หน้าแหก
"ได้ค่ะ"
“งั้นก็ช่วยจัดการให้หน่อยนะครับ”
หลินอี้ลองคำนวณดูแล้ว ด้วยทรัพย์สินปัจจุบันของเขา การซื้อนาฬิการาคา 17.5 ล้านหยวนนั้นถือว่าค่อนข้างฟุ่มเฟือย
แต่มีคนจ้องจะเยาะเย้ยเขาในที่สาธารณะ ถ้าหากเขาไม่แสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการเงิน คนเหล่านั้นก็จะพ่นถ้อยคำดูถูกไม่จบไม่สิ้น
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็มีโรงแรมเพนนินซูลาและไชน่า โอเวอร์ซีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตเป็นของตนเอง ซึ่งนั่นหายความว่าเขาจะมีรายได้ที่มั่นคงในอนาคต ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องใส่ใจกับราคาของนาฬิกาเรือนนี้เลย
เมื่อได้ยินว่าหลินอี้กำลังจะซื้อรุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปี ผู้คนในห้องถ่ายทอดสดก็ระเบิดอารมณ์ทันที
"มะนาวคุง นายเห็นหรือเปล่าว่าเขากำลังจะซื้อรุ่นระลึกครบรอบ 175 ปี มีอะไรที่นายอยากผลักดันอีกมั้ย?"
"เขาใช้เงินจำนวน 17.5 ล้านหยวนแบบสบายๆ ฉันเกรงว่านายคงไม่เคยเห็นใครใช้เงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิตแน่นอน"
"เฮ้ หายไปไหนแล้วล่ะมะนาวคุง หนีหางจุกตูดไปแล้วหรอ"
เมื่อเผชิญกับการโจมตีของฝูงชน มะนาวคุงก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา
ในความเป็นจริงเขาเตรียมพิมพ์ข้อความเยาะเย้ยอย่างเต็มที่
แต่ชายคนนี้เพิ่งซื้อนาฬิการาคา 17.5 ล้านหยวนแบบสบาย ๆ มันไม่มีที่ว่างจะให้เขาเยาะเย้ยได้เลย
“คุณลูกค้าคะ ฉันมีเรื่องจะอธิบายให้คุณฟัง” ผู้จัดการร้านหญิงเดินเข้ามาและพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล:
"สิ่งที่แสดงบนหน้าต่างตอนนี้เป็นเพียงแบบจำลอง หากต้องการซื้อจริงๆ เราต้องขนย้ายสินค้าจากสำนักงานใหญ่ในสวิส จากระยะทาง คุณลูกค้าจะได้ของต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณสามวัน"
"ไม่มีปัญหา แต่เกรงว่าผมคงไม่มีเวลามาในวันนั้น คุณมีบริการจัดส่งถึงหน้าประตูบ้านหรือเปล่าครับ"
"คุณลูกค้า นาฬิกาเรือนนี้เป็นสินค้าพิเศษ แม้ว่าจะไม่มีบริการจัดส่งอย่างเป็นทางการ แต่ทางเราจะจัดส่งให้คุณโดยออกค่าใช้จ่ายให้เอง ดังนั้นคุณวางใจได้เลย"
“ถ้าอย่างงั้นรูดบัตรได้เลยครับ” หลินอี้มอบบัตรธนาคาร "รหัสผ่าน…."
ผู้จัดการร้านหญิงตัวสั่น หยิบบัตรธนาคารในมือของหลินอี้ แล้วรูดออกไป 17.5 ล้านหยวน
อย่าว่าแต่เซี่ยซินหยู แม้แต่พนักงานขายหญิงที่คุ้นเคยกับการพบปะมหาเศรษฐีประจำเมืองเป็นอย่างดีก็คิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก
เขาใช้เงินจำนวนมากไปกับนาฬิกาแบบสบายๆ
คนรวยทั่วไปทำไม่ได้แน่นอน
"เสี่ยวซุน ไปถอดนาฬิการุ่นระลึกครอบรอบ 175 ปีที่หน้าต่างออกให้หน่อย" ผู้จัดการร้านหญิงพูด
“ค่ะพี่หลิว”
เซี่ยซินหยูรู้สึกสงสัยเล็กน้อย "ทำไมมันถึงต้องถอดออกด้วยล่ะ? คุณไม่คิดจะโชว์ไว้เพื่อขายต่อให้คนอื่นๆอีกหรอ?"
