คอนเสิร์ตเริ่มต้น

ทันใดนั้น เวทีอันมืดมิดก็สว่างไสวไปด้วยลำแสงจากไฟหน้ารถทั้ง 20 ดวง


และในขณะเดียวกัน บนเวทีขนาดใหญ่ก็เผยออกมาให้เห็นถึงรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธ่อมทั้ง 10 คัน


รถโรลส์-รอยซ์ แฟนธ่อมนั้นมีราคาตกคันละสิบล้านหยวน!


10 คัน ก็ 100 ล้านหยวน!


ซึ่งคนธรรมดาส่วนใหญ่ก็คงไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นมันแน่ๆ


แต่ในเวลานี้กับมีให้เห็นถึง 10 คันในเจียงเป่ยยิมเนเซียม


ทำให้ในขณะนี้ ได้เกิดเสียงตะโกนดังขึ้นมาทันที


“ไอ้บ้า นี่มันรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม!”


“ยิ่งกว่านั้น ยังมีตั้ง 10 คัน!”


"เท่มาก!"


"โรลส์-รอยซ์ แฟนธ่อมสะท้อนแทงเงาวิบวับเลย สวยจัดๆ!"


...


ในตอนนี้ เสียงอุทานเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดังขึ้นมาจากด้านในเท่านั้น


แต่ทางผู้ชมที่อยู่ด้านนอกเองก็ส่งเสียงตะโกนออกมาอย่างดังด้วยเช่นกัน


อาจจะเป็นเพราะว่าหน้าจอนั้นกลมกลืนไปกับความมืด จึงไม่มีใครสังเกตุเห็นในตอนแรก แต่ทันทีที่แสงได้ส่องลงมาบนเวที หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาดใหญ่ที่มีขนาดกว่า 100 ตารางเมตรก็ได้ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นมา


ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะนั่งอยู่ภายนอก แต่ด้วยจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาดใหญ่ ก็ช่วยทำให้เห็นโครงร่างและรายละเอียดของ โรลส์-รอยซ์ แฟนธอมได้อย่างชัดเจน


และด้วยลำแสงที่เกิดจากไฟหน้ารถทั้ง 20 ดวงของรถทั้ง 10 คะน ก็เป็นเหมือนกับแสงเลเซอร์ ที่พุ่งผ่านในตอนกลางคืน มันช่วยเพิ่มสีสันให้กับเวทีอย่างมาก


จากนั้น ในขณะที่ผู้ชมนับไม่ถ้วนกำลังรู้สึกตกตะลึง...


ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวก็ค่อยๆเดินขึ้นมาบนเวทีที่สูงหลายเมตร


ผู้หญิงคนนั้นก็คือ... ตัวเอกของคอนเสิร์ตในวันนี้ หลิงโหรว


“พึบพึบพึบ!”


ในเวลาเดียวกันที่เธอเดินขึ้นมาและได้หยุดอยู่ตรงกลางเวที เฮลิคอปเตอร์ก็ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าและยิงลำแสงอันเจิดจ้าไปยังร่างของหลิงโหรว


ทันใดนั้น ผิวขาวๆของเธอก็ส่องแสงสว่างขึ้นมา


และชุดกระโปรงยาวสีขาวของเธอก็เปร่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว


ชุดนี้ถูกฝังเพชรเอาไว้นับไม่ถ้วน!


เมื่อเห็นสิ่งนี้...


เหล่าผู้ชมก็ต่างตะโกนกันออกมาอีกครั้ง


"โอ้พระเจ้า! เธอสวยมาก!"


“นี่คือนางฟ้าใช่มั้ย?”


“การใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อฉายแสงลงมานี่มันอะไรกัน ยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว”


"แถมยังไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ธรรมดา มันคือ MD902 ที่มีมูลค่าถึง 45 ล้านหยวน!"


“ชุดของเธอเหมือนกับที่นักออกแบบหลุยส์วิตตองชื่อดังลอว์เรนซ์ดีไซขึ้นมาเลย!”


