รู้ไหมว่าทำไม

เช้าวันใหม่ แต่ฉินเทียนเยว่นั้น พึ่งหลับไปไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง

เธอหลับสนิทมาก เพราะเหนื่อยอ่อนและเพลียมาก เธอจึงอาจจะนอนหลับไปจนถึงตอนเที่ยงเลยก็เป็นไปได้

ระหว่างที่เธอกำลังหลับอยู่นั่นเอง แบรนน็อคจึงได้สกัดยาจากยีนส์กลายพันธุ์ของเขาแอบฉีดเข้าร่างของเธอ

ในช่วงชีวิตของเขา เขาได้รับยายีนส์หลายครั้ง และยีนส์ของเขาก็กลายพันธุ์หลายครั้ง และยายีนส์นั้น ก็มีหลายระดับ ส่วนใหญ่มันจะถูกสกัดมาจากยีนส์ของเอเลี่ยน ตามค่าพลังโจมตีของมัน เหมือนวัดน้ำหนักของหมัดของเอเลี่ยนนั้นทรงพลังแค่ไหน แล้วจัดระดับพวกมัน มีตั้งแต่ระดับหนึ่ง ถึงระดับห้า ที่สามารถพบเห็นได้ในช่วงชีวิตของเขาที่ผ่านมา ส่วนระดับหกนั้นเป็นระดับบรรพบุรุษเอเลี่ยน ที่เขาเคยแต่ได้ยินเรื่องเล่าในตำนาน ยิ่งระดับเจ็ด ยิ่งอยู่ไกลเกินระดับที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ เหมือนตัวตนที่ทรงพลังระดับจักรวาล

ยายีนส์ของคนทั่วไปนั้น ใช้ระดับหนึ่ง ส่วนนักรบและบุคลากรที่สำคัญนั้นใช้ยายีนส์ระดับสอง และเมื่อตอนเขาได้เป็นพันตรี เขาก็ได้รับยายีนส์ระดับสาม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดแล้วในหมู่พวกเขา แต่เมื่อตอนที่เขาถูกเอเลี่ยนจับตัวไป เขาก็รับยายีนส์ระดับสี่ ที่เอเลี่ยนใช้ร่างเขาทดลองในห้องทดลอง และเขาก็รอดมาได้ กระทั่งถูกผ่าเปิดหน้าอก ควักหัวใจออกมาแล้วใส่กลับเข้าไป ร่างของเขาก็สามารถรักษาตัวเองผสานหัวใจเข้าสู่ตำแหน่งได้เหมือนเดิม แถมยังลองตัดแขนตัดขาแล้วต่อได้เหมือนเดิม โดยที่ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลด้วยซ้ำ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนที่ถูกตัดขา ขาของเขาก็สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้

ตอนที่เขาเป็นพันตรีนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีโอกาสได้รับยายีนส์ระดับสี่ แต่เขาไม่อยากฉีด เพราะโอกาสรอดของคนที่ฉีดระดับสี่นั้นมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะกลายพันธุ์ในทางที่แย่

และคนที่สามารถรอดได้จะสามารถปลุกความสามารถพิเศษขั้นสูงขึ้นมา และพลังที่เขาได้รับก็คือไฟและสายฟ้า เพียงแต่เขาไม่ค่อยได้ใช้ออกเท่านั้นเอง

และในระหว่างที่ลามอสพยายามจะกลืนกินร่างของเขา เขาก็ได้ทำการฉีดยายีนส์ระดับห้า เข้าสู่ร่างของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองกลายพันธุ์และสู้กับลามอส เอเลี่ยนเกราะโคโรเนียลทองคำนิวเคียร์ ระดับสี่ และปราบมันได้ และพลังที่เขาได้รับก็คือพลังห้วงมิติ ซึ่งถูกปลุกพลังในตอนที่อยู่หลุมดำกลืนกิน

และด้วยพลังทางเทคโนโลยีของโปรตอส และพลังวิญญาณของลามอส มันก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้ตามใจนึก หากว่าจะให้มันสกัดยีนส์ระดับหนึ่ง จนถึงระดับห้า โดยใช้ตัวเขาเองเป็นต้นแบบยีนส์ในการสกัดยา ก็ไม่ได้ยากอะไร

แบรนน็อคจึงให้ลามอส สกัดยีนส์ระดับหนึ่ง ออกมาจากยีนส์ของเขาสองชุด เพื่อฉีดให้สองแม่ลูก เพราะต้องให้เวลาร่างกายของพวกเธอปรับตัว อยู่ๆจะฉีดยาระดับสอง หรือระดับที่สูงกว่าให้พวกเธอเลยไม่ได้

