ภัยใต้ทะเล

ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง…

โลกสีน้ำเงินที่เคยสงบสุข อยู่ดีๆก็เกิดประตูมิติขนาดเล็กและขนาดใหญ่ บนฟ้า บนดิน ใต้น้ำ ปรากฏขึ้นมามากมาย หลายร้อยแห่งทั่วโลก มีสัตว์ป่า สัตว์อสูร สัตว์บรรพกาล หน้าตาน่าเกียจน่ากลัว นับร้อยนับพันตัว ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน โผล่ออกมา ข้ามผ่านประตูเข้ามาในโลกแห่งนี้ หลั่งไหลเข้ามาเป็นฝูงเหมือนดั่งสายน้ำ

นอกจากนั้นแล้ว โลกก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้น มีภูเขา แม่น้ำ แผ่นดินเกิดขึ้นใหม่มากมาย และนี่ไม่ใช่ว่ามันพึ่งเกิดขึ้น แต่ความจริงแล้ว มันถูกซ่อนอยู่ เป็นเหมือนพื้นที่พับ เมื่อคลี่พื้นที่ออก พื้นที่นั้นก็ปรากฏตัว

โลกกำลังเกิดหายนะ… ภัยพิบัติร้ายแรงทำลายล้างมนุษยชาติ… สัตว์ป่ากลายพันธุ์… มนุษย์โลกและคนตายกลายพันธุ์… ผู้คนขาดแคลนอาหาร… สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมเลวร้าย… ยุคสมัยและอารยธรรมถูกทำลาย… ความป่าเถื่อนโหดร้ายในจิตใจถูกปลุกขึ้นมา… โลกของผู้เข้มแข็งกดขี่ผู้อ่อนแอได้คืนกลับมา…

ไม่รู้ว่าหายนะนี้จะจบลงเมื่อไหร่...

...

กองทัพของแต่ละประเทศได้ส่งคนเข้าไปสำรวจในพื้นที่นั้นมากมาย สุดท้ายคนพวกนั้นก็ไม่เคยได้กลับมา เคยมีการส่งระเบิดนิวเคลียร์ โจมตีหรือระเบิดประตูมิติบนฟ้าทิ้ง มันกลับขยายขนาดใหญ่หนักกว่าเดิม และมีสัตว์อสูรขนาดใหญ่กว่าเดิมเข้ามาในโลก สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายมากกว่าเดิม โลกตะวันตก โลกฝั่งยุโรปที่เคยสะสมนิวเคลียร์เป็นงานอดิเรก ต่างไม่ยอมแพ้ ดันทุรังทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่พวกมัน ไม่คาดคิด พวกมันยิ่งกลายพันธุ์แข็งแกร่งมากกว่าเดิม คนอื่นๆภายในโลกต่างก็ต้องยอมรับชะตากรรม พากันร่วมมือ ต่อสู้กับคลื่นสัตว์อสูรต่างโลกที่เข้ามาในโลก…. พยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อันเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้น

มีข้อดีเพียงอย่างเดียว คือ อาวุธหนักสามารถต่อกรกับคลื่นสัตว์อสูรที่เข้ามาในโลกได้บางส่วน ทว่า นับวันสัตว์อสูรที่เข้ามา พวกมันจะตัวใหญ่มากยิ่งขึ้น และแข็งแกร่งมากกว่าเดิม นอกจากนั้น บรรดา สัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง รวมทั้ง มนุษย์ที่ตกตายลงไป พวกมันกลับกลายเป็นซอมบี้ ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงค่อยๆหลบลี้ภัยไปอยู่ใต้ดิน และใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก มันเหมือนกับโลกในหนังหรือละครที่มนุษย์เคยสร้างให้ดูเพื่อความบันเทิง

สัตว์อสูรพวกนั้น บางคนจึงเรียกมันว่าไคจู ตามหนังที่เคยดู พวกมนุษย์ที่ตกตายลงไปแล้วกลายพันธุ์ จึงเรียกมันง่ายๆว่าซอมบี้ เพราะเมื่อโดนซอมบี้กัดก็กลายเป็นพวกมัน เหมือนอย่างในหนัง หากแต่ความจริงแล้ว ไม่มีหุ่นยนต์รบตัวใหญ่เหมือนกับในหนังเข้ามาต่อกรกับไคจู มีเพียงอาวุธหนัก จากเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รถถัง ปืนพก ปืนกลมือ และหน่วยงานทางทหารเท่านั้น ที่พอจะพึ่งพาได้

