เขาเป็นใครกันแน่

สถานที่เกิดเหตุ มีตำรวจหลายนายปิดล้อมพื้นที่เอาไว้ ด้วยเทปสายคาดของตำรวจ เข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง และนักสืบ

“ฟุดฟิด ฟุดฟิด”

“เน่าแล้ว น่าจะตายมาแล้วหลายวัน”

บนโต๊ะมีคนนอนหมอบอยู่ มีกลิ่นเหมือนศพ

“ต้องลองผ่าออกมาดู จะได้รู้ว่าตายเพราะอะไร”

“เฮ้ย”

“อะไร”

แต่แล้วจู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็กระโดดลุกขึ้น ตะโกนออกมา

“คุณเป็นใคร”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“หมอซู นั่นไม่ใช่ศพที่ให้คุณมาดู เธอแค่ขี้เกียจอาบน้ำ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า จ่ายมา” หวังหยางเอ่ย แล้วหันไปทางฉู่ปิง ฉู่ปิงก็จ่ายให้เขา เหมือนว่าพวกเขาจะพนันกันอยู่

“คุณเป็นหมอเหรอ”

“คุณเป็นญาติเหรอ”

“เปล่า ไม่ใช่ ฉันเป็นพยาบาลผู้ช่วย”

“อืม คุณน่าจะอาบน้ำบ้างนะ กลิ่นของคุณเหม็นมาก เหมือนศพตายมาแล้วหลายวัน ผมเดาว่าคงไม่มีใครเอาคุณแน่ หากคุณยังเป็นแบบนี้ต่อไป คงยากที่จะมีใครกล้ามีเพศสัมพันธ์กับคุณได้”

“นี่ปากใช่ไหมที่พูด ทำไมมันฟังดูออกมาจากรูตูดถึงได้เหม็นแบบนี้”

“อันที่จริง กลิ่นตัวของคุณน่าจะเหม็นเน่ากว่ากลิ่นอุจจาระของผมเสียอีก”

“หยาบคายมาก”

“คุณสิที่กลิ่นเหมือนอุจจาระ”

“อย่า อย่า อย่า แยก แยก แยก” เป็นฉู่ปิงที่จับแยกคนทั้งสองออกจากกัน

“อย่าบอกว่ากลิ่นเหมือนอุจจาระเลย ให้บอกว่ากลิ่นเหมือนขี้ก็ได้” หวังหยางก็เอ่ยออกมา ทั้งยังรู้สึกสะอิดสะเอียนอยู่เล็กน้อย

“คุณสิที่กลิ่นเหมือนขี้” สตรีนางนั้นก็หันไปตะโกนใส่หวังหยางด้วย จนเขาทำหน้าเจื่อนๆ

“พวกเขาสนิทกันมาก อาจเป็นไปได้ว่า กลิ่นศพก็เลยติดตัวเธอ” ฉู่ปิงพยายามช่วยตู้ซิวพูด

“ไม่นะ นี่เป็นกลิ่นที่ออกมาจากตัวเธอจริงๆ”

“แล้วกลิ่นบนตัวฉันมันหนักหัวคุณหรือไง”

“อันที่จริง กลิ่นเหม็นมันไม่สามารถหนักหัวใครได้ มันเป็นเพียงสิ่งที่ล่องลอยในอากาศ ที่สามารถทำให้บรรยากาศโดยรอบเน่าเสียไปด้วย คุณกำลังทำให้โลกนี้อยู่ยากมากขึ้น ด้วยกลิ่นตัวของคุณทำให้มนุษย์อยากอาหารน้อยลง และเมื่อพวกเขากินน้อยลง กระทั่งนอนไม่หลับ เพราะนึกถึงกลิ่นของคุณ เมื่อกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็ทำให้เสียสุขภาพ และอาจทำให้ตายได้”

“ไอ้เวรเอ้ย คุณเป็นใคร ถึงได้มาวิจารณ์คนอื่น คุณอยากตายตอนนี้เลยไหม”

“อย่าอย่าอย่า คุณหมอซู นี่คือ ตู้ซิว พยาบาลผู้ช่วยของหมอกู้ ผู้ตาย ส่วนศพของหมอกู้ อยู่ข้างใน” ฉู่ปิงพยายามกอบกู้สถานการณ์อีกครั้ง

เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นหมอ ตู้ซิว จึงลดท่าทีลงเล็กน้อย แต่ยังคงมองหน้าแบรนน็อค เหมือนโกรธแค้นยังไงยังงั้น ในโลกนี้มีหมอที่ปากเสียแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ

อีกห้องหนึ่ง มีศพบนพื้น ที่ถูกผ้าขาวคลุมอยู่ โดยหลักแล้ว ก่อนที่แพทย์นิติเวช หรือหน่วยเก็บหลักฐานจะทำการเก็บหลักฐาน จะห้ามคลุมผ้า เพราะจะปนเปื้อน นอกเสียจากศพจะอุจาดตามากจริงๆ และอยู่ในจุดที่คนอื่นมองเห็นได้ง่าย หรือไม่ก็จากดุจพินิจของตำรวจ

พอเปิดผ้าคลุมออก ก็พบแผลฉกรรจ์บนร่าง โดยเฉพาะตรงคอผู้ตาย

“คุณคิดว่าไงหมอ นี่เป็นหมี หรือเปล่า” หวังหยาง คล้ายถามอย่างจริงจัง

“สแกน พบ สสารที่จับคู่ จากร่างเอเลี่ยน” เสียงในหัวของแบรนน็อคดังอยู่ในใจ

แบรนน็อคเอามือจับตรงคอเหยื่อที่ถูกกัดจนเกือบขาด

“สาเหตุการตาย เกิดจากตรงนี้ เส้นเลือดใหญ่ที่คอขาด เสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหว”

“อาจเป็นสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ที่มีเขี้ยว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสุนัข ตัวใหญ่”

“ตรงนี้ไม่ใช่จุดเกิดเหตุ เขาถูกกัดแถวนี้ แล้ววิ่งกลับมาบ้านเพื่อรักษาตัวเอง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงได้เสียชีวิต”

“จากสภาพศพ น่าจะเสียชีวิตมาได้ไม่เกิน 24 ชม.”

“ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ผู้ตายเสียชีวิต น่าจะยังอยู่ในละแวกนี้”

“คุณไม่ใส่ถุงมือเหรอ”

“ไม่ต้อง เสร็จแล้ว”

หลังจากออกจากจุดเกิดเหตุ ออกมานอกห้อง นอกบ้าน แบรนน็อคก็คิดในใจ

“น่าจะมีเศษชิ้นส่วนของเอเลี่ยน กระจัดกระจายบนพื้นดิน แล้วบังเอิญมีสุนัขกินมันเข้าไป แล้วมันก็กลายพันธุ์”

“เราต้องรีบหามันให้เจอ”

“ลามอส เจ้าสามารถสแกนหาสิ่งที่ลงมือ จากกลิ่นได้หรือเปล่า”

“ไม่มีปัญหา” ลามอส ตอบออกมา

ในตอนที่แบรนน็อคอยู่ใกล้ศพ ลามอส ก็ล็อคกลิ่นอื่นๆเอาไว้แล้ว

“ทางทิศ 11 นาฬิกา”

เมื่อเห็นแบรนน็อควิ่งไปตรงป่าด้านหลังบ้านของหมอกู้

หวังหยาง และฉู่ปิงก็ตามออกมาพอดี ทั้งยังมีตู้ซิวอีกด้วย

“เราต้องตามเขาไปหรือเปล่า”

“หรือว่าเขาจะโมโหที่ไม่ส่งเขากลับก็เลยวิ่งกลับเอง”

“ฉันว่า เขาน่าจะรู้ว่าหมาตัวนั้นเป็นของใคร ก็เลยวิ่งไปดูว่าใช่หรือเปล่า”

“หรืออาจจะเป็น เขารู้ว่าเป็นหมีของใครเลี้ยงไว้ หรือเปล่า”

“ถ้างั้น พวกเราตามเขาไปดูกันเถอะ”

หลายนาทีผ่านไป

“แฮก แฮก แฮก”

“หมอนั่น วิ่งเร็วมาก เขาเคยเป็นนักวิ่งมาก่อนหรือเปล่า”

“เราน่าจะเอารถมานะ”

“ตู้ซิว คุณแข็งแรงกว่าตำรวจเสียอีก คุณดูหวังหยางสิ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ไหวแล้ว”