“คุณผู้หญิงคะ นี่คือนาฬิการุ่นระลึกครบรอบ 175 ปี มีเพียง 6 เรือนในโลกใบนี้ และมีเพียงเรือนเดียวที่จัดสรรให้ประเทศจีน คุณหลินซื้อนาฬิกาเรือนนี้ไปแล้ว ดังนั้นร้านปาเต็ก ฟิลิปป์ทั่วประเทศจึงไม่มีสิทธิ์ขายนาฬิกาเรือนนี้ให้ใครอีกต่อไป"
"เป็นแบบนี้นี่เอง"
เมื่อเห็นพนักงานหญิงกำลังถอดแบบจำลองที่หน้าต่าง ทุกคนรอบ ๆ ก็มุงเข้ามาดูด้วยความตื่นเต้น
รุ่นที่ระลึกครบรอบ 175 ปีนี้ถูกวางไว้ที่หน้าต่างมาโดยตลอดเป็นเวลากว่าหนึ่งปี แต่วันนี้มันถูกถอดออกแล้ว
นั่นหมายความว่ามีคนซื้อนาฬิกาเรือนนี้!
พนักงานของร้านค้าหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียงมีความสงสัยใคร่รู้มาก พวกเขาอยากเห็นว่ามหาเศรษฐีคนไหนที่ตัดสินใจซื้อนาฬิการาคาเรือนละ 10 กว่าล้านหยวน
"เสี่ยวซุน ทำไมถึงถอดตัวโมเดลที่ระลึกครบรอบ 175 ปีนี้ออกล่ะ" จางหลี่ ผู้จัดการร้านหญิงของวาเชอรอง คอนสแตนตินถามด้วยความประหลาดใจ
"มันเพิ่งถูกขายไปน่ะ สุภาพบุรุษคนหนึ่งมาขอซื้อไป"
"มีมหาเศรษฐีในจงไห่มากมาย แต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะกล้าซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ขอฉันดูหน้าตาเขาหน่อยสิว่าเป็นยังไง"
จางหลี่ค่อนข้างขี้อิจฉา แบรนด์วาเชอรอง คอนสแตนตินที่เธอดูแลอยู่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย เหตุใดมหาเศรษฐีประจำเมืองถึงได้มาที่ปาเต็ก ฟิลิปป์
"เขาอยู่ในร้าน"
จางหลี่เอียงศีรษะมองเข้าไปในร้านของปาเต็ก ฟิลิปป์ และเธอก็ประหลาดใจทันที
“นั่นไม่ใช่คู่หนุ่มสาวที่เพิ่งเข้าไปที่ร้านของฉันหรอกเหรอ?”
ในเวลานี้ หลินอี้ได้เดินออกจากร้านมาพร้อมกับใบเสร็จและสังเกตเห็นจางหลี่
“ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่ได้พบกับคุณที่นี่”
“ดูนี่สิ ผมซื้อนาฬิกาครบรอบ 175 ปีมา”
"คุณมีความคิดเห็นอะไรไหม"
“ไม่สิ คนอย่างผมจะไปขอความคิดเห็นจากคนอย่างคุณได้ยังไง”
จางหลี่มีความปรารถนาที่จะตาย
ถ้าก่อนหน้านี้เธอไม่ดูถูกเขาล่ะก็ เธอคงสามารถทำยอดเงินได้มากมายแล้วใช่ไหม?
บัดซบที่สุด!
"คุณคะ ทางร้านวาเชอรอง คอนสแตนตินของเรามีนาฬิกาหลากหลายรูปแบบมากมาย ถ้าสนใจคุณสามารถไปเลือกดูได้เลยนะ"
"ไม่ได้หรอกครับ ร้านวาเชอรอง คอนสแตนตินนั้นไฮเอนด์เกินไป คนระดับต่ำอย่างผมคงซื้อได้แค่ปาเต็ก ฟิลิปป์เท่านั้นแหละ"
ผู้ช่วยร้านค้าของปาเต็ก ฟิลิปป์ต่างหัวเราะออกมา มหาเศรษฐีคนนี้สามารถหักหน้าคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย!
