โอกาสยุติความสัมพันธ์จอมปลอม
ในขณะที่หลูเซียวหยากำลังสิ้นหวัง
เธอก็รู้สึกว่าแขนของตัวเองถูกดึงโดยมือของใครบางคน
"ฝึบ…"
รถบรรทุกพุ่งผ่านเธอไปแบบฉิวเฉียด
ลมที่แรงและเฉียบคมพัดเข้าหน้าของเธอจนรู้สึกเจ็บแสบ
หลังจากตั้งสติได้ หลูเซียวหยาก็รีบเงยหน้าขึ้น
และเธอก็เห็นใบหน้าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เย่เฟิง?
ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
ในระหว่างที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น เย่เฟิงนั้นได้มองดูรถบรรทุกอยู่ตลอด
และเขาก็สังเกตเห็นดวงตาอันดุร้ายของคนขับที่นั่งอยู่ด้านใน
มันเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
เห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่เป็นการฆาตกรรมที่มีการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างดีแล้ว
ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะงงงวย
เบื้องหลังของหลูเซียวหยามันยังไงกัน?
ทำไมถึงมีคนคิดที่จะฆ่าเธอ?
"คุณโอเคหรือเปล่าครับ?"
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนและรีบถามออกไป
"ฉันสบายดี ขอบคุณมากเลย"
ใบหน้าสวยของหลูเซียวหยายังคงซีดเผือด แต่น้ำเสียงของเธอนั้นดูสงบนิ่งมาก
ซึ่งสิ่งนี้ก็ยิ่งทำให้เย่เฟิงประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม
ถ้าเป็นหญิงสาวทั่วไปต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์เสี่ยงตายแบบนี้ละก็คงจะพูดอะไรไม่ออกอยู่นานแน่นอน
แต่หลูเซียวหยากลับสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
"ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้" หลูเซียวหยาปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงของเธอและออกมาจากอ้อมแขนของเย่เฟิง
"ผม...กำลังจะไปมหาวิทยาลัย แต่ระหว่างทางที่ขับผ่าน ผมก็บังเอิญเห็นคุณกำลังทะเลาะกับคนอื่นอยู่พอดี..."
เย่เฟิงกำลังจะอธิบาย
แต่ทันใดนั้นเขาก็เหลือบเห็นชายที่เข้ามาทะเลาะกับหลูเซียวหยากำลังจะหลบหนี
เขาจึงรีบตามไปจับชายคนนั้นไว้ทันที
เนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้เป็นการฆาตกรรมโดยเจตนา ผู้ชายที่จงใจรบกวนหลูเซียวหยาและผลักเธอไปที่สี่แยกในช่วงเวลาที่รถบรรทุกขับมาจะต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไม่ผิดแน่
"ใครเป็นคนส่งแกมา" เย่เฟิงบิดแขนของเขาไปด้านหลังและจับกดลงกับพื้นอย่างรุนแรง
"นายกำลังพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจที่นายพูดเลย!" ใบหน้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้และตอบปฏิเสธกลับมา
"ไม่เข้าใจ? งั้นเดี๋ยวฉันจะทำให้แกเข้าใจเอง ” เย่เฟิงดึงแขนของเขาอย่างแรง
"อ๊าก...ฉันจะยอมพูดแล้ว" ชายคนนั้นกรีดร้อง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"อย่าได้คิดจะเล่นตุกติกกับฉันเชียวล่ะ" น้ำเสียงของเย่เฟิงค่อนข้างหนักแน่น
"เมื่อกี้ฉันกำลังจะไปทำงานที่บริษัท แต่จู่ๆ ก็มีคนมาบอกให้ไปก่อกวนผู้หญิงคนนั้นแรกกับเงิน 2000 หยวน ฉันอยากได้เงินก็เลยตกลงรับไป…"
ชายคนนั้นสารภาพอย่างตรงไปตรงมา
"แบบนี้นี่เอง แต่ฉันคิดว่าแกยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดนะ" เย่เฟิงออกแรงบีบมืออีกครั้ง
"ที่ฉันพูดมาเป็นความจริงทั้งหมดแล้ว นอกเหนือจากนี้ฉันไม่รู้จริงๆ..." ชายผู้นั้นรีบร้องขอความเมตตา
หลังจากได้ฟังเรื่องราวของชายคนนี้ ใบหน้าที่สวยงามของหลูเซียวหยาก็ซีดเผือดอีกครั้ง
เธอไม่คิดมาก่อนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นแผนฆาตกรรมตัวเธอ
ถ้าไม่ใช่เพราะเย่เฟิงเข้ามาช่วยไว้ได้ทันเวลา
ในตอนนี้เธอคงได้ตายอย่างน่าอนาถไปแล้ว...
เมื่อเห็นว่าชายคนนี้ไม่สามารถอธิบายอะไรได้อีก เย่เฟิงก็เงยหน้าขึ้นมาและหันมองไปที่หลูเซียวหยา "ให้ผมโทรแจ้งตำรวจหรือเปล่า"
หลูเซียวหยาขมวดคิ้วและคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ปล่อยเขาไปเถอะ"
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะผงะ "ปล่อยเขาไปงั้นหรอ?"
