เส้นทางจากขยะสู่ที่สุดของโลก
“ทําไมพวกเขาต้องกินโฮสต์ของพวกเขาเมื่อพวกเขากลับมายังโลกแห่งระบบล่ะ?” คัมพัสถามด้วยความสับสน
“เป็นคำถามที่ดี” หมายเลขสี่ครุ่นคิดสักครู่ก่อนที่จะเอ่ยออกมาว่า “เพื่อให้แน่ใจว่าโฮสต์สร้างพลังงานจิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสําหรับพวกมันได้ ระบบจึงเลือกโฮสต์ที่อ่อนแอและไร้ประโยชน์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิด ฉากดราม่า วางแผนร้ายต่อโฮสต์ และอื่นๆ ด้วยวิธีนี้โฮสต์จะต้องพึ่งพาระบบ และการกระทําทุกอย่างที่พวกเขาทําจะทําให้ผู้คนจํานวนมากเกิดความคิดนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับโฮสต์”
“สมมติว่าคนที่เจ้าคิดว่าเป็นขยะมานานหลายปี กลับแสดงให้เห็นถึงความสามารถในหลายด้านในค่ำคืนเดียว เจ้าจะสงสัยบุคคลนั้น เจ้าจะพยายามขุดคุ้ยความจริงเกี่ยวกับต้วเขา/เธอ หรือทําร้ายพวกเขาด้วยความอิจฉาริษยาเมื่อพวกเขาขโมยโอกาสที่สมควรเป็นของเจ้าถูกต้องไหม?” หมายเลขสี่ยิ้มให้ สบตากับคัมพัสทีืเกิดความรู้แจ้งมากขึ้นเรื่อยๆ “ข้าแน่ใจว่าเจ้าต้องเคยอ่านนวนิยายหลายร้อยเรื่องที่มีระบบเป็นส่วนหนึ่งของมัน นั่นเป็นวิธีที่ระบบฝึกอบรมผู้คนในโลกให้ยอมรับระบบเมื่อพวกมันปรากฏในร่างกายของพวกเขา”
“เจ้าต้องไม่เคยสงสัยเลยแม้สักครั้งใช่หรือไม่” หมายเลขสี่หัวเราะเบาๆ ออกมา
“ใช่” คัมพัสขบเขี้ยวเคี้ยวฟ้นด้วยความโกรธ จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาราวกับยอมรับความพ่ายแพ้ “จนถึงที่สุดแล้ว ผมก็ถือว่าการดำรงอยู่ของมันคือธรรมชาติสร้างสรรค์”
“นั่นเป็นวิธีที่พวกมันเปลี่ยนมุมมองของเจ้าผ่านอิทธิพลของสื่อมาหลายทศวรรษ” หมายเลขสี่พยักหน้าและกล่าวต่อไปว่า “ระบบรุ่นแรกที่ไปเยือนในโลกใดๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น พวกมันกําหนดรูปแบบวรรณกรรมของโลกอย่างช้าๆ บางครั้งหากวรรณกรรมไม่ได้มีตั้งแต่แรกแล้ว พวกทันก็จะสร้างและป้อนข้อมูลเหล่านี้ให้กับผู้อ่านนั่นแหละ”
“เมื่อเวลาผ่านไปผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างเอื่อยเฉื่อย น่าสลดใจ หรืออื่นๆ จะต้องการโอกาสจากระบบที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขา” หมายเลขสี่กล่าวต่อว่า “และนั่นคือวิธีการที่พวกเขาสร้างฐานปฏิบัติการในโลกนั้นๆ หลังจากนั้นระบบอื่นๆ อีกมากมายจะปรากฏขึ้นในโลกทีละระบบ และแต่ละระบบจะให้ความสําคัญกับการเติบโตของตัวเอง”
