ทำไมรู้สึกเหมือนตรวจสอบบัญชี?

"เธอเป็นแฟนของคุณหรอ"

หลูเซียวหยาที่เต็มไปด้วยความมึนงงจ้องมองไปที่เย่เฟิง

"จะใช่ก็ไม่ใช่... ไม่ใช่ก็ไม่เชิง"

เย่เฟิงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ดังนั้นเขาจึงตอบกลับแบบครึ่งๆกลางๆ

เมื่อได้ชินเช่นนี้ หลูเซียวหยาก็ยิ้มมมุมปากและไม่ได้ถามอะไรต่อ

ทั้งสองเดินเข้าไปในตึกหยินฮุยและขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 20

บริษัทของพ่อหลูเซียวหยามีชื่อว่า "อสังหาริมทรัพย์ฮานซาน"

พ่อของหลูเซียวหยาเช่าชั้น 20 ถึง 25 ของตึกหยินฮุย ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานทั้งหมด 6 ชั้น

ต้องรู้ว่าพื้นที่ของตึกหยินฮุยนั้นสำคัญอย่างมาก

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่างหลักทรัพย์ตงอันที่ซูหมานทำงานอยู่ก็เช่าเพียงแค่สองชั้นเท่านั้น

แต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ฮานซานเช่าไดหกชั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ฮานซานนี้ทรงพลังมากเพียงใด

ในเวลานี้ เมื่อพนักงานต้อนรับเห็นหลูเซียวหยา พวกเธอก็รีบโค้งคำนับและพูดทักทายทันที "สวัสดีค่ะคุณหลู มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าคะ"

หลูเซียวหยาพยักหน้าให้เธอ "พ่อของฉันอยู่ที่บริษัทหรือเปล่า"

พนักงานต้อนรับรีบตอบกลับ "ท่านประธานเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมช่วงเช้า และตอนนี้น่าจะอยู่ในห้องสำนักงานแล้วค่ะ"

หลูเซียวหยาไม่พูดอะไรต่อและเดินตรงไปข้างในพร้อมกับเย่เฟิง

ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงหน้าห้องที่มีป้าย "สำนักงานประธาน" และเธอก็เปิดประตูเข้าไปทันทีโดยไม่เคาะแม้แต่ครั้งเดียว

มีชายชราผมขาวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในสำนักงาน

เมื่อเห็นหลูเซียวหยาและเย่เฟิงเข้ามา สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย

หลูเซียวหยาดึงเย่เฟิงไปนั่งบนโซฟาโดยตรง

ชายชราพูดอีกสองสามคำกับคนในโทรศัพท์ จากนั้นก็วางสายและพูดด้วยรอยยิ้ม

"วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันตกหรือไงกัน? ลูกสาวที่รักของฉันถึงได้เดินทางมาหาพ่อแบบนี้"

ขณะที่ชายชราพูด เขาก็หันศีรษะมองไปที่เย่เฟิง "ว่าแต่ชายหนุ่มคนนี้คือใคร"

นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวพาเพศตรงข้ามมาพบกับเขา

ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองดูเย่เฟิงอย่างระมัดระวังหลายครั้ง

"เขาเป็นเพื่อนของหนูเอง และเขาก็เพิ่งจะช่วยชีวิตหนูเอาไว้ด้วย"

ทัศนคติของหลูเซียวหยาที่มีต่อพ่อของเธอนั้นไม่สามารถเรียกได้ว่าสนิทกัน

"เพื่อน? ลูกมีเพื่อนต่างเพศตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ชายชรากำลังจะพูดหยอกล้อ แต่ทันใดนั้นเขาก็เพิ่งนึกตระหนักกับคำพูดประโยคหลังของลูกสาวได้ "เมื่อกี้ลูกพูดว่าอะไรนะ เขาช่วยชีวิตลูกไว้อย่างนั้นหรอ มันหมายความว่ายังไงกัน?"

ด้วยใบหน้าไร้เรี่ยวแรง หลูเซียวหยาค่อยๆเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟัง

หลังจากที่ชายชราฟังจบ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นดำมืดทันที

"ดูเหมือนว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉัน หลูหานซาน จะเมตตามากเกินไป ถึงได้มีคนกล้าคิดจะทำร้ายลูกสาวของฉัน เห็นทีฉันคงจะต้องลงมือขั้นเด็ดขาดซะแล้ว"

ตอนแรกที่ได้เจอหน้ากับลูกสาว เขารู้สึกดีใจอย่างมาก

แต่ตอนนี้บรรยากาศทั้งหมดเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เย่เฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจ

ชายชราที่ชื่อหลูหานซานคนนี้น่ากลัวจริงๆ

เขาจะต้องฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงแน่นอนถึงสามารถปล่อยแรงกดดันมหาศาลขนาดนี้ได้

