ซูฉู่จิง: ยากที่จะปฏิเสธ

"วูบบ—" สายลมพัดผ่านป่าไผ่



ใบไผ่สองสามใบหล่นลงมาจากท้องฟ้าและตกลงไปข้างๆ ของชายหญิงทั้งสอง



หลัวโม่มองลงไปยังซูฉู่จิงซึ่งกำลังมองมาที่เขา ตอนนั้นเองหลัวโม่ก็เหมือนกับเห็นภาพลวงตาภาพหนึ่ง



เขาคิดว่าเธอเป็นแมวที่มองมาที่เขาจริงๆ



บางครั้งเวลาลูบหัวของสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ พวกมันอาจหลับตาและลดศีรษะลงพร้อมกับเพลิดเพลินกับการลูบหัวอย่างเงียบ ๆ หรือไม่มันก็จะยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยแล้วมองมาที่คุณ



หลัวโม่มองไปที่ราชินีแห่งสวรรค์และรู้สึกว่าเธอเลียนแบบพฤติกรรมของแมวได้สมจริงมาก



รายละเอียดทั้งหมดของเธอสมบูรณ์แบบมาก มันเหมือนกับว่าเธอกลายเป็นปีศาจแมวจริงๆ!



สำหรับซูฉู่จิง ตอนนี้เธอกำลังกลั้นเสียงตัวเองอย่างสุดความสามารถ



เธอรู้สึกอยู่ว่ากำลังมีเสียงดังออกมาจากลำคอของเธอตลอดเวลา หากเธอไม่กลั้นมันไว้อย่างเต็มที่ เสียงนี้ก็อาจจะดังออกไป



เสียงนั้นคือเสียงครางที่ออกมาจากลำคอของแมวหลังจากถูกลูบ



ในขณะนี้ จิตใจของซูฉู่จิงว่างเปล่า



เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงทั้งเกร็งและผ่อนคลาย มันเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างสุดจะพรรณนา



เมื่อทั้งสองมองกันและกัน ทั้งคู่รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง



หลัวโม่รู้สึกทึ่งกับออร่าพิเศษของผู้หญิงคนนี้อยู่ครู่หนึ่ง



ส่วนซูฉู่จิงนั้นเป็นเพราะรอยประทับที่อยู่ในส่วนลึกในจิตวิญญาณของเธอ!



การเต้นของหัวใจของผู้ชายเริ่มเร็วขึ้น ในขณะที่การเต้นของหัวใจของผู้หญิงค่อยๆ ช้าลง



ความทรงจำของซูฉู่จิงที่มีเกี่ยวกับความฝันนั้นค่อนข้างคลุมเครือ แต่ในตอนนี้ เธอมีความรู้สึกที่แปลกมาก เธอรู้สึกว่ามือในความฝันและคนที่เธอมองเห็นไม่ชัดนั้นคือเขา!



“ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” ซูฉู่จิงที่ได้สติกลับมาพูดขึ้นในใจ



ในทางกลับกัน ผู้กำกับเองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน



การเคลื่อนไหวของซูฉู่จิงที่ยกศีรษะของตัวเองขึ้นนั้นแตกต่างจากที่ออกแบบไว้ในตอนแรก!



นี่คือการเล่นแบบด้นสด?



ภายในกองถ่ายหลายๆ ที่มักจะมีเหตุการณ์แบบนี้



นักแสดงที่ดีบางคน การแสดงด้นสดของพวกเขาจะก่อให้เกิดผลกับตัวหนังอย่างมหัศจรรย์ ถึงขั้นที่สามารถกลายเป็นฉากคลาสสิกได้เลย



แม้การแสดงด้นสดของนักแสดงบางคนอาจจะไม่ถูกใจผู้กำกับ ผู้กำกับจะรู้สึกว่าการด้นสดเป็นการทำให้งานล่าช้าและเปลืองเงินของทีมงาน



ซูฉู่จิงเป็นนางเอกของ "ปีศาจแมว" และเป็นหนึ่งในนักลงทุน ดังนั้นตัวตนและสถานะของเธอจึงแตกต่างออกไป



สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผู้กำกับมีความรู้สึกที่อธิบายอยู่ในใจขณะที่เห็นฉากนี้บนหน้าจอ



มันเป็นความรู้สึกกลมกลืนและอบอุ่น



การแสดงของหลัวโม่เป็นธรรมชาติมาก แต่หากมองเข้าไปในแววตาของซูฉู่จิง ฉากเบื้องหน้าของเธอราวกับเป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์และซับซ้อนมากที่สุด!



