องค์ราชินี

คัมพัสมองไปรอบๆ เห็นคนมากมายนั่งด้านข้างบนที่นั่งหรูหรา ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นสูง และสิ่งที่ดูเหมือนหุ่นเชิดยืนอยู่ข้างหลังแต่ละตัวนั้น เมื่อพิจารณาจากวัสดุที่ทำมาจากเหล็กแล้ว ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวตามคำสั่งของพวกเขา

ข้างหลังของชนชั้นสูงแต่ละคนจะมีหุ่นเชิดเพียงตัวเดียว ในขณะที่คนที่อยู่ใกล้กับบัลลังก์จะมีหุ่นเชิดสองตัว และองค์ราชินีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มีหุ่นเชิดห้าตัว

เพียงมองแวบเดียวก็ตัดสินได้ทันทีว่าคุณภาพของหุ่นเชิดแต่ละตัวในห้าตัวนั้นเหนือกว่าชนชั้นสูงคนอื่นๆ มากนัก เมื่อพิจารณาจากบรรยากาศของสถานที่แล้ว องค์ราชินีผู้นี้ต้องมีอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างแน่นอน

เธอสูง 6 ฟุต (182.88 ซ.ม.) มีรูปร่างสมส่วน ดูได้จากแขนที่เพรียวบางแต่มีพลัง ดวงตาสีส้มของเธอส่องประกายอย่างทรงอำนาจ ในขณะที่เส้นผมสีส้มของเธอเปล่งประกายภายใต้แสงไฟในสถานที่แห่งนี้

แม้ว่าสายตาของเขาจะจับจ้องไปทางหน้าอกขนาดยักษ์ของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่คัมพัสก็ควบคุมตัวเองได้ เขาไม่เต็มใจทำอะไรที่อาจทำให้เขาต้องตายเช่นนั้นไดั เมื่อเขามองไปรอบๆ ความคิดบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา เขาเพิ่มความระมัดระวังไม่มองไปที่อื่นอีก ในขณะที่เขาสบตากับองค์ราชินีครู่หนึ่งก่อนที่จะหลับตาเพื่อถวายคำนับอย่างเป็นทางการ

“เช่นนั้น” องค์ราชินีกวาดตาสำรวจร่างกายของเขาจากบนลงล่าง มองดูเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดี รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา และเธอก็สังเกตเห็นใบหน้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย และคราบสกปรกบนใบหน้าของเขาจากนั้นจึงกล่าวว่า “เจ้ามาปรากฏตัวในโถงทางเดินของข้าโดยที่คนของข้าไม่รู้ตัวได้อย่างไร?”

“ท่านอาจไม่เชื่อถ้าผมพูดมันออกมา” คัมพัสทำสีหน้าลำบากใจขณะที่เขาเกาแก้มตัวเองอย่างงุ่มง่าม ในขณะที่เขายกมือขึ้นเพื่อทำเช่นนั้น ยามที่อยู่รอบๆ เขาก็ชี้ดาบมาที่เขาเสียแล้ว ในขณะที่เขาสังเกตเห็นผ่านหางตาของเขาว่าหุ่นเชิดทุกตัวในที่แห่งนี้กระตุกหนึ่งครั้งพร้อมที่จะเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่อ

“ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเอง” องค์ราชินีจ้องมองเขาโดยไม่กะพริบตา

“ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับอาณาจักรที่ชื่อพล็อตโทเปียหรือไม่?” เขาเริ่มต้นด้วยคำถามก่อน

“เช่นนั้นเจ้ามาจากอาณาจักร…พล็อตโทเปียอย่างน้้นหรือ?” องค์ราชินีขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่สามารถจดจำชื่อสถานที่ใดที่มีชื่อเช่นนั้นได้ เธอไม่ได้คิดเรื่องนี้นานนัก ตอนนี้เธอสนใจว่าบุคคลลึกลับตรงหน้าของเธอจะพูดอะไรต่อไป เธอยังพร้อมที่จะโจมตีเขาทันทีหากเขาพยายามเล่นตลกต่อหน้าเธอ

“ผมเป็นเจ้าชายของอาณาจักรนั้น” คัมพัสแสดงสีหน้าค่อนข้างเจ็บปวด เขาเลือกใช้คำว่าเจ้าชายดีกว่าคำว่าราชา เพราะรูปร่างหน้าตาของเขาดูมีอายุแค่ยี่สิบปี “หรืออย่างน้อยผมก็เคยเป็นมาจนถึงตอนนี้...”

ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าโศก เขาพูดต่อว่า “ผมอยู่ในป่ากับทหารที่ผมไว้ใจ ในช่วงเวลาน้้นเราได้พบเจอกับบุคคลลึกลับ และด้วยเหตุผลบางอย่าง ทหารของผมก็เริ่มล้มตายลงทีละคนๆ ก่อนที่ผมจะรู้ตัว ผมก็อยู่ในโถงทางเดินแห่งนี้ไปแล้ว...”

