ค่าความชื่นชอบสูงขึ้น !
ร้านอาหารมิชลินระดับ 2 ดาว ตั้งอยู่บนชั้น 37 ของอาคารเป่าเจีย
โคมไฟอัญมณีแสนอบอุ่น โต๊ะและเก้าอี้ไม้ที่ทำมาจากหนังแท้ แผงขายของที่ทำด้วยผ้าขนสัตว์ และหน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดาน... ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ในวังหยุนติง และมันก็เป็นความเพลิดเพลินที่หาที่เปรียบมิได้
ทันทีที่หลินฟานและซ่งเจียซินเดินเข้ามา พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งก็ถามออกมาอย่างสุภาพว่า "สวัสดีครับคุณชายและคุณหญิง ไม่ทราบว่าคุณได้จองโต๊ะเอาไว้หรือเปล่าครับ?"
“แซ่ของฉันคือซ่ง จองโต๊ะที่ 9 เอาไว้แล้ว” ซ่งเจียซินกล่าว
ซึ่งเมื่อพนักงานเสิร์ฟได้ยิน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
ต้องรู้ว่า……
ธรรมดาที่ร้านแห่งนี้ก็ถือว่าจองแยกมากอยู่แล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือโต๊ะหมายเลข 9
เนื่องจากโต๊ะหมายเลข 9 นั้นตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างหน้าต่างที่สูงจากพื้นอย่างมาก สูงจนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้สุดลูกหูลูกตา และในขณะเดียวกันก็สามารถเพลิดเพลินกับบริการที่ดีที่สุดของร้านอาหารแห่งนี้อีกด้วย
หากเป็นคนธรรมดาคงไม่มีทางที่จะจองได้เลย ต้องเป็นคนที่มีสถานภาพยิ่งใหญ่เท่านั้น
จากนั้น หลังจากที่หลินฟานและซ่งเจียซินนั่งลง พนักงานเสิร์ฟก็หยิบเมนูออกมาวางแล้วพูดอย่างสุภาพว่า "คุณชายและคุณหญิงต้องการจะรับประอาหารอะไรดีหรอครับ"
ซ่งเจียซินพลิกเมนูและพูดกับหลินฟานว่า "ฟัวกราส์และชีสหอยทากของที่นี่อร่อยดีนะ นายอยากลองกินไหม?"
หลินฟานพูด " เธอสั่งมาได้เลย เพราะอันไหนที่เธอคิดว่าอร่อย ฉันก็เชื่อว่ามันจะต้องอร่อยมากแน่ๆ!"
ประโยคที่หลินฟานพูดออกไปนี้ เขาไม่ได้ต้องการจะเอาใจซ่งเจียซินเลย
เพราะท้ายที่สุด ซ่งเจียซินก็เป็นถึงลูกสาวของตระกูลซ่ง และเธอก็น่าจะเคยได้ลิ้มลองอาหารรสเลิศมามากมายตั้งแต่วัยเด็ก
เธอคงไม่มีทางที่จะสั่งอาหารรสชาติแย่ๆมาอยู่แล้ว?
ซึ่งซ่งเจียซินเองก็ไม่รู้ว่าเธอเคยได้ยินคำพูดที่คล้ายกันแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง
และแต่ละครั้งที่เธอได้ฟังก็ไม่สามารถทำให้เธอมีความสุขได้เลย
แถมเธอยังรู้สึกเลี่ยนและอยากจะอ้วกออกมาซะมากกว่า
แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินฟาน ปากของซ่งเจียซินก็กระตุกขึ้นทีละนิด และไม่นานก็เผยให้เห็นรอยยิ้มอันแสนหวานของเธอ เธอพูดต่อ" งั้นฉันจะเลือกให้นายเองนะ"
"ได้เลย" หลินฟานกล่าว
ด้วยเหตุนี้ ซ่งเจียซินก็หันไปบอกกับพนักงานเสิร์ฟว่า “เอาฟัวกราส์ 2 จาน หอยทากชีส 1 ตัว สเต๊ก M5 ที่ทอดเป็นเวลา 7 นาที 2 ชิ้น ปลาผัดแห้ง… ของหวานอีก 2 อย่าง และก็ไวน์โรมานีคอนติที่บ่มมาเป็นเวลา 10 ปีหนึ่งขวด "
พนักงานเสิร์ฟจดเมนูและพูดว่า "กรุณารอสักครู่นะครับ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง"
เหมาะสมแล้วที่ร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่นิยม และได้รับดาวดาวมิชลินมาถึง 2 ดวง
เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ของว่างชั้นเยี่ยมต่างๆก็ถูกนำมาเสิร์ฟ
จากนั้น เมื่อกินของว่างเหล่านั้นจนหมด ฟัวกราส์ หอยทากชีส ปลาผัดแห้ง สเต็ก M5 และอาหารอื่นๆก็ถูกนำมาเสิร์ฟตามลำดับ
ฟัวกราส์นุ่มไม่มีกลิ่นคาว ชีสหอยทากก็นุ่ม เนื้อปลาผัดแห้งเองก็กรอบ...
