เพื่อเป็นการชดใช้และไถ่บาป
ช่วงนี้ เดือนนี้ ฉินเทียนเยว่ มีวันหยุดหลายวัน และกลับมานอนบ้าน อย่างน้อยวันเว้นวัน พยายามที่จะมีเวลาให้ครอบครัว แถมยังมีวันหยุดติดต่อกัน แต่สิ่งนี้ทำให้แบรนน็อคมีเวลาในการบำเพ็ญน้อยลง เพราะเขามีเวลาในการบำเพ็ญแค่ตอนนอนเท่านั้น จึงต้องมีการปรับเวลาเล็กน้อย
วันนี้ก็อีกวันที่ฉินเทียนเยว่ หยุดอยู่บ้าน และทั้งครอบครัวได้พากันไปเที่ยวสวนสนุก ซึ่งไม่ต้องไปไหนไกลในเซี่ยงไฮ้ก็มีดิสนีย์แลนด์พาร์ค ซึ่งมันก็ใหญ่มากเหมือนกับเมืองๆหนึ่ง เดินเล่นทั้งวันก็ไม่สามารถเที่ยวจนทั่วได้
ที่นี่เขาจะเนรมิตฉากต่างๆในการ์ตูนสำหรับเด็ก และมีเครื่องเล่นต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เล่น ร่วมกิจกรรม ส่วนคนที่เข้ามาเที่ยวก็ไม่ได้มีแต่เด็ก มีทั้งผู้ปกครองพาลูกหลานมาเที่ยว คนหนุ่มสาวและคนแก่หัวใจเด็ก ก็จูงมือกันมาเที่ยวกันเอง ที่นี่จึงเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย
พอเข้าไปข้างใน ฉินเทียนเยว่ก็พาไปเล่นห้องเล่นที่ซูเยว่ซินสามารถเล่นได้ ส่วนผู้ใหญ่นั้น เป็นแค่ผู้ติดตาม เพราะซูเยว่ซินนั้นยังไม่ถึงห้าขวบ ยังไม่สามารถเข้าสถานที่บางแห่งได้ แต่ก็ได้เดินดู เปิดหูเปิดตาและเปิดประสบการณ์สำหรับเด็ก อย่างนั่งรถไฟเที่ยวชมฉากอวกาศ ฉากย้อนยุค ฉากแฟนตาซี ซูเยว่ซินและฉินเทียนเยว่ ดูมีความสุขมาก ไม่รู้ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่อยากมาสวนสนุกกันแน่
แต่สำหรับแบรนน็อคนั้นปวดหัวมาก เพราะเขาไม่เคยเจอฉากนี้มาก่อน ฉากที่เดินไปทางไหน ก็เจอเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม กระทั่งแค่ได้ถ่ายรูปหมู่กัน ก็สามารถทำให้ผู้คนยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุขกันได้ ซึ่งของแบบนี้ แบรนน็อคไม่เคยพบเห็นเลยในโลกของเขา
…
“คุณพ่อ คุณแม่ ทางนี้ค่ะ”
ซูเยว่ซิน เหมือนได้ฉีดเลือดไก่ มีความกระตือรือร้นที่จะวิ่งไปดูตรงนั้นตรงนี้ตลอด และเธอก็สามารถวิ่งและเดินได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องอุ้ม หรือนั่งรถเข็นเด็ก เหมือนเด็กบ้านอื่น และเธอก็ไม่ได้เป็นเด็กงอแงอีกด้วย
“อันนี้ ไว้โตกว่านี้ แม่จะพามาเล่นนะ” ฉินเทียนเยว่ เอ่ย หลังจากถูกลูกลากไปจุดที่ต้องเล่นได้แต่เฉพาะผู้ใหญ่ มันคล้ายๆกับมอเตอร์ไซต์ ที่ขึ้นไปนั่งแล้วมันเป็นรถราง เหมือนรถไฟเหาะ หากขึ้นไปเล่นคงต้องตกลงมาตายแน่