ยายีนส์ระดับหนึ่งนี้ เป็นยีนส์ที่ทำได้แค่ปรับแต่งร่างกาย ให้แข็งแกร่ง ทนทาน ทรงพลัง ว่องไว ขึ้นกว่าเดิม สองถึงสามเท่า และทำให้แก่ช้าลงเล็กน้อยก็แค่นั้น

การฉีดยาก็ไม่ได้ยากอะไร แค่แตะตัวเธอ ก็ปรากฏเป็นเข็มเส้นเล็กๆฉีดเข้าร่างเธอโดยไม่รู้ตัว ไม่ทันที่เธอจะรู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ ทันทีที่ฉีดหลังจากนั้น จะเหมือนตัวเองเด็กลงหนึ่งปี ริ้วรอยบางส่วนบนหน้าจะหายไป และอยู่อย่างนั้นไปอีกหลายปี และในช่วง 1-10 ปี หลังจากนั้น หากฉีดระดับสองได้ ก็จะยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิม อายุยืนกว่าเดิม และหากได้รับยายีนส์ระดับสาม และระดับที่สูงขึ้นไป ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะยิ่งดียิ่งๆขึ้นไป

เนื่องจาก ตอนนี้ มันเป็นแค่ยายีนส์ระดับหนึ่ง นอกจากฉินเทียนเยว่แล้วนั้น เขายังแอบฉีดให้กับ ซูเยว่ซินอีกด้วย

หลังจากนั้น เขาถึงได้ไปทำอาหาร

สายแล้ว จนเวลาล่วงเลยไป สามโมงเช้า ทั้งแม่และลูกจนได้ตื่นขึ้นมาเพราะคงจะหิว

ความจริงแล้ว ฉินเทียนเยว่ ไม่ได้นอนขี้เซาแบบนี้ เธอมีนาฬิกาชีวิตที่ทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นก่อนตีห้าทุกเช้า และซูเยว่ซินก็ตื่นตอนเช้า หกโมงเช้าด้วยเหมือนกัน

แต่จากความอ่อนล้า และเหน็ดเหนื่อยเมื่อคืน และจากการเดินทางไกลเมื่อวาน ทั้งยังได้รับยายีนส์โดยไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอจึงต้องการๆปรับตัว พวกเธอจึงได้นอนตื่นสาย

เมื่อทั้งสองรู้สึกตัว ก็รีบพากันเข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน

โชคดีที่บ้านนี้มีสองห้องน้ำ ซูเยว่ซิน สามารถใช้ห้องน้ำแยก และรู้จักล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำเองเป็นแล้ว

โดยเฉพาะฉินเทียนเยว่ เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นเหม็นเน่ามาก เหงื่อไคลท่วมตัว ทั้งยังมีคราบสกปรกทั่วตัว และยังเปอะเปื้อนที่นอนจนเป็นคราบ เหมือนว่าเธอจะไปเล่นโคลนดินมา ยังไงยังงั้น

นี่เป็นผลจากการที่เธอได้รับการชำระล้างเลือดและไขกระดูก จากยายีนส์ จึงได้ชำระสิ่งสกปรกโสมม ในเลือด กล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นเอ็น ของเธอ ชำระล้างมนทินในร่างของเธอออกไป และในตอนที่เธออาบน้ำเสร็จแล้วนั้น เธอรู้สึกได้ว่าผิวของเธอเรียบเนียนใสขึ้นกว่าเดิม และดูเหมือนว่าเธอจะอายุน้อยลงไปอีกเล็กน้อย หน้าสวย ตาใส มองชัดกว่าเดิม หูดีกว่าเดิม ได้กลิ่นชัดกว่าเดิม ที่สำคัญสุดคือสวยกว่าเดิม เมื่อมองแวบแรกยังตกใจตัวเองในกระจก จนเธอลืมเรื่องก่อนหน้านี้ ที่ตัวเองและที่นอนสกปรกไปเลย

เมื่อเธออาบน้ำเสร็จ ยังต้องนำผ้าปูที่นอนปอกหมอนผ้าห่ม ยัดเข้าเครื่องซักผ้าไปด้วยซะเลย