หลูเซียวหยาพยักหน้า "เขาแค่ถูกใช้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง เดี๋ยวฉันจะหาทางสืบว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เอง"
เมื่อเห็นว่าเธอพูดเช่นนั้น เย่เฟิงก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปล่อยเขาไป
ชายคนนั้นวิ่งหนีด้วยท่าทางหวาดกลัวและหายไปในพริบตา
"ให้ผมไปส่งมั้ย?" เย่เฟิงหันไปมองหลูเซียวหยาที่เดินโซซัดโซเซไม่เป็นธรรมชาติ
"ไม่จำเป็น ฉันขับรถเองดะ ..." ก่อนที่หลูเซียวหยาจะพูดจบ เธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและกำลังจะล้มลงกับพื้น
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?" เย่เฟิงมีการตอบสนองที่ฉับไวและรีบเข้ามาช่วยประคองเธอไว้ได้ทัน
"ดูเหมือน...ข้อเท้าของฉันจะเคล็ด" หน้าผากของหลูเซียวหยามีเหงื่อจำนวนมากไหลออกมา
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป เธอจึงตกอยู่ในภวังค์และไม่ทันได้สังเกตเห็นความเจ็บปวด
"ขาบวมขนาดนี้คงขับรถไม่ไหวหรอกนะ เดี๋ยวผมไปส่งให้เอง" เย่เฟิงพาเธอเข้าไปในรถของเขาโดยไม่รอคำตอบใดๆ
"คุณจะไปที่ไหน?"
"ตึกหยินฮุย" หลูเซียวหยาพูดชื่อสถานที่ที่เธอกำลังจะไป
"ตึกหยินฮุย?" เย่เฟิงผงะเมื่อได้ยินเช่นนั้น
บริษัทหลักทรัพย์ตงอันที่ซูหมานทำงานอยู่ตั้งอยู่ในตึกหยินฮุย
มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า?
"ใช่แล้ว บริษัทของพ่อฉันอยู่ที่นั่น มีอะไรหรือเปล่า" หลูเซียวหยาอดไม่ได้ที่จะแปลกใจเมื่อเห็นการแสดงออกของเย่เฟิง
"ไม่มีอะไร เราไปกันเถอะ" เย่เฟิงส่ายหัวและไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย
จากนั้นเขาก็สตาร์ตรถและขับตรงไปทันที
ประมาณ 20 นาทีต่อมา เย่เฟิงก็ขับมาถึงชั้นล่างของตึกหยินฮุย
หลังจากจอดรถเสร็จ เขาก็เดินไปประตูฝั่งข้างคนขับ และช่วยหลูเซียวหยาลงมา
เนื่องจากขาใช้การไม่ได้ เธอจึงต้องทิ้งน้ำหนักตัวไปทางเย่เฟิง
เป็นผลให้ต้องมีการสัมผัสทางกายระหว่างคนทั้งสองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เดียวกับสิ่งนี้ เย่เฟิงไม่มีความละเขินอายแต่อย่างใด
แต่การแสดงออกของหลูเซียวหยานั้นดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด
แม้เธอจะโตแล้วก็ตาม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลต่างเพศ
เย่เฟิงคอยพยุงเธอและกำลังจะเดินเข้าไปในตึกหยินฮุย
"เย่เฟิง!"
ทันใดนั้นเอง เสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา
ซึ่งในน้ำเสียงนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีร่องรอยของความโกรธปะปนอยู่ด้วย
เขามองย้อนกลับไป และเห็นซูหมานยืนอยู่ข้างหลังด้วยใบหน้าซีดขาว
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ซูหมานก็ชี้ไปที่หลูเซียวหยาด้วยความโกรธ "เธอคนนี้คือใคร"
ผู้คนที่เข้าออกจากตึกหยินฮุยต่างหยุดดูทันทีเมื่อได้ยินเสียงนี้
ซึ่งในหมู่ผู้คนที่หยุดดูก็มีเพื่อนร่วมงานหลายคนของซูหมานอยู่ด้วยหลายคน
ทันใดนั้นเอง เย่เฟิงก็นึกถึงสิ่งที่ซูหมานบอกเขาเมื่อวาน
เธอบอกว่าเธอไม่ต้องการแสร้งทำเป็นคู่รักกับเขาอีกต่อไปและต้องการหาโอกาสเลิกกับเขาอย่างเป็นทางการ
ไม่ผิดแน่ เธอจะต้องใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการเลิกกับเขาแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่เฟิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสวมวิญญาณนักแสดง "ที่รัก ฟังคำอธิบายของผมก่อน..."
ซูหมานปิดหูของเธอทันที "ไม่ฟัง ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เมื่อวานคุณยังบอกว่าคุณรักฉันคนเดียวอยู่เลย แต่วันนี้คุณกับไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น คุณไม่สนใจความรู้สึกของฉันแม้แต่นิดเดียว"
เมื่อเห็นทักษะการแสดงที่เกินจริงของเธอ เย่เฟิงก็พูดไม่ออกเล็กน้อย "เธอกับผมเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ"
ซูหมานจ้องมองไปที่เขาอย่างเจ็บปวดใจ "เพื่อนงั้นหรอ? คุณกอดกันแน่นขนาดนี้ ยังจะกล้าบอกว่าเป็นแค่เพื่อนกันอีกหรือไง?"
"เย่เฟิง ฉันเห็นธาตุแท้ของคุณหมดแล้ว เราเลิกกันเถอะ!"
"คุณเดินไปในทิศทางของคุณ ส่วนฉันก็จะเดินไปในทิศทางของตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องข้องเกี่ยวกันอีกต่อไป!"
หลังจากพูดจบ เธอก็เดินกระทืบเท้าหายเข้าไปในตึกทันที
เหลือเพียงแค่กลุ่มคนที่กำลังตกตะลึงอยู่ท่านั้น!