ตู้คีบตุ๊กตา
"เสี่ยวเฟิง ฉันมีเรื่องบางอย่างในบริษัทที่ต้องรีบกลับไปจัดการ คงต้องขอตัวกลับก่อน"
คุณหม่าคุยกับเย่เฟิงอีกสองสามคำแล้วกล่าวลา
"โอเคครับ" เย่เฟิงเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูเป็นการส่วนตัว
"ตอนนี้ฉันกำลังปรับปรุงบ้านอยู่ ถ้าเสร็จเมื่อไหร่แล้วจะเชิญมาเยี่ยมชมภายในนะ"
คุณหม่าพูดกับเย่เฟิงด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันหลังและเดินจากไป
ทันทีหลังจากนั้น เกาฮุยเหลียงก็เดินเข้ามาหาเย่เฟิงอย่างกระตือรือร้น
"คุณเย่ คุณมาที่นี่เพื่อเก็บค่าเช่าใช่มั้ยครับ ถ้างั้นเราก็รีบจัดการกันเถอะ ผมไม่อยากปล่อยให้คุณต้องรอนาน"
เย่เฟิงรู้ว่าที่อีกฝ่ายสุภาพกับเขามากเป็นเพราะคุณหม่า
เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ประธานเกาสุภาพเกินไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะครับ"
เกาฮุยเหลียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "โอเค ผมจะพาคุณไปที่แผนกการเงินในตอนนี้ เชิญตามผมมาได้เลย"
เย่เฟิงไม่พูดอะไรอีกและเดินตามไปทันที
เมื่อเดินผ่านซูหมาน เขาก็แอบขยิบตาให้เธอ
ขณะเดียวกัน ใบหน้าที่สวยงามของซูหมานก็แดงก่ำ และเธอก็หันหน้าหนีอย่างเร่งรีบ
เพื่อนร่วมงานหญิงทุกคนที่หลักทรัพย์ตงอันต่างมองเธอด้วยความอิจฉา
เพราะด้วยการสนับสนุนของคุณหม่า สถานะของเธอในบริษัทจะดีขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต
แม้แต่ประธานเกาฮุยเหลียงก็ยังต้องให้เกียรติเธอ
ในตอนนี้ ทุกคนเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วกับคำว่ามีแฟนดีแล้วชีวิตจะดีขึ้นเป็นเช่นไร
…
เมื่อเย่เฟิงออกมาหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการต่ออายุสัญญาเช่า
ซูหมานก็ได้หายตัวไปแล้ว
เขาถามพนักงานของหลักทรัพย์ตงอัน แต่ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้อะไรเลย
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
เขาช่วยเธอทางอ้อม
แต่เธอไม่แม้แต่จะพูดคำว่า "ขอบคุณ"
หยาบคายจริงๆเลย...
เมื่อเขามาถึงที่จอดรถด้วยใบหน้าบูดบึ้งและกำลังจะขับรถออกไป
ซูหมานก็เข้ามาจากด้านหลังโดยไม่มีการส่งเสียงเตือนล่วงหน้า "คุณกำลังจะไปไหนหรอ"
เย่เฟิงตกใจและจ้องมองเธอด้วยความโกรธ "ผมช่วยพี่ไว้นะ แต่นอกจากพี่จะไม่เอ่ยคำขอบคุณแล้ว พี่ยังมาทำให้ผมตกใจแบบนี้อีก ถ้าผมหัวใจวายตายจะทำยังไง?"
ซูหมานพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม "ถ้านายไม่ได้ทำอะไรผิด นายจะกลัวทำไม ยังไงถ้านายเป็นคนดีตายไปก็ได้ขึ้นสวรรค์อยู่แล้ว"
เย่เฟิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเสียใจ "ดูเหมือนว่าความช่วยเหลือของผมจะไม่ได้รับการตอบแทนเลยสินะ"
ซูหมานหุบยิ้มของเธออย่างรวดเร็ว "ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ฉันรู้สึกขอบคุณนายมากจริงๆ"
เย่เฟิงชำเลืองมองเธอ "นี่คือสิ่งที่คนรู้สึกขอบคุณเขาตอบแทนกันหรอ?"
