เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เมื่อแบรนน็อคกลับมายังบ้านพักริมทะเลสาบ ก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว

เขาได้ทำการแลนดิ้งลง ไม่ไกลจากตัวบ้าน แล้วค่อยเดินมาที่บ้าน

ในตอนนั้นเอง เขาถึงได้พบว่า มีรถอีกคัน จอดอยู่หน้าบ้าน และยังมีสตรีนางหนึ่ง และเด็กหญิงอีกผู้หนึ่ง ยืนอยู่ด้วยกัน ด้านข้างของพวกเธอนั้น ยังมีกระเป๋าเดินทางอยู่ด้วยสองใบ

สายตาแบรนน็อคกระพริบอย่างรวดเร็ว ดึงเอาความทรงจำ จากภาพใบหน้าของบุคคลตรงหน้าของเขา เขาถึงได้รู้ว่า นี่คือ ฉินเทียนเยว่, ซูเยว่ซิน ภรรยาและลูกสาว ของซูไป๋

แซ่ซูนี้เป็นแซ่ของมารดาซูไป๋ เนื่องจากไม่ได้มีพ่อเป็นคนจีน จึงได้ใช้แซ่ตามมารดาของเขา และลูกสาวของเขา ซูเยว่ซิน ก็ใช้แซ่ตามเขาด้วย

“คุณไปไหนมา” ฉินเทียนเยว่ เอ่ยออกมา เธอได้รอที่หน้าบ้านนานแล้ว มีกุญแจก็เปิดไม่ได้ เพราะ แบรนน็อคได้ถีบทำลายประตูบ้าน และหลังจากซ่อมแซมประตูบ้าน ก็เปลี่ยนแม่กุญแจใหม่ไปด้วย

“ผมถูกเรียกตัวให้ไปช่วยงานตำรวจ เพราะหมอในหมู่บ้านถูกฆ่าตาย ผมก็เลยไปช่วยชัณสูตรศพ” แบรนน็อคเอ่ยออกมา โดยมีความจริงครึ่งเดียว

ความจริงศัลยแพทย์ ไม่ได้มีหน้าที่ในการชันสูตรศพ แต่หากถูกเรียกตัวไปช่วยฉุกเฉิน เพื่อช่วยระบุสาเหตุการตายเบื้องต้น ก็ยังพอทำได้ และเมื่อมองจากเสื้อกาว์นที่เขาถอดออกและถืออยู่ จึงมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ออกไปทำอะไร ที่เธอไม่อยากให้เขาทำ

แน่นอนว่า เธอรู้ดีว่า ซูไป๋ เคยเป็นซีไอเอมาก่อน เพราะเขาเคยเล่าให้เธอฟัง เฝื่อว่าเขาหายไปโดยไม่ได้บอกกล่าว เธอจะได้รู้ว่า เขาจะมีช่วงเวลาที่เธออาจจะไม่สามารถติดต่อเขาได้ นั่นเพราะเขาไปทำภารกิจ และเป็นเธอเอง ที่บอกเขาให้เลิกทำแบบนั้น ไม่เช่นนั้นเธอจะหย่า เพราะเธอไม่อยากเป็นม่ายผัวตาย โดยหาศพผัวไม่เจอ โดยไม่รู้ตัวในสักวันหนึ่ง และสุดท้ายเขาก็บอกว่าจะเลิกอาชีพนั้น แต่ใครจะรู้ว่า เลิกจริงหรือเปล่า และหน่วยงานข่าวกรองระหว่างประเทศอะไรพวกนั้น มันจะเลิกง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร ถึงแม้ว่างานของเขาจะเป็นเพียงงานสนับสนุนหน่วยข่าวกรองก็ตาม แต่การที่ต้องคอยไปรักษาสายลับตามเซฟเฮาส์ต่างๆ ใครบ้างไม่รู้ว่ามันเสี่ยง มากขนาดไหน

และคำว่ารักชาติอะไร พวกนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าคำว่า ครอบครัว สำหรับเธอ

“คุณพ่อคะ คุณแม่บอกว่า คุณพ่อเปลี่ยนแม่กุญแจ พวกเราก็เลยเข้าบ้านไม่ได้” ซูเยว่ซิน ในวัยสี่ขวบเกือบห้าขวบ เอ่ยออกมา ด้วยเสียงใสๆ ตามวัยของเธอ แถมหน้าตายังน่ารักเหมือนตุ๊กตาอีกด้วย คาดว่าจะได้ความสวยของแม่เธอมา

