เพิ่งเคยเห็นมันเป็นครั้งแรก
หลังจากมนุษย์โลกพวกนี้ ได้ถูกแบรนน็อคต้มจนเปื่อย และเชื่อคำขี้โม้ของเขา แม้ว่าพวกเขาจะยังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่พวกเขาเกินครึ่ง ก็เชื่อมากกว่า 80% ไปแล้ว
หลังจากหลอกล่อ กันอีกพักใหญ่ แบรนน็อคก็เกลี้ยกล่อมให้พวกเขาอยู่เฉยๆ แล้วรอการอาบแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อชำระบาปจากเขา
ยามนั้น แบรนน็อคก็ลอยตัวกลางอากาศ แล้วทำท่าทางเหมือนร่ายอาคมบางอย่าง ผสานอิน ผสานหยาง เหมือนที่เคยเห็นในทีวี แล้วให้ลามอส สร้างภาพลวงตาว่าเกิดปรากฏการณ์บางอย่าง ที่เหมือน วงแหวนเวทย์ ลอยอยู่เหนือค่ายทหาร
เมื่อวงแหวนเวทย์ สีฟ้า สีแดง สีทอง สดสวย สบายตา ด้วยอักขระอาคมที่อ่านไม่ออกมากมาย ปรากฏขึ้นมา มันก็ดูดเอาแสงสีดำจากในร่างของทหารในค่ายทั้งหมด ลอยไปที่มัน ที่อยู่บนฟ้านั่น
ภาพที่ปรากฏ เหมือนเอฟเฟคที่ถูกสร้างขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์ มันเป็นควันสีดำ โปร่งใส เหมือนมีเหมือนไม่มี ลอยออกมาจากร่างทหาร ลอยขึ้นฟ้า เหมือนถูกดูดพลังออกไป
ความจริงแล้ว แบรนน็อคดูดเอาพลังพวกเขาไปจริงๆ แต่เป็นพลังของเอเลี่ยนที่พวกเขาได้รับจากการกินสุนัขกลายพันธุ์ตัวนั้น ดูๆไปแล้ว เหมือนดังกับว่าพวกเขาได้ถูกชำระล้างจริงๆ
หลังจากนี้ ยีนส์และพลังของพวกเขาจะบริสุทธิ์มากขึ้น ไม่ได้ถูกครอบงำจากพลังของเอเลี่ยนอีกต่อไป ไม่ว่าพวกเขาจะกลายร่าง หรือไม่กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า พวกเขาก็จะทรงพลังมากกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่า และพวกเขาจะไม่ดุร้าย โหดร้ายป่าเถื่อนเหมือนสัตว์ป่า หรือขาดสติเหมือนตอนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
“วิ้ง วิ้ง วิ้ง!…” นอกจากภาพ แสงสีตระการตาแล้วนั้น ยังมีเสียงอีกด้วย
หลายนาทีผ่านไป เขาก็ได้ทำการชำระทหารทั้งค่ายจนเสร็จสิ้น
หลังจากนั้นไม่นาน คนทั้งค่าย ก็ได้ทำการชำระล้างค่ายใหม่ ชำระศพเพื่อนทหาร ที่ตอนนี้ได้กลายร่างเป็นมนุษย์เหมือนเดิม นำไปเผ่าเก็บอัฐิคืนญาติตามธรรมเนียมปฏิบัติ
ที่แท้หลังจากพวกเขาตายไป พวกเขาก็จะกลายร่างเป็นมนุษย์เหมือนเดิม
“น่าเสียดาย ที่พวกเขาไม่ได้รับการอาบชำระแสงศักดิ์สิทธิ์จากผู้อาวุโส” เพื่อนทหารคนหนึ่งเอ่ยออกมา ไม่ได้คิดตำหนิที่แบรนน็อคฆ่าพวกเขา ใครจะรู้ว่า หากพวกเขาหลุดรอดออกไปโลกภายนอก ประเทศจะวุ่นวายขนาดไหน
แต่ไม่ว่ายังไง พวกเขาล้วนเป็นเพื่อนทหารที่ฝึกและทำงานด้วยกันมาหลายปี ไม่คาดคิดว่าจะตกตายลงไปอย่างนี้ ไม่ว่าจะตายเพราะเหตุอันใดก็ตาม มันก็ยังสร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่เพื่อนทหารด้วยกันไม่น้อย
…
“ผู้อาวุโส เชิญทางนี้”
ทหารหญิงคนหนึ่ง ได้นำทางแบรนน็อค ไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทหาร
พวกเขาได้คุยกันแล้วว่าจะพาแบรนน็อคไปที่ค่ายใหญ่ ที่ได้นำสุนัขป่ากลายพันธุ์สามตัวนั่นไป
แบรนน็อคไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไรในช่วงนี้ ย่อมไม่ปฏิเสธ แต่เมื่อบินขึ้นฟ้าไม่นาน เหมือนแบรนน็อคจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เมื่อมองไปยังจุดที่เขามาที่อยู่ไกลๆ