“ต้องขอโทษด้วยที่ก่อนหน้านี้ฉันบริการไม่สุภาพ” จางหลี่ยิ้มมุมปาก
"ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลยสักหน่อย เหตุผลหลักคือแบรนด์ของคุณแพงเกินไป ผมจ่ายไม่ไหวจริงๆ" หลินอี้ชี้ไปยังคู่รักวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกล
“คุณไปประจบพวกเขาดีกว่า ในสายตาของคุณ คู่รักสองคนนั้นมีฐานะร่ำรวยมากควรค่าแก่การบริการไม่ใช่หรอ เงินที่ผมมีคงเทียบกับพวกเขาไม่ได้หรอก”
เมื่อเห็นจางหลี่และคู่รักวัยกลางคนถูกพูดจาถากถาง ห้องถ่ายทอดสดก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะทันที
“สมควรแล้ว มาดูถูกมหาเศรษฐีประจำเมืองก็ต้องเจอดีแบบนี้แหละ!”
"วาเชอรอง คอนสแตนตินนั้นไฮเอนด์เกินไป คนระดับต่ำอย่างผมคงซื้อได้แค่ปาเต็ก ฟิลิปป์เท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า เจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย!"
"โทรเรียกรถพยาบาลด่วน มีคนหน้าแหก"
หลินอี้มองไปรอบ ๆ และพบตำแหน่งของลิฟต์ จากนั้นก็หันมาพูดกับเซี่ยซินหยู:
"เราขึ้นไปข้างบนกันเถอะ”
"อื้ม"
เมื่อเห็นหลินอี้หักหน้าจางหลี่ เซี่ยซินหยูรู้สึกสดชื่นอย่างอธิบายไม่ถูก
หากเป็นเธอได้รับการดูถูกจากจางหลี่ เธอคงเลือกที่จะจากไปอย่างเงียบ ๆ
แต่หลินอี้แตกต่างออกไป เขาซื้อนาฬิกามูลค่าประมาณ 17.5 ล้านหยวนเพื่อตบหน้าจางหลี่และพูดถากถางจนอีกฝ่ายต้องอับอาย
ขอเพียงแค่มีเงินก็สามารถทำได้ทุกอย่าง!
ภายใต้ความอิจฉาของผู้คนนับไม่ถ้วน ทั้งสองคนก็มาถึงชั้นที่หกด้วยกัน
นี่คือสถานที่ที่คุณสามารถซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยได้ทุกอย่าง และไม่มีอะไรที่คุณไม่สามารถหาซื้อได้จากที่นี่
“คุณพอจะมีความรู้เรื่องเสื้อผ้าผู้ชายหรือเปล่า” หลินอี้ถาม
เสื้อผ้าที่เขาใส่ในอดีตส่วนใหญ่เป็นของแอนตา, เสอเหมี่ย และเสื้อผ้าตลาดราคาถูก หลินอี้เลยไม่ค่อยรู้จักเสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์อื่นมากสักเท่าไหร่ เขาจึงต้องการปรึกษาเซี่ยซินหยู
"ฉันได้ยินมาว่าเสื้อผ้าผู้ชายของเวอร์ซาเช่และอาร์มานี่มีคุณภาพระดับแนวหน้า"
เซี่ยซินหยูรู้เพียงแค่ผิวเผินเท่านั้นเกี่ยวกับสองแบรนด์นี้
"ดูเหมือนเวอร์ซาเช่จะอยู่ข้างหน้า เราไปดูกันก่อนเถอะ"
"อืม."
หลังจากเดินไปข้างหน้าประมาณสิบเมตร ทั้งสองคนก็มาถึงร้านของเวอร์ซาเช่และกำลังจะเดินเข้าไป
แต่ทันใดนั้น พนักงานขายหญิงก็ได้มาหยุดพวกเขาเอาไว้
"ได้โปรดหยุดก่อนค่ะคุณลูกค้า"
"มีอะไรหรอคะ?"
พนักงานหญิงไม่พูด แต่ชี้ไปยังป้ายเล็กๆที่อยู่ข้างๆซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า:"ไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดสดหรือถ่ายวิดีโอ"
เมื่อเห็นกฏดังกล่าว เซี่ยซินหยูก็รู้สึกอายและใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
"หืม? มีข้อห้ามแบบนี้ด้วยงั้นหรอ? " หลินอี้พูด
"เนื่องจากชื่อเสียงของนักไลฟ์สตรีมนั้นไม่ค่อยดีนัก พวกเขามักจะเข้ามาจับมาลองเสื้อผ้าเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อของอะไรสักอย่างเลย"
หนักงานหญิงพูดและจ้องไปที่พวกเขาด้วยสายตาดูถูกราวกับกำลังมองสุนัข