ถึงแม้ว่าฉินเทียนเยว่ จะอายุ 33 ในปีนี้ แต่ว่าเธอก็แต่งงานและมีลูกก่อนอายุ 30 แต่ถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงาน มีลูกและอายุมากขึ้น แต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนก่อนแต่งงาน เท่าไหร่นัก ดังนั้นเธอจึงยังดูเหมือนสาวๆ แถมยังสวย มีเสน่ห์ มีพลัง เหมือนสาวสมัยใหม่ เพราะนอกจากเธอจะทำงานเก่งแล้วนั้น เธอยังดูแลตัวเองเก่งอีกด้วย แน่นอนว่าเธอไม่ได้ขาดเงินในการดูแลตัวเอง

ถึงแม้ว่าเธอจะดูแลลูกและสามีไม่เก่งก็ตาม แต่ก็ไม่ถือว่าละเลยซะทีเดียว ยังดูแลตามอัธภาพตามสมควร เธอไม่ใช่คนเรื่องมาก ไม่ค่อยชอบพูดมาก แถมไม่ขี้บ่น หรือเป็นคนจู้จี้จุกจิกอะไร หากไม่นับที่ว่า เธอไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวแล้วนั้น อย่างอื่นก็ไม่ได้ถือว่าเธอขาดตกบกพร่องอะไร

“ก่อนหน้านี้ ประตูบ้านพัง พ่อก็เลยเปลี่ยนแม่กุญแจไปด้วย เข้ามาสิ” แบรนน็อคเอ่ย แล้วเขาก็เดินไปอุ้มเอาซูเยว่ซินอย่างเก้ๆกังๆ เหมือนทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง ในโลกของเขานั้น จะไม่ได้โอ๋ลูกมากนัก แถมเรียกได้ว่า เลี้ยงแบบปล่อยให้หากินเองด้วยซ้ำ ใครหากินเองไม่ได้ และดูแลตัวเองไม่ได้ ก็ปล่อยให้ตายไป และเขาก็เติบโตมาแบบนั้น

แต่จากความทรงจำของซูไป๋ เขาพบว่า โลกนี้ ต้องอุ้มสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่เรียกว่าลูกนี้ ตั้งแต่เด็ก แถมยังต้องคอยกอด คอยสอน คอยปลอบ และคอยเอาใจ บ่อยๆอีกด้วย เพื่อให้พวกเขารู้สึกได้ถึงความรัก ความอบอุ่น และได้รับการปกป้อง จากครอบครัว

นอกจากอุ้มลูกแล้วนั้น เขาต้องหอมแก้มภรรยา จะได้ครบหลักสูตรแฝงตัวเป็นมนุษย์โลกของเขา เขาหอมแก้ม ฉินเทียนเยว่ไปหนึ่งทีอย่างเก้ๆกังๆ แล้วเชิญพวกเธอเข้าไปในบ้าน พร้อมกับช่วยพวกเธอขนสัมภาระอย่างกระเป๋าเดินทางเข้าไปด้วย

เมื่อดูจากท่าทางเก้ๆกังๆของสามี ฉินเทียนเยว่ที่รู้สึกหงุดหงิดที่ได้รอมานาน แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย และตลกนิดหน่อย เพราะดูเหมือนว่า เขากำลังพยายาม ปรับตัวเข้าหาเธอมากกว่าปกติ และดูเหมือนว่า เธอเองก็ต้องพยายามปรับตัวด้วยหรือเปล่า เพื่อให้ครอบครัว เป็นครอบครัวมากยิ่งขึ้น

หลังจากนำสัมภาระเข้าที่ ฉินเทียนเยว่ก็มาเปิดตู้เย็นดู เพื่อที่จะทำอาหารเย็น แต่ในตู้เย็นนั้น ฉินเทียนเยว่พบว่า ของที่แช่อยู่ในนั้น หมดอายุไปนานแล้ว แทบไม่มีอะไรที่กินได้เลย

ถึงแม้ว่า ซูไป๋ จะซื้อของกินเก็บไว้ในตู้เย็นก็จริง แต่หลังจากแบรนน็อคมารับช่วงต่อหลังจากนั้นอีกหลายวัน จนกลายเป็นเดือน เขาก็ไม่เคยเปิดดูเลยซักครั้ง และมันก็หมดอายุไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขากินมันทั้งอย่างงี้หรือเปล่า แต่ว่าเธอก็ไม่ได้บ่นว่าอะไร