ผู้กำกับยังกำลังมึนงงอยู่ เพราะงั้นจึงไม่มีใครตะโกนสั่ง "คัท"



เนื่องจากไม่มีใครตะโกนว่าคัท หลัวโม่จึงต้องลูบหัวของซูฉู่จิงต่อไป



ตอนนี้เขาอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก: "หูแมวรู้สึกดีมาก เหมือนกำลังลูบหัวแมวจริง ๆ อยู่เลย"



สัมผัสของราชินีนั้นยอดเยี่ยมมาก ~



ถ้าไม่ติดที่ว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์เกินไป เขาอาจจะเพลิดเพลินไปกับการลูบหัวมากกว่านี้



ในเวลานี้หลัวโม่เริ่มควบคุมตัวเองไว้ เขากลัวว่าจะถูกเธอทำให้หลงใหล



"แย่จริง ฉันถูกดึงดูดด้วยเสน่ห์ของเธอไปแล้วหรอเนี่ย" หลัวโม่รู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงเป็นครั้งแรก



ซูฉู่จิงล้อมรอบเขาเหมือนกับกระแสน้ำวน ถ้าเขาไม่คิดหาทางออกตอนนี้ เขาก็จะจมลงไปในนั้นตลอดไป



ไม่สิ มันอาจไม่ใช่แต่การจม แต่น่าจะเป็นการจมที่ลึกมากด้วย!



ทั้งหมดนี้ทำให้หลัวโม่นึกถึงประโยคนั้น - "ฉันต้องการท้าทายจุดอ่อนแอของตัวเอง"



สุดท้ายผู้กำกับที่กลับมามีสติก็ตะโกนออกไปว่า: "คัทททท!"



หลัวโม่ดึงมือขวาของเขาออกมาจากซูฉู่จิงที่ยังคงมองมาที่เขา แววตาที่มองมาที่เขาเงียบๆ แฝงไว้ด้วยความรู้สึกสูญเสีย



ช่วงนี้ซูฉู่จิงรู้สึกว่าตัวเองแปลกมาก เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นสาวแกร่ง รักอิสระ ทุ่มเทให้กับงาน จิตใจเข้มแข็งและไม่กลัวอุปสรรคใดๆ



แต่ตั้งแต่ฝันนั้น เธอก็รู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างขาดหายไปจากหัวใจของเธอ



เธอบอกรายละเอียดไม่ได้ แต่เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย แม้ว่าในความจริงจะไม่เป็นเช่นนั้น



เธอยังเข้าพบจิตแพทย์อยู่ตลอดจิตแพทย์บอกกับเธอว่าสถานการณ์ของเธอจะค่อยๆดีขึ้น



แต่เมื่อคืนนี้เธอก็ยังนอนขดตัวและหลับไปเหมือนเดิม



ในตอนที่เมื่อหลัวโม่วางมือลงบนหัวของเธอ เธอรู้สึกว่าบางส่วนที่ขาดหายไปในหัวใจของเธอได้รับการเติมเต็มแล้ว



มันเป็นความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ



เมื่อผู้ชายสามารถนำความรู้สึกปลอดภัยมาให้ผู้หญิงได้ ในความเห็นของเธอ นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี



ผู้กำกับเดินไปหาพวกเขาทั้งสองคนแล้วถามขึ้น "คุณด้นสดหรอ?"



