ของปลอม
เย่เฟิงขึ้นรถไลเคน ไฮเปอร์สปอร์ตไและขับไปจอดข้างๆโจวซูเหยา
"เธอจะไปไหน ให้ฉันไปส่งมั้ย?"
เย่เฟิงเอาคางเกยกระจกรถแล้วเผยรอยยิ้มทะเล้นออกมา
"ไม่ต้องมายุ่ง"
โจวซูเหยาแสร้งทำเป็นโกรธและหันหน้าหนี
"เธอโกรธฉันจริงๆหรอ"
เย่เฟิงถามอย่างรู้ทัน
"ฮึ่ม!"
โจวซูเหยาไม่สนใจเขาและก้าวขาเดินต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ เย่เฟิงก็เหยียบคันเร่งและหยุดรถตรงหน้าเธอ จากนั้นก็เปิดประตูแล้วเดินลงมา
"เย่เฟิง ในสายตาของนายเห็นฉันเป็นอะไร นายคิดว่าแค่ตัวเองยื่นข้อเสนออพาร์ทเมนต์เหล่านี้ให้กับฉันแล้วจะสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการกับฉันก็ได้อย่างนั้นหรอ"
โจวซูเหยาโกรธเล็กน้อย
"มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย..." เย่เฟิงลังเลที่จะพูด
"แล้วมันเป็นแบบไหนล่ะ?" โจวซูเหยาถาม
"ก็…วันนี้เธอสวยมาก ฉันเลยควบคุมตัวเองไม่ได้น่ะ" เย่เฟิงอธิบาย
"ฮ่าฮ่าฮ่า!" โจวซูเหยาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม "คิดว่าปากหวานแล้วฉันจะหายโกรธงั้นหรอ"
เมื่อเห็นเธอหัวเราะทั้งน้ำตา เย่เฟิงก็รู้สึกโล่งใจและก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับมือของเธอ "เพื่อเป็นกันขอโทษ ฉันจะเลี้ยงอาหารมื้อเย็นเธอเอง"
"ก็ได้ แต่ถ้าคราวหน้านายทำอะไรขืนใจฉันอีก ฉันเอานายตายแน่" โจวซูเหยาขู่อย่างดุเดือด
ในตอนนี้ เธอได้ให้อภัยกับพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของเย่เฟิงแล้ว
เย่เฟิงเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพ "ถ้างั้นเราไปกันเลยเถอะ"
...
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงโรงแรมแชงกรีล่า
ในอดีต เซินไป่เถียนเคยแนะนำเขาว่าอาหารที่นี่มีรสชาติล้ำเลิศที่สุด
เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในโรงแรมแชงกรีล่า เย่เฟิงก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
"ตรวจพบโอกาสใหม่ - ทำภารกิจร่วมงานฝากขายกับซัทเทบีส์ให้สำเร็จ"
"เริ่มต้นระบบนำทาง โปรดเดินไป 12 เมตรจากตำแหน่งปัจจุบัน และขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 12..."
หัวใจของเย่เฟิงเต้นเร็ว และเขาก็รีบดึงโจวซูเหยาเดินไปตามเส้นทางทันที
เมื่อทั้งสองคนมาถึงชั้นที่สิบสองตามการนำทาง พวกเขาก็พบสถานที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
"พวกเขากำลังทำอะไรกัน?" โจวซูเหยารู้สึกสงสัยเล็กน้อย
"เราไปดูกันเถอะ" เย่เฟิงเดินเข้าไปในฝูงชนโดยไม่อธิบายอะไรมาก
ในเวลานี้ เย่เฟิงเห็นชายวัยกลางคนที่มีรูปลักษณ์ดูดียืนอยู่บนเวทีและกำลังพูดเสียงดังออกทางไมโครโฟน
"สวัสดีทุกคน ผมชื่อเฉินชิวซาน เป็นผู้จัดการทั่วไปของงานประมูลของซัทเทบีส์แห่งประเทศจีน เหตุผลที่ผมเรียกพวกคุณมาที่นี่ก็เพื่อจะชี้แจงเรื่องบางอย่างให้พวกคุณทราบ"
"การประมูลฤดูร้อนของซัทเทบีส์จะจัดขึ้นในเดือนหน้า แต่น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้เรายังไม่มีสินค้าคุณภาพสูงที่เป็นที่น่าสนใจเลย อย่างไรก็ตาม ผมได้ยินมาว่าแวดวงของนักสะสมในจงไห่ไม่ธรรมดา ดังนั้นผมจึงรีบมาที่นี่และหวังว่าทุกคนจะช่วยซัทเทบีส์ของเรา"
"หากของสะสมของใครผ่านมาตรฐานการคัดกรองของเราในวันนี้ พวกเราซัทเทบีส์จะยินดีให้บริการประมูลฟรีโดยไม่คิดค่าคอมมิชชั่นแม้แต่นิดเดียว" หลังจากฟังการพูดของเฉินชิวซาน ทุกคนในที่จัดงานก็เต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นทันที
ซัทเทบีส์เป็นบริษัทประมูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
ซึ่งของสะสมที่ประมูลในซัทเทบีส์ก็มักจะมีราคาที่สูงลิ่ว
แล้วนักสะสมคนไหนจะไม่อยากนำของสะสมของตัวเองไปประมูลที่ซัทเทบีส์บ้างล่ะ?
เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนนักสะสมไม่ค่อยจะยุ่งเกี่ยวกับซัทเทบีส์สักเท่าไหร่
อย่างแรกเป็นเพราะเกณฑ์ในการเลือกของสะสมของซัทเทบีส์นั้นสูงมาก
อย่างที่สองคือค่าคอมมิชชั่นที่พวกเขาเรียกเก็บนั้นสูงเกินไป
แต่ตอนนี้ผู้จัดการทั่วไป เฉินชิวซาน ได้สัญญาว่าหากของสะสมผ่านเกณฑ์การคัดกรอง ค่าคอมมิชชั่นทั้งหมดจะได้รับการยกเลิก ดังนั้นพวกเขาทุกคนจึงสนใจเข้าร่วมประมูลกับซัทเทบีส์
ผู้คนในงานต่างของสะสมของตัวเองไปเข้าแถวรับการประเมินอย่างกระตือรือร้น
มีผู้ประเมินราคาของซัทเทบีส์หลายคนภายในงาน และพวกเขาก็ประเมินอย่างระมัดระวัง
หัวใจของเย่เฟิงเต้นแรงและขอให้โจวซูเหยารออยู่ที่นี่สักครู่
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและลงไปหยิบภาพวาด "หญิงสาวหมวกสีแดง" ในรถมา
เมื่อเขากลับมาที่งาน การประเมินก็ยังคงดำเนินต่อไป
"คุณถืออะไรอยู่ในมือ?"
โจวซูเหยาอดไม่ได้ที่จะสงสัยเมื่อเห็นเย่เฟิงกลับมาพร้อมกับกล่อง
"เดี๋ยวเธอก็รู้เอง"
เย่เฟิงตั้งใจพูดให้คลุมเครือแล้วเดินไปต่อแถว
ผู้ประเมินของโซธีบี้เป็นมืออาชีพมาก กระบวนการประเมินจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้าก็มาถึงคิวของเย่เฟิง
เมื่อเขานำภาพวาดออกมา มันก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายที่อยู่รอบ ๆ ในทันที
หญิงสาวหมวกสีแดง?
ภายในงานนี้มีผู้ที่มีสายตาเฉียบคมอยู่มากมาย ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ที่มาของภาพวาดที่เย่เฟิงถือโดยธรรมชาติ
แต่แค่ไม่รู้ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม
"น้องชาย ภาพวาดของนายมันไม่ใช่ของแท้ ดังนั้นอย่าเข้ารับการประเมินให้เสียเวลาเลยดีกว่า"
ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังของเย่เฟิงแสร้งทำเป็นว่าเข้าใจภาพนี้ดี
"คุณรู้ได้ยังไงว่าภาพนี้ไม่ใช่ของแท้" เย่เฟิงถามกลับ
"จะไปยากอะไร ใคร ๆ ก็รู้ว่าหญิงสาวหมวกแดงเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของปิกัสโซ่ หากเป็นของแท้จริงๆจะเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ แล้วของสะสมระดับดังกล่าวจะอยู่ในมือชายหนุ่มอย่างนายได้ยังไงล่ะ?"
ทุกคนรอบ ๆ ฟังการวิเคราะห์ของเขาที่ฟังดูมีเหตุผลและพยักหน้าเห็นด้วย
ต้องรู้ว่างานทุกชิ้นของปิกัสโซ่มีมูลค่าสูงส่งมาก และมูลค่าของมันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป
ด้วยเหตุนี้ ที่ผ่านมาจึงแทบไม่เคยมีภาพวาดของปิกัสโซ่ปรากฏในงานประมูลเลย
เย่เฟิงไม่ได้สนใจฝูงชนและส่งมอบภาพวาดให้กับผู้ประเมินราคาของซัทเทบีส์
ผู้ประเมินเช็คภาพวาดของเขาอย่างระมัดระวัง
แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ประเมินมองดูภาพวาดดีๆ สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
"นี่มัน……"