หลูเซียวหยาเห็นว่าเย่เฟิงรู้สึกไม่สบายใจจึงมองตรงไปที่พ่อของเธอด้วยสายตาดุดัน "คุณพ่อ เพื่อนของหนูอยู่ที่นี่ด้วยนะ อย่าทำให้เขาต้องหวาดกลัวสิ"

เมื่อหลูหานซานได้ยินการตำหนิของลูกสาว แรงกดดันมหาศาลรอบร่างกายของเขาก็หายไปทันที

"พ่อผิดไปแล้ว คราวหน้าพ่อจะระมัดระวังมากกว่านี้"

พูดจบเขาก็มองไปที่เย่เฟิงอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าลูกสาวของเราจะใส่ใจความรู้สึกของชายหนุ่มคนนี้มาก

"หนุ่มน้อย นายชื่ออะไร?"

"ผมชื่อเย่เฟิงครับคุณลุง"

"ตอนนี้นายทำงานอะไรอยู่"

"ผมกำลังเรียนอยู่ครับ"

"ครอบครัวนายมีกี่คน"

"..."

เย่เฟิงรู้สึกอึ้งกับคำถามของเขามาก มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังตรวจสอบคนเข้าเมืองอยู่เลย

หลูเซียวหยารีบช่วยเขา "พ่อ การที่พ่อถามคำถามส่วนตัวกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแบบนี้มันเป็นเรื่องเสียมารยาทนะคะ"

หลูหานซานยิ้มอย่างเมินเฉย "พ่อคิดว่าเสี่ยวเย่น่าจะเข้ากับพ่อได้ดี ดังนั้นพ่อจึงอยากทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เสี่ยวเย่ นายไม่ว่าอะไรใช่มั้ย"

เย่เฟิงจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพยักหน้า "แน่นอนครับ คุณลุงถามผมได้ทุกเรื่องเลย..."

หลูหานชานตบไหล่เขาอย่างหนักหน่วง

"นายช่วยชีวิตลูกสาวของฉันเอาไว้ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่านายเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวหลู ในอนาคต ไม่ว่านายจะพบปัญหาอะไร นายสามารถมาขอความช่วยเหลือจากฉันได้เลย ไม่มีอะไรที่ครอบครัวหลูของเราทำไม่ได้ในจงไห่"

เมื่อเย่เฟิงได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจ

คำพูดของเขาไม่โอหังไปหน่อยหรอ?

ต้องรู้ว่าเมืองจงไห่เป็นเมืองที่ใหญ่มาก และในจงไห่เองก็มีครอบครัวมหาอำนาจอาศัยอยู่หลายครอบครัว

แต่หลูหานซานกลับกล้าพูดว่าไม่มีอะไรที่ครอบครัวหลูทำไม่ได้ในจงไห่?

นี่ไม่เป็นการดูหมิ่นผู้อื่นเกินไปอย่างนั้นหรือ?

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้หลูเซียวหยาไม่ได้เปิดปากปฏิเสธ ราวกับว่าเธอเห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อเธอพูด

สิ่งนี้ทำให้เย่เฟิงประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ติดต่อกับหลูเซียวหยามากนัก แต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนหยิ่งยโสที่ชอบวางท่ากร่างไปเรื่อย

หมายความว่าครอบครัวหลูมีอิทธิพลมากจริงๆอย่างงั้นหรือ?

ในขณะที่กำลังสงสัย เขาก็สังเกตเห็นว่าพ่อและลูกสาวเหมือนมีเรื่องจะพูดกัน ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและบอกลาทั้งสองคน

หลูฮานซานเดินไปส่งเขาออกจากบริษัทด้วยตัวเอง

พนักงานในบริษัทเห็นฉากนี้และทั้งหมดก็ตกใจทันที

ประธานของพวกเขาแข็งแกร่งมาก และแม้แต่ลูกค้าคนสำคัญก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้าพบเป็นการส่วนตัว

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเขาได้เห็นประธานออกมาส่งคนอื่นด้วยตนเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มคนนี้เหมือนว่าจะเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวของประธานบริษัทด้วย

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการไปไกล

เป็นไปได้ไหมว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นลูกเขยของท่านประธาน?

ดูเหมือนว่าบริษัทกำลังจะเปลี่ยนไปในเร็วๆ นี้!

ทุกคนกระซิบบอกกัน

หลังจากที่เย่เฟิงเดินออกมาจากอสังหาริมทรัพย์ฮานซาน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นทันที

"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ! ระบบได้มอบรางวัลเป็นสิทธิในทรัพย์สินทั้งหมดของตึกหยินฮุย ซึ่งมีมูลค่ารวม 2 พันล้านหยวน"

เย่เฟิงตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินข้อความนี้

สิทธิในทรัพย์สินทั้งหมดของตึกหยินฮุยอย่างงั้นหรอ?



ตอนก่อน

จบบทที่ ทำไมรู้สึกเหมือนตรวจสอบบัญชี?

ตอนถัดไป