ฉินเทียนเยว่ ก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้เอาไว้ จึงไม่ได้ซื้ออะไรมา หลังจากนำของออกจากตู้เย็น ไปก็นำใส่ถุงขยะ แล้วจึงเอาไปวางไว้หน้าบ้าน ตอนจะออกไปค่อยนำไปใส่รถอีกที

เมื่อเห็นดังนี้แบรนน็อคจึงว่า “คุณหิวหรือเปล่า ออกไปกินข้าวข้างนอกกันไหม”

“ก็คงต้องเป็นอย่างงั้น และเดี่ยวฉันจะออกไปซื้อของด้วย” ฉินเทียนเยว่เอ่ย

สามีของเธอลางานแค่อาทิตย์เดียว แต่หายไปเป็นเดือน แถมยังติดต่อไม่ได้ เธอจึงถือโอกาสนี้ลางานและพาลูกมาที่นี่ พอมาถึง ก็พบว่า กุญแจบ้านถูกเปลี่ยน เธอจึงต้องรออยู่นาน แม้ไม่รู้ว่า เขาจะอยู่บ้านหรือเปล่าก็ตาม แต่ถ้าหากว่า ตกเย็นแล้วเขาไม่กลับมา ก็คงต้องพักโรงแรมในเมืองและสอบถามคนอื่นๆเอาว่า เจ้าของบ้านที่เป็นสามีเธอหายไปไหน

ในอำเภอโหย่วเฉิง เป็นอำเภอเล็กๆ ที่นี่ไม่ได้ใหญ่มากนัก มีประชากร หลักล้านต้นๆเท่านั้น แต่ยังมีร้านค้า สถานที่ราชการ สถานที่อำนวยความสะดวก ตามความจำเป็น มีร้านสะดวกซื้อ ตลาดผัก ร้านค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำคืน โรงแรม โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยมต้น, ปลาย โรงพยาบาล สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง กระทั่งยังได้ยินว่า มีค่ายทหาร ที่อยู่ไม่ไกลอีกด้วย

ทั้งสามพ่อแม่ลูก มาในรถของซูไป๋ แน่นอนว่าตอนนี้เป็นของ แบรนน็อค ทั้งรถ ทั้งเมียและลูก เพราะรถคันนี้มันเป็นรถเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ พวกเขาต้องซื้อของเข้าบ้าน รวมทั้งขนขยะมาทิ้งที่จุดทิ้งขยะอีกด้วย

เมื่อทิ้งขยะเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เข้าไปในห้างสรรพสินค้า และเลือกซื้อสิ่งของจำเป็นแล้วนั้น ก็แวะทานอาหารในห้างนั้นให้เรียบร้อย ถึงได้กลับมาที่บ้านอีกครั้ง

ตลอดการเดินทาง แบรนน็อคกลัวว่าฉินเทียนเยว่ จะจับได้ว่าเขาไม่ใช่สามีตัวจริงของเธอ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก แต่นี่ก็เป็นพฤติกรรมปกติของซูไป๋อยู่แล้ว และเด็กน้อยซูเยว่ซินเองก็เหนื่อยจากการเดินทาง จึงกินไปได้เล็กน้อย แล้วมารดาของเธอก็พาเธอไปแปรงฟันในห้องน้ำให้เรียบร้อย เฝื่อถึงบ้านจะได้นอนเลย และเธอก็เหนื่อยมากจนผล็อยหลับในรถ จนถึงบ้าน และหลับสนิทมากจนไม่อยากลุกขึ้นมาอาบน้ำก่อนนอน

แบรนน็อคอุ้มเธอไปวางไว้บนเตียงในห้องของเธอ แล้วให้มารดาของเธอเปลี่ยนชุดนอนให้เธอ ถึงแม้ว่าเธอในอยู่ในวัยละอ่อนเพียงนี้ ก็ยังมีห้องนอนส่วนตัวแล้ว ยังดีที่ไม่ได้โอ๋เด็กมากจนเกินไป ให้นอนแยกห้องกับพ่อแม่ และรู้จักอยู่ได้ด้วยตัวเอง

แบรนน็อคออกไปจัดของเข้าตู้เย็น เมื่อกลับมาที่ห้องตัวเองอีกครั้ง ก็พบว่าฉินเทียนเยว่ ได้เข้าห้องน้ำและกำลังอาบน้ำอยู่