แต่ละจานมีลักษณะเฉพาะของตัวเองและก็ยังอร่อยอย่างมาก
อาหารเหล่านี้ทำให้หลินฟานถึงกับต้องพยักหน้า
ซึ่งเมื่อเห็นสิ่งนี้ ซ่งเจียซินก็แสดงรอยยิ้มอันแสนหวานออกมาพร้อมกับยกแก้วขึ้นแล้วพูดว่า "เอ้า ชนนน"
"ชนนน!" หลินฟานพูดตาม
“เป๊ง!”
แก้วของทั้งสองกระทบกันเบา ๆ ทำให้เกิดเสียงที่คมชัดดังขึ้นมา
จากนั้นหลินฟานก็นำแก้วที่ใส่ไวน์แดงมาวางไว้ข้างจมูกของเขาแล้วดมอย่างช้าๆ และเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของไวน์โรมานีคอนติได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็เริ่มเขย่าแก้วเบาๆ เพื่อที่จะทำให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายขึ้นไปอีก
และหลังจากที่ทำอย่างนั้นจนเสร็จ หลินฟานก็เริ่มจิบไวน์แดงเล็กน้อย
"ทันทีที่ไวน์แดงเข้ามาในปากของเขา มันก็เหมือนกับว่ามีสายลมจางๆผัดผ่านผิวหนังอย่างไงอย่างงั้น รสชาติของมันเบา หวานและหอมหวน...รสชาติของโรมานีคอนติชั่งดีจริงๆ" หลินฟานพยักหน้า
ฉากนี้……ได้ตกอยู่ในสายตาของซ่งเจียซิน
ซึ่งมันก็ทำให้ดวงตาที่ราวกับอัญมณีของเธอส่งแสงวิบวับออกมาทันที เธออดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชม “ถ้านายไม่ได้มีใบหน้าแบบคนจีน ฉันคงคิดว่านายเป็นขุนนางหรือเจ้าชายจากยุโรปไปแล้ว”
“ฉันเริ่มอยากจะเจอกับพ่อแม่ของนายแล้วสิ พวกเขาสอนนายมาได้ดีมากเลย”
หลินฟานพูด "เธออาจจะผิดหวังก็ได้นะ เพราะพ่อแม่ของฉันนั้นธรรมดามากเลยล่ะ"
ทั้งสองพูดคุยกันขณะทานอาหารอย่างผ่อนคลาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
และเมื่อพวกเขากินอาหารกันจนเสร็จ พวกเขาก็เดินออกมา ซึ่งท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ในตอนนี้ หากมองออกไปไกลๆตามทางเดิน ก็จะสามารถเห็นแสงไฟที่กำลังส่องประกายราวกับดวงดาวได้
ซ่งเจียซินยิ้มขึ้นก่อนจะถามว่า "ฉันได้ยินมาว่า... นายร้องเพลงได้หรอ?"
หลินฟานคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พอรู้แล้วว่าเธอรู้มาจากไหน
เขาจึงตอบกลับไปว่า "ใช่แล้ว"
“นายร้องเพลงให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?” ซ่งเจียซินถามอีกครั้ง
“ร้องเพลงที่นี่ ตรงนี้เลยงั้นหรอ?” หลินฟานถามกลับ
หลังจากที่หลินฟานพูดแบบนี้กลับไป ซ่งเจียซินก็ชี้ไปยังร้านกีตาร์ที่อยู่ไม่ไกลพร้อมกับพูดว่า "งั้นเราไปที่ร้านนั้นกันเถอะ"
ในร้านกีตาร์แห่งนี้กว้างขวางและสว่างสดใส ซึ่งก็มีกีตาร์ทุกชนิดแขวนอยู่มากมาย
จากนั้นในเวลานี้ หลินฟานก็หยิบกีตาร์ขึ้นมาและลองดีดสาย ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงที่คมชัด เขาก็ถามว่า “เธออยากฟังเพลงอะไรล่ะ?”