ซูหมานรีบคว้าแขนของเขาแล้วเขย่า "ฉันขอตอบแทนนายด้วยการไปดูหนังได้หรือเปล่า เห็นว่าหนังฮอลลีวูดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาดีมากเลยนะ"
เย่เฟิงเมินเฉย "เวลาของผมมีค่ามาก เกรงว่าคงไปดูหนังกับพี่ไม่ได้..."
ยังไม่ทันพูดจบ ซูหมานก็เดินเข้าไปนั่งในรถโดยตรง
จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มโต้เถียงกัน
"ฉันจะไม่ยอมลงจากรถจนกว่านายจะยอมไปดูหนังกับฉัน”
"เฮ้อ พี่คิดว่าขู่ผมแบบนี้แล้วจะสำเร็จหรือไง"
"ฉันเลี้ยงป็อปคอร์นถังหนึ่งเลย"
"พี่คิดจะเกลี้ยกล่อมผมด้วยป็อปคอร์นเนี่ยนะ?"
"ถ้างั้นเพิ่มโค้กให้อีกแก้ว"
"ดูท่าคงไม่ยอมง่ายๆสินะ"
…
ทั้งสองไปที่โรงหนังเพื่อซื้อตั๋ว
ยังเหลือเวลาอีกนานก่อนที่ภาพยนตร์จะเริ่มฉาย
ดังนั้นซูหมานจึงลากเย่เฟิงไปที่ตู้คีบตุ๊กตาด้วยความไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากคีบไปหลายครั้ง เธอก็ยังไม่ได้ตุ๊กตาสักตัวเลย
มันทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับท่าทางงอแงของซูหมาน
เขารู้กลไกของตู้คีบเหล่านี้เป็นอย่างดี
โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะปรับกรงเล็บให้หลวม
ถึงคุณจะเล็งเป้าหมายตรง แต่คุณก็จะไม่สามารถคีบมันขึ้นมาได้จนกว่าจะเสียเงินถึงจุดที่ตั้งระบบไว้
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็ไปหาผู้จัดการโรงภาพยนตร์ทันทีโดยไม่ให้ซูหมานรู้และขอให้เขาช่วยปรับกรงเล็บให้แน่น
ซึ่งแน่นอนว่าผู้จัดการไม่เห็นด้วย
แต่เมื่อเย่เฟิงบอกว่าจะให้เงินหนึ่งพันหยวน เขาก็ตอบตกลงทันที
จากนั้นเย่เฟิงก็ชวนซูหมานไปซื้อป็อปคอร์นเพื่อดึงความสนใจของเธอออกมาจากตู้คีบตุ๊กตา
เมื่อกลับมา เครื่องคีบตุ๊กตาก็ได้รับการปรับแต่งเรียบร้อยแล้ว
"เดี๋ยวผมขอลองคีบดูบ้าง" เย่เฟิงเดินไปที่กรงเล็บด้วยใบหน้าเฉยเมย
"ฉันว่าอย่าเลยดีกว่า เครื่องคีบตุ๊กตานี้มัน... " ซูหมานรู้สึกแปลกใจกับเครื่องคีบตุ๊กตา
แต่ก่อนที่จะพูดจบ
เธอก็เห็นเย่เฟิงตบปุ่ม และกรงเล็บจักรกลก็คว้าตุ๊กตาขนปุกปุยเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา
"สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้ว..."