“พวกคุณรอก่อน ผมจะไปเอารถ” หวังหยาง หอบแฮ่กๆ แล้ววิ่งกลับไปเอารถ

ฉู่ปิงโบกมือ เธอและตู้ซิว ก็พากันวิ่งตามแบรนน็อคไป ส่วนหวังหยางไปเอารถ

หลายนาทีผ่านไป หวังหยางก็มาพร้อมกับรถจี๊บซาทาน่าของตำรวจ เมื่อทุกคนขึ้นรถ พวกเขารีบขับตามแบรนน็อค แต่ในไม่ช้า ก็ต้องจอดรถทิ้งอีกครั้ง เพราะมันเป็นทางขึ้นเขาที่รถขึ้นไม่ได้ และไม่มีถนน

“คุณแน่ใจเหรอว่าเขามาทางนี้”

“ฉันเคยเห็นเขาครั้งสุดท้ายไกลๆอยู่ตรงนี้ แต่ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเขาไปทางไหน”

ในตอนนั้นเอง

“โฮก”

“ตูม”

เสียงต้นไม้หักโค่น และคำรามของสัตว์ป่า อยู่บนภูเขาที่เห็นไกลๆ

“ทางนั้นหรือเปล่า”

“ฉันจะเรียกกำลังเสริม”

“ตู้ซิว คุณรอกำลังเสริมอยู่ตรงนี้”

“โอเค” ตู้ซิวก็ไม่ขัดข้อง เพราะว่าเธอไม่มีอาวุธ อีกทั้งไม่มีเรื่องเร่งด่วนจนเธอต้องรีบตามไปด้วย ช่วงนี้เธอประสบปัญหาครอบครัว ปลงไม่ตก จนกินเหล้าเมามายอยู่หลายวัน และเธอเองก็ทำงานอยู่ในห้องเก็บศพ จึงมีกลิ่นศพติดตัว จะว่าไปแล้วช่วงนี้เธอโทรมจริงๆ และไม่คิดว่าจะมีคนวิจารณ์เธอว่ากลิ่นเหมือนขี้ ชั่งหยาบคายจริงๆ แต่มันก็คือความจริง ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ สงสัยว่าเธอจะต้องไปอาบน้ำและนอนจริงๆแล้ว

ไม่นาน ฉู่ปิงและหวังหยาง ก็ติดตามเสียงนั้นไป

ลามอสตามกลิ่นและสแกนค้นหา ระยะการสแกนของมันนั้นครอบคลุมระยะทางมากกว่า หนึ่งตารางกิโลเมตรรอบตัว แต่แค่เพียงครอบคลุมระยะที่มองเห็น แต่มันยังสามารถติดตามกลิ่นได้ มันเหมือนวิ่งตามเส้นสายใยอะไรบางอย่าง ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่เจอ หากว่ามันยังไม่ทำให้กลิ่นหายไป

“ลามอส เราน่าจะใช้วิธีนี้ค้นหาร่างศพของเอเลี่ยนได้ใช่ไหม” แบรนน็อค เอ่ยในใจ

“สามารถทำได้ ฉันได้บันทึกกลิ่นและสสารเอาไว้แล้ว แต่ห่างมากไม่ได้”

“ดีเลย ลองสแกนหาด้วย”

“รับทราบ”

ไม่นานเท่าไหร่บนเขา ลามอสก็สแกนพบทั้งสัตว์ประหลาด และซากศพเอเลี่ยนบางส่วน

และมันก็อยู่บริเวณเดียวกัน และเขาก็ติดตามมันไป

บนเขา

ที่เศษซากเอเลี่ยน มีสัตว์ป่าจำพวกหมาป่าหลายตัว ที่เคยกัดกินซากเอเลี่ยน ได้กลายพันธุ์ไปแล้ว ตอนนี้พวกมันตัวใหญ่เท่าหมีภูเขา เขี้ยวและกรงเล็บยาวเหมือนหมีดำ จุดตรงนี้อยู่ห่างจากบ้านของหมอกู้ที่ตายหลายกิโลเมตร ไม่รู้ว่าหมอกู้มาทำอะไรตรงนี้ หรือสุนัขป่าพวกนี้ เข้าเมืองไปก็ไม่อาจทราบได้

“แฮ่!”

“ฮึ่ม!”