แต่นับวันดูเหมือนว่าจะต่อกรพวกมันด้วยยาก ปืนกลมือที่เคยทรงอานุภาพ พวกมันนับวันยิ่งด้อยค่าลง เพราะกระสุนปืนก็หายากพอๆกับน้ำและอาหาร

หลังจากผู้คนได้เริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม พวกมันได้แบ่งระดับหรือเลเวลซอมบี้และสัตว์อสูรเพื่อให้ เข้าใจง่าย สัตว์อสูรระดับต่ำ หรืออสูรเวเวลหนึ่ง หรือซอมบี้เลเวลหนึ่ง ปืนพกหรือปืนกลสามารถฆ่าพวกมันได้ หากเป็นสัตว์อสูรหรือซอมบี้เลเวลสองขึ้นไป ไม่สามารถยิงเข้าเนื้อพวกมันได้ แถมพวกมันยังทรงพลังและแข็งแกร่งหลายเท่า ต้องเป็นระดับลูกระเบิด ปืนยิงลูกระเบิด ปืนอาร์พีจี หรือปืนใหญ่จากรถถัง ถึงจะสร้างความเสียหายให้พวกมันได้ คนธรรมดา หากพบเจอพวกมัน ทำได้เพียงหนีได้อย่างเดียว

สามปีหลังจากนั้น ไม่เพียงสัตว์อสูร ยังมีสิ่งคล้ายมนุษย์ ข้ามผ่านประตูมิติมา พวกมันมีส่วนคล้ายคลึงมนุษย์ มีแขนขา มีศีรษะ มีลำตัว มีหู มีปาก มีจมูก เพียงแต่รูปร่างหน้าตาแปลกแตกต่างจากมนุษย์พอสมควร บ้างสูงใหญ่ บ้างเล็กเตี้ย บ้างมีหางเหมือนงู หางเหมือนจรเข้ มีศีรษะเหมือนหมา เหมือนจรเข้ เหมือนพวกมันหลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซี ที่สำคัญพวกมันแข็งแกร่งพอๆกับสัตว์อสูรเลเวลสอง ยิ่งเป็นภัยคุกคามใหญ่กว่าเดิมมากนัก เพราะพวกมันฉลาดกว่าสัตว์อสูรธรรมดา วิธีการวางกับดักใช้ได้ผลกับพวกมันเพียงระยะแรกๆเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูร หรือมนุษย์ต่างดาวพวกนี้ สิ่งที่มีคล้ายกันก็คือ ดูเหมือนพวกมันกำลังหนีอะไรบางอย่างเข้ามายังโลกใบนี้ คล้ายถูกกวาดต้อนเข้ามาโลกใบนี้อย่างไม่ค่อยเต็มใจมากนัก…

…..

"คนที่มองเห็นโลกไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งเล็กๆน้อยๆ ความตายหาใช่จุดจบ ผลไม้แห่งราตรี จะงอกงามและปกคลุมไปทั่วนภาอันมืดมิด ปรสิตแห่งความตายจะหยุดอยู่สวรรค์และโลกนิจนิรันดร์…"

"…"

เสียงเพลง ที่แกะถ้อยคำออกมาจากคำจารึกที่มาจากต่างโลก นำมาแต่งทำนองเป็นบทเพลง ยังคงบรรเลงอยู่บนเรือสำราญ สลับกับเสียงกรีดร้องของผู้คนบนเรือ ไม่นานเท่าไหร่ก็เหลือเพียงเสียงเพลงที่ยังคงดังอยู่ ดังจนมันหมดพลังงาน บนเรือจึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมและคลื่นลมในทะเลเท่านั้น…

…..