"ใช่ ฉันว่าใช่! ฉันเคยเห็นมันที่ศูนย์แสดงสินค้าแฟชั่นนานาชาติเมื่อไม่นานมานี้! ชุดนี้ประดับไปด้วยเพชร 365 เม็ด มีมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ!"


...


"แต่ว!"


ในขณะนั้นเอง เสียงเพลงที่แสนจะครึกครื้นก็ดังขึ้นมา


ซึ่งมันก็ดังราวกับว่าทุกคนกำลังสวมหูฟังอยู่อย่างไงอย่างงั้น มันทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและสนุกสุดเหวี่ยงได้ในทันที


พวกเขาถึงกับต้องตะโกนออกมาอีกครั้ง


"โอ้! พระเจ้า! ลำโพงที่ใช้ในคอนเสิร์ตนี้มันดังสุดยอดจริงๆ!"


"เครื่องเสียงนี้แพงไหมเนี่ย?" คนข้างๆถามขึ้น


แพงไหมงั้นหรอ? มันต้องแพงอยู่แล้วสิ นี่น่าจะเป็นระบบเครื่องเสียงชั้นนำของโลก หากจะติดตั้งในรถยนต์ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างน้อยหนึ่งล้านหยวน! และระบบเครื่องเสียงขนาดใหญ่ที่ใช้ในคอนเสิร์ตนี้น่าจะต้องใช้เงินอย่างน้อย 2 ร้อยล้านหยวน ไม่ใช่สิ อาจจะเป็น 5 ร้อยล้านหยวน!"


เมื่อคนรอบข้างได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็ถอนหายใจออกมาทันที


เพราะชุดเครื่องเสียงนี้มีราคาตั้ง 5 ร้อยล้านหยวน


สำหรับพวกเขาแล้ว คงไม่มีทางเอื้อมถึงในชาตินี้แน่ๆ


หลังจากผ่านไปได้ไม่นาน เพลงโหมโรงก็จบลง และหลิงโหรวที่ยืนอยู่บนเวทีก็ค่อยๆเปิดริมฝีปากของเธอขึ้นอย่างช้าๆ


“ต้นไม้บนภูเขามากมาย ลำธารไหลเชี่ยวกราก เหล่าคนหล่อร่ายรำดาบ และใบไม้ที่ร่วงหล่นอย่างสวยงาม...”


การร้องเพลงของเธอนั้นดูผ่อนคลายอย่างมาก... ซึ่งด้วยพรสวรรค์จากเสียงของเธอ ก็ได้สะกดจิตใจของผู้ชมไปแล้วเรียบร้อย และเสียงนี้ก็ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมองเห็นภาพชีวิตอันยอดเยี่ยมของผู้กล้าในสมัยโบราณ


ทุกคนจมอยู่ในนั้นและไม่สามารถหลุดออกมาจากภวังค์ได้เลย


จากนั้นไม่นาน บทเพลงก็จบลง


"เปาะแปะ!"


ทันทีที่เพลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังก้องไปทั่วสถานที่นี้ทันที


หลิงโหรวฟังเสียงปรบมือจากผู้ชม และมองดูการแสดงออกอันตื่นเต้นของผู้ชม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ได้ทำให้น้ำตาของเธอค่อยๆไหลรินออกมาทีละนิด


เธอรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง และรู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่ทุกคนชอบบทเพลงของเธอ


จากนั้นหลิงโหรวก็หันหน้าไปมาราวกับว่ากำลังมองหาใครบางคนอยู่พักหนึ่ง


และในไม่ช้า เธอก็มองเห็นหลินฟานที่กำลังนั่งพยักหน้าให้เธออยู่


ซึ่งหลิงโหรวก็เข้าใจดี ว่าทั้งหมดนี้...เกิดขึ้นได้เพราะหลินฟาน


จากนั้น หลังจากที่เสียงปรบมือหยุดลง หลิงโหรวก็กล่าวว่า "ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือของทุกคนนะคะ"


“ฉันชื่อหลิงโหรว ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันชอบศิลปะการต่อสู้มาก ฉันเคยซื้อ 'กลโกงศิลปะการต่อสู้' จากแผงขายของข้างถนนและแอบฝึกอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานเลยค่ะ”


“และหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ฉันก็รู้สึกว่าฉันเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้แล้ว ฉันจึงวิ่งออกไปต่อสู้กับพวกที่เคยรังแกฉันมาก่อน ซึ่งผลก็คือ... ฉันถูกทุบตีและร้องไห้กลับมาค่ะ”


ผู้ชมไม่คาดคิดว่าสาวงามบนเวทีจะมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน พวกเขาจึงหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ฟัง


ซึ่งหลิงโหรวก็พอใจกับปฏิกิริยาของทุกคนอย่างมาก เธอพูดต่อว่า “ต่อมา ในที่สุดฉันก็เข้าใจ ว่าฉันคงไม่สามารถเป็นอัจฉริยะด้านศิลปะการต่อสู้ หรือเป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้ได้”


“ฉันจึงทำได้แค่จินตนาการว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเขียนเพลง "ระบำดาบ" บทเพลงเมื่อครู่นี้ขึ้นมา”


"เปาะแปะ!"


หลังจากพูดจบ เสียงปรบมืออันอบอุ่นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง


และฉิวจือเฉียนที่นั่งอยู่แถวหน้าก็อุทานว่า "นี่ก็เป็นแฟนของคุณใช่ไหม? เธอสวยมากเลย แถมร้องเพลงก็เพราะมากด้วย? นอกจากนี้ เธอยังเล่าเรื่องได้น่าอัศจรรย์มากอีก!"


ทันทีที่หลินฟานได้ยิน เขาก็แทบจะสำลักน้ำลายของเขาทันที เขารีบอธิบายว่า "ฉันไม่มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเธอสักหน่อย"


“งั้นหรอ แต่ฉันว่าอีกไม่นานหรอก ยังไงอนาคตก็ต้องมีอยู่แล้ว” ฉิวจือเฉียนกล่าว


ซึ่งผู้หญิงที่อยู่รอบๆก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน


...


ในเวลานี้ หลิงโหรวที่ยืนอยู่บนเวทีก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ทุกคน แม่ของฉันเคยบอกไว้ว่า เป็นผู้หญิงต้องอยู่เงียบๆ ไม่ฝักใฝ่หาผู้ชาย...เพราะสักวันหนึง เจ้าชายขี่ม้าขาวจะมาปรากฏตัวและปฏิบัติตนกับลูกเหมือนกับว่าเป็นเจ้าหญิงเอง”


"แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าชายก็ยังไม่เคยปรากฏตัวออกมาหาฉันเลยค่ะ ดังนั้น ฉันจึงเขียนเพลง "ฉันเป็นเจ้าหญิง" ขึ้นมาอีกเพลงหนึ่ง!”


"แต่ว!"


ทันใดนั้น เสียงเพลงอันไพเราะก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง


"หนังสือนิทานในตู้ ความสุขที่ต้องชื่นชมคนเดียว ตอนเด็กๆ มีหลายความรู้สึก..."


“ฉันสวมชุดที่งดงาม เดินเข้าไปในวังที่งดงาม และจับมือกับเจ้าชายเพื่อร้องเพลงเต้นรำด้วยกัน…”


เพลงนี้แตกต่างจากเพลงที่แล้วที่เรียบง่ายและสง่างาม ทำนองของเพลงนี้จะดูมีชีวิตชีวาและลื่นไหลมากกว่า


และด้วยความไพเราะของเสียง ชุดสีขาวที่เปร่งประกายจากการถูกเฮลิค็อบเตอร์ส่องแสงลงมาใส่ ทั้งสองสิ่งนี้ได้ทำให้หลิงโหรวเหมือนกับว่าเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์แล้วจริงๆ


ในสายตาของทุกคน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะนั่งอยู่ในห้องจัดเลี้ยงที่งดงาม และมองดูหลิงโหรว กับเจ้าชายรูปงามเต้นรำไปพร้อมกับเสียงเพลงแสนไพเราะ


ทั้งหมดนี้วิเศษมาก


ซึ่งเมื่อบทเพลงได้จบลง เสียงปรบมือก็ดังสนั่นขึ้นมาทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ คอนเสิร์ตเริ่มต้น

ตอนถัดไป