ต้องแปลกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?

เมื่อเห็นซุนเหยาถิงที่บอกว่าตนเป็นผู้อำนวยการด้านกฎหมายของบริษัทหนานเฟิงนั้นให้ความเคารพกับเย่เฟิงมาก

ไม่ใช่แค่เฉินซวนและจางหยูถิงเท่านั้นที่ตกใจ แต่ผู้คนทั้งร้านต่างก็ตกใจเช่นกัน

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าบุคคลที่มีออร่าสูงส่งเช่นนี้จะเคารพชายหนุ่มอย่างเย่เฟิง

ทุกคนเริ่มมีความคิดต่างๆมากมายเกี่ยวกับตัวตนของชายหนุ่มคนนี้

เป็นไปได้ไหมว่าเขาจะเป็นลูกชายของครอบครัวที่มีอิทธิพล?

ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน เย่เฟิงยังคงสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง

"สวัสดีครับ ผู้อำนวยการซุน คุณนำเอกสารการส่งมอบทั้งหมดมาแล้วใช่หรือไม่?”

ซุนเหยาถิงพยักหน้าและรีบหยิบกองเอกสารหนาๆออกมาจากกระเป๋าที่เขาถืออยู่

"เอกสารทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้วครับ คุณตรวจดูได้เลย"

เย่เฟิงหยิบเอกสารกองนั้นมาและเริ่มอ่านอย่างละเอียด

ระหว่างนี้ซุนเหยาถิงเพียงแค่ยืนรออยู่เฉย ๆ อย่างมั่นคง

หลังจากผ่านไปประมาณสองถึงสามนาที

เย่เฟิงก็ไม่พบปัญหาใด ๆ และลงมือเซ็นชื่อในเอกสาร

กระบวนการส่งมอบทั้งหมดของเขาใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที

"ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วละก็ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน เชิญทานอาหารให้อร่อยนะครับ"

ซุนเหยาถิงรับเอกสารจากเย่เฟิงมา และหลังจากตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องทั้งหมด เขาก็กล่าวลาด้วยความเคารพและจากไปทันที

เฉินซวนเรียกสติกลับคืนมาและถามเย่เฟิง "เมื่อกี้คุณเซ็นเอกสารส่งมอบอะไรอย่างนั้นหรอ"

เย่เฟิงเคี้ยวอาหารเต็มปากราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เกี่ยวกับหุ้นของบริษัทหนานเฟิง"

"อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่คุณซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ"

เมื่อเห็นสีหน้าสงบของเขา เฉินซวนจึงคิดว่ามันเป็นเพียงการลงทุนเล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงเริ่มทานอาหารอย่างไม่คิดอะไร

"ผมซื้อมาไม่มากครับ แค่ 30% เท่านั้นเอง!"

"ห๊ะ…"

เฉินซวนพ่นอาหารในปากของเธอออกมาจนหมด และดวงตาที่สวยงามของเธอก็เบิกกว้าง

“คุณซื้อหุ้น 30% ของบริษัทหนานเฟิงอย่างนั้นหรอ?"

แม้แต่จางหยูถิงที่อยู่ด้านข้างก็อ้าปากกว้างด้วยความประหลาดใจ เธอแทบไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เลย

ขณะที่เช็ดปากด้วยทิชชู่ เย่เฟิงก็มองทั้งสองอย่างไร้เดียงสา "พวกคุณจำเป็นต้องแปลกใจขนาดนั้นเลยเหรอ? มันก็แค่หุ้น 30% เองไม่ใช่หรือไงครับ?"

เฉินซวนมองเขาด้วยสายตาเหมือนสัตว์ประหลาด "มันก็แค่หุ้น 30%เองอะไรกัน? นั่นคือบริษัทบันเทิงหนานเฟิงซึ่งถือว่าเป็นบริษัทบันเทิงอันดับหนึ่งของเมืองจงไห่เลยนะ"

"อย่างนั้นเองเหรอครับ?" เย่เฟิงพูดพร้อมยักไหล่

ฉากนี้ทำให้เฉินซวนถึงกับพูดไม่ออก

ทำไมต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ฉันถึงดูเหมือนเด็กสาวที่อ่อนต่อโลกจัง

สำหรับเขามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยจริงๆอย่างนั้นหรอ?

