มันอาจจะไม่ใช่โชคร้ายซะทีเดียว
เมื่อทั้งสองออกมาจากในห้องนอนด้วยชุดใหม่ ก็ใกล้เที่ยงแล้ว ถือได้ว่ากินข้าวเช้าและเที่ยงไปพร้อมกันเลย
วันนี้พวกเธอใส่ชุดอยู่บ้าน สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ชุดหลวมๆสบายๆ คงไม่คิดจะออกไปไหน
ในวันนี้ แบรนน็อค ทำเมนูเนื้อย่าง โดยเนื้อนั้น ยังเป็นเนื้อสุนัขป่ากลายพันธุ์ ที่เขาได้เก็บเอาไว้ มาแล่เอาเนื้อของมันออกมาเล็กน้อย เพราะทำเป็นสเต๊กเนื้อ
“เนื้อนี่อร่อยมาก”
“อร่อยก็กินเยอะๆนะ”
ทั้งแม่และลูกสาวหลังจากได้รับการปรับปรุงพันธุกรรม ก็กินจุมากกว่าวันธรรมดา แต่วันนี้เขามีเนื้อเพียงพอ และพวกเธอก็กินอยู่นานจนกว่าจะอิ่ม จนแทบท้องปล่องออกมา
“คุณพ่อ ทำอาหารอร่อยมาก”
“อืม แล้วพ่อจะทำให้กินบ่อยๆนะ”
“กินผักด้วยสิจ๊ะ” ฉินเทียนเยว่เอ่ยเตือนลูกสาว
นอกจากเมนูเนื้อแล้วยังต้องมีอย่างอื่น อย่าง ข้าว นม และสลัดผัก เพื่อจับคู่ทางโภชนาการ
หากพวกเธอรู้ว่า เนื้อที่พวกเธอกิน เป็นเนื้อหมาป่า ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหมาป่ากลายพันธุ์ก็ตามที เพราะมนุษย์โลกนี้ ถือว่าหมาเป็นสัตว์เลี้ยง แต่หมาป่าก็ใกล้เคียงกับหมาธรรมดามาก แต่หมาป่านั้นดุร้ายกว่า และเป็นสัตว์นักล่า หากินเอง และหากินเป็นฝูง แต่ก็ยังมีคนนำหมาป่ามาเลี้ยง อาจจะเพราะมันเป็นสัตว์ที่น่ารักกระมัง ทั้งยังฉลาด สำหรับคนที่กินเนื้อหมา จึงถูกมองว่าเป็นคนที่น่ารังเกียจ แต่หากจะใช้เหตุผลนี้ พวกหมู เป็ด ไก่ เหล่านั้น ก็คงต้องน้อยใจตายเป็นแน่ ที่พวกมันถูกกิน ทุกวันทุกเทศกาล เพราะพวกมันไม่ได้น่ารัก และไม่ฉลาด ก็เลยต้องถูกกิน กระทั่งบางตัวยังไม่ได้เกิด ไม่ถูกฟักเป็นตัว ก็ต้องถูกกินตั้งแต่ตอนยังเป็นไข่ด้วยซ้ำ และไม่มีใครสงสัยหรือเห็นใจพวกมันบ้างเลย
และสำหรับโลกของเขา แม้แต่ซากเอเลี่ยนยังนำมากินได้ นับประสาอะไรกับแค่หมาป่า เมื่อมนุษย์ต้องอยู่อย่างอดๆยากๆ ทุกอย่างก็สามารถนำมากินได้หมด จะสนใจทำไมว่ามันเคยเป็นอะไร ขอแค่กินได้ กินแล้วไม่ตาย และไม่มีโทษกับร่างกายก็พอ
เขายังจำความรู้สึกในตอนที่ขาดแคลนเสบียงอาหารบนดาวแม่ได้ดี และด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงต้องร่อนเร่ในห้วงอวกาศ เพื่อค้นหาดาวเคราะห์ที่เหมาะสมแห่งใหม่
และเมื่อได้ชำระล้างดาวเคราะห์ที่เหมาะสมแห่งใหม่ เขาก็ได้รับรางวัลเป็นบ้าน ยาน ที่ดิน และได้รับการจัดสรรภรรยาสองคนเป็นรางวัล
ภรรยาสองคนนั้นเหมือนจับฉลากได้มา แต่เป็นการจับคู่ทางพันธุกรรมที่เหมาะสมมากกว่า พวกเขาจะถูกจับคู่กันโดยไม่เกี่ยงว่าจะอยู่ในฐานะสังคมเป็นยังไงขอแค่มียีนส์ระดับเดียวกัน เมื่อพันธุกรรมเหมาะสมกัน ก็แต่งงานอยู่ด้วยกันได้ และพันธุกรรมของเขาก็เหมาะกับผู้หญิงสองคน เขาจึงต้องมีภรรยาสองคน และนี่ยังเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนประชากรอย่างเร่งด่วนในโลกใหม่อีกด้วย
ภรรยาของเขาคนหนึ่งเป็นกัปตันยานของยานประจัญบานลำหนึ่ง ภรรยาอีกคนของเขาก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ ทั้งสองเป็นคนชั้นสูง เก่ง ฉลาด และอาจเพราะอย่างนี้ พวกเธอจึงถูกจับคู่กับเขา เพราะเขาทำเป็นแต่ใช้แรง ลูกออกมาจะได้แข็งแกร่งและฉลาด