ซูฉู่จิงยังคงอยู่ในสภาพมึนงง หลังจากนั้นครู่หนึ่งเธอถึงจะพยักหน้าตอบ



ผู้กำกับครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดขึ้น "มันเป็นฉากที่ดีทีเดียว มันพูดยากนิดหน่อย"



"เอาเป็นว่าเราจะเก็บฉากนี้ไว้ก่อน เราจะถ่ายอีกครั้งตามสคริปต์แล้วเอามาเปรียบเทียบกันทีหลัง" ผู้กำกับกล่าว



ในหลายกรณี สำหรับฉากสำคัญบางฉากจะมีการถ่ายทำให้มีหลายทางเลือกไว้ก่อน



ผู้กำกับบางคนนั้นเป็นยิ่งกว่านี้ พวกเขาจะถ่ายตอนจบหลายๆ แบบแล้วค่อยๆ เลือกอันที่ดีที่สุด



นั่นเป็นเหตุผลที่นักแสดงบางคนไม่รู้ว่าฉากจบในหนังเป็นอย่างไรแม้ตัวเองจะถ่ายทำจบไปแล้ว



เมื่อหลัวโม่ได้ยินว่าอาจต้องถ่ายฉากนี้อีก เขาก็พูดขึ้นมาใจว่า: "มีเรื่องดีแบบนี้ด้วยหรอ?"



สำหรับซูฉู่จิง เธอพยักหน้าอย่างเฉยชาราวกับว่าเธอไม่สนใจ



เธอทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทันทีที่ผู้กำกับบอกให้ถ่ายทำอีกรอบ เธอก็เดินไปยังสถานที่ถ่ายทำในป่าไผ่ทันทีโดยไม่รอช้า



เมื่อหลัวโม่เห็นว่าราชินีแห่งสวรรค์ได้เดินไปก่อนแล้ว เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตามไปอย่างรวดเร็ว



ในระหว่างการเตรียมการก่อนเริ่มถ่ายทำ เขามองลงมาที่ซูฉู่จิงและทั้งสองก็บังเอิญมองหน้ากันอีกครั้ง



หลัวโม่มองไปยังดวงตาที่สวยงามของเธอและรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังปลุกความเป็นชายของเขา!



เมื่อการถ่ายทำเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ หลัวโม่ก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง



ครั้งนี้ซูฉู่จิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขาตามที่สคริปต์ต้องการ เธอลดสายตาลงเล็กน้อยพร้อมกับแสดงสีหน้าเศร้าโศกและโหยหา



หลัวโม่ลูบหัวเธออย่างช้าๆ มือใหญ่ของเขาค่อยๆ เลื่อนไปลูบหูแมวด้านซ้ายของซูฉู่จิง



เนื่องจากมือของหลัวโม่นั้นใหญ่และกว้างมาก เมื่อฝ่ามือของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปยังด้านข้างหัวของเธอ ฝ่ามือของเขาก็สัมผัสกับหูซ้ายของซูฉู่จิงที่ซ่อนอยู่ในผมสีดำ



หูซ้ายนี้เป็นหูจริงๆ ของเธอเอง



สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของซูฉู่จิงเบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน เธอเงยหน้าขึ้นมองหลัวโม่ด้วยดวงตาเป็นประกาย สายตาของทั้งสองมาบรรจบกันอีกครั้ง



ผู้กำกับที่มองหน้าจอก็ตกตะลึงไปอีกครั้ง เขารู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก



เฮ้! นี่ไม่เป็นไปตามสคริปต์เลย!



อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับพบว่าปฏิกิริยาของซูฉู่จิงนั้นน่าสนใจมาก ฉากนี้ก็สามารถเก็บไว้เป็นตัวเลือกได้เช่นกัน



“คัททท!” ผู้กำกับไม่ลังเลนานเกินไปในครั้งนี้



“เก็บอันนี้ไว้ด้วยแล้วถ่ายอีกครั้ง คราวนี้เล่นตามบทเลย” ผู้กำกับบอก



ด้วยวิธีนี้ การลูบหัวระลอกที่สามจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง



ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือผู้กำกับได้ฉากไว้เลือกทั้งหมดห้าฉาก



……



……



โดยพื้นฐานแล้ว ตอนนี้การถ่ายทำของหลัวโม่ถือว่าเสร็จสมบูรณ์



ตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องถ่ายฉากแผ่นหลังของตัวเองอีกหนึ่งฉาก นั่นคือในตอนท้ายของหนังเรื่อง "ปีศาจแมว" ครึ่งปีศาจจะมองเห็นชายในชุดขาวผ่านฝูงชน จากนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะจบลง



หลังการถ่ายทำ ผู้กำกับเข้าไปพูดกับซูฉู่จิง: "ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีมากที่คุณเชิญหลัวโม่มาเล่นบทของชายชุดขาวในครั้งนี้ ผมเห็นผู้หญิงหลายคนในกองถ่ายมองเขาราวกับกำลังจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว จึ๊ จึ๊ จึ๊ ผู้ชมเองก็คงต้านทานหลัวโม่ไม่ได้อย่างแน่นอน"



หลังจากผู้กำกับพูดจบ เขาก็ไม่ได้รับคำตอบจากซูฉู่จิงอยู่เป็นเวลานาน เขาหันศีรษะไปมองราชินีและเห็นว่าราชินีกำลังมองฉากย้อนหลังในกล้องและเหม่อลอยไป



หลังจากที่ผู้กำกับเรียกเธออีกสองครั้ง ซูฉู่ขิงก็กลับมาได้สติ



“วันนี้คุณดูไม่ค่อยดีเลย คุณไปพักผ่อนก่อนดีกว่าไหม?” ผู้กำกับเสนอ



ซูฉู่จิงพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ



หลังจากที่หลัวโม่เสร็จสิ้นการถ่ายทำทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้กำกับ ผู้เขียนบท ผู้สอนศิลปะการต่อสู้และโปรดิวเซอร์ของทีมงาน "ปีศาจแมว" ต่างก็เพิ่มเขาเป็นเพื่อนบนวีแชทและแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์กัน



นี่เป็นเพราะคำแนะนำของซูฉู่จิง แน่นอนว่าเป็นเพราะสไตล์การแต่งตัวของหลัวโม่ แถมยังเป็นเพราะการแสดงส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมของเขาอีกด้วย



ก่อนที่หลัวโม่จะจากไป ติงเซียวหยูก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาแล้วถามเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ใบหน้าของเธอแดงก่ำ: "คือ...คุณ สวัสดีค่ะ ฉันขอเพิ่มวีแชทของคุณด้วยได้ไหม?"



หลัวโม่มองเธอด้วยความสงสัย "เธอไม่รู้หรอว่าฉันจะไปถ่ายรายการ ‘เดินไปร้องไป’ ด้วย?”



“อ่า คุณ...คุณจะมายังรายการ ‘เดินไปร้องไป’ ด้วยหรอ?" ติงเซียวหยูเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ เธอสบสายตาของหลัวโม่ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจ



เธอเป็นคนเปิดเผยมากในตอนที่ถ่ายหนัง แต่เหมือนว่าในชีวิตจริงเธอจะเป็นคนเงียบๆ



"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" หลัวโม่ยิ้มและยื่นมือขวาไปหาเธอ เขาทำท่าทางขอจับมือและพูดต่อ "ให้ฉันแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ หลัวโม่ ฉันจะไปร้องเพลงในรายการ ‘เดินไปร้องไป’ สัปดาห์หน้า เพราะงั้นฉันก็เหมือนกับแขกรับเชิญ เธอต้องดูแลฉันด้วยนะ"



ติงเซียวหยูจับมือกับหลัวโม่ก่อนจะหดมือของตัวเองกลับไปราวกับสายฟ้าแลบ เธอมองลงไปยังก้อนหินเล็กๆ บนพื้นและพูด "โอเค... โอเค เจอกันสัปดาห์หน้า"



หลังจากเธอเดินจากไปแล้ว หลัวโม่ก็กดรับคำขอเป็นเพื่อนของเธอในวีแชท



หลังจากที่เป็นเพื่อนกันแล้ว หลัวโม่ก็กดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของเธอ



หลังจากเข้าไป เขาก็พบว่าติงเซียวหยูได้แชร์เพลงของเขาด้วย มีทั้งเพลง "ปลาใหญ่" เพลง "จื้อหลิง" และแม้แต่เพลง "คืนสารภาพ"