เมื่อมองไปที่เตียง ก็พบว่า มีกระเป๋าเดินทางที่เปิดอยู่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสตรีมากมายอยู่ในนั้น พวกมันถูกจัดเรียงเอาไว้เป็นอย่างดี ทั้งเสื้อผ้า ชุดนอน เครื่องใช้ เครื่องสำอาง ที่จำเป็น

แบรนน็อคสแกนพบชุดชั้นใน รู้สึกแปลกๆ ที่คนบนโลกนี้มีชุดชั้นใน ทั้งยังมีหลากสี หลายแบบ บางอันเป็นลายลูกไม้ ทำซะสวยซะขนาดนั้น เขาไม่รู้ว่าในโลกนี้ จะทำชุดชั้นในที่สวยขนาดนี้ไปทำไม ก็ในเมื่อต้องใส่มันเอาไว้อยู่ข้างในทั้งวันไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว เอาแค่พอใช้ได้ก็พอแล้วมั้ง เขาก็ไม่เข้าใจความคิดของคนบนโลกจริงๆ

จะว่าไปแล้ว เขาก็ไม่ได้อาบน้ำมานาน เพราะเขาให้ลามอสชำระล้างมลทิน ในร่างของเขา ทั้งฝุ่น แบคทีเรีย ไวรัส หรืออะไรก็ตามในโลกนี้ ไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้ เพราะแม้จะอยู่ในตอนปกติ เขาก็ยังมีเกราะอ่อน ป้องกันเอาไว้

เขาปิดม่านบาเรีย เพื่อให้อยู่ในสภาพไร้เกราะ แล้วลองสูดอากาศเข้าไป รู้สึกได้ถึงกลิ่นต่างๆ มากมายลอยเข้ามาในสัมผัสของเขา

“แค่ก แค่กๆ” มีกลิ่นหอมแปลกๆ ในอากาศ เป็นกลิ่นน้ำหอมต่างๆ ทั้งกลิ่นกาย สองร่าง ที่อยู่ในบ้าน ที่เพิ่มเข้ามา

“เสร็จแล้ว คุณจะอาบน้ำหรือเปล่าคะ” ฉินเทียนเยว่ ออกมาในชุดคลุมอาบน้ำและกำลังเช็ดผมอยู่ เธอไปหยิบไดร์เป่าของเธอออกมา เสียบปลั๊ก แล้วเป่าผม เสียงดังมาก

“แน่นอนอยู่แล้ว”

แบรนน็อคตอบเกร็งๆ แล้วเขาก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ เขาไม่อยากได้ยินเสียงไดร์เป่าผมที่เสียงดังนี้เลย

พอเข้ามาในห้องอาบน้ำ ที่เขาไม่เคยเข้ามาเลย แต่มันก็พึ่งผ่านการใช้งานครั้งแรกของฉินเทียนเยว่ไป มันยังมีกลิ่นหอมจางๆของเจลอาบน้ำอยู่บ้าง ดูเหมือนมันจะกลิ่นคล้ายกลิ่นกายของฉินเทียนเยว่ เขาดึงเอาความทรงจำของซูไป๋ จึงเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

‘มันมีแปรงสีฟัน ที่เอาแปรงฟัน โฟมที่เอาไว้ล้างหน้า สบู่ที่เอาไว้ถูตัว ชำระล้างตัว ยาสระผมที่เอาไว้สระผม เขาไม่ได้โง่’ ของพวกนี้ในดาวของเขาไม่มี เพราะทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ

แต่เมื่อเขามองดูบรรดาเครื่องใช้หลากยี่ห้อ เขาก็ต้องตกใจ ทำไมมันมีเยอะขนาดนี้ ทั้งยังแยกแยะระหว่างผู้ชายและผู้หญิงอีกด้วย ของผู้หญิงนั้น ยุ่งยากตั้งแต่ โฟมที่เอาไว้ล้างหน้า ยาสระผม ที่สระล้างแล้วยังต้องนวดผม อีกต่างหาก มีเจลอาบน้ำและยังมีแม้กระทั่งยังมีอันที่เอาไว้ล้างข้างล่างแยกย่อยอีกด้วย เขายังมองเห็นว่าในโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอน ก็เต็มไปด้วยของบำรุงผิวหน้าผิวกายที่ต้องทาก่อนนอน สงสัยว่ากว่าเธอจะทำอะไรแล้วเสร็จคงใช้เวลาไปหลายชั่วโมง