สุนัขป่าหลายตัว เหมือนสัมผัสได้ถึงอันตราย พวกมันกระจายตัวกันปิดล้อมแบรนน็อคเอาไว้ แบรนน็อคเองก็เสกสร้างดาบคู่ออกมา ตั้งท่ารอ

สุนัขป่ากลายพันธุ์ ไม่รั้งรอ พวกมันกระโจนเข้ามาใส่พร้อมกัน แต่ในตอนนั้นเอง ที่พวกมันเข้าใกล้ในระยะห่างสองเมตร จากร่างของแบรนน็อค พวกมันก็ชนเข้ากับม่านพลังป้องกันที่มองไม่เห็น หลายตัวกระเด็นไปไกลออกไปด้วยความเร็วกว่าตอนที่วิ่งเข้ามา เหมือนถูกสิบล้อวิ่งชน บางตัวกระเด็นพุ่งชนต้นไม้ใหญ่หักโค่นตกตายคาที่ บางตัวที่ยังอยู่ เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น พวกมันก็ถูกตัดศีรษะ แบรนน็อคยังกระโดดติดตามพวกมัน ที่กระเด็นลอยออกไป เสียบแทงตัดขั้วหัวใจ และตัดศีรษะไปทีละตัว อย่างเฉียบขาดทันทีหลังจากนั้น

พิ้ว พิ้ว พิ้ว…

มีสุนัขป่าบางตัวที่อยู่ไกลๆ พยายามจะวิ่งหนี แต่ลามอสก็เสกตัวเองเป็นมีดแสงลอยออกมาจากร่างของแบรนน็อค ลอยอยู่กลางอากาศ หลายเล่ม หมุนวนรอบตัวรอบกาย แล้วพุ่งเข้าใส่พวกมันจากระยะไกลในสี่ทิศทาง

พิ้ว พิ้ว พิ้ว…

ฉึก ฉึก ฉึก…

สุนัขป่าถูกมีดพุ่งเข้าใส่เหมือนถูกยิงด้วยมีดที่ศีรษะอย่างแม่นยำทะลุแก่นกลางสมอง แม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรก็ตาม และแล้วพวกมันก็ถูกแทงตายจนหมด

แบรนน็อคเดินมาที่ซากร่างเอเลี่ยนที่เป็นขาซ้ายขนาดใหญ่ ที่สภาพยับเยินจากการถูกสัตว์กัดแทะ แล้วหลอมรวมเข้าร่างตัวเอง

“หลอมรวม 35%” ลามอสแจ้งเตือน

“แสดงว่ายังขาดอีก 65%” แบรนน็อคเอ่ย

ยามนั้นเขาก็ใช้พลังดึงดูดสสารพลังจากร่างของสุนัขป่าทั้งหมดโดยรอบ มาเข้าร่างตัวเอง เกิดเป็นเส้นสายใยวิญญาณสีดำ ลอยมาที่ตัวเขาเป็นศูนย์กลาง เหมือนกับการชำระล้างพลังของเอเลี่ยนออกจากสุนัขป่า แต่เดิมที่พวกมันคล้ายสัตว์อสูรที่มีพลังสีดำครอบงำ ก็กลายเป็นสัตว์ป่ากลายพันธุ์ธรรมดา แต่ถึงแม้พลังเอเลี่ยนจะหายไป ร่างของพวกมันก็ยังใหญ่โตอยู่เหมือนเดิม

“หลอมรวม 39%” ลามอสแจ้งเตือน

“ขาดอีก 61%”

“แขนขวา ลำตัว ศีรษะ”

“หากว่ายังอยู่นะ ไม่ถูกทำลายไปแล้วนะ”

“มีความเป็นไปได้ ที่บางส่วนของขาซ้ายตรงนี้ ถูกสุนัขบางตัวที่กินไปหลบหนีไปได้ หรืออาจจะเป็นสัตว์ตัวอื่น”

“กำลังจะสแกนค้นหา”

“เป้าหมายไม่ได้อยู่ในระยะค้นหา”

“จากการหลอมกลืนเมื่อครู่ ได้อัพเกรดระยะค้นหาเป็นสิบตารางกิโลเมตรแล้ว แต่เป้าหมายอยู่ห่างจากระยะหวังผล”

“ค้นหาต่อไป”

“ทราบแล้ว”

ยามนั้น ลามอสเปลี่ยนร่างเป็นนกกาสีดำขนาดสามฟุต แยกร่างออกเป็นสี่ตัว แล้วบินขึ้นฟ้า บินออกไปสี่ทิศทาง เพื่อสำรวจและค้นหา

ไม่นานเท่าไหร่

“หมอซู”

“หมอซู”

“อยู่ตรงไหน”

“โอ้ว สวรรค์”

“มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่”

