สถานการณ์ยุ่งยาก

‘เจ้านั่นมันคืออะไรกันแน่?’ คัมพัสแทบจะไม่สามารถคิดได้เพราะแม้แต่ความคิดของเขาก็อยู่ในความสับสน ระบบที่ผ่านหน้าเขาไปไม่ต่างอะไรกับกวางที่โลกของเขาแม้ว่ามันจะตัวใหญ่กว่าถึงสี่เท่าก็ตาม

แต่เมื่อเขามองมัน ความหวาดกลัวที่รุนแรงทำให้ทั่วท้้งร่างกายของเขาต้องสั่นสะท้าน สิ่งนี้ถูกส่งมาจากชิ้นส่วนของระบบทำเงินซึ่งกลายเป็นของเขาไปแล้ว มันเป็นสิ่งที่ทําให้เขาสัมผัสถึงภัยคุกคามจากระบบอื่นๆ ได้

และกวางตัวนั้นก็ประทับอยู่ในใจของเขาในฐานะขุนเขาที่ไม่อาจข้ามผ่านหรือสามารถสั่นคลอนได้ หากเขาถูกตัวตนเช่นนั้นเพ่งเล็ง เขาคงต้องยอมแพ้ในชีวิตแน่ๆ การรอดชีวิตมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

เขาใช้เวลาสองสามชั่วโมงในการฟื้นฟูจิตใจของเขา เมื่อเขาลุกขึ้นยืนเขายังคงยากที่จะหายใจได้ทั่วท้องจริงๆ ในขณะที่เขาสะบัดหัวเพื่อเรียกสติ เช่นเดียวกับที่เขาวางแผนจะข้ามคูน้ํา เขาก็สังเกตเห็นว่าเขาไม่สามารถสัมผัสถึงภัยคุกคามจากอีกด้านหนึ่งได้อีกต่อไป

ดูเหมือนว่าระบบที่เขาวางแผนติดตามมันจะก้าวเข้าสู่โลกอื่นไปแล้ว

เขาถอนหายใจและหลับตาลงสัมผัสทิศทางของภัยคุกคามอื่นๆ ในไม่ช้าก็เลือกจุดอ่อนที่สุดในหมู่พวกมัน เมื่อเขามาถึงจุดด้านหลังของก้อนหินแห่งหนึ่ง เขาก็มองออกไปเฝ้าสังเกตระบบที่ค่อนข้างตัวใหญ่ มันมีความสูงถึงสามเมตร

มันเป็นเสาแนวตั้งที่ถูกปกคลุมไปด้วยโซ่ ที่ปลายโซ่แต่ละเส้นเป็นปลอกคอกำลังรัดรอที่ดูเหมือนจะเป็นหัวของสิ่งมีชีวิต และเมื่อพิจารณาจากใบหน้าหรือส้นผมของพวกเขาแล้ว พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นหญิงสาวจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่สวยงามทั้งหมด

พวกเขาไม่มีร่างกายถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอ และสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นเสาหลักคือแกนกลางของระบบ และโซ่อีกคู่หนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหน้าของมันเจาะเข้าไปในร่างกายของร่างมนุษย์ที่มีความสูงเพียงหนึ่งเมตร รูปร่างเตี้ย แขนขาสั้น หน้าท้องปูดโปน

มันสวมหมวกสีเขียวที่ดูเหมือนขากรรไกรบนของมนุษย์ ร่างนั้นมีดวงตาที่ใหญ่โตเกินขนาดที่ขยับไปมาอย่างน่ากลัวเป็นระยะๆ ในขณะที่ท้องของมันยังคงนูนอย่างต่อเนื่อง

ยี่สิบนาทีต่อมามันพ่นของเหลวสีเขียวขุ่นออกมาเป็นวงกลม ของเหลวสีเขียวขุ่นไหลซึมเข้าไปในวงกลมขณะที่มันขยายขนาดขึ้น ในไม่ช้าของเหลวนั่นก็กลายเป็นประตูมิติที่มีขนาดสามเมตรพอให้มันเข้าไปด้านใน

ร่างเล็กๆ เดินไปข้างหน้าลากเสาไปด้วยได้อย่างง่ายดาย ขณะที่หัวจํานวนมากถูกล่ามโซ่ไว้แสดงความเจ็บปวดเป็นครั้งคราว ภายในประตูมิติกำลังแสดงภาพของหญิงสาวอกโตซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์

เธอมีรัศมีแห่งความสง่ารอบตัวเธอ เพียงแค่นั่งอยู่บนบัลลงก์ขณะที่เธอออกคําสั่งดูเหมือนว่าผู้ติดตามจะคุกเข่าบนพื้นต่อหน้าเธอทั้งหมด เมื่อพิจารณาจากมุมมองของหญิงสาวคนนั้น มันดูราวกับว่าพวกเขากำลังหมอบคลานอย่างไรอย่างนั้น