และอาจจะเป็นเพราะถูกจับคู่ และไม่ได้เกิดจากความรัก พวกเธอจึงไม่ได้มีความหึงหวง หรือความรู้สึกขัดแย้งกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ และการแต่งงานก็เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของพลเมือง
หลังจากนั้น เขาและภรรยาก็ทำหน้าที่พลเมืองได้ดี สามารถเพิ่มประชากรได้อีกสองคนในบ้าน ให้กำเนิดลูกชายและลูกสาว ที่เกิดจากแม่คนละคน แต่แล้ววันหนึ่ง บ้านของเขาก็ถูกทำลาย พวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าตาย ไม่เหลือแม้แต่ซาก แต่อาจบางที พวกเธอที่ตายเร็ว ก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่นัก มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะหากถูกจับเหมือนเขา หลังจากนั้น ก็คงต้องทนใช้ชีวิตในคุกหัวใจทมิฬ ที่เหมือนตายทั้งเป็นแห่งนั้น จนไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้ยังไงในแต่ละวัน
แต่ลึกๆลงไปแล้ว เขายังมีความคาดหวัง ว่าพวกเขาอาจจะหนีรอดไปได้ก็เป็นได้ แม้ว่าในชีวิตนี้อาจจะไม่ได้พบกันอีกเลยก็ตาม
…
กลับมาที่ปัจจุบัน
สำหรับกิจกรรมในครอบครัว ที่เขาพอจะนึกออกได้ ก็คงมีแค่ ตกปลา ล่องเรือ เดินเล่นริมชายหาดของทะเลสาบข้างบ้าน หรือทำอาหารบนชายฝั่ง ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ไม่รีบเร่ง ถือว่าเป็นการพักผ่อนวันหยุด
สมบัติในบ้านของเขา มีรถ เรือพาย เรือยนต์ และเรือยอร์ชขนาดเล็ก สามารถทำกิจกรรมหลากหลาย
และวันนี้สองแม่ลูก ก็ใส่ชุดสบายๆอยู่บ้าน ไม่คิดออกไปไหน และแบรนน็อคก็ใส่ชุดธรรมดาอยู่บ้านด้วยเหมือนกัน
พอคิดถึงเรื่องเรือ เขาก็พลันคิดถึงยานอวกาศขึ้นมา เขายังจำได้ว่า แม้ว่าวันนั้น เขาเหมือนจะหนีรอดจากยานพิฆาตดาราลาดตะเวณ ที่บินติดตามเขาอย่างไม่ลดละอยู่ตลอดเกือบปี แล้วไปชนเข้ากับหลุมดำ แต่ใครจะรู้เล่าว่า แรงดูดของหลุมดำนั่น มันจะมีอาณาบริเวณกว้างแค่ไหน มันจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า ยานอวกาศลำนั้น ที่แม้ว่ามันจะอยู่ห่างออกไปเป็นปีแสง แต่มันก็อาจจะถูกดูดเข้ามาในจักรวาลนี้ หรือโลกนี้ด้วยเหมือนกัน
ในตอนนั้น ถึงแม้เขาจะอยู่ในเมชาชีวะจักรกลระดับห้าก็ตาม เขาก็ยังไม่สามารถใช้งานมันได้เต็มที่ เต็มประสิทธิภาพ จึงคล้ายเอเลี่ยนที่กำลังบาดเจ็บสาหัส และบนร่างก็ไม่ได้มีอาวุธที่เหมาะสม อีกทั้งเจ้าลามอสก็พยายามจะกลืนกินเขาตลอด เขาจึงทำได้วิ่งหนีอย่างทุลุกทุเล อยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น ในตอนนี้ ตัวเขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของยานพิฆาตดาราลำนั้นอยู่ดี นอกเสียจากเขาจะหลอมกลืน เมชาชีวะจักรกลระดับห้าอย่างสมบูรณ์ และติดตั้งอาวุธหนักบนร่าง ยกระดับเป็นระดับห้าจริงๆ ถึงจะพอสู้ได้
หากยานนั่นหลุดเข้ามาด้วยจริงๆ เช่นนั้น เขาจะต้องเตรียมการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ หลอมสร้างยานพิฆาตดาราขึ้นมาใหม่ซักลำ เอาไว้ต่อกร แล้วติดตั้งอาวุธหนักให้มัน หากสู้ไม่ได้ ก็ยังหนีได้ และที่สำคัญยานลำนี้ก็ยังสามารถพาเขากลับดาวแม่ของเขาได้ด้วย
