ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าต่อสู้ เพื่อชีวิต

แบรนน็อค ไม่ได้สนใจจะอธิบายอะไรให้มากความ

“พวกเจ้าทุกคนถอยออกไป”

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงสุนัขป่ากลายพันธุ์ หรือแค่สัตว์ป่าชั้นต่ำก็ตาม แต่ด้วยเจตจำนงค์ของนักรบ เขาย่อมไม่สามารถฆ่ามันในตอนที่พวกมันถูกคุมขังในกรงได้ เขาย่อมต้องให้โอกาสศัตรู ในการต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง

“ถอย”

หวังเซียง ก็โบกมือและออกคำสั่งทหาร ให้ทุกคนถอยออกมา เขาก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า คนผู้นี้จะทำอะไร

“ถอย”

ทหารหลายคนก็พากันถอยออกไป

ยามนั้น รอบกายของแบรนน็อคก็ปรากฏเป็นมีดอาคม เหมือนเสกออกมา มันปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า แต่แท้จริงแล้ว เป็นลามอสที่แปลงร่างเป็นมีดวิญญาณ ขนาดสามนิ้ว นับพันเล่ม มันโปร่งใสคล้ายน้ำแข็งคริสตัล และเปล่งรัศมีสายฟ้าเล็กๆจางๆสีม่วงเรืองแสง รอบตัวของพวกมัน เหมือนเป็นอาวุธวิญญาณ ในตำนาน ที่เคยเห็นในซีรีย์ ในทีวีเท่านั้น

พวกมันได้พวยพุ่งเป็นสาย ไปที่กรงขังของสุนัขป่ากลายพันธุ์ทั้งสามด้วยความเร็วสูง แต่ยังเห็นเส้นสายเป็นลำแสงไปที่พวกมัน สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เหมือนภาพที่ถ่ายด้วยกล้องความเร็วซัตเตอร์สูง สามารถเห็นเส้นแสงเป็นริิ้วๆเส้นๆ เหมือนปืนลำแสง ที่เหมือนไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่แล้วหลังกระทบถูกกรงขัง พวกมันเสียงดังตูมใหญ่ แต่ว่ามันไม่ได้ฆ่าสุนัขป่ากลายพันธุ์โดยตรง แต่เป็นการทำลายกรงขัง และโซ่ที่ล่ามพวกมันเอาไว้ หลังจากนั้น กรงขังและโซ่ที่ทำจากเหล็กกล้า ก็พังทลายลง สูญสลายกลายเป็นฝุ่นผงเหมือนไม่เคยมีกรงและโซ่พวกนั้นอยู่ที่นั่น

“ตึง”

“ตูม”

เมื่อฝุ่นควันจางหายไป เหลือเพียงสุนัขป่ากลายพันธุ์ที่เหลือยืนอยู่เท่านั้น

สุนัขป่ากลายพันธุ์ เหมือนจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ พวกมันพากันมองไปรอบๆ เหมือนจะหาตำแหน่งที่จะหลบหนีออกไปจากที่นี่ และเหมือนพวกมันจะคิดออกว่า หากไม่ฆ่าคนผู้นี้ที่อยู่ตรงหน้าพวกมันก่อน พวกมันก็ไม่มีทาง หลบหนีออกไปจากที่นี่ได้ พวกมันจึงมองไปยังแบรนน็อคตาเขม็งด้วยเจตนาสังหาร

เมื่อมีดบินเหล่านั้น บินกลับมา พวกมันก็รวมร่างกันเป็นดาบคู่เล็กๆสองเล่ม เป็นมือของแบรนน็อคที่คว้าจับเอาไว้ มันเรืองแสงสีม่วงดำและมีสายฟ้าแล่นแปร๊บปราบมีควันสีดำแฝงอยู่เล็กน้อย มองไปให้ความรู้สึกเย็นเยียบ แผ่กลิ่นอายอันน่าสพรึงกลัวออกมา พร้อมกับจิตสังหารจางๆ

เขาถือดาบคู่ตั้งท่ารอพวกมัน เหมือนนักรบที่เตรียมตั้งท่าต่อสู้ในสนามรบ และไม่มีความหวาดกลัวหรือหวาดหวั่นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย และเขายังลดพลังป้องกันและพลังโจมตีของเขาให้อยู่ในระดับต่ำสุด 0.1% เพื่อให้โอกาสพวกมันได้ต่อสู้กับเขาได้