“โห น่าเสียดายจัง”
ซูเยว่ซิน ยืนดู อย่างสนใจ ไม่ได้งอแงอยากเล่น เพราะบางอย่างเด็กเล่นไม่ได้จริงๆ คงต้องรอให้โตกว่านี้
…
ช่วงนี้อยู่ในหน้าหนาว ชุดของคนส่วนใหญ่นั้นจะหนากว่าปกติ รวมทั้งใส่เสื้อกันหนาวสวมทับไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่หลังจากปรับปรุงพันธุกรรม ฉินเทียนเยว่ และซูเยว่ซิน ก็มีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น แต่ก็ยังสวมเสื้อกันหนาวมาในครั้งนี้ และเมื่อมองออกไปรอบๆ ทุกคนล้วนใส่เสื้อกันหนาว บางคนหนาวมาก ก็ใส่เสื้อจนเหมือนตัวใหญ่มากมีขนปุกปุยเหมือนหมีขาวขั้วโลก บางคนก็เหมือนกระต่ายหลากสีสัน
เนื่องจากเที่ยวเรื่อยๆไม่ได้เร่งรีบ จึงเที่ยวเล่นได้ไม่กี่สถานี แต่ถือว่าได้เปิดหูเปิดตา และยังได้แบกซูเยว่ซินไว้บนบ่า เพื่อให้ได้เห็นได้ไกลกว่าเดิม ทั้งสามจูงมือกันไปเที่ยวด้วยกัน เหมือนเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงๆ
สิ่งเหล่านี้ทำให้แบรนน็อคหลงลืมตัวตนจริงๆไปชั่วขณะ และได้รับความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกมานาน จนบางครั้งทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
เมื่อฉินเทียนเยว่ เห็นดังนี้ จึงแอบถ่ายรูปเขาเอาไว้ อยู่ช่วงหนึ่ง
“คุณพี่คะ พวกเรามาถ่ายรูปกัน” ฉินเทียนเยว่ ลากสามีและลูกมาถ่ายเซฟฟี่ เมื่อเห็นมุมสวยๆ และยังขอให้คนเดินผ่านไปผ่านมาช่วยถ่ายรูปให้อีกด้วย เมื่อรูปออกมา ก็ไม่ได้แปลกแตกต่างอย่างที่คิด เป็นรูปลักษณ์ของซูไป๋ ที่แบรนน็อคได้แปลงกายเป็น และไม่มีภาพไหนที่คุณจะดูออกว่าเป็นเอเลี่ยนจากต่างดาว
แบรนน็อคดูรูปถ่ายแล้วรู้สึกแปลกๆ เหมือนว่าเขาจะรู้สึกตัวว่า ตอนนี้เขากำลังแสร้งทำเป็นคนอื่น และสวมตัวตนของคนอื่น และไม่ใช่ตัวตนแท้จริงของเขา ความรู้สึกนี้คงคล้ายนักแสดงที่แสดงหนังหรือแสดงละครอยู่ในบทบาทมานาน พอรู้ตัวอีกทีเมื่อผู้กำกับบอกคัท ก็ถึงได้รู้ตัวว่า ตัวเองกำลังแสดงอยู่ ไม่ใช่ตัวละครนั้นจริงๆ จึงทำให้ความรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย โชคดีที่แบรนน็อคผ่านโลกมามาก ไม่นานก็ปรับสีหน้า ท่าทางและแววตาเป็นปกติ สวมบทบาทต่อไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการแสดง และสวมบทบาทเป็นคนอื่น แต่เขาก็มีความสุขกับมัน และฉินเทียนเยว่และซูเยว่ซิน ก็มีความสุขกับมัน จริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
