คำแนะนำและความจริงใจ
หลังจากได้ยินทุกสิ่งที่องค์ราชินีพูด คัมพัสก็มองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยถามว่า “เชื้อสายราชวงศ์ที่เหลืออยู่ที่ไหน?”
“พระราชาทรงพระประชวรหนัก ขณะที่พระมเหสีคนอื่นๆ ของพระองค์ถูกกักบริเวณอยู่ในที่พำนักของตน สำหรับเจ้าชายและเจ้าหญิงจำนวนมาก ข้าสั่วประหารพวกเขาไปเกือบหมดแล้ว” องค์ราชินีพูดอย่างตรงไปตรงมา พลางจ้องมองคัมพัสที่ตัวสั่นเพียงครั้งหนึ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาจึงถามต่อว่า “ทำไมล่ะ? เป็นเพราะปัญหาในการสืบราชสันตติวงศ์ใช่หรือไม่?”
“ก็มีเช่นกัน เพราะข้าเป็นเพียงภรรยาคนที่สามของเขา” องค์ราชินีพยักหน้า “แต่เหตุผลหลักก็คือพวกเขาทั้งหมดไม่ตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาณาจักรของเรากำลังเผชิญอยู่ และยังคงถลุงเงินคงคลังของราชวงศ์ต่อไป พวกเขายังก่อความโหดร้ายรุนแรงมากพอถึงขนาดที่ประชาชนทั่วไปกำลังวางแผนก่อการจลาจล ดังนั้นข้าจึงฆ่าทุกคนที่ก่อปัญหาและชิงบัลลังก์มาเป็นของตัวเอง”
“นายพลอาร์ติก้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ฆ่าตัวปัญหาเหล่าน้้นหรือไม่?” คัมพัสถามต่อ
“นางเป็นมือขวาของข้า นางประหารเจ้าชายและเจ้าหญิงทั้งหมดด้วยตัวของนางเอง เป็นเพราะข้าเชื่อใจนางอย่างสุดซึ้ง ข้าจึงฝากงานไว้กับนาง” องค์ราชินีแสดงความโศกเศร้าของเธอพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“คำถามสุดท้าย” คัมพ้สหันมาทำหน้าตาจริงจัง “เจ้าชายเรกริเอลคือชายอ้วนฉุที่ถูกลากออกไปจากห้องบัลลังก์ตอนที่ผมมาถึงหรือไม่?”
“ใช่ เขานั่นแหละ” องค์ราชินีพยักหน้า ขณะนั้นเองอธอก็มองใบหน้าที่เปล่งประกายซึ่งมาพร้อมกับรอยยิ้มของคัมพัสทันที มันจึงทำให้เธอรู่สึกสับสน
“งั้นก็ง่ายๆ เลย” เขาพูด “นายพลอาร์ติก้าไม่ได้ทรยศท่าน เธอแค่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ถ้าเขาไม่ถูกฆ่า เธอจะทำตัวเหมือนเป็นคนละคน”
“นี่คือ…ความจริงอย่างนั้นหรือ?” ดวงตาขององค์ราชินีเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเขาพูดด้วยความมั่นใจเช่นนั้น
“ใช่ ท่านสามารถใช้เซรุ่มความจริงเพื่อตรวจสอบได้” คัมพัสพยักหน้า “และผมจะบอกท่านอย่างตรงไปตรงมา ผมพูดความจริงเมื่อวานนี้ก็จริง แต่ผมยังปิดบังบางอย่างจากท่านอยู่บ้าง เจ้าชายเรกริเอลคือเป้าหมายของผม มีเพียงการฆ่าเขาเท่านั้น ผมจึงจะสามารถกลับบ้านของผมได้”
“แต่เรกริเอลไม่มีพรสวรรค์อะไรเลยสักอย่าง เขาจะสามารถควบคุมนายพลอาร์ติก้าได้อย่างไร? แม้ว่าเขาจะพบหลักฐานบางอย่างเช่นความผิดในอดีตของนางได้ แต่นางสามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดายเพื่อลบล้างหลักฐานทั้งหมด และนางก็คิดจะไปฆ่าเขาตั้งแต่แรก นอกจากนี้ นางยังหยุดเมื่อดาบของนางฟันเข้าที่คอของเรกริเอลเล็กน้อยเท่านั้น”
“นั่นเป็นเพราะเขามีระ…” คัมพัสกำลังพูดอย่างสบายๆ แต่เมื่อถึงคำว่าระบบเขากล้บหายใจไม่ออก ในขณะที่ความเจ็บปวดรุนแรงเล็ดลอดออกมาจากหัวใจของเขา ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เหงื่อเย็นไหลออกมา อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นสูงอย่างฉับพลัน
อันตราย!