ซูหมานกระโดดขึ้นอย่างตื่นเต้น
ใบหน้าสวยงามของเธอแดงระเรื่อน่ารักสุดๆ
เย่เฟิงหยิบตุ๊กตาออกมาและยื่นให้เธอ "อยากได้ตัวไหนอีกหรือเปล่า ผมจะคีบให้เอง"
ซูหมานอุ้มตุ๊กตาไว้ในอ้อมแขนและชี้ไปที่ตุ๊กตาอีกตัวในเครื่อง "ฉันอยากได้หมีแพนด้าตัวนั้น..."
โดยไม่พูดอะไรสักคำ เย่เฟิงหันกลับไปควบคุมเครื่องและคีบหมีแพนด้าตัวนั้นขึ้นมาทันที
ซูหมานโห่ร้องด้วยความดีใจอีกครั้ง
"ฉันอยากได้ตัวนั้นด้วย..."
"ตัวนี้ด้วย..."
"เอาตัวนี้อีก…"
เสียงหัวเราะของเธอดังก้องไปทั่วทั้งโรงหนัง
ในอ้อมแขนของเธอมีตุ๊กตาอยู่หกถึงเจ็ดตัวแล้ว
ผู้หญิงหลายคนต่างรู้สึกอิจฉาและหันมามองแฟนข้างๆด้วยสายตารู้สึกผิดหวัง
ทำไมฉันไม่มีแฟนเหมือนอย่างนั้นบ้างนะ?
เหล่าผู้ชายก็รู้สึกแปลกใจมากเช่นกัน
พวกเขาเคยเล่นตู้คีบตุ๊กตามาก่อน และการที่จะคีบตุ๊กตาได้สักหนึ่งตัวมันก็ยากเย็นแสนเข็ญมาก
แต่ผู้ชายคนนี้กับสามารถคีบตุ๊กตาในตู้ได้อย่างง่ายดาย
เขาทำได้ยังไงกัน?
เย่เฟิงเห็นว่าซูหมานไม่สามารถถือตุ๊กตาได้มากกว่านี้ และหนังก็กำลังจะเริ่มขึ้น ดังนั้นเขาจึงเดินถอยออกมาจากเครื่องคีบตุ๊กตา
ใบหน้าของซูหมานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าตุ๊กตาเหล่านี้จะมีมูลค่าไม่แพงมาก แต่เพราะเย่เฟิงเป็นคนคีบมาให้ เธอจึงรู้สึกชอบสุดๆ
ระหว่างดูหนังเธอเอาแต่จ้องมองและเล่นกับเหล่าตุ๊กตา
เรียกได้ว่าเธอแทบไม่ได้ดูหนังเลย
เมื่อออกมาจากโรงหนังก็เป็นเวลามืดค่ำมากแล้ว
เย่เฟิงขับรถไปส่งเธอที่บ้านโดยตรง
"นาย...ไม่เข้าไปนั่งเล่นข้างในหน่อยหรอ?" ซูหมานมองกลับมาหลังจากลงจากรถ
"ตอนนี้ดึกมากแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะเท่าไหร่" เย่เฟิงมองไปที่ท้องฟ้าข้างนอกและส่ายหัว
"ทำไม นายกลัวว่าฉันจะมีความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลกับนายหรือไง" ซูหมานพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม
"ไม่เลย ผมต่างหากที่กลัวว่าตัวเองจะมีความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลกับพี่ เอาล่ะ ผมขอตัวกลับก่อนนะ"
เย่เฟิงพูดพร้อมกับสตาร์ตรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ซูหมานมองไปในทิศทางที่เขาจากไปและอดไม่ได้ที่จะทำหน้างุนงง
ผู้ชายคนนี้หมายความว่ายังไง
ถ้าเขาไม่ได้มีความรู้สึกอย่างนั้นกับฉัน ทำไมเขาถึงต้องปรากฏตัวต่อหน้าฉันครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย?
แต่ถ้าเขาสนใจฉัน แล้วทำไมถึงต้องหลีกเลี่ยงอยู่เรื่อยด้วยล่ะ?
ช่างเป็นผู้ชายที่เข้าใจยากจริงๆ!