…
ระหว่างพวกเขาที่กำลังเที่ยวสวนสนุก ไม่มีฉากแปลกๆ แต่ไม่ไกลจากเขาเท่าไหร่นัก กลับมีฉากแปลกๆเกิดขึ้น
มีนักแสดงหลายคน เหมือนว่ากำลังถ่ายละครกันอยู่
ตามความจริงแล้ว ละครในยุคปัจจุบัน จะมีการเช็ตฉากขึ้นมา และจะไม่ค่อยถ่ายในสถานที่จริง เพราะจะเป็นการรบกวนคนอื่น แต่สวนสนุกจะแตกต่าง พวกเขาสามารถถ่ายได้ แต่ไม่สามารถกั้นฉาก กันคน หรือกันนักท่องเที่ยวออกไป ได้ เพราะจะเสียความสนุกของนักท่องเที่ยว และรีวิวแย่จากนักท่องเที่ยว พวกเขาเสียเงินกันเข้ามาเที่ยว ก็อยากเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ใช่ถูกไล่ไปตรงนั้นตรงนี้ พวกกองถ่าย จึงต้องหามุมที่นักท่องเที่ยวไม่เยอะ หรือช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวไม่เยอะ แล้วถ่ายซักฉากสองฉากได้
การทำงานนี้นั้น ทีมงานลูกเรือการถ่ายทำ จะต้องระมัดระวังมาก คนที่เข้าฉาก จึงต้องเป็นนักแสดงจริง และนักแสดงสมทบ ที่แฝงตัวมา และพยายามไม่ถ่ายติดคนอื่น เพราะบางคนก็ไม่ใช่ว่าจะชอบเข้ากล้อง และกล้องจะต้องไม่หวือหวาใหญ่โตมีทีมงานครบชุด แค่กล้องธรรมดาที่เหมือนกล้องของนักท่องเที่ยวก็พอ จะได้ไม่เป็นจุดสนใจมากนัก และการถ่ายบางฉาก ก็ยิ่งสมจริง เมื่อไม่รู้ว่ากำลังถ่ายละครอยู่
ฉากในละครในสวนสนุก ก็เป็นเพียงฉากเล็กๆน้อยๆ บางช่วงในละคร เช่นตัวละครหลักอย่างพระเอก ที่พานางเอกมาเที่ยวสวนสนุก หรือนางเอกมาเที่ยวสวนสนุกกับเพื่อนสาว เพื่อนสนิท หรือเที่ยวตัวคนเดียวแก้เซ็งแก้เบื่อ จากความดราม่าของละครแล้วไปเล่นเครื่องเล่นตามจุดต่างๆ แล้วคุยกันในมุมสงบๆต่างๆ ตามแต่บทจะพาไป
ในตอนนี้ขอบเขตรัศมีการจับสัมผัสของลามอสกว้างออกไปไกลถึง 50 กม. และสัมผัสวิญญาณของแบรนน็อคก็ไกลถึง 50 กม. ด้วยเหมือนกัน แทบครอบคลุมพื้นที่ของสวนสนุก เขาจึงสามารถรับรู้มุมเล็กๆ หลายมุมในสวนสนุกได้ แต่เดินไปเดินมา เหมือนว่าตอนแรกจะมองเห็นอยู่ไกลๆ เอาไปเอามา ก็มาถึงใกล้ แต่ทุกคนไม่ได้รบกวนกันและกัน เพียงแต่หันไปมองดูด้วยความสนใจก็เท่านั้น
ฉินเทียนเยว่ เหมือนจะชอบดูละคร บางครั้งเมื่อถึงเวลาพัก เมื่อบินไปต่างประเทศแล้วนอนคนเดียวในโรงแรม เธอก็มักจะเอาแท็บเล็ตออกมาดูละครเพื่อฆ่าเวลาแก้เบื่อ