“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าต่อสู้ เพื่อชีวิต”

“เข้ามา”

“แฮ่ แฮ่ แฮ่”

แม้ว่าสุนัขป่าทั้งสามตัว จะรู้ว่าพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแบรนน็อคก็ตาม แต่พวกมัน ก็ไม่ยอมตายโดยไม่สู้ได้

“โฮก”

สุนัขป่ากลายพันธุ์ทั้งสามตัว ก็พุ่งกระโจนเข้าใส่แบรนน็อคโดยตรง ระยะทางหลายสิบเมตร ถูกร่นระยะทางโดยใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ

แบรนน็อคไม่ได้ใช้เกราะ ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ และไม่ได้ใช้อาวุธระยะไกล ใช้เพียงพลังกายล้วนๆ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ได้ฟันดาบออกไปโจมตีพวกมัน ที่พากันกระโจนเข้ามา

ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน พวกมันตกตายลงไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว สุนัขป่ากลายพันธุ์สองตัว ถูกผ่าร่างออกเป็นสี่ท่อน ตอนนี้มีตัวเดียวที่รอด มันถือโอกาสนี้ลอบโจมตีช่องว่าง แต่เมื่อมันคิดจะกัดไปที่แบรนน็อค มันก็ถูกฟันศีรษะขาดหลังจากนั้น และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หายใจเข้าและหายใจออกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

“ตุ๊บ”

ร่างและศีรษะพวกมันหล่นลงกับพื้น พร้อมกับเลือดที่สาดกระจายหลังจากนั้น แต่ดูเหมือนเลือดพวกนั้นไม่ได้เปื้อนร่างหรือชุดของเขาเลยแม้แต่น้อย และรอยตัดนั้นก็เรียบเนียน เหมือนตัดด้วยเลเซอร์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าดาบนั้นเร็วมากขนาดไหน

ก่อนหน้านี้ แบรนน็อคเคยแอบอ้างว่าเขาต้องการชำระล้างสัตว์กลายพันธุ์ และนำพวกมันไปกักขังในข่ายอาคมกักมาร อะไรพวกนั้น เขาจึงต้องทำการแสดงโชว์อีกครั้ง เขาสบัดดาบเหมือนสลัดเลือดออกจากดาบของเขา ทั้งที่มันจะไม่มีก็ตาม แล้วเก็บพวกมันกลับไป

หลังจากนั้น เขาก็กระโดดขึ้นเหาะกลางอากาศ สูงหลายสิบเมตร แล้วเหมือนร่ายอาคมซับซ้อนบางอย่างขึ้นมา กลายเป็นวงเวทย์อักขระอาคม คล้ายอักขระรูน และตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก สีฟ้า สีแดง สีม่วง สีทอง ที่ของแบบนี้จะเคยเห็นในซีรีย์แนวเทพเซียนเท่านั้น มันปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า ซ้อนทับกัน มันดูอลังการงานสร้างกว่าปกติ เพราะแบรนน็อคสั่งให้ลามอส แสดงออกมาชุดใหญ่กว่าเดิม เส้นผ่าศูนย์นับสิบเมตร ห้าเมตร หนึ่งเมตร มีสิบวงเวทย์ด้วยกัน ทั้งแนวตั้งแนวนอน มีทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อหลอกสายตา และปกปิดความจริง ว่าเขาต้องการจะทำอะไร นอกจากจะมีแสงสีแล้วนั้น ยังมีเสียงอีกด้วย แต่ลามอสก็ไม่ได้ลอกจากในซีรีย์ล้วนๆ มันยังสังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ ให้มันดูแตกต่างออกไป และดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าในความจริงแล้วนั้น ในการฝึกตนที่เขาเคยร่ำเรียนมา ในโลกของเขา ไม่ต้องร่ายเวทย์ ไม่ต้องแสดงท่าทาง หรือต้องมีคำร่ายอันใด และไม่มีเอฟเฟคอะไรพวกนี้ก็ตาม แต่เขาก็ต้องทำการแสดงในโลกนี้ เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ยามนั้น ก็เกิดเป็นลำแสง หลากสีสาดส่องลงมาบนพื้นโลก พร้อมตัวหนังสืออักขระอาคมที่อ่านไม่ออกโปรยลงมาเป็นลำแสงเล็กๆ เหมือนแสงศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์ แล้วเหมือนร่างสุนัขป่ากลายพันธุ์ทั้งสาม จะถูกดูดพลังขึ้นไป และสุดท้ายร่างและเลือดของสุนัขป่ากลายพันธุ์ทั้งสามก็ถูกดูดขึ้นไปบนอากาศเข้าวงเวทย์นั่น แล้วก็สูญสลายหายไป กลายเป็นความว่างเปล่า คล้ายพวกมันไม่เคยมีอยู่จริง และไม่เคยปรากฏตัวที่นี่ แต่แท้จริงแล้ว แบรนน็อคเพียงเก็บร่างพวกมันเอาไว้ในพื้นมิติเก็บของ ของลามอสเท่านั้นเอง

