ห้องสุดหรู
หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้ โจวเจิ้ง หลินฟานและคนอื่นๆก็หันหลังกลับมามองทันที
และในขณะนั้นเอง บริกรที่ยืนอยู่ข้างๆก็กล่าวด้วยความเคารพว่า "สวัสดีครับ ผู้จัดการทั่วไป!"
ซึ่งเมื่อโจวเจิ้ง, นายน้อยผาง, นายน้อยตู้และคนอื่นๆได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็ต้องตกใจทันที
ผู้จัดการทั่วไป!
ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเอ็มเพอเรอร์!
ต้องรู้ก่อนว่า…
โรงแรมเอ็มเพอเรอร์นั้นเป็นแลนด์มาร์คของเมืองเจียงเป่ย มันทั้งหรูหรา สวยงามและราคาก่อสร้างก็น่าจะเกินหมื่นล้านหยวน!
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมจะต้องเป็นคนที่สุดยอดมากอย่างแน่นอน!
แม้แต่โจวเจิ้งและพ่อแม่ของเขาเอง ก็คงจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้เลยด้วยซ้ำ
ซึ่งในตอนนี้ หากเปรียบเทียบท่าทางในความประหลาดใจของทุกคนแล้วล่ะก็ มีเพียงหลินฟานคนเดียวเท่านั้นที่มีท่าทางไม่ต่างจากเดิม
หลินฟานเปิดปากแล้วพูดว่า "เมื่อกี้บริกรบอกว่าห้องธรรมดานั้นเต็มหมดแล้วงั้นหรอ ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าที่โรงแรมเอ็มเพอเรอร์นั้นมีห้องหรูขนาดใหญ่อยู่ด้วย..."
“วันนี้ เห็นว่านายน้อยโจวบอกว่าจะเลี้ยงข้าวพวกเราใช่ไหม? ดีเลย เพราะเขาเป็นถึงนายน้อยของบริษัทต้าถงที่ร่ำรวย! คงจะมีเงินมากมายมหาศาล”
หวางเฟิงอี้เป็นคนแบบไหน? เขาไม่ใช่คนโง่
เมื่อได้ยินหลินฟานพูดแบบนี้ เขาก็รู้ทันทีว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ
บางทีโจวเจิ้นกับคุณหลินอาจจะทะเลาะกัน และดูเหมือนว่าคุณหลินจะยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนของเขาด้วย
ดังนั้น หวางเฟิงอี้จึงกล่าวว่า “นายน้อยโจว เรามีห้องหรูหราอยู่บนชั้น 66 ของโรงแรมเอ็มเพอเรอร์ แน่นอนว่าเมื่อคุณขึ้นไปคุณจะสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้ทันที และคุณก็จะสามารถชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนในเวลาต่อมาได้อีกด้วย ผมจะพาพวกคุณขึ้นไปที่นั่น โอเคไหมครับ?"
“หืม งั้นหรอ? โอเคเลย พาขึ้นไปที!”
โจวเจิ้งตกตะลึงครู่หนึ่ง เนื่องจากเขาไม่คาดคิดว่าชายผู้ยิ่งใหญ่อย่างหวางเฟิงอี้จะมาสุภาพกับตัวเขาเองได้มากขนาดนี้
แถมยังมาพาเขาขึ้นไปที่ห้องหรูหราด้วยตัวตัวเองอีก
ในตอนนี้ ทุกคนกำลังยืนอยู่ในลิฟต์ระดับไฮเอนด์ ซึ่งหากว่าไม่มีจอดิจิตอลแสดงผลตัวเลขชั้นอยู่ล่ะก็ เกรงว่าทุกคนก็อาจจะไม่รู้ว่าลิฟต์นั้นกำลังขึ้นอยู่ เพราะมันนุ่มและไร้แรงสั่นสะเทีอน
จากนั้น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก คำว่า 66f ก็ปรากฏขึ้นอยู่ข้างหน้าของทุกคน
ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปในห้อง VIP8 ทุกคนก็มองไปยังรอบๆห้องที่กว้างขวาง มันมีโคมไฟระย้ารูปเพชรที่เจิดจ้า โต๊ะและเก้าอี้ที่หรูหรา ทุกคนต่างมองด้วยความตื่นเต้น... แน่นนอนว่ายกเว้นหลินฟาน
หวางเฟิงอี้กล่าวว่า "นายน้อยโจว คุณพอใจกับห้องนี้หรือเปล่า?"
