เพราะตัวตนนี้ชั่วร้ายอยู่แล้ว

ยังคงเป็นคืนนั้น

หลังจากฉินเทียนเยว่ หลับไปด้วยความสุขสม และจากการที่เดินเหนื่อยวันนี้ทั้งวัน คาดว่าเธอจะหลับสนิทจนถึงเช้า

แบรนน็อค ย่องออกจากห้อง แล้วไปยังห้องทำงาน แล้วเขาแปลงกายด้วยรูปลักษณ์ใหม่ ล่องหนแล้ววาร์ปหายไป

โรงแรมแห่งหนึ่ง

เหมือนกำลังมีสถานการณ์บางอย่าง

โรงแรมแห่งนี้ ที่เขาขับรถผ่านระหว่างกลับบ้าน เขาได้กลิ่นเอเลี่ยนจางๆ แต่ตอนนี้กลิ่นได้หายไปแล้ว แม้จะเป็นเพียงแค่น้อยนิด เขาก็ต้องมาตรวจสอบ

เมื่อส่งสัมผัสวิญญาณออกไปตรวจสอบ ก็ได้พบกับเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจ

ในตอนนี้มีสถานการณ์ใหม่ ในห้องหนึ่ง มีสตรีนางหนึ่งกำลังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น กึ่งเมา กึ่งรู้ตัว ที่พยายามจะออกจากห้อง แต่ถูกดึงกลับมาเหมือนเดิม

“ผู้กำกับเฉิน คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้คุณไม่ได้ดูแลผม แต่เป็นนายน้อยหลิง คุณต้องดูแลเขาดีๆล่ะ”

ชายคนนั้นที่เป็นผู้กำกับเฉินเอ่ย แล้วโยนเธอไปที่เตียง ที่ตอนนี้มีใครอีกคนรออยู่ แล้วพวกเขาก็ออกไป

เหมือนว่าสตรีนางนี้จะเป็นดาราวัยรุ่น ที่ชื่อ มู่ชิงอวี่ ที่มาถ่ายละครในสวนสนุกวันนี้ เธอตัวเล็ก รอยยิ้มสดใส สีหน้าท่าทาง ทุกอริยาบทของเธอ น่ารักมาก แววตา แฝงความทะเล้นแสนซน เหมือนนางฟ้าตัวน้อยซุกซนที่บังเอิญตกลงมาบนโลกมนุษย์แห่งนี้ เธอสามารถเข้าถึงบทบาท ที่แสดงจริงๆ แสดงเป็นเด็กมัธยมก็เหมือนเด็กมัธยม แสดงเป็นเด็กมหาลัย ก็เหมือนเด็กมหาลัย แสดงเป็นองค์หญิงก็เหมือนองค์หญิง แสดงเป็นจอมยุทธก็เหมือนจอมยุทธ เหมือนว่าเธอสามารถปลอมตัวเป็นใครก็ได้หากจำเป็น

ผลงานละครก็เรตติ้งสูงมาก ถึงแม้บางคนจะชอบดูพระเอก แต่หากไม่ใช่นางเอกคนนี้ บางทีละครเรื่องนั้นอาจจะกร่อยไปเลย

แต่การสวยและน่ารักเกินไปก็เป็นภัยกับตัวเอง และประสบการณ์ในการดูแล และป้องกันตัวเองต่ำเกินไป อีกทั้งคนที่ไว้ใจ ก็ทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง วันนี้ เหมือนมีคนเช็ตฉากให้เธอ ตกลงไปในหลุมพราง เธอถูกล่อลวงมาแล้ววางยาปลุกอารมณ์ แล้วนำเธอมาส่งห้องนี้ในโรงแรม ลามอสตรวจสอบเรื่องราวอย่างรวดเร็วก็พบว่า นายน้อยหลิงได้ดูละครที่สตรีนางนี้เล่นเป็นนางเอกแล้วเกิดชอบ แต่เขาเป็นประเภทเจ้าชู้ เสเพล เที่ยวเตร่ ชอบเล่นกับผู้หญิง แต่ไม่ชอบไล่ตามผู้หญิง ไม่ชอบตามจีบ แต่ชอบใช้จ่ายเงินซื้อเอาเลย แล้วพออยากได้ใครก็ต้องได้ และไม่ว่าใครเมื่อได้ดูละครเรื่องนั้น ก็ล้วนชอบนางเอกคนนี้ แต่คนส่วนใหญ่ชอบก็แค่ชอบ แต่เขาดันคลั่งไคล้ และอยากได้มาครอบครอง

