ยืนรอ
มหาวิทยาลัยเจียงเป่ย ชั้นล่างของหอพักหญิง
ตั้งแต่เช้า เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงก็มายืนรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่หน้าหอพักและมองไปข้างหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
ในสายตาของพวกเธอ... ล้วนเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ในขณะนั้นเอง เพื่อนร่วมห้องที่มีชื่อว่าจ้าวหนี่ก็ได้กลับมาจากการออกไปเที่ยวข้างนอกพอดี ซึ่งเมื่อเธอเห็นฝาแฝด เธอก็เดินเข้าไปถามด้วยความประหลาดใจ "เซี่ยเสว่ เซี่ยปิง ทำไมพวกเธอถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ? เธอยืนตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงตอนนี้เลยหรอ?
แม้ว่าเซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงจะเป็นพวกเก็บตัว และไม่ค่อยคุยกับเพื่อนร่วมห้อง
แต่อย่างไรก็ตาม จ้าวหนี่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความใจดีของทั้งสองคน
ดังนั้นเธอจึงยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับฝาแฝด
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงไม่ชอบโกหก พวกเธอจึงพูดตามความจริง "ใช่แล้ว...ใช่แล้ว"
"เธอรออะไรที่นี่ ได้กินข้าวเย็นกันแล้วหรือยัง?” จ้าวหนี่ถาม
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงกล่าว "ยังเลย…..ยังเลย"
“ยังงั้นหรอ? เดี๋ยวก่อน พวกเธอได้กินข้าวเที่ยงกันหรือเปล่าเนี่ย?” จ้าวหนี่ถามอีกครั้ง
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงส่ายหัวด้วยความอับอาย
"ฮะ?!" จ้าวหนี่เบิกตากว้างทันทีและกล่าวว่า “พวกเธอยืนทำอะไรอยู่ ไปกินเดี๋ยวนี้เลย!”
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงลังเลและพูด "เรา... เรากำลังรอใครบางคนอยู่น่ะสิ"
“ใครกัน ที่ทำให้พวกเธอต้องมายืนรอแบบนี้! นี่จะผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆแล้วนะ! ” จ้าวหนี่ตะโกน
หลังจากพูดจบ เธอก็กำลังจะลากทั้งสองคนไปที่โรงอาหาร
"ฟึบฟึบฟึบฟึบ!"
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงดังแปลกๆก็ดังขึ้นมาจากด้านบน และก็เหมือนกับว่ามันกำลังเข้ามาไกล้เรื่อยๆด้วย
จากนั้น ในวินาทีต่อมา เฮลิคอปเตอร์สุดเท่ก็ได้ปรากฏตัวอยู่เหนือมหาวิทยาลัยเจียงเป่ย
ซึ่งฉากนี้...ก็ได้รับความสนใจจากใครหลายคนอย่างมาก
“บ้าเอ๊ย นี่มันเฮลิคอปเตอร์!”
"เฮลิคอปเตอร์มาที่มหาวิทยาลัยของเรา!"
"เจ๋งโคตร!"
ซึ่งในขณะที่หลายๆคนกำลังแหงนมองท้องฟ้าและพูดชื่นชม บันไดเชือกก็ได้ตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์
และชายร่างสูงหน้าหล่อก็ค่อยๆเดินลงบันไดเชือกมาอย่างช้าๆ
เขาคนนั้นก็คือ หลินฟาน!
ซึ่งเมื่อเห็นสิ่งนี้...
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงก็เหมือนกับว่าเธอกำลังโดนดวงอาทิตย์ยามเย็นส่องแสงสีส้มมาแผดเผาพวกเธออยู่ มันทำให้ดวงตาของพวกเธอเปล่งประกายและก็ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นในทันที
จากนั้นในตอนนี้ หลินฟานก็ยิ้มขึ้นก่อนจะพูดว่า "พวกเธอยืนรอฉันนานหรือเปล่า?"
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงส่ายหัว จากนั้นพวกเธอรีบยื่นขวดน้ำจากกระเป๋าเป้ใบเล็กที่อยู่ด้านหลังของพวกเธอออกมาให้หลินฟานอย่างรวดเร็ว
เกี่ยวกับเรื่องนี้...