แต่นั่นมันหุ้น 30% ของบริษัทหนานเฟิงเลยนะ!

ด้วยหุ้นเหล่านี้เพียงอย่างเดียว เขาสามารถกลายเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของวงการบันเทิงในเมืองจงไห่ได้เลย

แล้วทำไมเขาถึงยังมีท่าทางสงบนิ่งได้อีก?

ผู้คนที่ทานอาหารอยู่โต๊ะใกล้เคียงกับทั้งสามคนต่างก็ประหลาดใจพอๆ กันเมื่อได้ยินการสนทนาของพวกเขา

พวกเขาไม่คาดคิดว่าเย่เฟิงที่อายุยังน้อยจะมีเงินพอซื้อหุ้น 30% ของบริษัทหนานเฟิง

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงสามารถควบสาวงามสองคนนี้ได้

ต้นทุนชีวิตช่างแตกต่างกันจริงๆ!

เด็กผู้หญิงสองสามคนซึ่งอยู่โต๊ะถัดไปแทบรอไม่ไหวที่จะโผเข้าไปหาเย่เฟิง

แต่เมื่อพวกเธอเปรียบเทียบตัวเองกับเฉินซวนแล้ว พวกเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจและล้มเลิกความคิดนั้นทันที

หลังจากที่ทั้งสามคนทานอาหารเสร็จ เฉินซวนก็ริเริ่มจ่ายเงิน

ซึ่งเย่เฟิงก็ไม่ได้มีท่าทีจะหยุดเธอไว้แต่อย่างใด

เพราะท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นการตกลงกันล่วงหน้าว่าเป็นเฉินซวนจะเลี้ยงอาหารมื้อนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าอาหารด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ฉากนี้ในสายตาของทุกคนในร้านอาหารนั้นเป็นอารมณ์ที่แตกต่างออกไป

โดยเฉพาะกับผู้ชาย พวกเขายิ่งรู้สึกอิจฉาเย่เฟิงมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากชายหนุ่มคนนี้จะพาสาวงามสองคนนี้มาทานอาหารด้วยแล้ว เขายังปล่อยให้สาวๆจ่ายเงินอีก

ขนาดพวกเขาเป็นคนจ่ายเงินให้สาวที่พามาทานอาหารด้วยทุกครั้ง พวกเขายังไม่ได้รับการเหลียวแลจากสาวงามเลยสักนิด

ความต่างชั้นทางฐานะมีผลอย่างเห็นได้ชัด!

เฉินซวนกลับมาจากการจ่ายเงินและถามเย่เฟิง "คุณเย่จะกลับบ้านเลยหรือเปล่าคะ"

เย่เฟิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและตอบอย่างสบายๆ ว่า "ใช่ครับ มีอะไรอย่างนั้นหรอ?"

การแสดงออกของเฉินซวนดูผิดธรรมชาติไปเล็กน้อย "ถ้าคุณเย่ไม่รีบหรือติดธุระอะไร เราไปเดินเล่นด้วยกันสักหน่อยจะได้หรือเปล่าคะ"

หลังจากพูดแบบนั้นออกมา ใบหน้าของเธอก็แดงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ

จางหยูถิงที่อยู่ด้านข้างเองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาทันที

ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา เธอไม่เคยเห็นเฉินซวนชวนผู้ชายไปเดินเล่นด้วยกันมาก่อนเลย

เย่เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และพอตระหนักได้ว่ากลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ เขาก็กำลังจะตอบตกลงกลับไป

แต่ในขณะนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นมา

"ตรวจพบภารกิจใหม่ - ปิ่นหยกที่หยางกุ้ยเฟยเคยใช้"

"เปิดระบบการนำทาง โปรดเริ่มต้นตามถนนปัจจุบัน ขับรถไปทางทิศใต้ 10 เมตร แล้วเลี้ยวขวา..."