สุดท้าย เขาดันลงมือทำจริงๆ

ถึงแม้ มู่ชิงอวี่ จะมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา แต่เธอขัดใจพ่อแม่ ไม่สานต่อกิจการ แต่อยากเป็นนักแสดง และเธอก็ไม่ได้ใช้ภูมิหลังของครอบครัวเพื่อส่งเสริมงานของเธอ เธอใช้ฝีมือการแสดงของเธอจริงๆ และเธอก็ทำออกมาได้ดีด้วย

ต่อมาด้วยฝีมือการแสดงของเธอ และรูปร่างหน้าตา ที่แสดงบทสาวน้อยน่ารักออกมาได้ดีมาก เธอก็สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังช่วยกิจการของพ่อแม่ได้อีกด้วย พ่อแม่ของเธอจึงไม่ได้ห้ามให้เธอทำงานนี้อีกต่อไป

นายน้อยหลิง คนนี้ ออกแผนการณ์ชั่วร้าย และใช้เงินมหาศาล เพื่อให้ผู้กำกับเฉินเซ็ตฉากทุกอย่าง จุดมุ่งหมายคือ ล่อลวงสตรีนางนี้มาที่นี่ และต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก เพื่อขจัดผู้ช่วยและผู้จัดการของสตรีนางนี้ออกไป ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ และวางยาเธอเป็นผลสำเร็จ

“คุณ คุณจะทำอะไร”

ถึงแม้ว่าสตรีนางนั้น จะดูเหมือนเมายา แต่เธอสู้ สุดตัว และโดยไม่คาดคิด หยิบที่เขี่ยบุหรี่ข้างเตียง ฟาดหัวนายน้อยหลิงเต็มแรง หัวแตก เลือดอาบ แต่หัวที่แตกนี้ไม่ได้ทำให้นายน้อยหลิง สิ้นฤทธิ์ แต่กลายเป็นเขายิ่งดุร้ายมากยิ่งขึ้น สตรีนางนั้น ถูกตบไปทีหนึ่ง เหมือนจะมีเลือดกลบปากและมีรอยซ้ำไปเลยทีเดียว

“นังบ้าเอ้ย กล้าตีหัวฉันเหรอ ดี เช่นนั้น ฉันจะจัดหนักให้เธอ จนเธอต้องร้องขอความเมตตา”

“อย่า อย่านะ” สตรีนางนั้น เหมือนจะยังไม่สลบดี แล้วรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่มีพระเอกขี่ม้าขาว มาช่วยเหมือนอย่างในหนังหรือในละครเลยหรือ

สตรีนางนั้น อยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย ด้วยความอัปยศ แต่มนุษย์หากไม่มีความกล้าอย่างแท้จริง ไม่สามารถกัดลิ้นฆ่าตัวตายได้จริงๆ ชุดเสื้อผ้าของเธอถูกฉีกขาด และถือเปลื้องผ้าจนหมดตัวไม่เหลือซักชิ้น กระทั่งชุดชั้นใน หลังจากนั้น นายน้อยหลิงก็ถอดเสื้อผ้าของตัวเอง และเธอได้ยินแต่เสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายของนายน้อยหลิง แล้วภาพก็ตัดไป และเธอก็ไม่รู้ตัวไม่มีสติรู้ตัวของตัวเองอีกต่อไป

แบรนน็อควาร์ปเข้ามาในห้อง แล้วทำการแช่แข็งพื้นที่ ทำให้ทั้งสองคนสลบด้วยไฟฟ้า

ถือว่าเป็นคราวซวยของนายน้อยหลิง และความโชคดีของสตรีนางนี้ ที่เขาตัดสินใจเข้ามาสอดเรื่องนี้