ที่เธอชอบเพลง "คืนสารภาพ" นั้นหลัวโม่ไม่แปลกใจเลย ผู้หญิงคนนี้เป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรี เธอเชี่ยวชาญเครื่องดนตรีหลายชนิด บางทีเธออาจจะเล่นไวโอลินได้เก่งมากเลยก็ได้



"เหตุผลที่เธอมาเพิ่มเพื่อนก็เพราะเธอเป็นแฟนคลับของฉัน?" หลัวโม่ยิ้มแต่ไม่ได้คิดมากอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้



ในวงการบันเทิง ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องปกติ



เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่จะบอกว่าคนดังในวงการบันเทิงเองก็มักจะมีดาราในดวงใจ…



เนื่องจากเขายังมีเพลงอีกสองอัลบั้มที่ต้องเตรียม แถมเขายังต้องไปเข้าร่วมรายการ "เดินไปร้องไป" และหลังจากนั้นอีกระยะหนึ่งเขาอาจจะต้องเข้าร่วมรายการ "ราชาเพลงรัก" อีก ดังนั้นหลัวโม่จึงไม่ได้วางแผนที่จะอยู่ในทีมงานเรื่อง "ปีศาจแมว" นานนัก



หลังจากทักทายและอำลาทุกคนแล้ว ซูฉู่จิงก็มองมาที่เขาและพูดขึ้น "หลัวโม่ ฉันจะไปหานายภายหลัง"



ระหว่างทางเธอไม่ได้พูดอะไรกับหลัวโม่ เขาแค่พยักหน้าและโบกมือลาหลังจากที่เขาเข้าไปในรถ



หลัวโม่รู้สึกอยู่เสมอว่าราชินีแห่งสวรรค์คนนี้ให้ความรู้สึกที่ขัดแย้งอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเธอใส่ใจและดูแลเขาอย่างดี แต่มันก็มีหลายครั้งที่เธอจงใจสร้างระยะห่างระหว่างเขาด้วย



“ไม่รู้ว่ามันเป็นภาพลวงตาของตัวเองหรือเปล่า?” หลัวโม่พึมพำในใจ



หลังจากมองรถที่ขับออกไป ซูฉู่จิงก็เข้าไปในรถของตัวเอง



เธอหลับตาอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาสิบนาทีก่อนจะลุกขึ้นยืนและเทน้ำใส่น้ำแข็งหนึ่งแก้ว



ในเวลานี้ เธอไม่สามารถหลับตาลงได้อีก เพราะภาพต่างๆ จะปรากฏขึ้นเมื่อเธอหลับตา



เมื่อเร็ว ๆเธอรู้สึกว่าอาการของเธอดีขึ้นเล็กน้อย แต่ตอนนี้มันมีสัญญาณของอาการที่รุนแรงขึ้น



หลังจากคิดเรื่องนี้ ซูฉู่จิงก็ตัดสินใจวิดีโอคอลกับจิตแพทย์ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันกับเธอ



แพทย์หญิงสวมแว่นตาขอบทองรับสายวิดีโอคอลอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าวันนี้เธอไม่มีคนไข้ เพราะว่าตอนนี้เธอสวมชุดนอนลูกไม้สีม่วงอยู่



“เป็นอะไรไป? ราชินีของฉัน” แพทย์หญิงถาม



ซูฉู่จิงไม่ได้ปิดบังอะไร เธอเล่าให้จิตแพทย์ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความรู้สึกของเธอด้วย



เธอรู้ดีว่าหากไปพบจิตแพทย์แล้วซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ มันก็จะยิ่งเพิ่มความยากในการรักษา



จิตแพทย์ที่เป็นเลิศก็คือ จิตแพทย์ที่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพสูงพอ จริง ๆ แล้วจิตแพทย์ก็เหมือนกับโพรงต้นไม้ที่ฝังความลับไว้มากมายและคอยเก็บความลับเหล่านั้นไว้



ผู้หญิงสวมแว่นตาขอบทองได้เก็บความลับของคนไข้ทุกคนของเธอไว้เป็นความลับมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งมันเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงมีลูกค้าจำนวนมากในวงการบันเทิง



