มาถึงเพนกวินสาขาเจียงเป่ย
วันรุ่งขึ้น
สายลมโชยพัดผ่านเบาๆ
แสงแดดส่องทะลุช่องว่างระหว่างม่านและตกกระทบลงบนที่นอน
จากนั้น หลินฟานก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
และเขาก็เหลือบมองโทรศัพท์อย่างสบายๆ ซึ่งข้อความก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอตามปกติ
"เงินเข้าบัญชี 3,670,000 หยวน ณ เวลา 0:00"
"เข้าสู่ระบบ!"
【ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับคิวชูบาร์ 】
ซึ่งเมื่อเห็นสิ่งนี้ หลินฟานก็บ่นออกมา "บาร์งั้นหรอ มันจะไปมีประโยชน์อะไรสำหรับฉันล่ะ"
"แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดีกว่าได้เงิน 10 ล้านหยวนล่ะนะ"
จากนั้น หลินฟานก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ
และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ไปหยิบขนมปังแล้วนำมาประกบกับเนื้อวากิว ล็อบสเตอร์ออสเตรเลีย ไข่ ผักกาด และอาหารอื่นๆ
ซึ่งถึงแม้ว่าส่วนผสมเหล่านี้จะดูธรรมดาสำหรับเขา แต่รสชาติก็ถือว่าไม่เลว
จากนั้น หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว หลินฟานก็มาที่ทะเลสาบเทียนหูเพื่อรดน้ำลงบนต้นชาทั้งหมด และหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ปานหลง เขาก็ขับรถบิ๊กจีไปที่เพนกวินกรุ๊ปสาขาเจียงเป่ย
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งที่นั่งของคนขับกับรถสปอร์ตต่างๆหรือโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม... สำหรับหลินฟานแล้ว บิ๊กจีนั้นถือว่านั่งได้สบายกว่าอย่างมาก
และในตอนนี้ เนื่องจากว่ามันเป็นวันจันทร์ ก็เลยมียานพาหนะมากมายบนท้องถนน... แต่หลินฟานก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เขาขับไปเรื่อยๆอย่างสบายๆ
ทำให้กว่าจะถึงที่หมายก็เป็นเวลา 10.30 น.
หลังจากที่หลินฟานจอดรถ เขาก็เดินเข้าไปโดยทันที
และในขณะนี้ ในห้องตรงที่มีเครื่องดื่มอยู่ข้างประตู ชายที่สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตก็เดินออกมาพร้อมกับแก้วกาแฟที่ถืออยู่ในมือ
ซึ่งหลังจากที่เขาเห็นหลินฟาน เขาก็ตะโกนเรียกด้วยความประหลาดใจ “หลินฟาน?”
หลินฟานเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "เซินเหลียง!"
ใช่แล้ว!
ชายคนนี้ก็คือเซินเหลียง เพื่อนร่วมห้องมัธยมปลายของหลินฟานนั่นเอง
ซึ่งหลังจากสำเร็จการศึกษา ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สามที่ทั้งสองได้พบกัน
ครั้งแรกพวกเขาเจอกันที่งานรวมตัวของเพื่อนร่วมห้องในเมืองเจียงเป่ย
ในเวลานั้น เซินเหลียงก็ถือว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนที่เป็นมิตรกับหลินฟานที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมห้องที่มา
ครั้งที่สอง เนื่องจากอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาในสมันมัธยมปลายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เขาก็เลยกลับมาและได้พบกับเซินเหลียงเข้าที่นั่นด้วยเช่นกัน
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนนั้นถือว่าดีอย่างมาก
เซินเหลียงถามว่า "หลินฟาน ทำไมนายถึงมายังบริษัทที่ฉันทำงานอยู่ล่ะ?"
ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน เซินเหลียงเคยบอกไว้ว่าเขากำลังทำงานเกี่ยวกับไอที
ซึ่งหลินฟานก็ไม่ได้คิดว่าเพื่อนของเขากำลังทำงานเกี่ยวกับพวกไอทีอยู่ในบริษัทเพนกวิน
ถ้าอย่างงั้น นี่ก็หมายความว่าเซินเหลียงเป็นพนักงานของเขางั้นหรอ?