แบรนน็อคทำการสกัดดีเอ็นเอน้ำไขกระดูกและความทรงจำของนายน้อยหลิง แล้วทำการเปลี่ยนร่างเป็นนายน้อยหลิง หลังจากนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บนายน้อยหลิงตัวจริงเอาไว้อีกต่อไป เขาสังหารเขาทิ้งด้วยการหักคอในครั้งเดียว แล้วโยนเข้ามิติเก็บของ แล้วค่อยกำจัดศพทีหลัง

หลังจากโหลดความทรงจำมาถึงได้รู้ว่า นายน้อยหลิงคนนี้ ชื่อ หลิงตงเฟิง ถึงแม้จะมีพี่สาว แต่ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของเขา ในอดีต พ่อและแม่ของเขาอายุมาก แต่ไม่มีลูก จึงไปรับเด็กมาเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และยังตั้งชื่อแซ่เป็น หลิงตงเฟย ให้ใช้แซ่หลิง ใครจะคิดเล่าว่า พอรับเด็กมาเลี้ยงไม่กี่ปี ก็มีลูกของตัวเอง และยังเป็นลูกชาย แล้วตั้งชื่อว่าหลิงตงเฟิง แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีลูกอีกเลย หลิงตงเฟิงจึงเป็นลูกชายคนเดียว

ตอนนี้บิดาของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคชรา เหลือแต่แม่ที่ชรา ทั้งเขาและพี่สาว ต่างสายเลือด ได้สืบทอดมรดกมาจากบิดาที่ตายไป ด้วยทรัพย์สินหมื่นล้านจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตระกูลหลิง ที่เป็นเจ้าของโครงการมากมาย ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารที่พักอยู่อาศัยหลายตึกหลายโครงการ พวกเขาจึงสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจปรารถนา จึงไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอีกต่อไป

ตอนนี้พี่สาวเขาเป็น CEO ของบริษัทหลิงกรุ๊ป ถือว่าเป็นคนหาเงิน และเขาเป็นคนใช้เงิน เขาจึงใช้ชีวิตสุขสบายมาก

ด้วยความที่เป็นหนุ่ม ร่ำรวย และถูกบิดาสอนมาในทางที่ผิด และที่บ้านก็ไม่มีใครคุมเขาอีกต่อไป เหลือแต่แม่ที่คอยตามใจ ปู่ย่า ตายาย ก็พากันตายไปกันหมดแล้ว

เมื่อพี่สาวเสียงดังเล็กน้อย ก็จะถูกแม่ที่คอยตามใจลูกชายตอกหน้าหงายกลับไป เพราะกิจการนี้เป็นกิจการของตระกูลหลิง และพี่สาวก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แม้จะใช้แซ่หลิงก็ตาม อีกทั้งเธอยังเป็นลูกสาว ซักวันต้องแต่งออกไป นอกเสียจากจะแต่งเขยเข้าบ้าน

แต่ดูเหมือนว่าพี่สาวของนายน้อยหลิง จะไม่สนใจจะแต่งงาน เพราะว่าเธอบอกว่า เธอมีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างจากคนอื่น นั่นคือเธอชอบเพศเดียวกัน เรื่องนี้อาจจะเป็นเพราะเธอเก็บกดจากบ้าน จากพ่อที่เข้มงวดและน้องชายที่ไม่เอาไหน เธอจึงไม่สนใจผู้ชาย ก็เป็นไปได้

แต่ในความจริงแล้ว หลิงตงเฉิน บิดาของทั้งสอง เคยจับคู่ให้ หลิงตงเฟิงแต่งงานกับหลิงตงเฟย แต่ทั้งสองปฏิเสธ

ตอนแรก นายน้อยหลิง รู้สึกสูญเสีย ที่บิดาบอกให้แต่งกับพี่สาว เพราะพี่สาวอายุห่างกับตัวเอง 8 ปี อีกทั้งเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เห็นกันมาตั้งแต่น้อย และไม่ได้คิดว่าพี่สาวตัวเองสวย ถึงแม้ว่าพี่สาวจะสวย หรือเป็นคนดีก็ตาม แต่เขาถือว่าสวยเกินไป หรือดีเกินไปสำหรับเขา และคงไม่เหมาะกับเขา นั่นเป็นเพราะเขาเป็นคนเก็บกด และขี้แพ้คนหนึ่ง