“ป่าแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร?” องค์ราชินีจ้องมาที่เขา มองดูท่าทางของเขาตลอดเวลาเพื่อดูว่ามีนัยยะใดที่จะโกหกหรือไม่

“ป่าสงวนแห่งชาติพล็อตโทเปีย” คัมพัสกล่าวราวกับมันเป็นความจริง ในฐานะที่เป็นอันดับหนึ่งของโลกธุรกิจ การโกหกเป็นทักษะที่เขาได้เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นการสร้างเรื่องราวจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา และเนื่องจากเขาไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับโลกของคนเหล่านีเ เขาจึงไม่ได้เจาะจงใดๆ ทำเหมือนว่าเขาไม่ต้องการเปิดเผยความลับจากอาณาจักรของเขาขณะที่เขายังคงให้รายละเอียดที่คลุมเครือตามสิ่งที่เขาสังเกตเห็น

เพื่อให้การเล่าเรื่องของเขาดูสมจริงและค่อนข้างเชื่อได้ เขาไม่ได้วางแผนที่จะสร้างเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากหากเขาสร้างตัวตนของเขาในฐานะเจ้าชายแห่งอาณาจักร การพูดในลักษณะที่อธิบายสถานการณ์ของเขาได้อย่างสมบูรณ์นั้นค่อนข้างแปลกในตัวมันเอง เพราะเขาอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสายลับที่พยายามแทรกซึมเข้ามาในพระราชวังของพวกเขาได้

นอกจากนี้ เขายังไม่แน่ใจถึงคุณค่าของแผนที่ในสถานที่แห่งนี้ หากไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมสมัยใหม่เหมือนบนโลก แผนที่จะมีคุณค่ามาก เนื่องจากโดยปกติแล้วจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางเข้าสู่อาณาจักร ภูมิประเทศ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประเทศที่คิดรุกรานหรือสำหรับสายลับที่เข้าแทรกซึม

ขณะที่เขาพูดคุยกับผู้ปกครองอาณาจักร การลักษระท่าทางของเขาราวกับเป็นบุคคลที่มีชาติตระกูลที่ดี แต่ยังเจือปนไปด้วยความเย่อหยิ่งและกลิ่นอายอันบริสุทธิ์ที่เจ้าชายแห่งอาณาจักรพึงมี คัมพัสใส่ใจในรายละเอียดในฐานะพ่อค้าเก่าอย่างยิ่ง

และเมื่อเขาพูดบทของเขา เขาก็มองไปทางอค์ราชินี จ้องมองเธออย่างว่างเปล่าซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเขาเหนื่อยกับทุกสิ่ง และดูเหมือนจะไม่ได้วางแผนกระทำการใดๆ เลยสักนิด

“หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง” องค์ราชินีสบตาเขา “เช่นนั้นแล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป?”

“แน่นอนว่าผมต้องกลับไปยังอาณาจักรของตัวเองอยู่แล้ว” คัมพัสพยักหน้าตามความเป็นจริง “ผมยังมีธุระที่ยังจัดการไม่เสร็จในสถานที่แห่งนั้น”

เขาพูดต่ออย่างรวดเร็วว่า “ผมไม่รู้ว่าผมจะกลับไปได้อย่างไร แต่ถ้าฝ่าบาททรงพาผมกลับไปยังอาณาจักรของผมได้ ผมจะจ่ายเงินรางวัลอย่างงามอย่างแน่นอน พ่อของผม ราชาแห่งพล็อตโทเปียให้ความสำคัญกับผมมากที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมดของผมแล้ว”

“ทหาร! จงพาสุภาพบุรุษท่านนี้ไปที่ห้องพักห้องหนึ่งของเรา” องค์ราชินีรับสั่งการ ในขณะจ้องมองคัมพัส “เราจะหารือเรื่องนี้ในภายหลัง”

“ผมต้องขอขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่าน ฝ่าบาท” คัมพัสโค้งคำนับให้เธออย่างเป็นทางการ ในขณะที่เขาเดินตามทหารองค์รักษ์สองนายออกจากห้องบัลลังก์ ตลอดทาง องค์ราชินีจ้องมองแผ่นหลังของเขาอย่างครุ่นคิด

ขณะที่คัมพัสเดินไปตามโถงทางเดิน เขาก็พบรูปปั้นมากมายตามทาง ‘โลกใบนี้หมุนรอบรูปปั้นหรือยังไงกันแน่นะ...’

เขาไม่ได้ถามคำถามใดๆ ที่อาจดูน่าสงสัย ในขณะที่เขาเดินตามทหารองครักษ์ไป และไม่นานนักเขาก็ถูกพาไปยังห้องภายในพระราชวัง เมื่อเข้าไปในนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าห้องค่อนข้างหรูหรา มีความยาว 10 เมตร กว้าง 8 เมตร

เมื่อเขาเข้าไปแล้ว ทหารองครักษ์ก็ออกไปและปิดประตู.

ตอนก่อน

จบบทที่ องค์ราชินี

ตอนถัดไป