“นั่นๆ เหมือนว่าจะเป็น มู่ชิงอวี่ ใช่ไหม ตัวจริงสวยกว่าในทีวีเสียอีก”
ฉินเทียนเยว่ ก็ดูเหมือนจะบ้าดาราอยู่เล็กน้อย มองไปในระยะไกลขนาดนั้น ยังสามารถจำได้ทันที และมู่ชิงอวี่ แม้ว่าจะแต่งชุดธรรมดาในฉาก ก็โดดเด่นสดุดตา เหมือนหงส์ในฝูงไก่ ไม่ให้จำได้ หรือไม่รู้จัก ก็คงเป็นไปไม่ได้ บางครั้งสิ่งนี้ ก็ทำให้นักแสดงที่ดังๆ ทำงานยากนิดหนึ่ง เพราะบางฉากก็เริ่มมีคนมุงกันแล้ว
“คุณไม่ชอบดูละครจีนใช่ไหม ละครจีนเดี่ยวนี้ มีเรื่องสนุกๆให้ดูเยอะมาก ไม่ได้มีแค่ละครย้อนยุคเท่านั้นนะ ละครร่วมสมัย ในรั้วโรงเรียน ในรั้วมหาลัย หรือละครวัยทำงาน ก็มีให้เลือกดูเยอะมาก”
“นางเอกคนนี้แสดงละครย้อนยุค น่ารักมาก ฉันชอบมาก ฉันเพิ่งดูจบไปไม่นานนี่เอง จำไม่ได้ว่าชื่อเรื่องอะไร แต่จำโครงเรื่องได้คร่าวๆ เรื่องที่เธอบังเอิญหลุดเข้าไปในนิยายที่เธอเขียน แต่ว่าเธอไม่ได้เป็นตัวละครที่เป็นนางเอกไง และตัวละครนั้นเธอจะต้องถูกฆ่าตายโดยพระเอก ถือว่าเป็นตัวประกอบที่ต้องตาย เธอจึงพยายามเปลี่ยนเส้นเรื่อง เพราะไม่อยากถูกฆ่า แล้วก็ไปพัวพันกับพระเอกและพระรองในเรื่อง และเพราะนางน่ารัก ทั้งพระเอกและพระรองในเรื่องจึงพากันตกหลุมรักนาง เรื่องนั้นสนุกมาก หากไม่เป็นการรบกวนการทำงานของเธอ ฉันคงต้องเข้าไปขอถ่ายรูปกับเธอแน่ๆ”
“คุณน่ารักกว่า” แบรนน็อค พยายามเบี่ยงประเด็น เพราะประเด็นนี้เขาไม่ถนัดจริงๆ เขาทำการสืบค้นข้อมูลบนโลกนี้ เฉพาะเอกสารที่อ่านได้ เพราะลามอสสามารถประมวลผลได้เร็ว แต่การดูละครนั้นไม่เหมือนกัน แม้จะเร่งความเร็ว แต่ก็มีช่วงที่น่าเบื่อมากเกินไป และหากต้องหาละครดูทุกเรื่อง ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว เขาจึงไม่สนใจดู
“จริงเหรอ แต่ฉันจะเหมือนสาวๆได้ยังไง”
“สาวๆก็ไม่ดีเหมือนคุณ” แบรนน็อคเอ่ยชมทั้งยังแอบหอมแก้มเธอไปหนึ่งที
ฉินเทียนเยว่ หน้าแดงเล็กน้อย ผู้หญิงคนไหนบ้าง ไม่ชอบคำชม และเดี่ยวนี้ สามีเธอก็ไม่ได้ตะหนี่คำชมเหมือนเมื่อก่อน และเธอก็รู้สึกชอบมันมาก
“อุ้ย คุณพ่อ คุณแม่ ตอนนี้ยังมีเด็กอยู่ข้างๆอยู่นะคะ” ซูเยว่ซินเอ่ยออกมา คล้ายจะรู้สึกอายแทนจนต้องปิดตาเอาไว้
“โอ้ว สาวน้อย อายเสียแล้ว”
“อิอิอิ” ซูเยว่ซินหัวเราะออกมา เหมือนว่าจะเส้นตื้น