เขาจำได้ว่า ตำรวจสายสืบสองคนนั่น ติดตามเขาขึ้นเขา และเขาก็บอกว่าจะติดตามสุนัขกลายพันธุ์ไป หากว่าเขาไม่กลับไป พวกนั้นจะออกค้นหาเขาหรือเปล่า
อาจบางทีเขาอาจคิดมากไป แต่ซูไป๋ เป็นตัวตนที่มีตัวตนในโลกนี้ในยุคปัจจุบัน เขาย่อมไม่อยากให้มันเป็นปัญหา
หลังจากย่อยความทรงจำ เขาจำได้ว่า บนโลกนี้ มีเครื่องมือสื่อสารทางไกลไร้สาย ที่เรียกว่าโทรศัพท์ มันสามารถโทรคุยกันได้ และยังสามารถส่งข้อความถึงกันได้ แบรนน็อคคิดนิดหนึ่ง มือถือก็ปรากฏบนมือของเขา
และมือถือนี้เป็นของซูไป๋ ที่ลามอสได้กลืนกินและย่อยสลายมันไป ในวันแรกๆ จนลามอสสามารถทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อหาข่าวบนโลกนี้ และได้รู้ว่ามันยังเอาไว้สื่อสารกับคนอื่นๆได้
และถึงแม้แบรนน็อคจะไม่รู้เบอร์ของหวังหยางหรือฉู่ปิงได้ ลามอสก็สามารถค้นหาข้อมูลของสองคนนี้ได้จากอินเตอร์เน็ต และเฮกข้อมูลเล็กน้อย เขาจึงให้ลามอสส่งข้อความให้สองคนนั้นทราบว่า เขาค้นพบสุนัขป่าที่หายไปแล้ว และได้ฆ่าพวกมันไปแล้ว และตอนนี้เขามีเรื่องด่วนต้องกลับเข้าเมือง และไม่ต้องสนใจเขา
เมื่อส่งข้อความเสร็จ พลันมือถือนั้นก็สูญสลายหายไป ถูกเก็บกลับไปเหมือนเดิม
ผู้บัญชาการค่าย ที่ได้รับการแนะนำตัวก่อนหน้านี้ว่าเจียงกู่หนาน ก็หันสายตาไปที่อื่นทันที แต่สตรีอีกนาง ยังคงสงสัยเขาอยู่
‘ปิดด่านฝึกตนเป็นพันปี ออกมาจากการปิดด่านฝึกตน ก็มีโทรศัพท์ใช้ได้ยังไง’ แม้ว่าจะสงสัยอยู่ในใจ แต่ว่าเธอก็ไม่กล้าถาม
และแบรนน็อคก็ไม่ได้สนใจจะคุยกับพวกเขา เพราะในเฮลิคอปเตอร์นี้ มันเสียงดังจนหนวกหูจริงๆ คงเพราะอย่างนี้พวกเขาถึงต้องใส่หูฟังครอบเอาไว้
…
ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ ก็มาถึงค่ายใหญ่
เป็นค่ายมณฑล มีบริเวณกว้างกว่าค่ายเล็กในเขา หลายร้อยเท่า มีอาคารสูงมากมายที่เป็นที่พัก และอาคารสำนักงานต่างๆของทหาร อย่างน้อยๆก็ต้องมีพื้นที่หลายสิบตารางกิโลเมตร
บนลานโล่ง เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลงจอด ก็มีคนหลายคน มายืนต้อนรับ
ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการค่ายลับในป่า ได้รายงานด่วนว่า พวกเขาเจอสัตว์ประหลาดเฒ่า ที่บอกว่าเพิ่งออกจากการกักตนพันปีในป่า พวกเขาจึงได้นำพาแบรนน็อคมาที่ค่ายใหญ่
ถึงแม้ว่าในค่ายใหญ่จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ในโลกนี้มีเรื่องแปลกๆมากมาย และจากภาพและเสียงที่พวกเขาส่งมายืนยัน พวกเขาก็ได้ทำการอนุญาตให้นำแบรนน็อคมาที่ค่ายใหญ่ เพื่อเป็นการติดต่อกันครั้งแรก
พลโท หวังเซียง ผู้บัญชาการค่ายมณฑลเจียงหนาน เมืองเจียงโจว ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง เพราะเขาอยู่ในค่ายพอดี เมื่อเห็นแบรนน็อคลงจากเฮลิคอปเตอร์ ก็สัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันจางๆในตัวของเขา ที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้ว่ามันจะถูกระงับเอาไว้ก็ตาม
นอกเหนือจากนั้น ตัวเขายังแผ่กลิ่นอายของตัวตนทรงพลัง ที่กดขี่ผู้คน เอาไว้อีกด้วย
เพียงแต่ว่า เขาไม่รู้ว่าจะต้อนรับคนผู้นี้ยังไง ต้องไหว้ ต้องจับมือ หรือยังไง แน่นอนว่า เขาย่อมไม่ยอมคุกเข่า เหมือนที่เคยเห็นในหนังหรือในละครเป็นแน่