“ระบบฮาเร็มจะทําให้เจ้ามีส่วนร่วมกับเพศตรงข้ามมากที่สุด ระบบกีฬาจะพัฒนาความสามารถทางด้านกีฬาของเจ้า ระบบเหนือธรรมชาติจะทําให้ตํานานของโลกเป็นจริง และทําให้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน ยังมีระบบอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน” หมายเลขสี่ถอนหายใจอีกครั้ง และกล่าวต่อว่า “สําหรับโฮสต์ที่พวกมันต้องการน้้น จะต้องรูัสึกว่างเปล่า ใจง่าย งี่เง่า และเลือดร้อนเท่าที่จะเป็นไปได้”
“ด้วยวิธีนี้ปริมาณพลังงานจิตที่ได้รับจากระบบจะสูงที่สุด นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไมเรื่องราวจึงมุ่งไปในทิศทางเช่นนี้นั่นเอง ระบบจะปรากฏขึ้นในบุคคลที่เป็นขยะ และเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาให้เป็นตัวละครหลักของโลก” “เจ้าและข้าไม่ได้แตกต่างกันนักหรอก”
“อีกทั้ง” เขาถอนหายใจและกล่าวต่อว่า “สุดท้ายนี้เจ้าก็ได้รับความช่วยเหลือมากมายจากระบบมานานแล้ว ดังนั้นส่วนหนึ่งของระบบจึงหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเจ้า และเมื่อระบบปรากฏในรูปร่างที่แท้จริงในโลกแห่งระบบ มันจะกลืนกินโฮสต์ของมันเพื่อกู้คืนความสามารถให้โฮสต์ไปทั้งหมด หากไม่เป็นเช่นนั้นระบบอื่นๆ จะกลืนเจ้า และระบบนั้นก็จะได้รับความสามารถบางอย่างของระบบที่เจ้าเคยใช้แทน”
“นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไมเมื่อข้าบังเอิญเจอเจ้า ข้าจึงรอจนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนที่จะตัดการเชื่อมต่อของเจ้ากับมัน เพื่อให้มั่นใจว่าส่วนหนึ่งของร่างระบบของเจ้ายังคงอยู่ในตัวเจ้า” หมายเลขสี่หยุดเพียงครู่หนึ่งและจึงกล่าวต่อว่า “และเนื่องจากส่วนที่เหลือไม่มีความสามารถหลักใดๆ ระบบที่เหลืออยู่ในร่างกายของเจ้าจะไม่สนใจเกี่ยวกับการฆ่าเจ้าเนื่องจากภัยคุกคามอย่างความรู้สึกนึกคิดของมันไม่มีแล้ว มิฉะนั้นถ้ามันพยายามสะสมพลังเพื่อที่จะฆ่าเจ้า เราจะไม่สามารถต้านทานมันได้!”
“นั่นสมเหตุสมผลแล้ว” คัมพัสถอนหายใจพลางนวดศีรษะของเขา “และตอนนี้เหตุผลที่ผมยังไม่ได้หวนกลับไปเป็นขยะอย่างตัวตนในอดีตก็เพราะส่วนหนึ่งของระบบยังคงอยู่ในตัวผมใช่ไหม?”