เมื่อคิดได้แล้วดังนี้ เขาก็คิดที่สร้างยานอวกาศมันซะเดียวนี้เลย หากแต่ว่า เขาต้องหาเงิน เพื่อซื้อวัตถุดิบ โชคดีที่ไม่จำเป็นต้องหาคนช่วยทำงาน เพราะลามอสคนเดียว ก็เหมือนเอไออัจฉิริยะ ที่แยกร่างเป็นหุ่นยนต์ ทำงานทุกอย่างเองได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ทุกอย่างคงต้องค่อยๆทำไปทีละเล็กทีละน้อย อย่างเงียบๆ
…
บ่ายวันนั้น
ฉินเทียนเยว่ กำลังสอนลูกสาวของเธอขี่จักรยาน
ส่วนแบรนน็อคก็ทำทีเป็นนั่งตกปลา เพื่อกลบเกลื่อน และย่างเนื้อย่างบนเตาไปด้วย
ในน้ำนั้น ลามอสได้แปลงกายเป็นปลาหลายตัว มุดและดำน้ำ ว่ายไปทั่ว เพื่อสแกนค้นหาไปทั่วทะเลสาบ ว่ามีเศษชิ้นส่วนที่ตกลงในทะเลสาบหรือเปล่า
เสียดายที่ลามอส ไม่สามารถล็อคกลิ่นได้โดยตรง เพราะมันยังมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ แต่การสแกนแบบสุ่มนี้ ก็ได้ค้นพบอะไรหลายอย่าง
ทะเลสาบแห่งนี้ มันใหญ่ และลึกมาก และใหญ่มากพอที่จะเขาสามารถ แอบสร้างฐานใต้น้ำ เอาไว้สร้างยานอวกาศได้
ตอนนี้ลามอสได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เชื่อมต่อบัญชีหุ้นของซูไป๋ และสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาหลายบัญชี เพื่อปั่นหุ้น และเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ แฮกเงิน ปั่นหุ้นและเล่นหุ้น เพื่อหาเงินทุน สร้างฐานการเงินของเขาให้มั่นคงก่อน เขาถึงจะสามารถทำอะไรก็ได้
…
“คุณพ่อคะ หนูปั่นเองได้แล้ว เอาล้อออกได้หรือเปล่าคะ”
ตอนนี้ซูเยว่ซิน ปั่นจักรยานไซร์เด็ก ที่ยังต้องมี ล้อเล็กสองข้างช่วยพยุง
“ได้สิจ๊ะ”
ใช้เวลาไม่นานในการใช้เครื่องมือขันล้อเล็กสองข้างนั่นออก เพียงแต่ว่าถนนในบ้านของเขานั้นไม่ได้เป็นถนนลาดยาง และตอนนี้เธอก็ปั่นในสนามหญ้าหน้าบ้าน มันจึงปั่นได้ไม่เร็วเท่าไหร่ แต่หากหกล้ม ก็จะมีหญ้าช่วยรับแรง
ฉินเทียนเยว่ เป็นห่วงลูกสาวมาก กระทั่งมีหมวกกันน็อคจักรยาน สนับศอก สนับเข่า สวมถุงมือใส่รองเท้าให้เธอ เรียกได้ว่าป้องกันเต็มที่
และไม่รู้เป็นเพราะได้รับการปรับปรุงพันธุกรรม หรือเพราะเธอฉลาดอยู่แล้ว ซูเยว่ซินก็ปั่นจักรยานเป็น โดยใช้เวลาหัดไม่นาน หลังจากนั้น
“เก่งมาก”
“เยี่ยมมาก”
“เย้”
“ปั่นได้แล้ว”
“อิอิอิ”
“สนุกมากเลย”
“ดีมากลูก ลูกสาวแม่เก่งมาก”
ไม่ไกลจากที่เขายืนอยู่ ฉินเทียนเยว่ ตบมือและหัวเราะ กระโดดโลดเต้น เหมือนคนที่ทำอะไรประสบความสำเร็จครั้งแรกในชีวิต มองดูลูกสาวตัวเองที่กำลังปั่นจักรยานวนไปวนมา ด้วยรอยยิ้ม เหมือนว่าเป็นเธอเองที่เพิ่งปั่นจักรยานเป็น ไม่ใช่ลูกสาวของตัวเองที่เพิ่งปั่นเป็น
แบรนน็อค มองดูรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ของแม่และลูกสาว ในสนามหญ้า ที่อยู่ไม่ไกล แล้วทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆในจิตใจ ไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงได้คิดว่า การที่เขาร่วงหล่น ตกมาที่ดาวแห่งนี้ มันอาจจะไม่ใช่ความโชคร้ายซะทีเดียว