ยังมีกลุ่มคนมากมายดิ้นรนเอาชีวิตรอด ยังมีกลุ่มคนมากมายที่ไม่สนว่าโลกจะล่มสลายยังไง พวกมันก็สนแต่ตัวเองและพวกของตัวเอง ยังคงเล่นสนุกไปวันๆ และตกตายลงไปอย่างไม่มีใครสนใจพวกมันด้วยเช่นกัน และยังมีกลุ่มคนมากมาย ที่อุทิศตนต่อสู้กับสัตว์อสูร และกู้ภัย ช่วยเหลือผู้อื่น

ไม่นานเท่าไหร่ ก็มีเรือดำน้ำโผล่ขึ้นมาจากใต้ทะเล มีอุปกรณ์บางอย่าง ส่งคลื่นสัญญาณเข้าไปสำรวจเรือสำราญ เมื่อไม่มีสัญญาณชีพของมนุษย์ เหลือเพียงซอมบี้ไม่กี่สิบตัว พวกมันก็ส่งเรือเล็กออกไป พร้อมหน่วยรบพิเศษ ที่มีปืนกลมือ ขึ้นไปเก็บกวาด ฆ่าซอมบี้และเก็บเกี่ยวหินพลังงานในสมองพวกมันกลับมา ไม่นาน เรือดำน้ำลำนั้นก็มุดดำลงน้ำลงไปเหมือนเดิม…

ใต้น้ำเอง ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เมื่อเรือดำน้ำ ดำลึกลงมาไม่เท่าไหร่ พวกมันก็พบกับภัยคุกคาม มันเป็นปลาหมึกยักษ์ ที่ใหญ่ยักษ์ยังกะตึก หนวดมันใหญ่พอๆกับโบกี้รถไฟ ตัวมันจึงใหญ่กว่าเรือดำน้ำประมาณห้าเท่า แม้มันอยู่ห่างออกไปเป็นสิบกิโลเมตร แต่ในเรือดำน้ำก็สามารถจับสัญญาณมันได้ ปลาหมึกเองก็จับสัมผัสเรือดำน้ำลำนี้ได้ด้วยเหมือนกัน และดูเหมือนมันจะมุ่งหมายเข้าทำลายเรือดำน้ำ อย่างประสงค์ร้าย

ทันทีที่กัปตันสัมผัสได้ถึงอันตราย เสียงสั่งการของกัปตันเรือร้องสั่งออกไป พลปืนก็ปล่อยตอปิโดออกไปทันทีโดยไม่รอช้า เสียงระเบิดดังตูมตาม ส่งคลื่นกระแทกออกไปใต้น้ำ สร้างคลื่นใต้น้ำขึ้นมาหลายสาย หนวดปลาหมึกขนาดใหญ่ยักษ์ขาดไปเส้นหนึ่ง ตกลงไปในพื้นทะเล แล้วหนวดมันก็งอกขึ้นมาใหม่ แล้วเร่งความเร็วขึ้นไปอีก ลอยเข้าหาเรือดำน้ำ ในเรือดำน้ำเองก็ใช้ทุกสิ่งที่พวกมันมี เล็งไปยังปลาหมึกยักษ์กลายพันธุ์ เสียงดังตูมตามดังไม่หยุด แต่ในตอนที่ปลาหมึกกำลังจะลอยเข้ามาใกล้เรือดำน้ำนั่นเอง ดูเหมือนมันจะตัวสั่นออกมา ตัวมันรีบหันหลัง ลอยหนีไปทางที่มันจากมาทันที นั่นก็เพราะว่า มันมีตัวอันตรายกว่า ที่มันหวาดกลัวด้วยเหมือนกัน

คนในเรือดำน้ำไม่สามารถส่งสัญญาณออกไปตรวจสอบได้ว่ามันคืออะไร แต่เพียงไม่นาน พวกมันก็จับสัญญาณได้ว่า ปลาหมึกยักษ์ที่น่ากลัวตัวนั้น ตัวมันก็ระเบิดตัวแตกตาย เศษชิ้นส่วนกระจัดกระจาย เลือดสีฟ้ารวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานขนาดเล็กสีฟ้าเรืองแสงคล้ายไข่มุกเท่ากำปั้น จมลงไปใต้ทะเล

ถึงแม้คนในเรือดำน้ำจะรู้ว่าก้อนพลังงาน หรือที่เรียกว่าหินวิญญาณพวกนี้ จะมีมูลค่าสูงเพียงใด ยิ่งก้อนใหญ่ยิ่งมากคุณค่า แต่พวกมันก็ไม่กล้าเสี่ยง และไม่โง่อยู่ภายในพื้นที่อันตรายนี้ต่อไป พวกเขารีบเคลื่อนไหวจากไปทันที…

ตอนก่อน

จบบทที่ ภัยใต้ทะเล

ตอนถัดไป