เขารู้สึกถึงอันตรายที่รุนแรงเกินกว่ากวางที่เป็นระบบกวางที่เขาเคยเห็นในโลกแห่งระบบด้วยซ้ำ มันมาจากส่วนหนึ่งของระบบทำเงินที่กลายเป็นของเขา มันเตือนเขาว่าหากเขาพูดต่อไปอีก เขาจะต้องตายอย่างลึกลับ
“เจ้าสบายดีไหม?” องค์ราชินีตื่นตระหนกรีบลุกขึ้นมาสังเกตอาการของคัมพัสทีนที เธอสามารถมองเห็นสีผิวของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เธอลองสัมผัสใบหน้าของเขา แต่ก็ดึงมือกลับมาอย่างรวดเร็ว ‘เขาตัวร้อนมาก’
คัมพัสยกมือขึ้น ส่งสัญญาณอย่างง่ายๆ ว่าเขาไม่เป็นไร ขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำเช่นนั้นต่อไปสักพักจนความเจ็บปวดค่อยๆ บรรเทาลง ในไม่ช้าสภาพของเขาก็กลับมาเป็นปกติ
‘แบบนี้นี่เอง... ดังนั้น การพูดถึงระบบถือเป็นเรื่องต้องห้าม ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแม้จะรู้เรื่องระบบ แต่ผู้อยู่อาศัยในโลกนี้ก็ยังคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องแต่ง มันคล้ายกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นบนโลก ถ้าฉันไม่ได้รับระบบทำเงิน ฉันก็คงมองมันเป็นแค่เรื่องแต่ง เป็นเพียงจินตนาการเพ้อฝัน’ ความคิดของเขาโลดแล่น
‘ถ้าฉันเดาตามสิ่งที่หมายเลขสี่พูด ระบบรุ่นแรกที่เข้ามาในโลกจะเผยแพร่ความคิดเกี่ยวกับระบบในโลกนั้นๆ ผ่านรูปแบบของสื่อ ดังนั้นพวกมันอาจใช้พลังบางอย่างเพื่อจำกัดข้อมูลเกี่ยวกับระบบไม่ให้รั่วไหลออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนรู้ว่าพวกมันมีอยู่จริง บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงรู้สึกถึงอันตรายรุนแรงอย่างนั้น”
‘ใช่แล้ว ในเรื่องราวทั้งหมดที่ฉันอ่าน ไม่มีตัวละครหลักคนใดเคยเปิดเผยว่าตนครอบครองระบบ พวกเขาทั้งโกหกหรือตำหนิการลุกขึ้นสู้ด้วยอาวุธขี้โกง แม่กระทั่งประณามทุกคนที่กล่าวหาพวกเขาว่ามันเป็นฝีมือของพวกเขาอย่างไร้ยางอาย’ เขากำหมัดแน่นจากนั้นจึงคลายกำปั้นออก
จากนั้นเขาก็กล่าวขอโทษต่อองค์ราชินี “ขออภัย ดูเหมือนว่าผมจะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้ท่านทราบได้ ลองคิดเช่นนี้ก็แล้วกัน: เรกริเอลได้รับสมบัติลึกลับที่ช่วยให้เขาสามารถทำให้คนอื่นเป็นทาสได้ แต่อาจจะทำได้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น”
‘เมื่อพิจารณาจากลักษณะของระบบนั้น มันน่าจะเกี่ยวข้องกับการทำให้ผู้หญิงเป็นทาส อาจตั้งชื่อว่า ระบบทาส หรืออะไรซักอย่าง’ เขาคิด
“ก็ได้” องค์ราชินีพยักหน้า “เช่นนั้น เจ้าจะสามารถฆ่าเรกริเอลและทำให้นายพลอาร์ติก้ากลับมาเป็นปกติได้หรือไม่?”
“ผมไม่รับประกันว่าจะสามารถฆ่าเรกริเอลได้” คัมพัสตอบกลับทันทีและคิดว่า ‘ระบบทั้งหมดเป็นมีพล็อตอาร์เมอร์ ฉันต้องวางแผนให้รัดกุม บางอย่างจะเกิดขึ้นเมื่อฉันกำลังจะฆ่าโฮสต์ของระบบ เพราะผู้ใช้ระบบทุกคนจะต้องไปถึงจุดสูงสุดในชีวิตของตนตามที่พวกมันได้กำหนดเอาไว้’
“ถ้าเจ้าทำได้ อาณาจักรของข้าจะเป็นหนี้บุญคุณเจ้า เจ้าจะได้รับรางวัลอย่างงามสำหรับความดีความชอบของเจ้า” ราชินีกล่าวออกมา
คัมพัสพยักหน้าแสดงว่าเขายอมรับมัน “นั่นคือแผนของผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ผมต้องได้รับความมั่นใจว่าผมจะสามารถได้รับชัยชนะอย่างแน่นอนซะก่อน และทั้งหมดนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจของท่าน”
“ท่านต้องการสิ่งใด?” องค์ราชินีขมวดคิ้ว เธอสงสัยว่าเขาจะใช้โอกาสนี้เอาเปรียบเธอหรือไม่
“สอนทักษะของท่านให้กับผม” เขาพูด “เมื่อผมเรียนรู้มันแล้ว โอกาสของผมจะสูงขึ้นเล็กน้อย”
“เราไม่มีเวลาแล้ว ยิ่งล่าช้า ก็ยิ่งมีผู้หญิงฝีมือดีจำนวนมากกลายเป็นทาสของเขา!” คัมพัสพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว “และมันจะดีที่สุดถ้าท่านส่งคนไปเป็นสายลับ และสายลับต้องมีความสามารถมากที่สุดในอาณาจักรของท่านเพื่อเฝ้าติดตามพฤติกรรมของเรกริเอล ด้วยวิธีนี้ ผมจะสามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม ถ้าเขาได้รับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีอิทธิพลจากจักรวรรดิ มันอาจจะทำให้เกิดสงครามได้ถ้าผมฆ่าพวกเขา”
คัมพัสวางแผนการทุกอย่างอย่างเปิดเผย ตัดสินจากสิ่งที่เขาพูด การเตรียมการของเขาและความสำเร็จของปฏิบัติการนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนสหายที่เรกริเอลได้รับ และถ้าเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่นายพลอาร์ติก้าติดตามล่ะก็ ทุกสิ่งที่ค้มพัสพูดจนถึงตอนนี้จะได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริงโดยทันที
มันง่ายต่อการตรวจสอบมาก หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง องค์ราชินีจึงพยักหน้าตอบรับ “ตกลง”