คุณได้ยินหมดแล้ว

เมื่อเห็นว่าจ้าวเหมยเหมยก้มศีรษะให้เย่เฟิงเพื่อยอมรับความผิดพลาดของเธอ

โจวซูเหยาก็รู้สึกประหลาดใจทันที

เธอทำงานกับจ้าวเหมยเหมยและเธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้หยิ่งผยองมากแค่ไหน

แต่ในเวลานี้จ้าวเหมยเหมยกับเต็มใจที่จะก้มศีรษะและยอมรับความผิดพลาดของเธอ แถมยังทำต่อหน้าเธอและผู้คนอีกมากมายด้วย

น่าเหลือเชื่อจริงๆ!

เย่เฟิงเหลือบมองจ้าวเหมยเหมยด้วยท่าทางรังเกียจ จากนั้นเขาก็เมินเฉยต่อเธอและดึงโจวซูเหยากลับมายังที่นั่งของตัวเองโดยตรง

"ขอบคุณนะ"

โจวซูเหยากระซิบเบาๆด้วยสีหน้ามีความสุข

ในบริษัท เธอมักจะถูกจ้าวเหมยเหมยรังแกโดยไม่สามารถตอบโต้อะไรกลับไปได้อยู่ตลอด

แต่คราวนี้เย่เฟิงได้ช่วยตอกหน้าเธอให้แล้ว

"แค่ขอบคุณเองหรอ" เย่เฟิงยิ้มมุมปาก

"นายต้องการอะไรอีกล่ะ" โจวซูเหยามองเข้าไปในดวงตาของเย่เฟิง และหัวใจของเธอก็เต้นแรงเป็นสองเท่า

"ฉันต้องการอะไรที่มันเป็นรูปอธรรมมากกว่า" เย่เฟิงตอบกลับ

ภายใต้การจ้องมองที่ดุดันของเขา ใบหน้าที่สวยของโจวซูเหยาก็แดงขึ้นเล็กน้อย

ทันใดนั้น เย่เฟิงก็หยิบเฟรนช์ฟรายจากโต๊ะขึ้นมาแล้วใส่เข้าไปในปากของตัวเองโดยงับเอาไว้เพียงแค่ส่วนปราย "นี่คือรางวัลที่ฉันอยากได้"

สิ้นสุดคำพูด เย่เฟิงก็ยื่นหน้าเข้าไปหาโจวซูเหยาด้วยความเร็ว

โจวซูเหยาไม่สามารถหลบได้ทันจึงอมเฟรนช์ฟรายส์ที่อยู่ในปากของเย่เฟิง

ร่างกายที่บอบบางของเธอสั่นสะท้านและอุทานออกมาทันที

"อะไร…"

สายตาของคนทั้งร้านจับจ้องมาที่เธออย่างช่วยไม่ได้

ซึ่งในตอนที่ลูกค้าทุกคนเห็นฉากนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกอิจฉาความหวานนี้อย่างมาก

"อร่อยจริงๆ!"

เย่เฟิงไม่สนใจสายตาของคนอื่นและพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าที่ค้างคาใจไม่รู้จบ

"คุณนี่มันเลวจริงๆ!"

ใบหน้าที่สวยงามของโจวซูเหยาในเวลานี้แดงไปถึงหู และเธอก็อยากหนีไปจากที่นี่โดยเร็วอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเธอจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจลึกๆของเธอมีความสุขปรากฏอยู่เต็มไปหมด

เย่เฟิงแกล้งเราโจ่งแจ้งขนาดนี้เลยหรอ มันแสดงว่าเขามีใจหรือเปล่า?

แล้วเราควรทำยังไงดี?

เราควรแสร้งทำเป็นนิ่งต่อไปมั้ย?

หรือควรตอบสนองกลับอย่างกระตือรือร้นดี?

แต่แบบนั้นมันคงดูไม่ดีใช่หรือเปล่า?

ด้วยความคิดที่ซับซ้อนและขัดแย้งไปมาอยู่เรื่อยๆ โจวซูเหยาจึงไม่สามารถลิ้มลองรสชาติของอาหารมื้อนี้ได้เลย

หลังจากทานอาหารเสร็จ เย่เฟิงก็ไปจ่ายเงิน

จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากร้านไปด้วยกัน

จ้าวเหมยเหมยมองไปที่ด้านหลังของทั้งสองคนด้วยความอิจฉา

เธอรู้สึกว่าพระเจ้าส่งโจวซูเหยามาเพื่อลงโทษเธอ

ในอดีต จ้าวเหมยเหมยเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบริษัท

แต่เมื่อโจวซูเหยาปรากฏตัว ตำแหน่งนี้ของเธอก็ได้ถูกแย่งชิงไป

ต่อมา เธอได้พบกับแฟนคนปัจจุบันของเธอโดยบังเอิญ และเธอก็คิดว่าในที่สุดเธอก็สามารถเอาชนะโจวซูเหยาได้แล้ว

แต่กลับกลายเป็นว่าโจวโชเหยาได้พบกับแฟนหนุ่มรูปหล่อและร่ำรวยมหาศาล

เธอเป็นตัวเอ็งซวย!

ในขณะที่จ้าวเหมยเหมยกำลังเคียดแค้น เธอก็เห็นเย่เฟิงและโจวซูเหยาเดินไปที่เฟอร์รารี่ เอ็นโซในลานจอดรถ

เมื่อเห็นฉากนี้ ดวงตาของจ้าวเหมยเหมยก็แทบจะหลุดออกมา

เธอเคยเห็นซูเปอร์คาร์คันนั้นมาก่อน!