หลินฟานพูด"ฉันมาเดินเล่นที่นี่เฉยๆ"
เกี่ยวกับเรื่องนี้...
เซินเหลียงก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
เพราะว่าเพนกวินกรุ๊ปนั้นจัดว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน
และที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะแวะเข้ามาดู
ดังนั้น เซินเหลียงก็ยิ้มก่อนจะพูดว่า “ได้เจอเพื่อนรักในบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ทั้งที ฉันจะเป็นไกด์ให้นายเอง!”
"ได้สิ!" หลินฟานตอบตกลงทันที
ถึงแม้ว่าเขาสัญญาว่าจะพาเสี่ยวหม่าไปหาอะไรกิน
แต่เนื่องจากเขายังไม่เห็นเสี่ยวหม่าเลย
มันก็คง...ไม่เป็นอะไรถ้าเขาจะเดินดูก่อน
เซินเหลียงถามขึ้นอีกครั้ง "เอิ่ม นายอยากกินกาแฟหรือเปล่า? ฉันคิดว่ารสชาติของมันก็คล้ายกับสตาร์บัคส์อยู่นะ"
หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เดินเข้าไปในห้องที่มีเครื่องดื่มโดยที่ไม่ได้รอให้หลินฟานตอบเลย
จากนั้น เซินเหลียงก็ชงกาแฟจากเครื่องชงกาแฟอย่างชำนาญแล้วส่งให้หลินฟาน
จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังขนมต่างๆที่วางซ้อนกันอยู่บนตู้ที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับพูดว่า "มีอะไรที่นายอยากกินไหม? ถ้ามีก็หยิบได้เลยนะ ทั้งหมดนี่เป็นของฟรีหมดเลย"
หลินฟานกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น ฉันขอกินขนมคิวคิวหน่อยแล้วกัน"
“นายยังชอบกินขนมนี้เหมือนเดิมเลยสินะ!” เซินเหลียงยิ้ม
หลังจากนั้น เซินเหลียงก็เดินเข้าไปข้างในพร้อมกับหลินฟานและพูดว่า “นี่คือแผนกออกแบบ รูปภาพข่าวมากมายมาจากที่นี่ทั้งหมดเลย”
"นี่คือแผนกข่าว มีบรรณาธิการมากมายอยู่ที่นี่"
"นี่คือแผนกเกม...คนในแผนกนี้มีเงินเดือนสูงสุด"
ในตอนที่เซินเหลียงกล่าวประโยคต่างๆเหล่านั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
"ส่วนตรงนั้นก็คือแผนกส่งเสริม"
...
ในขณะที่เซินเหลี่ยงแนะนำ หลินฟานก็พยักหน้าตามไปด้วย
ทั้งสองคนพูดคุยและหัวเราะกันอย่างมีความสุข ซึ่งเมื่อพวกเขามาถึงที่มุมๆหนึ่ง เซินเหลียงก็เลี้ยวไปชนกับกลุ่มคนเข้าพอดี
และเมื่อเขาเงยศีรษะขึ้นมา ร่างกายของเขาก็ถึงกับต้องแข็งทื่อ
เพราะคนที่เขาชน...คือกลุ่มคนที่มีผมแทรกข้างอยู่สองคน และสวมชุดสูทสีดำอีกแปดคน ซึ่งเขาก็คือผู้อำนวยการด้านเทคนิคของเพนกวินกรุ๊ปในสาขาเจียงเป่ยแห่งนี้!
ถัดจากผู้อำนวยการด้านเทคนิค ก็คือผู้จัดการทั่วไป รองผู้อำนวยการ รัฐมนตรีอีกจำนวนหนึ่ง... และประธานกลุ่มเพนกวิน คุณหม่า!
คนพวกนี้...ยืนอยู่ด้วยกัน!
นี่ฉันไปชนเข้ากับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ยังไงเนี่ย? !
ที่สำคัญ...นี่ก็ยังอยู่ในระหว่างการทำงานของฉันอีกด้วย!