“ความสำเร็จ 39.3%” ลามอสเอ่ยออกมาในห้วงความคิด

ดูเหมือนว่า ยังมีสุนัขป่าอีกหลายตัวที่หายไป หรือมันอาจจะเป็นสัตว์ชนิดอื่นก็เป็นไปได้ที่เคยกัดกินซากเอเลี่ยนนั่น ที่หายไปและยังจับไม่ได้

ตอนนี้ มีความเป็นไปได้หลายอย่าง เมื่อสุนัขป่ากินเศษซากเอเลี่ยน พวกมันก็กลายพันธุ์ และเมื่อพวกมนุษย์กินซากร่างสุนัขป่ากลายพันธุ์ที่ตายไปแล้ว พวกเขาก็กลายเป็นมนุษย์หมาป่าไปด้วย หากอนุมานจากสิ่งนี้ เป็นไปได้ไหมว่า หากเสือ หรือสิงโต กินซากเอเลี่ยนเข้าไป และเมื่อมันกลายพันธุ์ แล้วถูกฆ่าตาย และเมื่อมนุษย์กินมัน ก็จะกลายพันธุ์เป็นมนุษย์เสือ มนุษย์สิงโตด้วยเหมือนกัน ก็เป็นไปได้ และหากมนุษย์กินเข้าไปโดยตรง มันจะกลายเป็นเอเลี่ยนเลยหรือเปล่า เขายังต้องติดตามและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่อไป

“มีความเป็นไปได้” ลามอสตอบออกมาในห้วงความคิด

สิ่งนี้แม้จะฟังดูน่ากลัว ในหมู่มนุษย์ธรรมดา เพราะอาจต้องมีคนตาย หรือโดนลูกหลง แต่สำหรับแบรนน็อค พวกมันเป็นแค่สิ่งที่หายไป เมื่อพวกมันปรากฏตัว ก็แค่เก็บพวกมันกลับคืนแล้วเหตุการณ์ก็จะกลับคืนสู่ปกติเท่านั้นเอง

แบรนน็อคมองออกไปไกลๆ แล้วมองขึ้นฟ้า ในโลกของเขา มีระบบเฝ้าระวัง ก๊อดอายส์ ปัญญาประดิษฐ์ดวงตาพระเจ้า ที่สามารถบันทึกช่วงเวลาต่างๆบนผืนโลกเอาไว้ คอยเฝ้าระวังทั่วทั้งโลก เมื่อมีสิ่งนี้เขาก็จะค้นหาตำแหน่งของซากเอเลี่ยนได้ง่ายขึ้น เสียดายที่โลกนี้มีเพียงดาวเทียมสื่อสาร แต่ดาวเทียมทางทหารนั้น ไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกแบบเรียลทาม แม้กระทั่งประเทศที่แข็งแกร่งมากอย่างอเมริกา ก็ไม่สามารถสั่งให้ดาวเทียมทหารสอดส่องประเทศจีนได้ตลอดเวลา

และเขาไม่รู้ว่าประเทศจีนแห่งนี้ มีดาวเทียมทางทหารที่บันทึกภาพทั่วประเทศเอาไว้หรือเปล่า หรืออาจจะตรวจสอบสิ่งผิดปกติอะไรได้บ้างหรือเปล่า สิ่งนี้เขาค่อยๆให้ลามอสแทรกซึมเข้าไปในระบบต่างๆของโลก แล้วสอดส่องหาข่าวจากพวกมันได้ในภายหลัง