ถึงแม้ว่ามันดูเหมือนว่าเขาจะถามโจวเจิ้ง แต่ดวงตาของเขาก็กลับมองที่หลินฟาน
ซึ่งหลังจากที่เห็นหลินฟานพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าของหวางเฟิงอี้ก็เต็มไปด้วยความสุขทันที
"พอใจสิ! พอใจมาก!" โจวเจิ้งกล่าว
หวางเฟิงอี้พูด "โอเคนะครับ งั้นเดี๋ยวผมจะนำเมนูมาให้!"
จากนั้น เขาก็กำลังจะหันหลังกลับและเดินออกจากห้องไป
แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็คิดอะไรบางอย่างได้ขึ้นมาแล้วพูดว่า " ราคาขั้นต่ำของห้อง VIP นี้คือ 88888 หยวน ยังไม่รวมพวกค่าอาหารนะครับ โอเคใช่ไหม?"
88888 หยวน?
ร่างกายของโจวเจิ้งสั่นทันที
ต้องรู้ว่า…
ถึงบริษัทต้าถงของเขาจะมีมูลค่าทางตลาดกว่า 100 ล้านหยวน
แต่นั่นก็เป็นมูลค่าทางตลาดของบริษัท ทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัวเขามีเพียงแค่สิบล้านหยวนเท่านั้น
ซึ่งกว่าจะได้ปอร์เช่ 911 เขาก็ขอร้องที่บ้านเป็นเวลานานกว่าพ่อแม่ของเขาจะยอมซื้อให้
และในตอนที่โจวเจิ้งนำมันไปชน หัวใจของเขาก็เหมือนกับได้รับบาดแผลสาหัส
เพราะเขาไม่รู้ว่าค่าซ่อมรถปอร์เช่ 911 นั้นจะแพงมากแค่ไหน
และตอนนี้…
เขายังต้องมากินอาหารในห้องที่มีราคาขั้นต่ำถึง 88888 หยวนอีกงั้นหรอ?
แค่ราคาขั้นต่ำก็ 88888 หยวนแล้ว!
แถมเงินในกระเป๋าของเขาก็มีเพียงแค่ 100,000. หยวนเท่านั้น
ถ้ากินมื้อนี้เสร็จจะโดนไปเท่าไหร่ล่ะ?
แต่อย่างไรก็ตาม เขาเพิ่งจะบอกว่าเขาพอใจกับห้องนี้มากด้วยสิ
บอกยกเลิกตอนนี้จะทันใหมนะ?
แต่ถ้าทำอย่างนั้น นายน้อยผางกับนายน้อยตู้จะคิดยังไงกับตัวเขาล่ะ?
อันซวนด้วย เธอจะมองฉันเป็นตัวอะไรกันล่ะถ้าทำแบบนั้น?
เมื่อคิดอย่างนี้...
ในที่สุด โจวเจิ้งก็กัดฟันและพูดว่า "ไม่มีปัญหา!"
หลังจากได้ยินคำตอบ หวางเฟิงอี้ก็พยักหน้าและเดินออกจากห้องไป
จากนั้น ในเวลานี้ ผู้จัดการหลี่ที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ยกนิ้วโป้งขึ้นมาและอุทานว่า “ห้องรับประทานอาหารมีราคาถึง 88888 หยวน! นายน้อยโจว คุณน่าทึ่งมาก!"
เมื่อได้ยิน โจวเจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะโชว์ท่าทีสบายๆออกมาพร้อมกับพูดว่า "แค่ใช้เงิน 88888 หยวนเอง มันก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอก แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตามแบบฉันได้นะ! . "
ในขณะที่พูด เขาก็จ้องมองไปที่หลินฟานอย่างเด่นชัด
จากนั้น นายน้อยตู้ที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวว่า “โจวเจิ้ง บริษัทต้าถงของพ่อนายเพิ่งได้มีเรื่องใหญ่เมื่อเร็วๆนี้ใช่ไหม หรือว่าจะได้เป็นหุ้นส่วนกับโรมแรมแห่งนี้?”
โจวเจิ้งพูดอย่างคลุมเครือ: "ใช่มั้ง...ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้หรอก"
“ใช่! ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ! มิฉะนั้น หลังจากที่ได้ยินเกี่ยวกับบริษัทต้าถง ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเอ็มเพอเรอร์ก็คงจะไม่พาเราไปที่ห้องด้วยตัวเขาเองหรอก! พี่เจิ้ง อย่าลืมพวกเราด้วยล่ะ เราเป็นพี่น้องกันเลยนะ!" นายน้อยผางกล่าว
นายน้อยตู้พูดตามอย่างรวดเร็ว "ใช่ อย่าลืมพวกเรา!"