โชคดีที่ของผู้ชายมีแค่ไม่กี่อย่าง ไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้น

หลังจากอาบน้ำเสร็จ มันทำให้ความรู้สึกของเขา แตกต่างออกไป จากความรู้สึกของการอาบชำระด้วยเทคโนโลยีของลามอส มันให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันช่างแตกต่าง จากโลกของเขา

เมื่อเขาออกมาจากห้องอาบน้ำ ในห้องนอน บนเตียง ไม่มีกระเป๋าเดินทางอีกต่อไป มันถูกเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย และตอนนี้กลับกลายเป็น ฉินเทียนเยว่ นอนอยู่บนเตียง ด้วยชุดนอนบางเบาของเธอ ที่สามารถมองเห็นจุกหัวนมได้ถนัดตา และไม่ว่าจะโลกไหน จุกหัวนมนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่เฉพาะให้นมลูกเท่านั้น และเขาก็ไม่ได้สัมผัสมันมานานมากแล้ว จนเกือบลืมรสสัมผัสนั้นไปแล้ว ฉินเทียนเยว่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม มองมาที่เขาที่มองดูเธอเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง เหมือนเธอจะรู้สึกได้ว่าเขามองหน้าอกเธอ มันจึงทำให้เธอรู้สึกแปลกๆในจิตใจ

เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้า เขาก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเหมือนกัน เขาคิดนิดหนึ่งจึงเปลี่ยนมันเป็นชุดนอนผ้าแพรหลวมๆ ที่ใส่สบายชุดหนึ่ง

เมื่อเขาแต่งตัวเรียบร้อย แล้วเปิดผ้าห่ม ล้มตัวลงนอนข้างฉินเทียนเยว่ ก็พบว่าเธอยังคงมองมาที่เขาตาแป๋ว และบนร่างของเธอก็ปล่อยกลิ่นฮอร์โมนออกมาบางเบา แบรนน็อคจับสัมผัสได้ว่า มันเป็นกลิ่นที่ฮอร์โมนมนุษย์ผู้หญิงที่ปล่อยออกมา เมื่อต้องการผสมพันธุ์ หรือจะเรียกให้ถูกตามคำพูดของมนุษย์ในโลกนี้คือ ร่วมรักกัน เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์

“อ่ะแฮ่ม คุณจะนอนเลยหรือเปล่า ผมจะได้ปิดไฟ”

“อืมค่ะ ฉันรู้สึกเหนื่อยๆนิดหน่อย” วันนี้เธอเหนื่อยจริงๆ กระทั่งโทรศัพท์ยังไม่อยากเล่น และปิดทิ้งไปนานแล้ว

ตามความทรงจำ และจากที่แบรนน็อคศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ในโลกนี้ เขาจึงรู้ว่า ผู้หญิงบางคนมักจะโกหก และปากไม่ตรงกับใจ แท้จริงแล้ว เมื่อเธอบอกออกไปแบบนี้ เธออาจจะรู้สึกตรงกันข้ามก็เป็นไปได้ และตอนนี้เธอก็โกหกว่าเธอเหนื่อย และเธออยากนอน แต่กลิ่นฮอร์โมนความต้องการทางเพศของเธอ ที่แผ่กระจายออกมา โดยไม่รู้ตัว บอกความจริงที่ว่า เธอกำลังต้องการผสมพันธุ์

แน่นอนว่า เขาไม่ได้โง่ เขาต้องทำตัวกลมกลืน กับมนุษย์บนโลกนี้

“คุณอยากร่วมรักกับผมหรือเปล่า”

“หือ! คุณอยากร่วมรักกันฉันเหรอคะ” ฉินเทียนเยว่ รู้สึกแปลกใจ เอ่ยถามตอบกลับไปแทนคำตอบ แถมยังรู้สึกแปลกๆกับคำถามโจ่งแจ้งของเขา

“แน่นอนสิ”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะว่าวันนี้คุณน่ารักและสวยมาก” เขาจำได้ว่า ผู้หญิงบนโลกนี้ มักอยากให้คนชมบ่อยๆ แน่นอนว่าจะชมผู้หญิงอื่นส่งเดชไม่ได้ แต่หากเป็นภรรยาของตัวเอง ชมเท่าไหร่ เธอก็ไม่รู้สึกเบื่อ และอาจชอบด้วยซ้ำ

