เลิกกันเถอะ
อีกด้านหนึ่ง ภายในเฟอร์รารี่ เอ็นโซ
แม้ว่าซูหมานจะขับรถมาไกลแล้ว แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงมีรอยยิ้มเผยให้เห็นอย่างเด่นชัด
"มันจำเป็นต้องดีใจขนาดนั้นเลยหรอครับ" เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ
"แหงสิ นายก็น่าจะเห็นสีหน้าของเพื่อนร่วมงานฉันแล้วไม่ใช่หรือว่ามันน่าตลกมากแค่ไหน" ซูหมานอารมณ์ดีมากในขณะนี้
และยิ่งเธอนึกถึงฉากที่โจวเจี่ยเบือนหน้าหนีด้วยความโกรธ เธอก็ยิ่งอยากจะหัวเราะออกมามากกว่าเดิม
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น
เขาไม่คาดคิดว่าซูหมานที่เป็นคนฉลาดและมากความสามารถจะมีมุมที่เหมือนเด็กเช่นนี้อยู่ด้วย
ซูหมานหัวเราะสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
เย่เฟิงมองเธออย่างสงสัย "ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีความสุขหรอ? ทำไมถึงได้ถอนหายใจบ่อยนักล่ะ?"
ซูหมานส่ายหัว "เปล่า ฉันแค่คิดว่ามันค่อนข้างน่าเบื่อน่ะ เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเราก็แค่แสดงเป็นแฟนกันเฉยๆ"
เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด เย่เฟิงก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรกลับไป
"เราเลิกกันเถอะ" ซูหมานหันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงลังเลเล็กน้อย
"เอ่อ?" เย่เฟิงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
"ฉันไม่อยากโกหกอีกแล้วล่ะ ฉันอยากให้เรื่องการแสดงระหว่างเราจบลงแค่ตรงนี้ หลังจากนั้นฉันจะไปบอกเพื่อนๆว่าเราเลิกกันด้วยเหตุผลส่วนตัว คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก" ซูหมานพูดอย่างจริงจัง
"พี่ไม่กลัวว่าเพื่อนร่วมงานผู้ชายพวกนั้นจะมารังควานพี่อีกเหรอ" เย่เฟิงลังเล
"เรื่องนั้นฉันไม่สนใจ ฉันแค่ไม่อยากโกหกอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันก็จะต้องโกหกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆไม่จบสิ้นสักที มันค่อนข้างที่จะทำให้ฉันเหนื่อยน่ะ" ซูหมานตัดสินใจ
"โอเค ผมเคารพการตัดสินใจของพี่" เย่เฟิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าขึ้นลง
"ไว้หาโอกาสเลิกอย่างเป็นทางการได้แล้วจะบอกนะ" เมื่อซูหมานพูดประโยคนี้ออกมา ร่องรอยของความขมขื่นก็ปรากฏบนใบหน้าของเธอให้เห็นอย่างชัดเจน
ราวกับว่าเธอกำลังจะเลิกกับคนรักจริงๆ
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ "ดูจากท่าทางของพี่ตอนนี้แล้วทำไมมันถึงได้เต็มไปด้วยความเสียใจล่ะ? พี่คงไม่ได้ชอบผมจริงๆหรอกใช่มั้ย"
ซูหมานรีบตอบกลับทันที "ไร้สาระ ใครจะไปชอบนายกัน"
เย่เฟิงยิ้มจางๆ "เห็นอย่างนี้แต่ผมมีผู้หญิงชอบมากเลยนะ"
ซูหมานจ้องมองไปที่เย่เฟิง "เรื่องของนายสิ ว่าแต่บ้านของนายอยู่ที่ไหน นายยังไม่ได้บอกฉันเลย?"
เย่เฟิงตอบกลับ "ผมอยู่ในชุมชนบ้านพักตากอากาศจงเทียนเลคครับ"
ซูหมานมองเขาอย่างว่างเปล่าทันที "นี่นายอาศัยอยู่ในโครงการหรูหราอย่างนั้นหรอ? ที่นั่นมันแพงมากเลยไม่ใช่หรือไง?"
เย่เฟิงโบกมืออย่างไม่เห็นด้วย "ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมมีบ้านของชุมชนนั้นอยู่ในมือมากกว่าโหลซะอีก ถ้าพี่ชอบ ผมยกให้หลังหนึ่งก็ได้นะ"
ซูหมานถูกเรื่องนี่ดึงดูด แต่ไม่นานเธอก็รีบส่ายหัวปฏิเสธ
"ไม่เอาหรอก ฉันเพิ่งตัดสินใจเลิกกับนาย มันคงจะหน้าไม่อายเกินไปถ้ายังข้องเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายอยู่อีก แต่ถ้าฉันรู้ว่านายรวยมากขนาดนี้ฉันคง…"
เย่เฟิงรู้ว่าเธอล้อเล่น ดังนั้นเขาจึงพูดหยอกล้อว่า "ยังไม่สายเกินไปนะครับที่จะเปลี่ยนใจ คืนนี้พี่อยากอยู่ต่อกับผมมั้ยล่ะ"
ซูหมานเอื้อมมือไปตบไหล่เย่เฟิงทันที "ไอ้น้องเจ้าเล่ห์ ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องไร้สาระอีก ฉันจะขับรถตกแม่น้ำให้ตายๆไปพร้อมกันเลยนะ"
เย่เฟิงตัวสั่นทันทีและไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป
เขากลัวว่าผู้หญิงบ้าๆคนนี้จะทำอย่างที่พูดจริงๆ
เมื่อเห็นท่าทางสั่นกลัวของเย่เฟิง ซูหมานก็ขับรถต่อไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ
…
วันต่อมา เย่เฟิงตื่นแต่เช้า
เขาไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยหลายวันแล้ว
แม้ว่าอธิการบดีหูจะพูดก่อนหน้านี้ว่าเขาสามารถเลือกได้อย่างอิสระว่าจะไปมหาวิทยาลัยหรือไม่ไป
แต่เขาก็อยากใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยบ้าง
เังนั้นวันนี้เขาจึงตัดสินใจว่าจะไปมหาวิทยาลัย
แต่ในขณะที่เขาขับรถเฟอร์รารี่ เอ็นโซไปมหาวิทยาลัย
จู่ๆ เสียงของระบบก็ดังขึ้นมา "ตรวจพบภารกิจใหม่ - อีกห้านาที หลูเซียวหยาจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์..."