จากนั้นเขาก็หยิบชาขึ้นมาบนโต๊ะแล้วพูดว่า "พี่เจิ้ง ดูเหมือนว่าไวน์จะยังไม่ได้นำมาเสิร์ฟ ตอนนี้มีเพียงชาเท่านั้น เดี๋ยวฉันจะชงให้พี่ก่อนนะ!"
“ฉันด้วยพี่เจิ้ง!” นายน้อยผางหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาด้วย
ซึ่งเมื่อโจวเจิ้งได้ฟังพวกเขาทั้งสองคนเรียกเขาว่าพี่ และเห็นพวกเขากำลังชงน้ำชาให้ตัวเองอย่างจริงจัง ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสุข
เขาแอบพูดในใจ:เงิน 88888 หยวนนี้ คุ้มค่าจริงๆ!
จากนั้นเขาก็หยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาแล้วพูดว่า "เกรงใจกันเกินไปแล้ว! ไม่ต้องกังวลหรอก ในอนาคตฉันจะไม่ลืมพวกนายแน่นอน!"
หลังจากคำพูดนี้จบลง หวางเฟิงอี้ก็หยิบเมนูใหญ่ๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
ซึ่งตามปกติแล้ว นายน้อยผางและนายน้อยตู้ก็มักจะหยิบเมนูขึ้นมาเป็นคนแรกแล้วสั่งอาหารตามความชอบของตนเอง
แต่วันนี้ไม่ใช่ พวกเขาส่งเมนูไปให้โจวเจิ้ง และขอให้เขาเป็นคนสั่งก่อน
สิ่งเหล่านี้ทำให้โจวเจิ้งมีความสุขอย่างมาก เขาสั่งอาหารสองสามจานที่เขาชอบ แล้วยื่นเมนูให้อันซวนพร้อมกับพูดว่า “เสี่ยวซวน เธออยากจะกินอะไรและอยากจะดื่มอะไร เธอก็สั่งได้เลยนะ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็รู้สึกว่ามันยังดูไม่เท่พอ เขาจึงพูดต่อว่า “ถึงห้องนี้จะมีราคา 88888 หยวน แต่สำหรับฉันมันก็คงเป็นแค่เศษเงิน ไม่ต้องเกรงใจ อยากกินอะไรก็สั่งมาได้เลย”
น้ำเสียงของโจวเจิ้งนั้นชั่งสงบนิ่งซะเหลือเกิน
ราวกับว่า 88888 หยวนนั้นเป็นเงินเพียงไม่กี่หยวนในสายตาของเขา
เพราะเขาอยากให้อันซวนรู้ว่าเขานั้นรวยแค่ไหน ถ้ามาเป็นแฟนเขาก็จะสุขสบาย
แต่อย่างไรก็ตาม…
โจวเจิ้งนั้นไม่รู้ว่าอันซวนไม่ใช่คนแบบนั้น เธอไม่ได้อยากใช้ชีวิตกับเงิน
เธอพูดเบาๆว่า “ฉันไม่รู้เลยว่าจะสั่งอะไร”
หลินฟานหยิบเมนูขึ้นมาแล้วพูดว่า "ถ้างั้น เดี๋ยวผมสั่งให้คุณเอง!"
อันซวนหยุดนิ่งทันที เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ
จากนั้น หลินฟานก็ชี้ไปที่เมนูและพูดว่า "ฉันต้องการนี่ นี่ และนี่..."
ซึ่งหลังจากที่โจวเจิ้งคิดเกี่ยวกับอะไรบางอยู่สักพัก เขาก็นึกออกว่าเคยได้ยินเสี่ยวซวนพูดถึงไวน์แดงชั้นดี...
โจวเจิ้งโบกมือทันทีและพูดว่า "เอาไวน์แดงที่ดีที่สุดมาให้ฉันที!"
เขาคิดว่าไวน์แดงที่ดีที่สุดของที่นี่ก็น่าจะเป็นไวน์ลาฟีต...ที่มีราคาประมาณหมื่นหยวนเท่านั้น
บวกกับค่าอาหารต่างๆ ราคาก็ไม่น่าจะเกิน 100,000 หยวน ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่พอรับไหว
แถมเขายังสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงความใจป๋าให้อันซวนได้เห็นอีก