เมื่อหวังหยาง กับฉู่ปิงมาถึง พวกเขาก็พบกับซากร่างสุนัขป่าสิบกว่าร่าง ที่ตัวใหญ่เท่าหมีควาย ลำตัวยาวเกือบสองเมตร ขามันใหญ่กว่าขาของพวกเขาสองขารวมกันเสียอีก และดูตรงเขี้ยวนั่นสิ มันสามารถกัดคอพวกเขาขาดได้เลย อาจกล่าวได้ว่า หมอกู้ อาจโชคดีด้วยซ้ำที่ถูกมันกัด ก่อนที่พวกมันจะกลายพันธุ์โดยสมบูรณ์

“ตัวอะไร”

“มันน่ากลัวมาก”

“อะไรฆ่าพวกมัน”

“คงไม่ใช่หมอซูฆ่าพวกมันใช่ไหม”

“คุณคงไม่คิดว่าพวกมันตายเองใช่ไหม”

“ไม่ ผมไม่คิดอย่างงั้น”

“มีบางอย่างฆ่าพวกมัน”

“ใครก็มองออก”

“หือ หรือว่าจะเป็นหมอซูจริงๆหรือเปล่า”

“โอ้ว หมอซู คุณเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างงั้นเหรอ”

“โอ้ว ปรามาจารย์ซู นับถือ นับถือ”

“ไม่คิดว่าคุณจะแข็งแกร่งขนาดนี้”

‘จริงสิ โลกนี้มีผู้ฝึกตน อยู่ด้วยเหมือนกัน’ แบรนน็อคคิดในใจแล้วพยักหน้า ถึงแม้เขาจะมาจากโลกเทคโนโลยี แต่พวกเขาก็ได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาบ้าง และยังฝึกทักษะทางโลกวิญญาณ ฝึกตนวิชาเซียนมาด้วยเหมือนกัน

“ใช่ ผมเป็นผู้ฝึกตน ฝึกศิลปะการต่อสู้มาบ้างนิดหน่อย”

“โอ้ว นี่ไม่หน่อยแล้ว”

“นี่ยังเรียกว่าหน่อยอีกเหรอ”

“คงจะอย่างงั้น แต่ สุนัขป่าพวกนี้ ยังไม่ใช่ทั้งหมด”

“พวกมันมีบางตัวหายไป ผมจะค้นหาพวกมันต่อไป พวกคุณจัดการกับศพพวกมันได้ตามสบาย”

ในโลกของเขานั้น ซากศพพวกนี้ ยังสามารถนำไปทำอาหารได้ในยุคที่อาหารขาดแคลน แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจ ต้องการที่ไล่ล่าสุนัขป่าที่เหลือมากกว่า

เมื่อตำรวจสองคนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นว่าแบรนน็อค วิ่งไปแล้ว

หวังหยางและฉู่ปิง ก็ได้แต่มองหน้ากัน แล้วใช้วิทยุติดต่อกำลังเสริมแล้วบอกตำแหน่ง ทั้งยังเอาโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเป็นหลักฐานที่เกิดเหตุ

สภาพโดยรอบเละมาก แต่ก็เมื่อสังเกตดีๆสามารถบอกได้ว่า การต่อสู้ไม่ได้ดุเดือดอย่างที่คิด เป็นการเข่นฆ่าฝ่ายเดียวมากกว่า

แม้ว่าหวังหยางและฉู่ปิง จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ประสบการณ์ทำงานมาหลายปี ก็ยังดูออกว่า สัตว์ประหลาดเหล่านี้ ตกตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทั้งรอยตัดก็เฉียบขาดเรียบเนียนรวดเร็วมาก เหมือนถูกตัดด้วยเลเซอร์ อาวุธอะไรที่สามารถทำได้ขนาดนี้ ดูเหมือนในมือของหมอซู จะไม่มีอาวุธอะไรด้วยซ้ำ หากจะบอกว่าเขาใช้มือเปล่าก็ไม่น่าจะใช่

‘หมอซู เขาเป็นใครกันแน่’ เกิดคำถามขึ้นมาในจิตใจของหวังหยางและฉู่ปิง ลึกๆในใจนั้นยังมีความกลัวและหวาดเกรง คนที่ฆ่าสัตว์ประหลาดด้วยมือเปล่าด้วยตัวคนเดียวได้แบบนี้ ไม่ใช่อะไรที่พวกเขาสามารถเทียบได้ หลังจากนั้นหวังหยาง และฉู่ปิงก็โทรออกหาใครบางคนเพื่อรายงาน

ตอนก่อน

จบบทที่ เขาเป็นใครกันแน่

ตอนถัดไป