"การนำทางของระบบเริ่มต้นขึ้น โปรดขับไปข้างหน้า 100 เมตรตามถนนปัจจุบัน จากนั้นเลี้ยวซ้าย..."
เย่เฟิงตกตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งนี้
หลูเซียวหยา?
อุบัติเหตุ?
เขาไม่ลังเลและรีบเร่งความเร็วไปตามทางที่ระบบแนะนำทันที
หลังจกานั้นไม่นาน เขาก็เห็นแม็คลาเรน จีทีสีแดงจอดอยู่ที่สี่แยกข้างหน้า และถัดจากแม็คลาเรน จีทีก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ด้วย
ซึ่งในตอนนี้ผู้ชายที่เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ก็กำลังตะโกนใส่คนขับแมคลาเรน
และคนขับคนนั้นก็คือหลูเซียวหยา
ในเวลานี้ มีผู้คนจำนวนมากอยู่รอบๆ
เมื่อนึกถึงคำสั่งของระบบ เย่เฟิงก็รีบจอดรถไว้ข้างถนนและเดินเข้าไปหาหลูเซียวหยาอย่างรวดเร็ว
"ฉันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลของทั้งหมดให้เอง คุณต้องการเท่าไหร่ล่ะ"
หลูเซียวหยาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อระงับความโกรธของเธอ
ก่อนเหตุการณ์ เธอกำลังรอสัญญาณไฟจราจร และเมื่อเห็นว่าไฟเขียวแล้ว เธอจึงเหยียบคันเร่งและขับออกไป
แต่จู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็ขับฝ่าไฟแดงมาและชนรถของเธอจากทางด้านขวา
จากนั้นชายคนนี้ก็เริ่มด่าเธอและไม่ยอมปล่อยให้เธอไป
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าความผิดทั้งหมดเป็นของฝ่ายชาย
แต่ตอนนี้หลูเซียวหยากำลังรีบ เธอจึงจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เพื่อหวังจะจบเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว
แต่กลับกลายเป็นว่าชายคนนั้นไม่ยินยอม "อะไร? นี่คุณคิดว่าฉันจงใจชนเพื่อหวังจะรีดไถเงินจากคุณงั้นหรอ?
หลูเซียวหยาอธิบายอย่างเร่งรีบ "ฉันไม่ได้บอกว่าคุณกำลังรีดไถฉัน ฉันแค่อยากจะจ่ายเงินให้เพื่อจบเรื่องนี้เท่านั้น"
ฝ่ายชายโกรธยิ่งกว่าเดิม "พวกคนรวยนี่เหมือนกันหมดเลยหรือไง คิดว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยเงินงั้นหรอ แม้ว่าฉันจะยากจน แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีและไม่คิดจะขอเงินจากคนอย่างคุณแม้แต่หยวนเดียว"
เขาพูดอย่างหนักแน่นอน
ซึ่งประโยคนี้ก็ทำให้ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบ ๆ ต่างโห่ร้องและปรบมือกันถ้วนหน้า
หลู่เซียวหยาจับหน้าผากของเธอและบังคับตัวเองให้สงบลง "แล้วคุณต้องการจะแก้ปัญหานี้ยังไงล่ะ"
ชายคนนั้นตะคอกอย่างเย็นชา "จะแก้ปัญหานี้ยังไง? มันต้องเป็นฝ่ายฉันที่ถามมากกว่าไม่ใช่หรอว่าคุณจะแก้ปัญหานี้ยังไง"
ในที่สุด หลูเซียวหยาก็ตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนี้แค่ต้องการก่อกวน
เธอมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการในตอนนี้ ดังนั้นเธอจึงไม่มีเวลาคุยกับเขามากนัก
เเธอหันหลังกลับและกำลังจะเดินไปขึ้นรถ
แต่เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะจากไป ชายคนนั้นก็คว้าตัวเธอแล้วพูดว่า "เดี๋ยวสิ คุณจะไปไหน? คิดจะชนแล้วหนีอย่างนั้นหรอ?"
"ปล่อยฉันนะ!"
หลู่เซียวหยาเต็มไปด้วยความโกรธและสะบัดแขนของตัวเอง
แต่ชายคนนั้นจับเธอไว้แน่นจนเธอไม่สามารถหลุดพ้นจากการจับของเขาไปได้
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกันอยู่
จู่ๆ ก็มีรถบรรทุกหนักพุ่งออกมาจากอีกฟากของถนนและพุ่งตรงมาทางพวกเขาด้วยความเร็ว
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฝูงชนที่เฝ้าดูอยู่บริเวณนั้นก็ต่างวิ่งหนีความตายกันอย่างอลหม่าน
ส่วนชายที่สร้างปัญหาก็ผลักหลูเซียวหยาไปที่กลางถนนและพยายามหนีเอาตัวรอด
หลูเซียวหยาทำอะไรไม่ถูก
เธอได้แต่มองรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาหาเธออย่างหมดหนทาง
นี่ฉันจะต้องตายแล้วอย่างงั้นหรอ?