“อย่างงั้นเหรอคะ” ในแววตาของฉินเทียนเยว่ ก็แฝงแววขี้เล่นเอาไว้ภายใน แฝงการยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว การร่วมรักไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องใหญ่สำหรับเธอ โดยเฉพาะการร่วมรักกับคนที่เป็นสามี ถึงแม้ว่ามันจะนานมากแล้ว จนจำครั้งสุดท้ายไม่ได้ว่าเป็นเมื่อไหร่แล้วก็ตาม

ในภาพความทรงของซูไป๋ และแบรนน็อคเองก็ยังสนใจกับเรื่องนี้ เขายังศึกษาวีดีโอสอนเพศศึกษา จากประเทศญี่ปุ่น อยู่พักหนึ่ง ในช่วงแรกๆที่อยู่บ้านนี้และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้

ถึงแม้ว่าการร่วมรัก ที่เหมือนการผสมพันธุ์ เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์ จะเหมือนกันกับโลกของเขาก็ตาม แต่ว่าคนบนโลกนี้พิรี้พิไรมาก กว่าจะได้ทำในแต่ละครั้ง ต้องจูบ ต้องเล้าโลม ต้องใช้ลิ้น ต้องใช้ปาก ต้องใช้มือ และออกกระบวนท่าลีลาต่างๆ เหมือนงานศิลปะ ที่ต้องใช้เวลา ในการบรรจงสร้าง แน่นอนว่าเขาต้องทำตัวกลมกลืน ไม่สามารถทำตัวป่าเถื่อน เหมือนสัตว์ป่า เหมือนตอนอยู่บนโลกของเขาได้

“อ๊า…”

เขาต้องทำตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ต้องจูบก่อน และยังต้องจูบอย่างดูดดื่มโดยใช้ลิ้น เสร็จแล้วก็ไซร์ซอกคอ เล่นติ่งหู แล้วค่อยเปลื้องเสื้อผ้าของเธอ ค่อยๆลูบไลค์ค่อยๆคลึงหน้าอก ค่อยๆบี้ยอดหน้าอกของเธอ แล้วจึงดูดยอดหน้าอกของเธอ และใช้ลิ้นเลียสลับกันไป ทั้งยังต้องคอยเค้นคลึงหน้าอกอีกข้างของเธอเบาๆ ตามจังหวะอารมณ์ และหลังจากนั้นมือจะต้องไม่ให้ว่างอยู่เปล่าๆเฉยๆ ชอนไชลูบไลค์ไปเรื่อย ไหลลงไปด้านล่าง และต้องใช้ลิ้นเมื่อถึงเวลา ทั้งใช้นิ้วให้เป็นประโยชน์ จนกว่าเธอจะพร้อม หลั่งฮอร์โมนและน้ำหล่อลื่นออกมามากยิ่งขึ้น

“อ๊า…”

“ที่รักคะ ไม่ไหวแล้ว” เธอทำเสียงอ่อนเสียงอ่อย คล้ายเป็นการออดอ้อนเหมือนสาวน้อยอยู่บ้าง ใครจะคิดเล่าว่า ในวัยสามสิบกว่าอย่างเธอ ก็มีลุ๊คสาวน้อยอยู่บ้างเหมือนกัน จนลึกๆแล้วนั้น เธอเองยังรู้สึกอายตัวเอง แต่การอ้อนสามีตัวเอง ไม่ใช่เรื่องเสียหายใช่ไหม

“คุณอยากให้ผมทำอะไร” แบรนน็อค คืบคลานขึ้นมา จูบเธอแล้วสบตากับเธอ และมือก็ไม่ได้อยู่เปล่าคลึงหน้าอกของเธอเบาๆ แล้วเล่นยอดปทุมถันของเธอ

“อา… ฉันอยากให้คุณทำให้ฉันมีความสุขค่ะ”

“ได้สิ ผมจะทำให้คุณมีความสุข เพราะผมเป็นสามีของคุณ และคุณเป็นภรรยาของผม”

“ทำไม มันฟังดูเหมือนเป็นหน้าที่จัง อา…”

“ไม่ใช่นะ”

“แต่มันเป็นเพราะ คุณเป็นของผม และผมเป็นของคุณ และเราเป็นของกันและกัน” แบรนน็อคพยายามอธิบาย ไม่ให้เธอจับได้ ว่าเขาใหม่ในเรื่องพี้รี้พิไรนี้

