สมเพชและเจ็บใจ

ทันทีที่หลิวอี้อี้เห็นซูหมาน เธอก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ไม่ต่างไปจากคนอื่น

ในฐานะผู้หญิง แม้แต่เธอก็ยังยอมรับว่ารูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายนั้นงดงาม

นอกจากนี้เธอยังดูมีท่าทางเรียบร้อยเหมือนกุลสตรี

นี่แหละนางฟ้าตัวจริง!

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจมากที่สุดก็คืออีกฝ่ายเรียกเย่เฟิงว่า "ที่รัก"

มันหมายความว่ายังไงกัน?

เย่เฟิงไม่ได้บอกว่าเขาไม่มีแฟนหรอกหรอ?

เป็นไปได้ไหมว่าเย่เฟิงกำลังโกหกเธออยู่?

"คุณมาที่นี่ได้ยังไง"

เมื่อเย่เฟิงเห็นซูหมาน เขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน

"บริษัทของฉันเลี้ยงอาหารเย็นอยู่ใกล้ ๆ นี้ แต่ในตอนที่งานเลี้ยงจบลงและกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉันก็บังเอิญเห็นรถของคุณเข้าพอดีเลยแวะเข้ามาดูน่ะ"

ซูหมานเข้ามาจับแขนของเย่เฟิงอย่างเป็นธรรมชาติ

เย่เฟิงหันหน้าและมองออกไปนอกหน้าต่าง

ซึ่งเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานของซูหมานหลายคนจ้องมาอย่างไม่ลดละ เขาก็เข้าใจสถานการณ์ของเธอในทันที

"ในเมื่อคุณมาที่นี่แล้วก็นั่งลงก่อนสิ"

เย่เฟิงขยับที่นั่งเข้ามาเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับเธอ

ซูหมานนั่งลงข้างเย่เฟิง จากนั้นเธอก็มองไปยังหลิวอี้อี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ "ที่รัก คุณยังไม่ได้แนะนำให้ฉันรู้จักเลย เธอคนนี้คือใครหรอ"

เย่เฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแนะนำ: "เธอคือหลิวอี้อี้ เป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของผมเอง"

จากนั้นเขาก็ทำการแนะนำซูหมานให้หลิวอี้อี้รู้จัก "ส่วนนี่คือ..."

แต่ซูหมานไม่รอให้เย่เฟิงแนะนำตัวและพูดแทรกขึ้นมา "ฉันเป็นแฟนของเย่เฟิง ชื่อซูหมาน”

ในตอนก่อนที่จะเดินเข้ามา เธอได้ยินผู้หญิงคนนี้พูดจาไม่ดีกับเย่เฟิง

ดังนั้นซูหมานจึงอยากจะทำลายศักดิ์ศรีของเธอ

หลิวอี้อี้ยังคงยอมรับไม่ได้ "คุณเป็นแฟนของเขาจริงหรอ? เป็นไปไม่ได้ เย่เฟิงจะมีแฟนที่สวยแบบคุณได้ยังไง"

เห็นได้ชัดว่าในความเข้าใจของเธอ เย่เฟิงยังคงเป็นเด็กยากจนที่มีดีเพียงแค่หน้าตา

ผู้หญิงที่หน้าตาดีและดูมีภาพลักษณ์สูงส่งอย่างซูหมานจะมาตกหลุมรักเขาได้อย่างไร?

ซูหมานชำเลืองมองกลับไปที่เย่เฟิงด้วยใบหน้าแห่งความสุข "จริงสิ เขาเป็นคนที่หยิ่งมาก ฉันใช้เวลาในการจีบเขานานมากเลยล่ะ"

หลิวอี้อี้รู้สึกจุกอยู่ครู่หนึ่ง "นี่คุณเป็นฝ่ายไล่ตามจีบเขาอย่างนั้นหรอ"

คำตอบของซูหมานทำให้สมองของเธอประมวลผลไม่ทัน

เดิมทีการที่ซูหมานยอมรับว่าเธอเป็นแฟนของเย่เฟิงก็ทำให้ตกใจมากอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้เธอยังได้รู้ว่าซูหมานเป็นฝ่ายที่ไล่ตามจีบเย่เฟิงอีก?