“คุณพ่อกับคุณแม่กำลังแสดงความรักต่อกัน เพราะพวกเรารักกัน พวกเราไม่จำเป็นต้องอายใคร เพราะว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เรื่องนี้ต้องทำเมื่อถึงวัย ถึงเวลา ไม่สามารถทำกับคนอื่น ที่ไม่ใช่คนที่เรารักได้ ลูกซินเข้าใจใช่ไหม” ฉินเทียนเยว่ เหมือนจะเอ่ยสอนลูกสาวของตัวเอง และพยายามรักษาหน้าสามีตัวเองไว้ต่อหน้าลูก
“อิอิอิ เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่” ซูเยว่ซินหัวเราะคิกคัก
“ใช่แล้ว ลูกจำไว้นะ ตอนนี้ ลูกซิน ก็ให้คุณพ่อและคุณแม่หอมแก้มได้เท่านั้น และไม่สามารถให้คนอื่นหอมแก้มหรือจับแก้มนุ่มๆของหนูได้ เพราะว่าหนูต้องหวงตัว และคุณพ่อกับคุณแม่ก็หวงมาก”
“อิอิอิ” ซูเยว่ซินหัวเราะคิกคัก เมื่อถูกพ่อและแม่แหย่และหอมแก้มเธอ
เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์เล็กๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้น…
…
ตกจนเย็น เมื่อกินอาหารค่ำในสวนสนุกเสร็จ ก็พากันกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้าน เหมือนแบรนน็อคจะจับสัมผัสอะไรได้บางอย่าง ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็คลายออก เพราะนี่เป็นเรื่องของคนอื่น
“บริษัท เป็นยังไงบ้างคะ” ฉินเทียนเยว่ ชวนคุยระหว่างที่อยู่ในรถ ที่กำลังวิ่งอยู่
ตอนนี้แบรนน็อคขับรถ เธอนั่งในตำแหน่งนักบินร่วม ซูเยว่ซินอยู่ด้านหลังตรงเบาะเด็ก เธอชวนคุยเพราะอยากหาจุดตัดที่สามารถคุยกันได้
“ผมรับพนักงานมาแล้วร้อยกว่าคน เช่าสำนักงาน สามชั้นในอาคารชิงไห่ 3,000 ตรม. และได้ออกผลิตภัณฑ์ เป็นแอปที่เอาไว้ใช้งานในมือถือสามตัว เพื่อหาเงินในการทำโปรแจคยานอวกาศ”
“เอ่อ แล้วก็ผมจดทะเบียนบริษัท ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านหยวน”
“นี่เป็นเงินที่ได้มาจากหุ้น”
แบรนน็อคพยายามอธิบาย จากการศึกษาข้อมูลของโลกนี้ เขาพบว่า เงินของตัวเองจะไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป เมื่อแต่งงานแล้ว มันจะกลายเป็นสินสมรส หรือเงินของครอบครัว และการมีเงินส่วนตัวหรือแอบซุกเงินไว้นั้น อันตรายมาก และบางครอบครัว ภรรยาจะต้องเป็นผู้ดูแลเงิน และการที่อยู่ๆเขามีเงินเป็นพันล้าน โดยที่ภรรยาไม่รู้ อาจถึงตายได้
“โอ…” ฉินเทียนเยว่ พูดไม่ออกเป็นเวลานาน ไม่รู้จะพูดคำใดดี ไม่รู้จะตกใจตรงที่สามีมีเงินเป็นพันล้านมาเปิดบริษัท หรือมีเงินจากหุ้นเป็นพันล้านดี