เมื่อแบรนน็อค ค่อยๆร่อนลงบนพื้น หวังเซียงและคนอื่นๆ ก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง มองไปยังจุดที่สัตว์ประหลาดตัวใหญ่สามตัวที่หายไป พวกเขารู้เสียดายมาก เหมือนสูญเสียสมบัติวิเศษที่เพิ่งเก็บได้มา เพราะพวกมันถือได้ว่าเป็นสัตว์ทดลองได้เป็นอย่างดี แต่พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา

“ผู้อาวุโส” คราวนี้ หวังเซียงและคนอื่นๆเอ่ยออกมาด้วยความเคารพ ด้วยการแสดงของเขานั่นตื่นตาตื่นใจมากเกินไป ถึงแม้ว่ามันจะเหมือนการเล่นกลก็ตาม แต่กลใดที่สามารถลอยกลางอากาศ และร่ายอาคมเวทย์ที่สวยงามออกมาเช่นนี้ได้สมจริงขนาดนี้ ในตอนนี้พวกเขาส่วนใหญ่ที่นี่เชื่อไปแล้วมากกว่า 90% ว่าชายคนนี้เป็นผู้ฝึกตนโบราณในตำนาน และเพิ่งออกมาจากการจำศีล บำเพ็ญเพียรของเขา

ในห้องรับรอง หลังจากนั้น

มีคนหลายคนอยู่ที่นี่ แต่มีแค่สองฝ่ายเท่านั้น นั่นคือฝ่ายทหารและฝ่ายผู้อาวุโสลึกลับ แบรนน็อคตัดสินใจอยู่ที่นี่อีกซักพัก เพื่อหาข่าว และปล่อยข่าว แต่เขาไม่สามารถบอกเจตนาของเขาได้ เขาทำได้เพียงกล่าวอ้อมๆเท่านั้น

“พวกท่านก็ได้เห็นแล้ว ว่าพวกมันแข็งแกร่งและน่ากลัวมากแค่ไหน และยังมีสัตว์อสูรหลายตัวที่น่ากลัวกว่านี้ ที่หลุดรอดออกจากกรงขังมาร เลือดเนื้อของพวกมันสามารถทำให้สัตว์ป่ากลายพันธุ์ได้ และเลือดและเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้ ก็สามารถทำให้มนุษย์กลายพันธุ์ต่อได้อีกด้วย แต่โอกาสที่พวกเขาจะกลายพันธุ์ในทางที่ดีมีน้อยมาก แต่หากโชคดีพวกเขาอาจปลุกความสามารถพิเศษอะไรบางอย่างได้”

แบรนน็อค คล้ายชี้ช่องทางให้กระรอก และยังบอกเป็นนัยๆว่า มันอันตรายนะ แต่ลองดูได้

หลายคนมองหน้ากัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ยังไม่ทันเห็นเลยว่าสุนัขป่ากลายพันธุ์ตัวนั้นน่ากลัวแค่ไหน แต่ที่แน่ๆพวกเขาล้วนรู้ว่า ผู้อาวุโสเมิ่ง ผู้ลึกลับผู้นี้ น่ากลัว กว่าที่เห็นบนพื้นผิวเสียอีก บางคนยังครุ่นคิดไปว่า หากว่าสามารถทำให้มนุษย์กลายพันธุ์และทรงพลังได้จริงๆ นั่นไม่ใช่เป็นเรื่องดีดอกหรือ พวกเขาได้รับรายงานว่า ทหารในค่ายลับในป่า ได้รับการชำระล้างจากผู้อาวุโสเมิ่งผู้ลึกลับผู้นี้ ทำให้ยีนส์พวกเขากลายพันธุ์ บริสุทธิ์มากขึ้น ทหารพวกนั้นจึงแข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่แปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าก็ตาม พวกเขาก็แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า จนเหมือนว่าจะกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ และเกินคำว่ามนุษย์ธรรมดาไปแล้ว น่าจะสามารถเปิดโครงการสุดยอดทหารได้ และพวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะนำคนเหล่านั้นมาทดลองและทดสอบดูว่าผลจะออกมาเป็นยังไง