ส่วนสำหรับซูเยว่ซินนั้น ก็ยิ่งขาวใสกว่าเดิม เหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กสองขวบปี ร่างกายของเธอไม่ได้รับสิ่งสกปรกในโลกนี้มากนัก จึงไม่ได้มีสิ่งสกปรกที่ต้องชำระล้างมากนัก รูปร่างหน้าตาของเธอ จึงยังเป็นเด็กน้อยน่ารักเหมือนตุ๊กตาเหมือนเดิม

เมื่อฉินเทียนเยว่ ออกมาในชุดใหม่ เธอก็รู้สึกแปลกๆ

“ที่รักคะ คุณคิดว่าชุดที่ฉันใส่ มันหลวมกว่าเดิมหรือเปล่า”

“ไม่นะ คุณผอมลงกว่าเดิมต่างหาก”

“หือ ฉันจะผอมลงกว่าเดิมได้ยังไง”

“ไม่เพียงผอมลง แต่หน้ายังเด็กลงอีกด้วยนะ”

“จริงเหรอคะ ฉันยังคิดว่าตัวเองคิดไปเองเสียอีก”

“จริงสิ คุณรู้ไหมว่าทำไม”

“ทำไมเหรอคะ”

“เพราะ… เรื่องเมื่อคืนไง เมื่อคืนคุณดูมีความสุขมาก และเมื่อคนเรามีความสุขมาก จะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา และเมื่อคนเราพักผ่อนเพียงพอ พอตื่นขึ้นมาอีกที จะพบว่าหน้าตาของพวกเขาอ่อนลง”

“จริงๆเหรอคะ”

“จริงสิ ผมเป็นหมอนะ ผมรู้ ผมเรียนมา”

“เพราะฉนั้น พวกเรามาทำกันบ่อยๆนะ” แบรนน็อคกระซิบ

“อิอิอิ! โอ้ย! นี่ฉันกำลังถูกสามีแทะโลมตั้งแต่เช้าอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

ฉินเทียนเยว่ หัวเราะคิกคัก แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้และกอดเขาเอาไว้แล้วกระซิบ

“ฉันรู้แล้วว่าทำไม เพราะคุณสามี ทำได้ดีมาก เมื่อคืน จนตอนนี้ ฉันอยากจะทำอีกครั้งตอนนี้เลยด้วยซ้ำ อิอิอิ…”

“ที่รักจ๊ะ ผมเคยบอกคุณหรือยัง ว่าคุณน่ารักมาก เมื่อคุณยิ้มและหัวเราะแบบนี้”

“จริงเหรอคะ น่ารักแล้วรักหรือเปล่าล่ะ”

“รักสิ ผมรักคุณนะ คุณภรรยาที่รักของผม” แบรนน็อคเอ่ย เขาได้เรียนรู้ความรู้เบื้องต้นสำหรับคนในโลกนี้จากข้อมูลในนิยายและในอินเตอร์เน็ต สำหรับคนเป็นแฟนกัน หรือเป็นสามีภรรยากัน มักจะชอบให้พูดคำพูดหวานๆว่ารักอยู่เสมอ

“ฉันก็รักคุณค่ะ” ฉินเทียนเยว่ กอดจูบและหอมแก้มเขาทันทีหลังจากนั้น ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ หากจะว่าไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่สามีบอกคำว่ารักกับเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอได้มีสามีแล้วจริงๆ เธอรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก และเกิดรอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏบนใบหน้าเธอ จนแบรนน็อคเกิดภาพลวงตาว่า เธอกำลังล่อลวงเขาอีกครั้ง และอยากผสมพันธุ์กับเขาอีกรอบจริงๆ

แต่ในตอนนั้นเอง

“แม่คะหนูอาบเสร็จแล้ว ชุดของหนูอยู่ที่ไหน” ซูเยว่ซินร้องตะโกนออกมาจากในห้องเสียงดังเจื้อยแจ้วอยู่ในห้องของเธอ

ฉินเทียนเยว่ จึงเลิกพูดเล่นกับสามี แล้วเข้าไปในห้องของลูกสาว นำกระเป๋าเดินทางเล็กๆของเธอออกไปและช่วยลูกสาวแต่งตัว

ในตอนแรก ซูเยว่ซินก็รู้สึกว่ามารดาของตัวเองตัวเล็กลงและหน้าเด็กลงเล็กน้อย แต่ว่าเธอไม่ได้สนใจ เพราะยังไงก็เป็นแม่ของเธอ ไม่ได้แตกต่างมากจนเห็นได้ชัด เพราะร่างกายของเธอยังต้องได้รับการปรับปรุงยีนส์ต่อไป

ตอนก่อน

จบบทที่ รู้ไหมว่าทำไม

ตอนถัดไป