เป็นไปได้อย่างไร?

เย่เฟิงเขามีเสน่ห์มากขนาดนั้นเลยเหรอ?

ซูหมานถอนหายใจด้วยความโล่งอกและหันไปมองเย่เฟิง "เมื่อกี้คุณดื่มไปหรือเปล่า?"

เย่เฟิงตอบด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย "ผมจิบไปแค่นิดเดียว"

ซูหมานมองเขาอย่างไม่พอใจ "รู้ว่าต้องขับรถกลับแล้วยังจะกล้าดื่มอีกหรอ คุณนี่มันจริงๆเลย ไปกันเถอะ ฉันจะพาคุณกลับเอง"

ท่าทางของเธอในเวลานี้เหมือนกับว่าเป็นแฟนของเย่เฟิงจริงๆ

เย่เฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยืนขึ้นและยิ้มอย่างขอโทษให้กับหลิวอี้อี้ "ฉันขอตัวกลับก่อนนะ"

แม้ว่าหลิวอี้อี้จะไม่เต็มใจ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นและเดินไปส่ง

"เอากุญแจรถมา"

ซูหมานเดินออกจากร้านอาหารและแบมือไปทางเย่เฟิง

ซึ่งเย่เฟิงก็ส่งกุญแจรถเฟอร์รารี่ให้เธอแต่โดยดี

เมื่อได้รับมา ซูหมานก็เขย่าพวงกุญแจรถอย่างตั้งใจ

หลิวอี้อี้ที่เดินออกมาบังเอิญเห็นฉากนี้และอุทานทันทีว่า "นั่นเฟอรารี่หรอ?"

ซูหมานมองกลับมาที่หลิวอี้อี้อย่างกับกำลังดูถูก

"ใช่ ทำไมหรอ เย่เฟิงเขามีรถหลายคันน่ะ และนี่ก็เป็นแค่หนึ่งในรถที่เขาเก็บสะสมไว้เท่านั้น"

เมื่อพูดจบ เธอก็เดินไปที่ลานจอดรถทันที

หลังจากนั้นไม่นาน เฟอร์รารี่ เอ็นโซก็ถูกขับออกไป

หลิวอี้อี้เกือบจะล้มลงกับพื้น

แม้ว่าเธอจะไม่ได้สนใจรถสปอร์ตมากนัก แต่เธอก็รู้ถึงมูลค่าของเฟอร์รารี่ เอ็นโซ

มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่า 20 ล้านหยวน

นอกจากนี้ซูหมานยังบอกว่ามันเป็นแค่หนึ่งในรถที่เย่เฟิงเก็บสะสมด้วย?

หมายความว่าบางทีเขาอาจจะมีรถที่สุดยอดกว่านี้อยู่ก็ได้ใช่มั้ย?

เธอรีบหันหน้าไปมองเย่เฟิง

เพิ่งผ่านมาแค่ปีกว่าๆเองไม่ใช่หรอ ทำไมเด็กที่เคยยากจนมากคนนั้นถึงรวยขึ้นขนาดนี้ได้?

"มองอะไร ขึ้นรถสิคะ"

เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ซูหมานก็กระตุ้นเขาด้วยน้ำเสียงดุดันเล็กน้อย

เย่เฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหันหลังกลับและบอกลาหลิวอี้อี้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ

ซูหมานหันศีรษะของเธอและโบกมือให้เพื่อนร่วมงานที่ยังคงต้องมองอยู่ตลอดเวลา "ฉันไปก่อนนะทุกคน"

หลังจากพูดจบ เธอก็เหยียบคันเร่งและขับรถออกไปทันที

เพื่อนร่วมงานของซูหมานทุกคนต่างมองรถสปอร์ตคันนั้นด้วยความอิจฉา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเหล่าเพื่อนร่วมงานผู้หญิง

ซูหมานไม่เพียงแค่สวยเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการทำงานที่สุดยอดอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอยังสามารถหาแฟนหนุ่มหล่อรวยมากได้อีก

แล้วจะไม่ให้อิจฉาได้อย่างไร?