โดยไม่คาดคิด มันคือซูเปอร์คาร์ของเย่เฟิง?

รถคันนั้นราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านหยวน

ดูเหมือนว่าทรัพยากรทางการเงินของเย่เฟิงจะมีมากกว่าที่เห็นภายนอก

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จ้าวเหมยเหมยก็ไม่สามารถควบคุมความอิจฉาภายในของเธอได้อีกต่อไป

โดยอาศัยจังหวะที่แฟนเข้าห้องน้ำ เธอลุกขึ้นและรีบเดินไปหาเย่เฟิง

ขณะเดียวกัน เย่เฟิงที่กำลังจะสตาร์ตรถก็เห็นจ้าวเหมยเหมยกำลังเดินตรงเข้ามา

"มีอะไรหรือเปล่า?" เย่เฟิงหยุดนิ่งชั่วขณะ

"คุณเย่ ฉันขอข้อมูลการติดต่อของคุณได้หรือเปล่าคะ" จ้าวเหมยเหมยยื่นเบอร์โทรของเธอมาด้านหน้าพร้อมกับทำท่าทางเย้ายวนใจ

"นั่นไม่จำเป็นหรอก" เย่เฟิงไม่สนใจท่าทางของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

"คุณเย่ไม่ต้องการทำความรู้จักเชิงลึกกับฉันหรอคะ" จ้าวเหมยเหมยพูดออกมาโดยตรง

"ไม่ล่ะ ฉันไม่ต้องการ" เย่เฟิงปฏิเสธอย่างเด็ดขาดโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

ฉากนี้ทำให้ใบหน้าของจ้าวเหมยเหมยแข็งทื่อทันที

แต่ไม่นานเธอก็กลับมาเป็นปกติ และจ้องมองไปที่โจวซูเหยาอย่างเหยียดหยาม

"ฉันไม่รู้จริงๆว่าทำไมคุณเย่ถึงสนใจยัยผู้หญิงคนนี้มากนัก เธอมีหุ่นที่ดี แต่ไม่รู้จักใช้มัน เทียบกับฉันแล้วคงเหมือนมวยคนละรุ่น ถ้าคุณเย่เต็มใจละก็ คืนนี้ฉันสัญญาเลยว่าจะทำให้คุณเห็นสวรรค์เอง"

ขณะที่เธอพูด เธอก็ไม่ลืมที่จะขยิบตาให้เย่เฟิง

เมื่อได้ยินคำพูดไร้ยางอายของเธอ เย่เฟิงก็ยิ้มอย่างใจเย็น "คุณมีแฟนแล้วนะ ไม่กลัวว่าเขาจะได้ยินคำพูดของคุณหรอ?"

จ้าวเหมยเหมยเผยรอยยิ้มที่คิดว่ามีเสน่ห์มากที่สุด

"เขาแก่และน่าเกลียดเกินกว่าจะตอบสนองความต้องการของฉันได้ ฉันอยากได้คนหล่อเหลาและยังหนุ่มแบบคุณเย่มากกว่า"

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเย่เฟิง และเขาก็หันไปมองข้างหลังเธอ "คุณได้ยินหมดแล้วใช่มั้ยครับ"

จ้าวเหมยเหมยผงะไปครู่หนึ่งและรีบหันกลับไปมองทันที

จากนั้นเธอก็เห็นชายวัยกลางคนหัวโล้นยืนอยู่ข้างหลังด้วยสายตาดุร้าย

"คุณคะ...เมื่อกี้...ฉันแค่ล้อเล่น..."

ใบหน้าของจ้าวเหมยเหมยซีดลงด้วยความตกใจและพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก

แค่ก่อนที่เธอจะทันพูดจบ ชายวัยกลางคนก็ได้ตบเข้าที่หน้าของเธอแล้ว

"นังตัวดี ฉันให้แกกินอาหารหรูหราและซื้อของแบรนด์ดังให้ตลอด แต่แกกลับพูดจากับฉันแบบนี้เนี่ยนะ?"

ชายหัวล้านวัยกลางคนตัวสั่นด้วยความโกรธและอยากจะบีบคอเธอให้ตาย

"ฉันผิดไปแล้ว ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก"

จ้าวเหมยเหมยคุกเข่าลงและกอดต้นขาของชายวัยกลางคน แต่ท้ายที่สุดก็ถูกชายคนนั้นสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

"ไปให้พ้น และอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!"

หลังจากที่ชายหัวโล้นวัยกลางคนพูดจบ เขาก็เดินจากไปทันที

ไม่ว่าจ้าวเหมยเหมยจะตะโกนอย่างไร เขาก็ไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเห็นเช่นนี้ เย่เฟิงก็ทำหน้าเย้ยหยันและขับรถออกไป

ผู้คนในร้านอาหารต่างก็มองไปที่จ้าวเหมยเหมยอย่างสมเพช

ผู้หญิงแบบนี้ไม่สมควรได้รับความเห็นใจ

ไม่ผิดที่เธอจะหลงในเงินตรา

แต่อย่างน้อยเธอก็ควรจะมีบรรทัดฐานทางศีลธรรม

การไปเป็นชู้กับชายอื่น

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนรับไม่ได้

ในไม่ช้า จ้าวเหมยเหมยก็เป็นคนเดียวที่นั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างถนน



ตอนก่อน

จบบทที่ คุณได้ยินหมดแล้ว

ตอนถัดไป