ซูฉู่จิงอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกับเธอ อีกทั้งพวกเธอทั้งสองยังมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน



แพทย์หญิงในชุดนอนลายลูกไม้สีม่วงดันแว่นตาขอบทองของเธอพร้อมกับมองไปที่ซูฉู่จิงในหน้าจอและถามขึ้น "เธอกำลังจะสื่อว่า เมื่อเขาสัมผัสเธอ เขาทำให้เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยและมั่นคงจากก้นบึ้งของหัวใจ”



“อารมณ์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมาก ตอนนี้ฉันคิดได้แค่คำสองคำนี้ มันค่อนข้างใกล้เคียงกับอารมณ์ในตอนนั้นที่สุด” ซูฉู่จิงตอบ



แพทย์หญิงพยักหน้าและพูดต่อ: "ถ้างั้นเธอยังต้องการให้เขาลูบหัวของเธออีกหรือเปล่า?"



ซูฉู่จิงเม้มริมฝีปากสีแดงของตัวเอง เธอคิดว่าคำพูดที่อยู่ในหัวใจของเธอนั้นทำให้เธอเหมือนกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ มันทำให้เธอรู้สึกละอายใจและโกรธนิดหน่อย แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องยอมรับมัน



“นอกเหนือจากนั้นล่ะ?” แพทย์หญิงถาม



"ไม่มีแล้ว" ซูฉู่จิงกล่าว



“จริงหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก” แพทย์หญิงพูดอีกครั้ง



“ฉันบอกว่าไม่มีแล้วไง” สีหน้าของซูฉู่จิงกลายเป็นเย็นชา



"ไม่ ท่าทางของเธอบอกกับฉันว่าต้องมีอะไรนอกเหนือจากนี้แน่นอน" แพทย์หญิงกล่าว



“มี แต่พูดไม่ได้”



“ไม่เพียงแค่ความคิดที่อยู่ในใจเท่านั้น แต่ยังมีปฏิกิริยาและสัญชาตญาณในร่างกายด้วยใช่รึเปล่า?”



“เธอปิดปังอะไรไว้อยู่อีก?” แพทย์หญิงพูดต่อ



สีหน้าของซูฉู่จิงเริ่มเย็นชาขึ้น และยังเย็นชาขึ้นจนถึงขีดสุด



เธอหลับตาพลางนึกถึงความรู้สึกเมื่อฝ่ามือของหลัวโม่มาแตะที่หูของเธอ เธอนึกถึงวิธีพิเศษของหลัวโม่ในการลูบแมว ภาพเหล่านี้มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้ากระจายไปทั่วร่างกาย



“ฉันอยากจะกัดนิ้วเขา เลียนิ้วเขา”



“ฉันมันบ้าจริงๆ” ซูฉู่จิงพูดด้วยดวงตาที่ปิดไม่มิด



แพทย์หญิงที่มีชื่อเสียงในวงการเงียบลงไป



หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ยิ้มและพูดขึ้น "เธอลองปลดปล่อยความรู้สึกนั้นออกมาสิ มันดีกว่าการปิดกั้นไว้นะ ทำไมเธอไม่ลองอีกครั้งในครั้งหน้าล่ะ"



ซูฉู่จิงเลิกคิ้วขึ้นและมองแพทย์หญิงอย่างเย็นชา



สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ หากมีโอกาสแบบนั้นอีก ซูฉู่จิงเองก็ไม่แน่ใจในตัวเองเหมือนกัน...



แพทย์หญิงยอมแพ้ทันทีและพูดต่อ: "เอาล่ะ ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินและบินไปหาเธอในวันพรุ่งนี้"



หลังจากพูดจบแพทย์หญิงก็ถอดแว่นตากรอบทองของเธอแล้วมองตรงไปยังเพื่อนบ้านของตัวเองและพูดอย่างจริงจัง: "ราชินีของฉัน โปรดระวังด้วย เขาเป็นอันตรายต่อเธอมาก..."



"อันตรายมากจริงๆ!"



...



ตอนก่อน

จบบทที่ ซูฉู่จิง: ยากที่จะปฏิเสธ

ตอนถัดไป