกลุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา และทุกคนก็เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
เย่เฟิงไม่ปฏิเสธและเข้าร่วมการสนทนากลุ่ม
เดิมทีเขาวางแผนที่จะเป็นคนจ่ายค่าอาหารให้
แต่หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจนั้นไป
เพื่อไม่ให้หลิวจี้และคนอื่นๆมองว่าเขาจงใจอวดความร่ำรวยของตัวเอง
หลังจากจ่ายค่าอาหาร พวกเขาก็พากันออกมาจากโรงแรม
เมื่อเย่เฟิงเข้าไปนั่งในรถซูเปอร์คาร์ไลเคน ไฮเปอร์สปอร์ต ทุกคนก็ตกตะลึงอีกครั้ง
แม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่าซูเปอร์คาร์คันนี้เป็นของเย่เฟิง
แต่มันก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้อยู่ดีเมื่อเห็นว่าเขาขับรถคันนั้นจริงๆกับตา
"เย่เฟิง นายไปส่งฉันหน่อยได้หรือเปล่า พอดีการจะขึ้นแท็กซี่จากตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยน่ะ"
โจวซูเหยาซึ่งยืนอยู่ข้างถนนรวบรวมความกล้าของเธอและเดินเข้ามาหาเย่เฟิง
"เฮ้…"
ทุกคนร้องโห่อีกครั้งและมองดูทั้งสองคนด้วยสายตาแปลก ๆ
ใบหน้าสวยของจ้าวซูเหยาเริ่มแดงเล็กน้อย ซึ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้น
เย่เฟิงลูบจมูก "ค่าตัวฉันแพงมากนะ เธอจะให้อะไรเป็นการตอบแทนที่ฉันยอมไปส่งล่ะ"
โจวซูเหยาทำตาโต "นายพูดแบบนั้นได้ยังไง"
ก่อนที่เย่เฟิงจะทันได้ตอบ กลุ่มคนรอบ ๆ ก็เริ่มตะโกนพร้อมกันว่า "จูบเลย จูบเลย..."
คำพูดเหล่านี้ทำให้ใบหน้าสวยๆของโจวชูเหยาเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมด "ลืมมันไปซะ ถ้านายไม่ไปส่ง ฉันจะหาทางกลับบ้านเอง"
ในขณะที่เธอพูดและกำลังจะจากไปด้วยความฉุนเฉียว
เย่เฟิงก็เรียกเธอให้หยุด "ฉันล้อเล่นน่า สำหรับฉัน มันถือว่าเป็นเกียรติจะตายที่จะได้ไปส่งเธอกลับบ้าน เลิกงอนและขึ้นรถมาได้แล้ว"
โจวซูเหยาหันกลับมา "นี่นายกล้าแกล้งฉันหรอ"
จากนั้นเธอก็เข้าไปในรถอย่างไม่เต็มใจ
"ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้านะ"
เย่เฟิงกล่าวลาทุกคนแล้วขับรถออกไป
"บรื้น!"
เครื่องยนต์ของซูเปอร์คาร์ไลเคน ไฮเปอร์สปอร์ตคำราม และขับหายไปจากสายตาของทุกคนในระยะเวลาไม่นาน
…
เมื่อเย่เฟิงส่งจ้าวซูเหยาถึงที่พักก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว
"ตอนนี้เธออาศัยอยู่ที่นี่หรอ?" เย่เฟิงมองดูโดยรอบ
สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่ดีและมีขยะจำนวนมากกองอยู่ข้างทาง
นอกจากนี้ระหว่างที่ขับรถเขาก็พบคนที่ดูอันตรายมีรอยสักไม่สวมเสื้อผ้าเดินอยู่ตามถนนด้วย มันดูไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
"อื้ม ในสถานที่อย่างจงไห่ ที่ดินทุกตารางนิ้วมีราคาแพงมาก แค่มีที่อยู่อาศัยในเมืองนี้ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมากแล้วล่ะ" โจวซูเหยารู้สึกหมดหนทาง
"แล้วตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่หรอ" เย่เฟิงมองกลับมาที่เธอ
"ฉันเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายแล้ว ตอนนี้กำลังฝึกงานในโรงแรมอยู่ แต่ถึงกระนั้น เงินเดือนของฉันก็ยังแทบไม่พอจ่ายค่าเช่าสำหรับที่แบบนี้อยู่ดี" โจวซูเหยาไม่ได้ปกปิดความลับเกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอ
เย่เฟิงพยักหน้าและไม่ถามต่อ
"โอเค ฉันขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อน ขอบคุณที่มาส่งนะ" โจวซูเหยาดูไม่เต็มใจเล็กน้อย
"เธอไม่ชวนฉันดื่มหน่อยเหรอ" เย่เฟิงถามด้วยน้ำเสียงติดตลก
"หลังจากดื่มเสร็จแล้วนายก็คงจะขอค้างคืนที่ห้องฉันต่อสินะ" โจวซูเหยาพูดติดตลก
"แสนรู้จริงเลยๆ " เย่เฟิงมองเธอด้วยรอยยิ้ม
โจวซูเหยาก้มศีรษะลงและนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา
จากนั้นก็ขยับศีรษะเข้าไปจูบเย่เฟิงเบาๆ แล้วตั้งท่าจะหนีไป
แต่เย่เฟิงคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน "นี่เธอขโมยจูบฉันหรอ ? "
โจวซูเหยามองเย่เฟิงอย่างประหม่า "ฉัน..."
ก่อนที่เธอจะพูดจบ เย่เฟิงก็ได้ขับศีรษะเข้าไปจูบเธอ
"อึก…"
โจวซูเหยารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกไฟฟ้าช็อต ร่างกายของเธอชาไปทั้งตัว และเธอก็ไม่ที่จะต่อต้านความต้องการของตัวเองได้เลย
ขณะเดียวกัน เย่เฟิงก็รู้สึกราวกับว่าสัตว์ประหลาดในร่างกายของเขากำลังตื่นขึ้น
มือเริ่มขยับไปตามร่างกาย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน โจวซูเหยาก็รู้สึกตัวและรีบผลักเขาออกไป
"คนฉวยโอกาส!"
สิ้นสุดคำพูด เธอก็เปิดประตูรถและวิ่งหนีไปด้วยความตื่นตระหนกทันที
เมื่อมองดูด้านหลังที่ลุกลี้ลุกลนของเธอ เย่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ช่างเป็นผู้หญิงที่ปากไม่ตรงกับใจเอาซะเลย!
…