แต่เรื่องนี้จะเอ่ยออกมาตรงๆก็ไม่ได้ เพราะจะฟังดูเหมือนว่า พวกเขาหวังผลประโยชน์มากเกินไป อาจบางทีอาจสร้างความขุ่นเคืองใจแก่ผู้อาวุโสลึกลับผู้นี้ได้ พวกเขาเดาว่า คนที่อยู่มาเป็นพันปี ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลา ใครจะรู้ว่า เขาอาจจะอยู่มานานกว่านั้น ก่อนที่จะกักตนพันปี ก็เป็นไปได้ด้วย และอย่าลืมว่า เขาเป็นเพียงผู้อาวุโสใหญ่ เป็นไปได้ไหม อาจจะมีผู้อาวุโสในนิกายอีกมาก และยังมีจ้าวนิกายเทียนหยวนที่ลึกลับนั้น ที่อยู่เบื้องหลังนั่นอีก

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยเห็นศิษย์ในนิกายเทียนหยวน ที่ว่านี้มาก่อนเลยก็ตาม แต่นี่ไม่ได้ทำให้พวกเขา รู้สึกว่านิกายเทียนหยวนที่ว่านี้จะเป็นแค่นิกายสามัญธรรมดาทั่วไปได้

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่กล้าสอดปากให้วุ่นวาย หันไปมองยังพลโท หวังเซียง ผู้บัญชาการค่ายมณฑล ให้เป็นผู้เจรจาด้วยตัวเอง

พลโท หวังเซียง จึงว่า “ผู้อาวุโส มีสิ่งใดที่พวกเราคนรุ่นหลัง จะช่วยแบ่งเบาภาระของท่านได้บ้าง”

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงโยนหินถามทาง และหากว่าเขามีอะไรให้พวกเขาช่วย แน่นอนว่า พวกเขาย่อมไม่ช่วยเปล่าๆฟรีๆ ตัวเขาเองก็ต้องให้อะไรบางอย่างเป็นสิ่งตอบแทนด้วยเหมือนกัน ใช่ไหม

แบรนน็อคคิดเล็กน้อย เอ่ยออกมา “ยุคปัจจุบันมีสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์ใช่ไหม พวกท่านนำมาให้ข้าหนึ่งอัน หากมีอะไรที่ต้องให้พวกท่านช่วย ข้าจะติดต่อพวกท่านเอง”

เขามีโทรศัพท์และหมายเลขของซูไป๋ อยู่แล้วหนึ่งเครื่อง แน่นอนว่าเขาย่อมไม่โง่ให้หมายเลขของซูไป๋ไป และเขาก็ยังไม่มีเวลา ซื้อโทรศัพท์ใหม่ หรือเบอร์ใหม่ และในโลกนี้ เบอร์โทรศัพท์จะต้องลงทะเบียนซิมด้วยบัตรประชาชน แต่เขาไม่ได้มีเวลาทำบัตรประชาชน หรือยืมตัวตนใหม่ แล้วซื้อซิมหรือโทรศัพท์ใหม่ ดังนั้น ขอมันจากทหารโดยตรงไปเลยก็แล้วกัน

“ครับ ผู้อาวุโส”

แน่นอนว่า หวังเซียง ย่อมไม่ปฏิเสธ มีข้อมูลติดต่อกันไว้ ย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เขาได้บอกให้ทหารข้างกายของเขาไปจัดเตรียม อย่างรวดเร็ว

พวกเขายังมอบโทรศัพท์ใหม่ล่าสุด และซิมใหม่ ให้แบรนน็อค ถึงแม้ว่ามันจะเป็นโทรศัพท์ที่แกะรอยได้ก็ตาม แต่ลามอสก็สามารถเฮกระบบโทรศัพท์ ปกปิดร่องรอยได้อยู่แล้ว และเมื่อเก็บเข้ามิติเก็บของของลามอส มันก็เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ไม่สามารถหาสัญญาได้อีก ในตอนนี้ ในโทรศัพท์ใหม่ เขายังได้ใช้เพกเกจเน็ตไม่จำกัดอีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะไม่จำเป็นก็ตาม เพราะลามอสสามารถเฮกเน็ตใช้ฟรีได้อยู่แล้ว แต่มีให้ใช้ฟรีอยู่แล้ว ก็ลดภาระไปได้อีกเรื่อง และเขายังแสร้งเป็นไม่รู้เรื่อง เพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลังได้อีกด้วย