ร่างกายของเธอสั่นเทา กระตุกเกร็งปลายนิ้วเท้า และกำหมอนกำผ้าปูที่นอนแน่น เมื่อเขาใช้มือเขี่ยตรงนั้นอีกครั้ง และเธอก็รู้ดีกว่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

“อา ที่รักคะ ทำมันเลยค่ะ ทำมันตอนนี้เลย ฉันไม่ไหวแล้ว”

“คุณอยากให้ผมใส่สิ่งนั้นเข้าไปไหม”

“ใส่มันเข้ามาเลยค่ะที่รัก”

ถึงแม้ว่าแบรนน็อคจะร่วมรักกับมนุษย์โลกในต่างโลกครั้งแรก แต่ว่ามันก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก และเขาก็ไม่ได้โง่ เขาศึกษาเรื่องนี้จนแตกฉาน ตั้งแต่เขามาโลกนี้ในอาทิตย์แรกๆเอาไว้แล้ว

“อร๊าง…”

ช่วงเวลาต่อจากนั้น ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดไม่กี่ย่อหน้าได้ เพราะมันมีรายละเอียดเยอะมากเกินไป เพราะมันใช้เวลานานมากในการกระทำของพวกเขา และไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดและประโยคบอกเล่า ให้จินตนาการตามได้ว่า พวกเขาทำกันท่าไหน และนานแค่ไหน และมีความสุขมากแค่ไหน ได้ในไม่กี่หน้ากระดาษได้

“โอ๊ย… อุ๊ย…”

ในห้องที่มืดมิดนั้น หลังจากนั้น ได้ยินแต่เสียงครวญครางของฉินเทียนเยว่ คล้ายคนที่กำลังมีความสุขและกำลังทุกข์ทรมานในขณะเดียวกัน เอวของเขาทำงานเหมือนเครื่องยนต์สมรรถนะสูง เมื่อเครื่องสตาร์ทติดมันก็วิ่งชิวๆ รัวๆเร็วๆ และมีแรงม้าสูงในตอนขึ้นเนิน ในตอนเล่นท่ายาก บางครั้งอ่อนโยนเนิ่บนาบเน้นๆลึกๆ บางครั้งเร่าร้อนรุนแรง และเร่งเร้า และเหมือนเธอจะรู้สึกไปเองว่า เขาใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า แล้วตรงปลายนั้น ไม่รู้ว่าเขาไปขลิบตั้งแต่เมื่อไหร่ จนทำเอาเธอไม่รู้ว่าเธอเสร็จสม ด้วยความสุขสมไปแล้วกี่ครั้ง แต่มันก็เนิ่นนาน และเสียวซ่านจนแทบขาดใจ จนแทบทนไม่ไหว จนเธอต้องร้องขอความเมตตา ว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว และสุดท้ายแล้วนั้น เธอก็ปีนขึ้นสู่จุดสุดยอดที่เธอไม่ได้รู้สึกมาก่อนอีกครั้ง

บางครั้งเธอแอ่นอก บางครั้งแอ่นสะโพก ทั้งยังส่ายสะโพกในบางครั้ง และภายในของเธอนั้นก็ไม่ธรรมดา ตอดรับอย่างรุนแรง และอาจเป็นเพราะผ่าคลอด ก็เลยยังฟิตเหมือนสาวๆ

“อูย อา ที่รักคะ ฉันไม่ไหวแล้ว”

“เจ็บหรือเปล่า”

“ไม่เจ็บมาก แต่เจ็บนิดหน่อยค่ะ ลดแรงลงอีกนิดนะคะ ได้โปรด คุณอย่างเร่งทำเร็วเกินไป มันเสียวมาก มันเสียวจนฉันทนไม่ไหวแล้ว”

“เสียวมากเหรอ”

“เสียวค่ะ เสียวจนฉันทนไม่ไหวแล้ว อา…”

“แล้วชอบไหมจ๊ะ”

“ชอบค่ะที่รัก ฉันรักมัน”

“อร๊าง ที่รักคะ”

“กรี๊ด…”

เนิ่นนานผ่านไป จนเธอรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย และในตอนนั้นเอง เหมือนมันจะมีพลังอ่อนนุ่มรุ่มร้อนอะไรบางอย่าง ไหลทะลักพวยพุ่งเข้ามาในตัวเธอ เติมเต็มเธอ จนเธออดไม่ได้ที่จะกรีดร้องเล็กๆออกมาด้วยความสุขสม และร่างกายของเธอก็ยังสั่นเทาและกระตุกเกร็ง เธอกอดเขาเอาไว้แน่น เชื่อมประสานกัน จนไม่อยากแยกอยากจากกัน อยากอยู่อย่างนี้ อยู่ท่านี้ไปอีกนานๆ