แต่ดูจากสีหน้าเรียบเฉย จึงดูเหมือนว่า คนที่กล่าวอ้างว่าเป็น ผู้อาวุโสใหญ่ แห่งนิกายเทียนหยวน ผู้นี้ จะไม่ได้สนใจเรื่องเล็กน้อยยิบย่อยนี้เท่าไหร่นัก
“ยินดีต้อนรับผู้อาวุโสเมิ่ง เยี่ยมชมค่ายมณฑลของเรา ผมคือผู้บัญชาการค่าย หวังเซียง ยินดีต้อนรับท่าน”
“ตัวเราเมิ่งฮ่าวผู้นี้ ก็ยินดีที่ได้มาเยี่ยมชมค่ายของพวกท่าน นานแล้วที่เราไม่ได้ออกมาดูโลกภายนอก ไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติในยุคของพวกท่านเป็นอย่างไร หากผิดพลาดอันใด ต้องขออภัย”
‘ไม่คาดคิด ผู้อาวุโสเมิ่งคนนี้ จะปรับตัวได้เร็วเพียงนี้’
“ผู้อาวุโส เชิญ”
“เชิญท่านก่อน”
คนที่ติดตามมาในเฮลิคอปเตอร์ ต่างก็พากันมองหน้ากัน พวกเขาเห็น แบรนน็อค นำโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความ ถึงใครบางคน พวกเขาจึงเดาว่า ผู้อาวุโสคนนี้ ไม่ใช่พึ่งออกมาจริงๆ แต่คงออกมานานแล้ว และอาจจะมีลูกหลานของเขา ที่อธิบายให้เขารู้จักโลกภายนอกในยุคปัจจุบันในตอนนี้ และยังมอบโทรศัพท์ให้เขาสำหรับสื่อสารกับลูกหลานได้ และอาจบางที ลูกหลานพวกนั้น อาจจะเป็นคนในนิกายเทียนหยวนลึกลับนั่นด้วยก็เป็นไปได้
…
“ผู้อาวุโส เชิญทางนี้”
ไม่นานเท่าไหร่ คนทั้งกลุ่มก็ถูกนำขึ้นรถทหาร ไปที่ลานกว้างอีกแห่ง ที่มีกรงขังสุนัขป่ากลายพันธุ์ตัวใหญ่เอาไว้ สามกรง ตอนนี้พวกมันถูกผ้าใบคลุมไว้มิดชิด อยู่กลางลาน
พวกมันพึ่งถูกนำมาที่นี่ก่อนหน้านี้ไม่นาน แบรนน็อค และคนในค่ายในป่า ก็พากันติดตามมา หลังจากผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง พวกมันจึงไม่ได้ถูกนับไปเก็บในโกดัง หรือพื้นที่ลับ
…
“แฮ่”
“โฮก”
เมื่อผ้าคลุมกรงสุนัขป่ากลายพันธุ์ทั้งสามตัว ได้ถูกเปิดออก พวกมันก็พากันคำรามขู่ อย่างดุร้าย ในตอนที่ทหารจับพวกมันนั้น ได้สูญเสียทหารไปหลายคน แต่ด้วยการวางกับดัก และใช้ทหารหลายคนจึงสามารถวางยาสลบช้างและจับพวกมันได้ทั้งเป็น
แม้แต่หวังเซียง ผู้นำค่าย ก็ยังต้องตกใจเล็กน้อย เพราะเขาก็เพิ่งเคยเห็นพวกมันครั้งแรก อย่างที่บอก เขาเพิ่งทราบข่าวใหญ่สองเรื่อง เรื่องแรกคือพบสุนัขป่ากลายพันธุ์ตัวใหญ่ยักษ์ในป่า และเรื่องที่สองคือค้นพบคนที่อ้างตนว่า เป็นผู้ฝึกตนที่กักตนมาเป็นพันปี และยังเป็นผู้อาวุโสในนิกายลึกลับที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยาย
แน่นอนว่า ด้วยศักดิ์ศรีและสัญชาตญานทหาร ย่อมไม่อยากให้ตัวตนทรงพลังที่ไม่รู้จัก มานอนกรนอยู่ข้างๆโดยไม่รู้อะไรเลยไม่ได้ เขาจึงออกมาด้วยตัวเอง เพื่อต้องการที่จะดูว่า มันเป็นยังไงกันแน่
คนหลายสิบคนระดับผู้นำ ที่ติดตามมา ก็เพิ่งเห็นสุนัขป่ากลายพันธุ์เป็นครั้งแรก พวกเขาต่างก็ตกใจด้วยเช่นกัน แต่ด้วยวินัยทหาร แม้ว่าจะอุทาน แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาให้รำคาญใจ เหมือนชาวบ้านร้านตลาดพวกนั้น
“แฮ่ แฮ่ แฮ่”
“โฮก”
สุนัขป่ากลายพันธุ์ทั้งสามตัว เหมือนสัมผัสได้ถึงอันตราย และเหมือนว่ามันจะรู้ว่ามันจะต้องถูกฆ่าในวันนี้ หรือกำลังจะตายเร็วๆนี้ มันจึงยิ่งดิ้นรนและทำลายกรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยาสลบช้างที่พวกมันได้รับก่อนหน้านี้ ไม่มีผลกับพวกมันอีกต่อไป