"กาแล็กซี่" ซ่งเจียซินพูดตอบ
หลินฟานพยักหน้า...
ซึ่งทันทีหลังจากนั้น เขาก็ดีดสายกีตาร์อย่างรวดเร็ว และเสียงเพลงก็ดังก้องกังวานขึ้นในร้านขายกีตาร์ทันที
วินาทีต่อมา……
หลินฟานก็เริ่มเปิดปากของเขา "ในคืนที่ท้องฟ้าโปร่งและไร้เมฆ พระจันทร์เต็มดวงลอยอยู่บนท้องฟ้า มีหญิงสาวกำลังเต้นรำไปตามสายลม นุ่มราวกับสายน้ำ..."
ก่อนหน้านี้ที่หลินฟานดื่มไวน์ เขาก็ถูกเปรียบว่าเหมือนกับขุนนางหรือเจ้าชายจากยุโรป
แต่ในตอนนี้ที่หลินฟานกำลังร้องเพลง เขาก็ได้เปรียบเสมือนกับอัศวินในสมัยก่อนที่กำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเธอก็รู้สึกทึ่งในความสง่างามของหลินฟานอย่างมาก
และฉากที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ก็ทำให้ใบหน้าที่สวยงามของซ่งเจียซินนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงแล้วเรียบร้อย
“ในที่สุด ในที่สุดฉันก็แยกความโกลาหลและจักรวาลออกจากันด้วยดาบเพียงเล่มเดียว!”
หลินฟานร้องประโยคสุดท้ายของพลง และมือของเขาก็หยุดเล่นกีตาร์ในเวลาต่อมา
"เจ๋งโคตรๆ!"
เจ้าของร้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับปรบมือออกมา เขาอดไม่ได้ชื่นชมว่า “การร้องเพลงก็สุดยอด การเล่นกีตาร์ก็ยังสุดยอดขึ้นไปอีก!”
หลินฟานพูด"ขอบคุณมากสำหรับคำชม แต่ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ"
ในตอนนี้ ซ่งเจียซินที่กำลังตกตะลึงจากบทเพลงของหลินฟานก็ค่อยๆได้สติกลับมาหลังจากได้ยินการสนทนาของทั้งสองคน เธอกล่าวว่า "นายจะถอมตัวทำไม...เพลงที่นายร้องและบรรเลงออกมาเมื้อกี้มันดีมากจริงๆ"
หลินฟานพูดอย่างยิ้มๆ "จริงหรอ? แต่ฉันว่าเพลงนี้มันเหมาะกับเสียงของผู้หญิงมากกว่า ถ้าวันที่ 29 ว่างก็ไปฟังด้วยล่ะ"
“งั้นนายก็เอาตั๋วมาให้ฉันสิ” ซ่งเจียซินกล่าว
หลินฟานพูด "ได้เลย"
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากร้านกีตาร์และมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยเจียงเป่ย
ซึ่งในระหว่างทาง หลินฟานกับซ่งเจียซินก็พูดคุยกันและหัวเราะเป็นครั้งคราว
และไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงที่หอพักชั้นล่าง
จากนั้นในตอนนี้ ซ่งเจียซินก็กล่าวว่า "งั้นฉันขึ้นไปที่ห้องก่อนนะ!"
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดอย่างนั้น แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้บ่งบอกถึงการอยากจะจากลาเลย
ซึ่งหลินฟานก็คุ้นเคยกับแววตาแบบนี้เป็นอย่างดี
เพราะเขาเคยเห็นมาจากอาจารย์เทียนเถียน, ชูหยุนเยว่, ฉิวจือเฉียน, หวงหลิง, เซี่ยเสว่, เซี่ยปิง และคนอื่นๆ...
และหลังจากเห็นเช่นนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะใช้ดวงตาแห่งความจริงมองไปที่ซ่งเจียซิน
[คะแนนหน้าตา: 95]
[คะแนนความชื่นชอบ: 89]
ค่าความชื่นชอบสูงถึง 89!
นี่เป็นค่าความชอบที่สูงมากเลยนะ!
จากประสบการณ์ของหลินฟาน เมื่อระดับความชื่นชอบถึง 90 หรือมากกว่านั้นเมื่อไหร่ เขาก็จะสามารถกลายเป็นคู่รักได้ทันที