มีไม่กี่คนที่ยืนเป็นผู้พิทักษ์ในสถานที่แห่งนี้ ยิ่งกว่านั้นพวกที่ยืนอยู่เบื้องหลังราชินีนั้นดูเหมือนจะเป็นหุ่นเชิดแปลกๆ เพราะดูไม่เหมือนสิ่งมีชีวิต แต่พวกมันขยับเป็นครั้งคราวตามคําสั่งขององค์ราชินีผู้นั้น

‘เอาล่ะนี่คือโลกที่มีมนุษย์ อย่างน้อยนั่นถือว่าเป็นข้อดี พวกเขายังมีหุ่นเชิดที่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย ฉันจะเข้าสู่โลกแห่งนี้และทำความเข้าใจส่วนสําคัญของสิ่งต่างๆ ในการเป็นผู้สังหารระบบก่อน เจ้าระบบตัวนี้ดูเหมือนอ่อนแอกว่าระบบทำเงินอยู่บ้าง ดังนั้นฉันจึงหวังว่าจะสามารถจัดการมันได้ในภายหลัง’

คัมพัสเรียกปืนของเขาออกมา และเล็งไปทางประตูมิติอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่เตือนให้ระบบรับรู้ถึงการดํารงอยู่อย่างเขา หัวใจของเขายังคงกระหน่ำด้วยความตึงเครียด เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองลง ในขณะที่เขาทําตามเป้าหมายของตัวเอง

ในไม่ช้าช่วงเวลาที่เสาของระบบเข้าสู่ประตูมิติก็มาถึง ประตูมิติเริ่มหดตัวลงดูเหมือนว่ามันจะหายไปภายในเวลาไม่กี่วินาที คัมพัสจริงลั่นไกโดยไม่ลังเล

ไม่มีแม้แต่เสียงปืนที่เป็นหนึ่งในลักษณะที่ปืนควรมีจากปืนของเขา กระสุนพุ่งเข้าใส่ประตูมิติ ในขณะที่เขารู้สึกว่าวิสัยทัศน์ของเขาเบลอไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องโถงทางเดินที่แปลกตาเสียแล้ว

ในเวลานี้เองเสียงของผู้หญิงก็ดังก้องไปทั่วทั้งสถานที่ “เรกริเอล ในฐานะที่เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ เจ้ากลับไร้ความสามารถ เจ้ากระทำการกอบโกยเงินจากอาณาจักรของเราเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ข้าจึงต้องปลดสถานะของเจ้า และขับไล่เจ้าออกจากวังหลวง!”

เสียงนั้นดังสนั่นทําให้ยามเดินผ่านห้องโถงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่ชุดเกราะที่พวกเขาสวมใส่สั่นสะเทือนเล็กน้อย เมื่อเสียงตะโกนดังขึ้นทหารสองนายก็พาชายรูปร่างอ้วนฉุคนหนึ่งดูอายุราวยี่สิบปีด้วยการลากเขาลงกับพื้นและออกจากวังไป

โถงทางเดินที่คัมพัสปรากฏตัวนั้น เป็นหนึ่งในเส้นทางที่นําไปสู่ห้องบัลลังก์ ดังนั้นมันจึงได้รับการอารักขาอย่างเข้มงวด แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยทุกคนถูกรบกวนด้วยเสียงที่ดังลั่นไปทั่ว และดูเหมือนว่าพวกเขาจะพากันเชียร์ให้เกิดเรื่องแบบนี้เพราะไม่ชอบเจ้าอ้วนผู้นั้นมานานแล้ว พวกเขาจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นร่างของเขาที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศในสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด

เมื่อชายร่างอ้วนถูกพาตัวออกไป ความสนใจที่มีในเรื่องนี้จึงลดลง และพวกเขาก็ชักดาบของตัวเองชี้ใส่เขาอย่างฉับพลัน

“หยุด!”

เมื่อเห็นดาบชี้มาทางเขา คัมพัสก็ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แสดงท่าทีต่อต้านใดๆ ในขณะที่เขาคิดว่า ‘ฉันไม่รู้ภาษาของพวกเขา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันจะเข้าใจความหมายโดยอัตโนมัติ นั่นคือผลประโยชน์ที่สะดวกจริงๆ’

เมื่อเขาปรากฏตัวในห้องโถงถัดจากห้องบัลลังก์ เขาก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยทหารยามกว่ายี่สิบนายทันที หนึ่งในนั้นเข้าไปในห้องบัลลังก์เพื่อรายงานเกี่ยวกับเขาต่อองค์ราชินีอย่างเร่งรีบ.

ตอนก่อน

จบบทที่ สถานการณ์ยุ่งยาก

ตอนถัดไป