หลังจากนั้นไม่นาน หลังจากหายเหนื่อย เธอยิ้มและหัวเราะคิกออกมา เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย เธอเคยฝันที่จะมีครอบครัวที่เรียบง่าย แต่เธอไม่เคยคิดว่า เธอจะมีครอบครัวที่เรียบง่ายจริงๆ และทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด แต่งงานง่ายๆหลังดูตัว เพราะคิดว่าตัวเองอายุมากแล้ว สมควรต้องมีก็เลยมีไปเลย ก็เลยแต่งงาน ในคืนแต่งงานก็มีเพศสัมพันธ์ง่ายๆ โดยไม่ได้มีคำบอกรักอันใด สุดท้ายมีลูกง่ายๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ ไปทำงาน กลับบ้าน เลี้ยงลูก ดูแลสามี ตามสมควร นอนด้วยกันบ้างในบางครั้ง บางครั้งห่างกันเป็นเดือน หลังๆห่างกันเป็นปีละครั้งก็มี และตอนนี้ เขาก็ปล่อยข้างใน และมันก็ไม่ใช่วันปลอดภัยของเธอ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ถามเธอหรือปรึกษาเธอก่อนก็ตาม แต่เธอก็เคยคิดว่าอยากมีลูกอีกซักคนอยู่ด้วยเหมือนกัน และอายุขนาดเธอก็ไม่คิดจะคุมกำเนิดอยู่แล้ว ปล่อยให้มี ถ้ามันจะมี เมื่อมันถึงเวลา

“มีความสุขไหม ได้ห้าดาวหรือเปล่า”

“มีความสุขค่ะ ให้ห้าดาวไปเลย”

“ถ้ามีความสุข พวกเราน่าจะทำกันแบบนี้บ่อยๆนะ”

“อืมค่ะ ฉันก็อยากทำแบบนี้กับคุณสามีบ่อยๆเหมือนกัน”

“ที่รักจ๊ะ”

“ค๊า”

“ผมอยากทำอีกครั้ง” แบรนน็อคเอ่ยกระซิบข้างหู อาจบางที เขาอาจจะอยากแพร่พันธุ์เอเลี่ยน บนโลกนี้ หรืออาจจะแค่ติดใจ และอีกอย่างเขายังมีอีกหลายกระบวนท่าที่ยังไม่ได้ใช้ออก ที่อยากจะลอง

ฉินเทียนเยว่ หัวเราะคิก คล้ายวันนี้แม้ว่าเธอจะเหนื่อย แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ และอยากสู้ต่ออีกซักยก

“อืม ค่ะ”

ฉินเทียนเยว่ ตอบออกมามีรอยยิ้มพิมพ์ใจ แม้ว่าจะยังรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้างก็ตาม และเธอก็ตอบรับจูบนั้น และเริ่มกระบวนการผสมพันธุ์เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนอีกครั้ง

ช่วงเวลาต่อจากนั้น ภายในห้องมืดห้องนั้น ก็ได้ยินแต่เสียงคร่ำครวญ และครวญคราง คล้ายคนที่กำลังมีความสุขและกำลังทุกข์ทรมานในขณะเดียวกัน แต่ฟังดูเหมือนกำลังมีความสุขมากกว่า และเสียงเหมือนกำลังทรมานนั้นไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง เพราะมันแทบเรียกไม่ได้ว่าเป็นความทรมานได้ด้วยซ้ำ มันสามารถใช้คำว่า พึ่งพอใจมากกว่า และมันยังดังอยู่อย่างนั้นแทบทั้งคืน และเสียงดังลั่นบ้านนั้น มันยังดังออกมานอกบ้านด้วย หากว่ามีบ้านอื่นใกล้เคียง คงมีคนปาหลังคาบ้านหลังนี้ไปแล้ว

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ เหมือนพวกเขาจะบอกให้โลกรับรู้ว่า พวกเขามีความสุขกันมากแค่ไหน ในการทำแบบนั้นร่วมกัน จนเกือบรุ่งเช้า…

ตอนก่อน

จบบทที่ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ตอนถัดไป