นี่คือ… ดันเจี้ยน?
“บ้าไปแล้ว!” คัมพัสรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรมในทิวทัศน์ “นี่คือดันเจี้ยนใช่ไหม?”
เบื้องหน้าของเขาคือผืนน้ำอันกว้างใหญ่ประกอบกับคลื่นลมที่แผ่วเบา น้ำใสเล็กน้อย มันทำให้เขาสังเกตเห็นเงาจำนวนมากแหวกว่ายอยู่ภายใน และทุกเงามีความยาวอย่างน้อย 3-5 เมตร ทำให้เขาตกใจ
บางเงาก็ยาวกว่านั้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ เมื่อเขานึกถึงดันเจี้ยน เขาก็คิดว่ามันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางธรรมชาติ และเป็นที่ที่มนุษย์จะต้องเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเพื่แเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
แต่ในความเป็นจริงแล้วมันกลับแตกต่างออกไป ‘ใช่แล้ว สิ่งที่ปรากฏในนิยายไม่ได้เกิดขึ้นจริง ใครก็ตามที่มีสมองเพียงพอจะไม่ยอมปล่อยอสังหาริมทรัพย์ฟรีๆ แบบนี้ไป ไม่ใช่ตอนที่มันเป็นเหมืองทองซึ่งมีทรัพยากรมหาศาลอยู่แล้ว’
เรือหลายลำแล่นไปในน่านน้ำ ตกสิ่งมีชีวิตที่คล้านปลาซึ่งว่ายน้ำอยู่ภายใน และทุกครั้งที่พวกเขาจับปลาตัวใหญ่ได้ พวกเขาก็จะโห่ร้องด้วยความยินดี คัมพัสสังเกตเห็นเรือขนาดใหญ่สามลำในระยะไกล พวกเขาเป็นพวกที่จับปลา
และปลาที่จับได้ถูกขนส่งทางเรือ นำพวกมันไปยังโรงงานขนาดใหญ่ที่ด้านหนึ่งของผืนน้ำ ที่นั่นดูเหมือนว่าปลาจะถูกขนส่งเข้าไปในอาณาจักร เมื่อเขาเห็นกระบวนการทั้งหมด คัมพัสก็รู้สึกทึ่ง
เฟลต้าพูดพร้อมชี้ไปทางโรงงาน “เราแปรรูปเนื้อทั้งหมดที่นั่น และเมื่อถึงเวลากลางคืน เราจะขนเนื้อแปรรูปทั้งหมดออกจากดันเจี้ยนนำไปกระจายผ่านช่องทางอาหารทั้งหมด อาหารที่เราได้รับจากดันเจี้ยนแห่งนี้เพียงพอสำหรับผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงแถมยังมีส่วนเกินอยู่บ้าง มีดันเจี้ยนไม่มากนักที่มีแหล่งอาหารหาง่ายเช่นนี้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่อาณาจักรของเราแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรส่วนใหญ่แม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าก็ตาม”
“ดันเจี้ยนแห่งนี้…ใหญ่แค่ไหนกัน?” คัมพัสเอ่ยถามในขณะที่เขาจ้องมองเสาจำนวนมากซึ่งยื่นออกมาจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไปสองสามกิโลเมตร พวกมันมีรูปร่างเหมือนทรงกระบอกและมีความสูงอย่างน้อยสองร้อยเมตร
“ตามเอกสารทางประวัติศาสตร์ ดันเจี้ยนมักจะครอบคลุมรัศมี 10 กิโลเมตร และมีชั้นเดียว เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าดันเจี้ยนระดับ 1 แต่ดันเจี้ยนระดับ 2 จะมี 2 ชั้น และแต่ละชั้นจะมีรัศมี 20-50 กิโลเมตร ดันเจี้ยนระดับ 3 นั้นกว้างกว่า มีรัศมีประมาณ 80-150 กิโลเมตร แต่ละชั้นของดันเจี้ยนใหญ่เท่ากับอาณาจักรของเรา และสำหรับดันเจี้ยนระดับสูงนั้น จะมีอยู่ในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น” เคธี่กล่าวต่อว่า “นี่คือดันเจี้ยนระดับ 2 อย่างไรก็ตาม”
จากนั้นเธอก็ชี้ไปทางซ้ายของเธอ “เนื่องจากทางด้านขวาถูกครอบครองโดยโรงงานและการขนส่งทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการประมง ทางด้านซ้ายจึงเป็นเส้นทางที่เราจะมุ่งหน้าลึกเข้าไปในดันเจี้ยน ทุกดันเจี้ยนมีสัตว์ประหลาดสองสามสายพันธุ์ ยิ่งสัตว์ประหลาดตัวใหญ่และแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เราก็สามารถเก็บเกี่ยวดาร์เบิ้ลจากมันได้มากขึ้นได้”