“ใช่” หมายเลขสี่พยักหน้า “เพื่อความแม่นยําเฉพาะส่วนหนึ่งในระบบของเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงจิตใจและร่างกายของเจ้ายังคงอยู่ในตัวเจ้า ข้ารู้ว่าตัวตนดั้งเดิมของเราไร้ค่าเพียงใด ดังนั้นข้าจึงไม่ต้องการพันธมิตรที่ไร้ค่า”
“แต่สิ่งที่เป็นอันตรายจะเกิดขึ้นเพราะมัน...” เมื่อคัมพัสกล่าว เขาก็ถูกขัดจังหวะโดยหมายเลขสี่ที่ดูเหมือนจะมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังแล้ว เมื่อสังเกตเห็นการกระทําของอีกฝ่าย เขาก็เงียบเสียงลงและมองไปรอบๆ เช่นกัน ในขณะที่มือของเขาซึ่งถือปืนอยู่กำลังสั่นไหวเล็กน้อย จะเห็นได้ว่ากระแสอากาศอันเบาบาง ไหลเข้ามาในปืนเพื่อสร้างกระสุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
หลังจากสังเกตไปครู่หนึ่งและเมื่อตัดสินว่ามันปลอดภัยแล้ว หมายเลขสี่จึงกล่าวว่า “มีส่วนหนึ่งของระบบในร่างกายของเจ้า หากถูกทิ้งให้อยู่ตามลําพังมันจะเกิดเป็นระบบรูปแบบอื่นในไม่ช้า มันจะสร้างวงจรอุบาทขึ้นอีกครั้ง และเจ้าจะกลายเป็นเหยื่อของมัน แต่มีวิธีหลบหนีจากสิ่งนั้นในขณะที่ยังคงรักษาระบบในปัจจุบันให้เป็นของเจ้าอยู่บ้าง”
“โปรดสอนผมด้วยครับ” คัมพัสโค้งคํานับให้ ทุกสิ่งที่หมายเลขสี่พูดมาจนถึงตอนนี้ มันทําให้เขาเข้าใจเหตุผลที่ระบบทําเงินของเขาประพฤติตัวเช่นนั้น เขายังไม่ไว้วางใจอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเขาไม่มีทางเลือกแล้ว เขาจึงตัดสินใจฟังและเรียนรู้ก่อน
การกระทำใดๆ โดยใช้ความไม่รู้เป็นที่ตั้ง มันจะนำภัยพิบัติมาสู่ตัวคุณ!
เขาจะไม่ผลีผลามกระทำการใดๆ เพียงมุ่งแสวงหาความรู้ก่อน อย่างน้อยจากประสบการณ์ชีวิตของเขา หมายเลขสี่คนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกหกใดๆ นั่นคือทั้งหมดที่เขาสามารถทำได้ในขณะนี้ หากขาดวิจารณญาณ นั่นก็หมายความว่าประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเขาไร้ประโยชน์
“เจ้าควรทําแบบเดียวกับที่ระบบของเจ้าทำ นั่นคือการพยายามนำมันออกมาจากร่างกายของเจ้า” หมายเลขสี่กล่าวต่อว่า “แต่เจ้าต้องนำมันไปฝังไว้กับวัตถุภายนอกและผูกมัดมันไว้กับตัวเจ้า ด้วยวิธีนี้ส่วนหนึ่งของระบบจะกลายเป็นของเจ้า”
หมายเลขสี่ปลดดาบของเขาออกมาและกล่าวว่า “ข้าก็ทําเช่นเดียวกันและผูกส่วนหนึ่งของระบบในร่างกายของข้าไว้กับดาบเล่มนี้ และตอนนี้มันก็กลายเป็นพลังของข้าไปแล้ว”
“วัตถุใดๆ ก็ได้เหรอ?” คัมพัสสอบถาม
“ใช่แล้ว แต่มันควรจะเป็นวัตถุจากโลกของเจ้า มิฉะนั้นมันจะไม่ทํางาน” จากนั้นเตือนเขาว่า “แต่เจ้าต้องพึงระวังเพราะมันทำได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นหากวัตถุที่เจ้าฝังมันเป็นเพียงผ้าธรรมดาๆ เจ้าจะไม่ได้รับความสามารถที่มีประโยชน์ใดๆ”
จากนั้นเขาก็มองปืนในมือของคัมพัส “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีอาวุธปืนแปลกๆ อยู่ในมือ ข้าเดาว่ามันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเจ้าแล้วล่ะนะ”
“ผมก็คิดอย่างนั้น” คัมพัสมองปืนในมือของเขาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่เขานึกถึงประสบการณ์ในก่อนหน้านี้.