หลินฟานก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี เขารับขวดน้ำมาและทำการจิบน้ำทั้งสองขวด
ซึ่งหลังจากที่เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงเห็นหลินฟานจิบน้ำ ใบหน้าของพวกเธอก็ดูมีความสุขขึ้นไปอีก
หลินฟานกล่าว "งั้นเราไปกันเถอะ"
ในขณะนั้นเอง จ้าวหนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก็พูดเสียงดังออกมา "ไปกันเถอะงั้นหรอ นายรู้ไหมว่า เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงยืนรอนายอยู่ตรงนี้มาทั้งวันเลย!"
“พวกเธอยังไม่ได้กินข้าวมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นเลยนะ! นายยังจะมีหน้ามาบอกว่าไปกันเถอะอีกหรอ คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง!”
ในตอนแรก จ้าวหนี่เองก็ตกใจกับเฮลิคอปเตอร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเช่นกัน
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้โวยวายหลินฟานออกไปในทันที
หลินฟานพูดออกมาอย่างประหลาดใจ "อะไรนะ? พวกเธอมายืนรอฉันทั้งวันเลยงั้นหรอ"
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกไป พวกเธอจึงก้มหน้าลงเหมือนกับเด็กน้อยที่มีความผิด
ในตอนนี้ หลินฟานก็จ้องมองไปยังใบหน้าที่เหนื่อยล้าของทั้งสองคน... และมันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเวลาที่พวกเธอมายืนรอเขาที่สนามบาสเก็ตบอลทุกวัน ซึ่งเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที
เขายื่นมือออกมาลูบหัวพวกเธอเบาๆแล้วพูดว่า "ในอนาคตก็อย่าทำแบบนี้อีกล่ะ"
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงต่างก็พยักหน้างึกๆเหมือนกับเด็กน้อยตัวเล็กๆ
จากนั้น หลังจากหยุดไปชั่วครู่ หลินฟานก็พูดขึ้นอีกครั้ง " เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะมารับพวกเธอตอนไหน ต้องขอโทษด้วยนะ..."
"งั้นเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ"
เซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงตอบกลับ "อิ้ม"
หลังจากนั้น หลินฟานก็หันไปพูดกับจ้าวหนี่ "เธอจะไปด้วยกันหรือเปล่า? หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วเราก็จะไปดูคอนเสิร์ตกันต่อด้วย"
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงและบทพูดของจ้าวหนี่จะดูหยาบคายมาก
แต่หลินฟานก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลย
เพราะเขาเข้าใจดี... ว่าจ้าวหนี่คงจะเป็นห่วงเซี่ยเสว่กับเซี่ยปิงจริงๆ
ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจ้าวหนี่จะตระหนักได้ว่าเธอน่าจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เธอจึงพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก "ฉัน...ฉันกินไปแล้ว ไม่ไปหรอก"
หลินฟานไม่ได้บังคับอะไร เขากล่าวลาและก็เดินเข้าไปในเฮลิคอปเตอร์ตามบันไดเชือกกับเซี่ยปิงและเซี่ยเสว่
"ไปโรงแรมเอ็มเพอเรอร์"
นักบินทั้งสองตอบว่า "ครับ!"
“ฟึบฟึบฟึบฟึบ!”
หลังจากเสียงใบพัดเริ่มดังขึ้น มันก็พุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว และไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั้นบนสุดของโรงแรมเอ็มเพอเรอร์
จากนั้น ด้วยภายใต้การนำทางของพนักงานที่รออยู่ชั้นบนสุด หลินฟานและคนอื่นๆก็ได้มาถึงที่ห้องVIPอย่างรวดเร็ว
ซึ่งในตอนนี้ บนโต๊ะก็ได้มีอาหารวางไว้รออยู่แล้ว
หลินฟานหยิบซุปทั้งสองชามให้กับเซี่ยปิงและเซี่ยเสว่แล้วพูดว่า "พวกเธอไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลยใช่มั้ย กินซุปนี้ไปก่อนนะ มันจะทำให้พวกเธอรู้สึกดีขึ้น"
เซี่ยปิงกับเซี่ยเสว่พยักหน้าขึ้นลงไปมา
“ซูด!”