เฟลต้าชี้ไปที่หน้าผากของเธอ “ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ประเภทไหน มันก็จะมีดาร์เบิ้ลชิ้นเล็กๆ งอกขึ้นมาบนหน้าผากของมัน เมื่อเราฆ่าสัตว์ประหลาดได้ เราก็จะสามารถเก็บเกี่ยวมันได้ แต่ไม่ใช่ว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวจะมีดาร์เบิ้ล และดาร์เบิ้ลที่ได้รับก็มีขนาดเล็ก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นสินค้าล้ำค่า”
‘เนื่องจากดาร์เบิ้ลมีดาร์ลัค ซึ่งเป็นพลังงานที่คำนวณจากความแข็งแกร่ง สัตว์ประหลาดในโลกใบนี้เก็บพลังงานไว้อย่างไร?’ คัมพัสคิดในขณะที่เดินไปกับคนรับใช้สองคนผ่านทางด้านซ้าย
เขามองดูเรือหลายลำที่แล่นไปมาในน่านน้ำและความวุ่นวายของผู้คนที่ทำงานร่วมกันเพื่อจับปลา เขารู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อยเพราะเขาไม่คาดคิดว่าจะมีฉากเช่นนี้ในดันเจี้ยน นอกจากนี้ ทุกคนที่ทำงานในสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่คนปกติทั่วไป
ในบางครั้ง เขาก็สังเกตเห็นผู้คนควบแน่นดาบพลังงานเพื่อแทงปลา ฆ่าพวกมันก่อนที่จะลากร่างของพวกมันขึ้นเรือ และดาบพลังงานยังมีรูปแบบที่หลากหลาย พวกมันสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับปลาให้ดีที่สุด
“ทุกคนที่จับปลาคือนักรบ และผู้ที่ควบคุมเรือและตัวเรือคือนักเชิดหุ่น” เคธี่กล่าวเมื่อรับรู้ได้ถึงการสายตาของเขา จากนั้นเธอก็พ่นลมหายใจออกมา พลางชี้ไปข้างหน้า “นอกรั้วนี้ เราจะถูกชรูเกอร์โจมตี”
“ชรูเกอร์?” คัมพัสขมวดคิ้วขณะที่เขามองรั้วที่อยู่ตรงหน้าเขา มันดูเหมือนตาข่ายที่ทำจากเชือกโลหะ แต่ละเส้นหนากว่าแขนของเขา รั้วถูกพันผ่านเสา สร้างตาข่ายนิรภัยเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดเข้ามาทำร้ายคนงานที่ตกปลาในน่านน้ำ
แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ตาข่ายนิรภัยอยู่ห่างจากเสาแรกเพียงหนึ่งกิโลเมตร และเสาที่อยู่ใกล้กับเรือประมงก็ถูกคนงานเจาะและขนย้ายชิ้นส่วนของมัน เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ คัมพัสก็พิจารณาว่าวัสดุที่ใช้สร้างเสาคือสิ่งที่ใช้สร้างบ้านเรือนทุกหลังและแม้แต่พระราชวังในเมืองหลวงที่เขาเคยเห็น
‘อาหารและวัสดุก่อสร้าง...’ คัมพัสคิดและตั้งสมาธิ จากนั้นเขาก็ยินเสียงร้องที่ผันผวนระหว่างเสียงนกร้องและเสียงหมาป่าหอน
และในเส้นทางเบื้องหน้าเขา มันมีประตูบานหนึ่งให้เขาใช้ก้าวออกไปอีกด้านหนึ่งของรั้วได้ เมื่อเขาเข้าไปใกล้มันเฟลต้าก็กล่าวว่า “ภูมิประเทศตั้งแต่จุดนี้ไปมันจะอันตรายมาก ดังนั้นจงระวังตัวเอาไว้ให้ดี”
“เข้าใจแล้ว” คัมพัสพยักหน้า ในขณะที่เฟลต้าเปิดประตูและเข้าไปก่อน เขาเดินตามหลังเธอขณะที่เคธี่ตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เธอปิดประตูเมื่อเธอเข้ามาแล้ว ด้านหลังของประตูภูมิประเทศไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม แต่บรรยากาศแตกต่างจนสัมผัสได้
นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นสิ่งที่คล้ายกับฐานที่ลอยอยู่ท่ามกลางแม่น้ำ ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ดูเหมือนจะมีส่วนที่ยื่นออกมาแบนๆ ตามด้านข้างของเสาทุกต้น ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถก้าวขึ้นไปด้านบนได้โดยใช้ส่วนที่ยื่นออกมาซึ่งทำหน้าที่เสมือนขั้นบันได และมีฐานอยู่บนน้ำทำให้เขาสามารถข้ามไปถึงเสาได้
“ฐานเป็นเพียงแผ่นหินลอยน้ำ ท่านไม่สามารถยืนบนฐานหนึ่งได้นานกว่าสองสามวินาที มิฉะนั้นท่านจะจมตามมันไป ในระหว่างนี่สัตว์ทะเลจะกระโจนเข้าใส่ท่านอยู่ตลอดเวลา” เหลต้าเตือนเขา ทันใดนั้นเธอก็วิ่งออกไปก่อนที่จะกระโจนเข้าสู่ฐานเหล่านั้น
ไม่ทันไรที่เธอทำเช่นนั้น ปลาขนาดมหึมาก็กระโจนขึ้นจากน้ำ มันอ้าปากกว้างอย่างดุร้ายตั้งใจจะลากเธอลงน้ำ.