โจวเจี่ยกัดฟันอย่างดุเดือด "มองอะไรอยู่ พวกเราเองก็ไปกันได้แล้ว"

หลังจากพูดจบ เธอก็เดินไปยังที่จอดรถอาวดี้ คิว3 ของตัวเอง

เมื่อเปรียบเทียบกับเฟอร์รารี่ เอ็นโซของเย่เฟิงแล้ว อาวดี้ คิว3 สีแดงที่อยู่ตรงหน้าของเธอนั้นไม่น่าพึงพอใจเลย

และเมื่อคิดว่าซูหมานกำลังขับรถซูเปอร์คาร์สุดหรูคันนั้นอยู่ในขณะนี้ เธอก็แทบจะกักเก็บความโกรธเอาไว้ไม่ไหว

ฉันจะต้องเอาชนะให้ได้!

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเทียบกับโจวเขี่ย หลิวอี้อี้ก็โกรธมากไม่แพ้กัน

เดิมทีเธอต้องการทำให้เย่เฟิงรู้สึกผิดที่ในอดีตปฏิเสธการจีบของเธอ

แต่กลับกลายเป็นว่าตัวตลกคือตัวเธอเอง

ก่อนหน้านี้เธอไม่เพียงแค่ทำตัวอวดรวยเท่านั้น แต่เธอยังทำตัวมั่นหน้าอีกด้วย

น่าสมเพชที่สุด

ในขณะนั้นเอง ชายที่ดูเหมือนเจ้าชายก็เข้ามาขัดจังหวะ "คุณผู้หญิง เสร็จธุระแล้วช่วยจ่ายเงินมาด้วยนะครับ"

หลิวอี้อี้รู้สึกหดหู่ใจและจ้องมองเขาด้วยความโกรธ "ต้องจ่ายเท่าไหร่"

ชายคนนั้นพูดอย่างให้เกียรติมาก "ค่ารถที่คุณเช่ามีราคาวันละ 5,000 หยวน ค่าที่คุณขอให้ฉันแกล้งเป็นแฟนคือ 5,000 หยวน ทั้งหมดนี้รวมเป็นเงิน 10,000 หยวน ไม่ทราบว่าคุณต้องการจ่ายเป็นเงินสดหรือจ่ายด้วยบัตรเครดิต?"

หลังจากได้ยินรายงานของเขา หลิวอี้อี้ก็รู้สึกหดหู่ใจจนแทบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด

อันที่จริง เธอเป็นแค่นักเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศที่ต้องทำงานล้างจานในร้านอาหารทุกวันเพื่อหาเงินใช้เท่านั้น

เธอจะเป็นแฟนกับลูกชายของผู้ประกอบการด้านพลังงานได้ยังไง

ผู้ชายคนนี้เป็นแค่พนักงานของบริษัทเช่ารถแห่งหนึ่ง และเธอก็จ้างเขามาในราคา 5,000 หยวนพร้อมกับเช่ารถด้วย

เธอแค่อยากจะทำให้เย่เฟิงเสียใจ

ด้วยเหตุนี้เธอจึงตั้งใจเก็บหอมรอมริบมาเป็นเวลากว่าสองเดือน

แต่กลับกลายเป็นว่าเย่เฟิงไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรเลย

ซ้ำเขายังมีแฟนสาวที่สวยงามมากอีกด้วย

และเธอก็ยังต้องเสียเงินจำนวน 10,000 หยวนอีก

เจ็บใจที่สุด!



ตอนก่อน

จบบทที่ สมเพชและเจ็บใจ

ตอนถัดไป