ตอนนี้ ใบหน้าของเซินเหลี่ยนได้ซีดขาวอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเพนกวินกรุ๊ปถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในจีน และในขณะเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีแนวทางการทำงานที่เข้มงวด...
ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต่างก็อยากเข้ามาทำงานในเพนกวินกรุ๊ป
ซึ่งเซินเหลี่ยงก็ใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้เข้ามาทำงานที่นี่
ทุกอย่างกำลังจะพังลง!
ในขณะนั้นเอง เสี่ยวหม่าก็ยิ้มขึ้นก่อนจะพูดว่า "คุณหลิน คุณมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมคุณไม่ยอมบอกผมล่ะ ผมจะได้ไปรอรับคุณที่หน้าประตู!"
ขณะพูด เสี่ยวหม่าก็ยื่นมือขวาออกไปหาหลินฟาน
ซึ่งหลินฟานก็ยื่นมือขวาออกมาและจับมือกับเขาด้วยเช่นกัน
ในตอนนี้ ฉากนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เซินเหลี่ยงตกอยู่ในความงุนงงเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้จัดการทั่วไป ผู้อำนวยการ และคนอื่นๆที่อยู่รอบตัวเขาต่างก็ตกอยู่ในความงุนงงเช่นกัน
ซึ่งถึงแม้ว่าผู้จัดการทั่วไป ผู้อำนวยการ และคนอื่นๆ จะได้รู้จากคุณหม่าแล้วว่าอีกไม่นานจะมีแขกคนสำคัญมาถึง
แต่พวกเขาก็คิดว่าแขกคนสำคัญที่เสี่ยวหม่าพูดถึงนั้นน่าจะมีอายุอย่างน้อยประมาณ 30 หรือ 40 ปี?
ในตอนแรก พวกเขาต่างก็คาดเดาว่าจะเป็นนายหลี่แห่งตู้เหนียง หรือเป็นประธานต้าหม่าแห่งอาลี
แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นเลย มันกลับกลายเป็นชายหนุ่มที่มีอายุประมาณยี่สิบปีเท่านั้น
ซึ่งในตอนที่ทั้งสองได้พบกันครั้งแรก เซินเหลี่ยงก็รู้ว่าหลินฟานนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตาม…
เขาไม่เคยคิดว่าหลินฟานจะรู้จักกับประธานเสี่ยวหม่า!
ถึงจีนจะมีหลายคนที่เป็นมหาอำนาจ
แต่ก็มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เสี่ยวหม่าจะพูดคุยด้วย?
เกิดอะไรขึ้น สถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไรกัน?
เสี่ยวหม่าไม่เพียงแต่รู้จักหลินฟ่านเท่านั้น เขายังริเริ่มทักทายหลินฟานด้วยการจับมือ และยังบอกว่าจะออกไปรับเขาที่หน้าประตูอีกงั้นหรอ? !
นี่…
นี่…
ตัวตนของหลินฟานคือใครกันแน่?
หลินฟานยิ้มและพูดว่า "ฉันบังเอิญพบกับเพื่อนเข้าพอดี และเขาก็พาฉันเดินชมรอบๆบริษัทอยู่ ดังนั้นฉันจึงไม่ได้บอกให้คุณทราบ"
เสี่ยวหม่าพูดอย่างดีใจว่า "โอ้ เพื่อนของคุณหลินหรอครับ?"
จากนั้นเขาก็ยื่นมือขวาออกไปทางเซินเหลียงและพูดว่า “สวัสดี ฉันชื่อเสี่ยวหม่า นายชื่อว่าอะไรหรอ?”
คนอย่างเสี่ยวหม่ากล่าวทักทายและถามชื่อคนอย่างฉันหรอเนี่ย?
“ตึกตัก ตึกตัก!”
ในขณะนี้ เซินเหลียงรู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบจะพุ่งออกมา เขาพูดอย่างตื่นเต้น “เซินเหลียง ผมชื่อเซินเหลียงครับ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็ยื่นมือออกไปจับมือขวาของประธานหม่าไว้อย่างแน่น