ในตอนนี้ คนจากค่ายในป่า ที่นำโดยเจียงกู่หนาน ก็พากันมองหน้ากัน พวกเขารู้ว่า แบรนน็อคมีโทรศัพท์อีกเครื่อง แต่พวกเขาค่อยรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนในภายหลัง

“ตัวข้าผู้อาวุโสเมิ่งผู้นี้ ยังต้องรีบค้นหาสัตว์อสูร และสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้น อย่างเร่งด่วน หากยิ่งเนิ่นนานไป พวกมันอาจสร้างปัญหาให้กับมนุษย์ธรรมดาได้ และเมื่อพวกท่านมีหมายเลขโทรศัพท์์ของข้าแล้ว หากพวกท่านพบเจอสัตว์ประหลาดที่ไหน สามารถแจ้งให้ตัวข้าผู้นี้ทราบได้ตลอดเวลา” เขาไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะ สัตว์อสูร หรือสัตว์กลายพันธุ์ หากมีเรื่องแปลกประหลาดอันใด สามารถเรียกให้เขาไปช่วยดูได้ อาจบางทีมันอาจจะเกี่ยวกับซากศพเอเลี่ยนนั้นก็เป็นไปได้

“น้อมส่งผู้อาวุโส” ทุกคนพากันลุกขึ้น เมื่อแบรนน็อคลุกขึ้น และเดินตามออกมาจากในห้องรับรอง พวกเขายังไม่ทันได้ถามว่า จะให้ไปส่งหรือเปล่า แต่เมื่อแบรนน็อคออกจากห้อง เขาก็กระโดดบินขึ้นไปบนฟ้า แล้วบินหายไปด้วยความเร็วสูง ไม่นานเท่าไหร่ ก็ล่องหนหายไปจากเรดาร์ตรวจการณ์ทางทหารของพวกเขา

ในค่ายภาคพื้นดิน หลังจากนั้น เหล่าทหารทั้งยศใหญ่ยศเล็ก ต่างก็พากันปาดเหงื่อ อยู่กันจนอายุปูนนี้ ก็เพิ่งได้พบเจออะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก ใครจะคิดว่า เรื่องนี้จะยังมีอยู่จริง

“บันทึกเอาไว้หรือเปล่า” หวังเซียงหันไปเอ่ยถาม ลูกน้องด้านข้าง

“ครับท่าน บันทึกเอาไว้แล้วครับ” ทหารด้านข้างตอบพร้อมกับสั่นเล็กน้อย

ในค่ายทหารของพวกเขา มีกล้องอยู่มากมายที่บันทึกภาพเอาไว้ ตั้งแต่ที่แบรนน็อคลงจากเฮลิคอปเตอร์ ทั้งตอนที่เขาแสดงพลัง จนกระทั่งพูดคุย แล้วบินจากไป เขาต้องนำภาพบันทึกให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงดู ไม่เช่นนั้นคงคิดว่าพวกเขาเป็นคนบ้าเป็นแน่

พวกเขาไม่กลัวว่าผู้อาวุโสลึกลับจะจับได้และไม่พอใจ พวกเขายังคิดคำกล่าวอ้างเอาไว้แล้วด้วย แต่ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสผู้นี้จะไม่สนใจ เพราะทรนงในพลังของตัวเอง จึงไม่สนใจ หรือไม่รู้ว่าโลกปัจจุบันนี้มีกล้องอยู่ทุกที่ ก็ไม่อาจทราบได้

หากแต่เรื่องนี้ โจ่งแจ้งเกินไป แม้จะยังอยู่ในค่าย และมีแต่ทหารในค่ายเท่านั้นที่เห็น แต่คนที่พบเห็นเหตุการณ์นี้ แม้จะไม่ถึงพัน แต่ก็เกินร้อยคน และก็ไม่รู้ว่า จะมีใครปากโป้ง เผลยความลับนี้ออกไปในโลกภายนอกหรือเปล่า ก็คงต้องปิดเอาไว้เท่าที่ปิดเอาไว้ได้ในตอนนี้ ก็เท่านั้น

“เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ สั่งให้คนในค่าย ห้ามพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด”

“ใครฝ่าฝืน ทำโทษตามกฏหมายทหาร”

“ครับท่าน”

“เกิดอะไรขึ้นเฒ่าเจียง จะเสริมอะไรหรือเปล่า” หวังเซียงเอ่ยถาม เมื่อเห็นชายชราคนหนึ่งทำท่าทางแปลกๆ

เฒ่าเจียงที่ว่า คือเจียงกู่หนาน ที่เป็นผู้บัญชาการค่ายฝึกรบพิเศษ ที่เป็นค่ายลับในป่าก่อนหน้านี้ เขาปาดเหงื่อ แล้วเอ่ยออกมา

“รายงานท่านผู้การ ในเฮลิคอปเตอร์ ก่อนหน้านี้ ที่เดินทางมาด้วยกัน พวกเราพบว่า เขาเสกโทรศัพท์ออกมา ไม่รู้ว่าเอาออกมาจากไหน แต่เขาน่าจะมีสิ่งที่เรียกว่ากระเป๋ามิติเก็บของอะไรพวกนั้น เหมือนในนิยายหรือเปล่า พวกเราไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เขาไม่น่าจะพึ่งออกมาจากการปิดด่านฝึกตน แต่คงจะออกมาได้ไม่นานเท่าไหร่ เพราะจากสำเนียงการพูดคุยของเขา เหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยคุยกับคนมานานแล้ว จนเหมือนลืมการพูดคุยไปแล้ว มองไปให้ความรู้สึกเหมือนว่าเขาเพิ่งจะหัดพูดจีนใหม่ และจดจำคำศัพท์ใหม่ ถึงแม้ว่าคำพูดของเขาจะเป็นคำศัพท์ปัจจุบันปนอดีตอยู่บ้างก็ตาม แต่เหมือนว่าลิ้นของเขาจะฝืนๆพูดออกมา เหมือนเพิ่งเรียนรู้คำศัพท์ใหม่พวกนี้ไม่นานนัก”

สิ่งที่เจียงกู่หนานวิเคราะห์ใกล้เคียงกับความจริงมาก เพราะสำเนียงที่แบรนน็อคพูดเป็นสำเนียงเหมือนฝรั่งพูดจีนที่เรียนรู้มาจากความทรงจำของซูไป๋ที่ลามอสสังเคราะห์ออกมา และที่มันแปลกๆ นั่นเพราะซูไป๋อยู่อเมริกานานจนแทบลืมภาษาจีนไปบ้าง และเพิ่งหัดพูดและทำความเข้าใจภาษาแม่ของเขาใหม่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง แม้ว่าจะคำพูดและประโยคจะไม่ผิด แต่สำนวน สำเนียง และการเรียบเรียงประโยค ก็ไม่เหมือนพวกเขาที่อยู่ในประเทศมาทั้งชีวิต

“เรื่องนี้จะต้องรีบรายงานเบื้องบน อย่างน้อยๆเราจะไม่ต้องทำอะไรผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว” หวังเซียงเอ่ย

เจียงกู่หนานเช็ดเหงื่ออีกครั้ง เมื่อผู้อาวุโสคนนี้ปรากฏตัวออกมาในครั้งแรก ทหารของพวกเขาก็ยิงใส่ทันที โชคดีที่สามารถเจรจาและพูดคุยกันได้ หากเป็นผู้ฝึกตนเหมือนที่เคยเห็นในซีรีย์ หรือเคยอ่านในนิยาย ที่เป็นพวกหัวรุนแรง เย่อหยิ่ง ทรงพลัง และฆ่าคนธรรมดาทิ้งเหมือนผักปลา เพียงเพราะแค่ขัดหูขัดตา หรือเพียงแค่ต้องการปกปิดข่าวการปรากฏตัวของเขา ก็ฆ่าพยานทุกคนทิ้งปิดปาก อะไรแบบนั้น โชคดีที่ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับเขา ไม่เช่นนั้น คนทั้งค่ายลับของพวกเขาคงตกตายกันหมดสิ้น เหลือเพียงค่ายร้างไปแล้ว

ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าต่อสู้ เพื่อชีวิต

ตอนถัดไป