เย่เฟิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา

ภารกิจนี้มาผิดเวลาหรือถูกเวลากันแน่

เย่เฟิงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และยิ้มอย่างรู้สึกผิดให้เยินซวน

"ขอโทษนะครับ จู่ๆ ผมก็นึกขึ้นได้น่ะว่าต้องไปหาเพื่อนคนหนึ่ง เรื่องของเราเอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับ"

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ใบหน้าของเฉินซวนก็ดูผิดหวังมาก

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่เป็นฝ่ายเริ่มชวนผู้ชายไปเดินเล่น

แต่เธอกลับถูกอีกฝ่ายตอบปฏิเสธกลับมา

สิ่งนี้ทำให้จางหยูถิงที่อยู่ด้านข้างเองดูอารมณ์เสียอย่างมาก และเธอก็กำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับเย่เฟิง แต่เธอถูกเฉินซวนหยุดเอาไว้ก่อน

เธอไม่ต้องการให้เย่เฟิงรู้สึกอึดอัด

เย่เฟิงยิ้มอย่างขอโทษอีกครั้ง จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินออกจากร้านอาหารไป

ในเวลานี้ จางหยูถิงพูดขึ้นอย่างโกรธเคือง "คุณเฉิน ผู้ชายคนนี้ไม่รักษาหน้าคุณเลย เขาคิดว่าตัวเองร่ำรวยแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้หรือไงกัน?"

เฉินซวนมองเธออย่างไม่พอใจ "ไม่หรอก บางทีเขาอาจจะมีบางอย่างที่ต้องทำจริงๆก็ได้ ฉันหุนหันพลันแล่นและไม่ได้คิดให้รอบคอบเอง"

จางหยูถิงยังคงไม่พอใจเล็กน้อย "หืม ชายที่มีฐานะไม่ต่างจากเขาในจงไห่ยังมีอีกตั้งเยอะ ตราบใดที่คุณเฉินแสดงความต้องการ ผู้ชายเหล่านั้นก็จะมาต่อแถวเพื่อไปเดินเล่นกับคุณอย่างเต็มใจ ดังนั้นฉันว่าคุณไม่ต้องไปสนใจผู้ชายคนนี้หรอกค่ะ"

เฉินซวนยิ้มอย่างเหยียดหยาม "ผู้ที่อาศัยเงาของพ่อแม่เพื่อหากินจนตัวตายจะมาเทียบกับเย่เฟิงได้ยังไง"

จางหยูถิงพูดหยอกล้อ "นั่นสินะคะ ในโลกนี้คงไม่มีใครเก่งเท่าเย่เฟิงของคุณแล้ว ยังไงถ้าแต่งงานกันก็อย่าลืมชวนฉันไปร่วมแสดงความยินดีด้วยล่ะ"

เฉินซวนโกรธขึ้นมาทันที "ไอ้บ้า นี่คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร? เขากับฉันเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้นแหละ จะแต่งงานได้ยังไงกัน?"

จางหยูถิงยิ้มกว้าง "คุณยังคิดจะซ่อนความลับของคุณอีกอย่างนั้นหรอ เปล่าประโยชน์ ฉันรู้ทุกอย่างแล้วล่ะ"

เฉินซวนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย "คุณรู้อะไร"

เพื่อให้เฉินซวนเขินอาย จางหยูถิงจึงหุบยิ้มและตอบบ่ายเบี่ยง "ไม่ต้องเป็นห่วงคุณเฉิน ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่นอน"

เฉินซวนตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

เธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่เนี่ย



ตอนก่อน

จบบทที่ ต้องแปลกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?

ตอนถัดไป