“ซูด!”
น้ำในชามซุปหมดอย่างรวดเร็ว
จากนั้น หลินฟานก็หยิบจานอาหารให้กับพวกเธอแล้วพูดว่า "กินพาสต้าเพิ่มเพื่อเพิ่มพลังงานสักหน่อย"
...
ในขณะที่เซี่ยปิงและเซี่ยเสว่กำลังรับประทานอาหารอยู่ ในตอนนี้ก็มีผู้คนยืนอยู่รอบๆเจียงเป่ยยิมนีเซียมอย่างมากมาย
เพื่อเตรียมรับมือกับอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น จึงมีทั้งรถดับเพลิงและรถพยาบาลจอดเรียงกันอยู่ด้านข้างเอาไว้เต็มไปหมด
ในตอนนี้ เหล่าคนที่สวมสูทและใส่รองเท้าหนัง โกนหัว สักนิ้ว หรือมีรอยสักบนตัว ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็พูดขึ้นว่า "ฉันไม่เคยเห็นงานอะไรจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย!"
“พี่หวาง เจ้านายของพี่น่าทึ่งมาก!”
"น่าทึ่งมากจริงๆ!"
หวางเซิงลี่ ผู้จัดการของบริษัทรักษาความปลอดภัยเฟยหลงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ "แน่นอน!"
ก่อนหน้านี้ ในตอนที่หลินฟานสั่งให้เขาทุบวิลล่า เขาคิดว่าหลินฟานจะเป็นคนผิดปกติ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เขาชื่นชมหลินฟานอย่างสุดใจ
และทันทีหลังจากนั้น หวางเซิงหลี่ก็พูดอย่างจริงจัง “พวกนายเห็นแล้วใช่ไหมว่ามีคนจำนวนมากอยู่ที่นี่ในคืนนี้ พวกนายต้องคอยดูแลทุกอย่าง อย่าให้มีอุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้นเด็ดขาด!”
ต้องรู้ว่า….ในวันนี้ หวางเซิงลี่ได้ดึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายร้อยคนจากบริษัทรักษาความปลอดภัยเฟยหลงเพื่อมาช่วยงาน
ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ยินในสิ่งที่หวางเซิงลี่พูด พวกเขาก็พยักหน้าและกล่าวว่า “พี่หวาง ไม่ต้องกังวลหรอก เราจะไม่ยอมให้มีอุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้นแน่นอน!”
จากนั้น ชายหัวล้านในชุดสูทก็พูดขึ้นมา "ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบ พี่เตะหัวผมแทนลูกบอลได้เลย!"
"ใช่แล้ว!"
"ผมด้วย!"
เมื่อเห็นว่าลูกน้องที่น่ารักของเขากล่าวเช่นนี้ หวางเซิงลี่ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ในอนาคต ถ้ามีโอกาสฉันจะพาพวกนายไปพบกับเจ้านายของฉันเอง"
ซึ่งเมื่อทุกคนได้ยินประโยคนี้ ทุกคนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นทันที
เพราะสำหรับพวกเขา…
บุคคลที่จะสามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่โตเช่นนี้ได้ คงจะต้องเป็นบุคคลที่มีอำนาจยิ่งใหญ่แน่นอน
และการที่จะได้พบกับบุคคลระดับนั้น มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจอย่างยิ่ง
“ขอบคุณครับพี่หวาง!” ทุกคนพูดพร้อมกัน
หวางเซิงหลี่กล่าว “เอาล่ะ ใกล้จะถึงเวลางานแล้ว เริ่มปฏิบัติงานตามตำแหน่งได้”
“โอเคครับ!”
จากนั้นในไม่ช้า ทางเข้าสิบด้านของเขต A B C D E F G H I J ของเจียงเป่ยยิมเนเซียมก็มีคนมาต่อแถวอย่างมากมาย แต่ด้วยภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมาก พวกเขาจึงเดินเข้าไปข้างในกันอย่างเป็นระเบียบ