เธอได้ยินแต่คนเจ๊งจากหุ้น ไม่คิดว่าจะมีคนรวยจากหุ้นจริงๆ แล้วเรื่องโปรแจคยานอวกาศอะไรนั่น เขายังเอาจริงเอาจัง เหมือนว่าจะไม่ได้คิดหรือทำเล่นๆ แต่นั่นเป็นสามีหามาได้ เธอจึงไม่คิดจะสืบต่อ
“ถ้างั้นตอนนี้ ฉันก็เป็นคุณนายท่านประธานแล้วสิ” ฉินเทียนเยว่ ไม่พยายามไปคิดถึงเรื่องอื่น คิดถึงเรื่องที่เธอสบายใจ
“อืม ตอนนี้คุณเป็นคุณนายประธานบริษัทแล้ว และบริษัทของเราคือ ซูฉิน เทคโนโลยี มาจากแซ่ของคุณกับผม”
แบรนน็อคดีใจที่เธอไม่ติดตามเรื่องเงินอีกต่อไป นอกจากรัฐบาลแล้ว เขาก็กลัวที่บ้านนี่แหละที่จะริบเอาเงินเขาไป
“แล้วทำไม ไม่เป็นฉินซูละคะ เหมือนกับชิงหลินวิลล่า ที่เอามาจาก จ้าวโม่ชิงกับฉินหลิน”
แบรนน็อคปาดเหงื่อเล็กน้อย เขาจะบอกได้ยังไงว่าเขาตั้งส่งๆไปเท่านั้นเอง ใครจะรู้ว่าต้องอันไหนขึ้นก่อนขึ้นหลัง
“บริษัทนี้ เป็นเหมือนลูกของเราไง ผมก็เลยตั้งชื่อนี้” ในที่สุดแบรนน็อคก็พบเจอทางออก
“อ๋อค่ะ แล้วบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมื่อไหร่คะ”
“อีก 9 วัน ตอนนี้พนักงานเตรียมงานแถลงข่าวกันอยู่”
“ต้องแถลงข่าวด้วยเหรอคะ”
“อืม ผมได้ยินมาว่า หากประเทศหรือบริษัทไหน มีเทคโนโลยีใหม่ ต้องจัดแถลงข่าว เปิดตัว หรือไม่ก็ต้องไปออกบูธงานแฟร์ แต่ช่วงนี้ยังไม่มีงานแฟร์ เราจึงต้องเปิดตัว ด้วยตัวเอง”
“เทคโนโลยีใหม่อะไรบ้างคะ”
“โอ้ว เรื่องนี้เหรอ จริงๆมันไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เสียทีเดียว มันสมควรถูกเรียกว่า เทคโนโลยีเก่า ที่พัฒนาใหม่ ที่ดีกว่าเดิม…”
หลังจากนั้น แบรนน็อคก็สาธยายยืดยาว ถึงขีดความสามารถและประสิทธิภาพของแอปของเขา จนถึงบ้านก็ยังไม่จบ แต่เขาก็ไม่ได้พูดต่อ หยุดเมื่อถึงบ้าน และช่วยอุ้มลูกเข้าบ้านไป
ฉินเทียนเยว่ นั่งฟังเงียบๆ ในระหว่างที่อยู่ในรถ บางครั้งหันมามองเขา ตาแป๋วเป็นประกายชื่นชม บางครั้งก็ยังช่วยดูถนน คล้ายว่าในแววตาจะแฝงแววภาคภูมิใจเล็กน้อย เมื่อได้ฟัง มันเป็นแอปที่ดีจริงๆ เธอไม่คิดว่าสามีตัวเองจะมีความสามารถแบบนี้ด้วย
…
หลังจากกลับถึงบ้าน ซูเยว่ซินก็เหนื่อยล้า และไปอาบน้ำนอนแต่หัวค่ำ
ฉินเทียนเยว่ เล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขกและโพสต์โมเม้นท์ของตัวเอง ด้วยภาพที่ได้ไปเที่ยวกับสามีและลูกในวันนี้
“อิจฉากัปตันฉิน ที่ได้มีสามีหล่อ ลูกสาวน่ารัก”
“น้องเยว่ซินน่ารักมาก”
“สามีกัปตันฉินก็หล่อมาก”
“ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์มาใช่ไหม ถ่ายมุมเดียวกับฉันเลย”
ในแวดวงเพื่อนของฉินเทียนเยว่ ก็พากันมากดถูกใจและคอมเม้นท์ ไม่รู้คอมเม้นด้วยความจริงใจ หรือคอมเม้นไปงั้นๆเอง แต่ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวสามีและลูก
หลังจากปรับแต่งพันธุกรรม ร่างกายเธอแข็งแรงขึ้น รูปร่างหน้าตาผิวกายผิวหน้า ดูอ่อนเยาว์ แลดูสวยกว่าเดิม มีหนุ่มๆหลายคนในสายการบิน คิดว่าเธอสวยกว่าแอร์โฮสเตสเสียอีก หลายคนยังแซวว่าไม่เคยเห็นหน้าสามีของเธอเลย วันนี้เป็นโอกาสดีได้ไปเที่ยวด้วยกัน เธอจึงโพสต์รูปครอบครัวลงในโมเม้นท์
“หากจะว่าไปแล้ว สามีฉันก็หล่อจริงๆ” ฉินเทียนเยว่ ก็มองดูรูปแล้วยิ้มออกมา เพราะบางรูปดูๆไปเขาก็เท่ห์ดี
ถึงแม้ว่าฉินเทียนเยว่ จะจัดได้ว่าเป็นคนสวย แต่โลกนี้ไม่ได้ขาดแคลนคนสวย มีคนสวยมากมาย สวยกว่าฉินเทียนเยว่ก็มี โดยเฉพาะสาวๆในวัยยี่สิบต้นๆที่เป็นแอร์โฮสเตส ส่วนสาวใหญ่ ที่แต่งงานมีสามีมีลูกแล้ว ถึงจะสวย แต่ก็ไม่มีใครสนใจ และส่วนใหญ่ กัปตันหรือนักบินหนุ่ม จะสนใจสาวๆแอร์โฮสเตสพวกนั้นมากกว่า อีกทั้งหน้าตาเธอก็เย็นชาและเอาแต่สนใจงาน จึงได้อยู่เป็นโสดจนใกล้สามสิบ แม่ของเธอจึงหานัดบอดให้ โดยเป็นลูกชายเพื่อนของแม่เธอ หรือก็คือซูไป๋ และซูไป๋ ก็บอบซ้ำทางจิตใจ จากอเมริกามา จึงได้ลงหลักปักฐานแต่งงานกันหลังจากนั้น
และในครั้งแรกนั้น เธอก็มองว่าซูไป๋นั้นหล่อดี แต่อยู่ๆกันไป จนกลายเป็นความเคยชิน เธอก็เฉยๆ มาพักหลังๆมานี้หลังจากคืนนั้น ที่บ้านริมทะเลสาบ เธอก็รู้สึกว่า สามีตัวเองหล่อขึ้น
…
แบรนน็อคมองดูฉินเทียนเยว่ ที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ด้วยความคิดหลากหลาย
ตามความทรงจำของซูไป๋ ที่แบรนน็อคได้โหลดเก็บไว้ เขาพบว่า อันที่จริงแล้ว ซูไป๋นั้นไม่ใช่ชายโสดสนิทเสียทีเดียว แต่เป็นประเภทโสดหลังเลิกกับแฟน เดิมเขามีภรรยาแต่ไม่ได้แต่งงานและมีลูกนอกสมรสอยู่ที่อเมริกาหนึ่งคน ทั้งยังเป็นลูกสาวเหมือนกัน ตอนนี้ก็คง 8 ขวบ อยู่ที่พอร์ทแลนด์ ครั้งนั้น พวกเขาทะเลาะกันรุนแรง เรื่องงานสายลับของซูไป๋ และภรรยาเก่าของเขาก็เป็นเอฟบีไอ จึงมีปัญหากัน เพราะคนหนึ่งอยากจะจับคน แต่อีกคนอยากจะช่วยคนและพาหนี โดยคนที่จะจับคือภรรยาเก่าของเขา และคนที่ซูไป๋พาหนีก็เป็นซีไอเอด้วยกัน และคนนั้นยังเป็นผู้หญิงที่ทางการกำลังตามล่าตัว ถึงแม้จะทำงานให้รัฐบาลเหมือนกัน แต่งานบางอย่าง ก็ขัดแย้งกัน เช่นการฆ่าใครซักคน ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ก็ถือว่าเป็นอาชญากรรม อีกคนจึงต้องตามจับตัว
ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นซับซ้อน เพราะสายลับอีกคน กุ๊กกิ๊กกับซูไป๋ด้วย และอาจเป็นเพราะเรื่องนี้ด้วย ภรรยาเก่าของเขาจึงออกจากบ้านไปพร้อมลูก และซูไป๋ ก็ออกจากบ้าน กลับมาอยู่ประเทศจีน ต่างคนต่างไป ไม่รู้เรียกว่าเลิกกันหรือว่าหย่ากัน และนั่นก็ผ่านมาแล้วห้าปี คาดว่าภรรยาคนนั้นก็คงแต่งงานใหม่ไปแล้ว
…
ทำไมถึงมีการพูดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ เพราะลามอสสืบทราบบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นกำลังมีปัญหา
ความจริง เป็นเรื่องของคนอื่น แต่คนอื่นที่ว่านั้น เป็นตัวตนที่เขาฆ่าแล้วสวมตัวตน จะไม่สนใจไม่ได้ หากคนที่ฆ่านั้นเป็นคนเลว ก็คงไม่เป็นไร ถือว่าเขาสมควรตาย แต่หากคนที่ฆ่าเป็นคนดี ภาระบางอย่างเขาต้องแบกมัน รับมันเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการชดใช้และไถ่บาป เพราะเขายืมตัวตนของคนอื่นมาใช้ จะไม่จ่ายอะไรออกไปเลยไม่ได้
…
“เอ่อ จริงสิ ผมจะต้องไปทำธุระที่พอร์ทแลนด์ คุณจะบินไปที่อเมริกาเมื่อไหร่” จู่ๆแบรนน็อคก็เอ่ยออกมา
“อาทิตย์หน้า ฉันจะบินไปนิวยอร์กค่ะ”
“ถ้างั้น ผมจะบินไปก่อน แล้วหากไม่มีปัญหาอะไร ผมจะกลับพร้อมคุณ”
“โอเคค่ะ”
ฉินเทียนเยว่ ไม่ได้ถามว่า เขาจะไปทำอะไร เพราะนั่นเป็นเรื่องของเขา แต่เธอก็อดที่จะนิ่วหน้าเล็กน้อยไม่ได้ เขาต้องไปทำงานสายลับอะไรพวกนั้นอีกหรือเปล่า แต่เมื่อคิดไปคิดมา เขาอยู่อเมริกามาตั้งแต่เกิด เหมือนเป็นคนอเมริกันด้วยซ้ำไม่ใช่คนจีนแท้จริง การที่เขามีบ้านอยู่ที่นั่น ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยไปดูว่า สถานที่เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาเป็นยังไงก็ตาม แต่หากเขาจะไม่กลับไปเลย มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะที่นั่นอาจจะมีเพื่อนๆหลายคนของเขาอยู่
เมื่อเห็นเธอนิ่วหน้า แบรนน็อค จึงปิดไฟ แล้วเอาเธอเข้านอน เขาต้องทำให้เธอมีความสุข เมื่อเธอมีความสุข เธอจะลืมทุกเรื่องที่ไม่สบายใจ แล้วทุกอย่าง จะดีเอง และเขาก็จะทำอะไรง่ายขึ้น