และเมื่อ หลิงตงเฟย ปฏิเสธด้วยตัวเอง ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขายิ่งสูญเสียหนักกว่าเดิม เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ กลายเป็นทำตัวออกห่าง และห่างออกไปเรื่อยๆจนไม่ค่อยคุยกัน

หลิงตงเฟย ก็รู้สึกสูญเสียตั้งแต่นั้น ไม่ใช่ว่าเธอรับไม่ได้หากจะแต่งงานกันจริงๆ เพราะทั้งสองไม่ใช่พี่น้องแท้จริง แต่เมื่อเธอเลือกได้ และแม่บุญธรรมยังให้โอกาสเธอเลือก เธอจึงเลือกที่จะไม่แต่ง นั่นเพราะเขาไม่ใช่คนแบบที่เธอชอบ และเธอไม่เคยเจอผู้ชายที่ชอบ นั่นเพราะในอดีต แฟนในสมัยเรียนมหาลัยก็เข้าหาเธอเพราะต้องการหลอกเธอ เพราะกิจการของพ่อเธอ และพออยู่ที่ทำงานก็มีผู้ชายที่ต้องการหลอกเธอ เข้ามาพัวพันกับเธอ เพราะต้องการเงินเธอ

เธอจึงลองคบกับผู้หญิง แล้วพบว่ามันดี จึงประกาศตัวว่าชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพื่อตัดปัญหา แล้วเธอก็บังเอิญมีความสัมพันธ์กับสตรีนางหนึ่ง ที่เป็นคุณหนูคนรวยรุ่นที่สอง ที่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาลัย แล้วทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะคิดเหมือนกัน ก็คือคิดว่า สำหรับพวกเธอ ผู้ชายไม่จำเป็น และพวกเธอไม่ขาดเงิน จึงไม่จำเป็นต้องให้ผู้ชายเลี้ยงดู

ก่อนที่ หลิงตงเฉิน จะเสียชีวิต ได้พูดเรื่องแต่งงานนี้อีกครั้ง เพราะทั้งสองไม่ใช่พี่น้องทางสายเลือดอยู่แล้ว เพื่อที่ลูกออกมาจะได้สืบทอดกิจการ ตระกูลหลิง

หลิงตงเฟิง กับ หลิงตงเฟย จึงรับปากส่งๆ เพื่อให้พ่อไปสบาย ตายตาหลับ

แต่เมื่อพ่อตายไปแล้ว แล้วไม่ต้องการแต่งจริง แม่ของพวกเขาก็ไม่ได้บังคับ ปล่อยให้พวกเขามีทางเลือกของตัวเอง

นับแต่นั้น ทั้งสองพี่น้องก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ถ้าไม่จำเป็น

หลังจากเก็บกดมานาน เมื่อพ่อตายไป ทั้งพี่สาวและน้องชายบ้านหลิง จึงทำทุกอย่างตามใจตัวเอง ถึงแม้ว่า ตอนอยู่ที่บ้านนั้น นายน้อยหลิง จะเชื่อฟังแม่และพี่สาวมาก แต่ภายนอกนั้น ต่างกันลิบลับ เหมือนว่าตัวตนข้างนอกนั้น เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

ผู้หญิงคนไหนที่เขาชอบ เขาก็มักหาวิธีที่จะได้พวกเธอ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผู้หญิงที่เขาทำร้าย แม้ไม่ถึงร้อย แต่ก็น่าจะนับได้เกินสิบ และมีบางคนก็เสียใจมากจนไม่กล้าออกนอกบ้าน นับตั้งแต่วันนั้นก็ยังมี

แบรนน็อค ไม่ได้เสียใจที่ฆ่าคนแบบนี้ หากเขาตายไปซักคน ผู้หญิงสวยๆอีกหลายคนในโลกนี้ ก็จะปลอดภัยมากขึ้น

เขาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ความทรงจำ และตัวตนของนายน้อยหลิงเอาไว้ เฝื่อว่าจะได้ใช้ แล้วเขายังทดลองหลอมร่างเปลี่ยนหน้าตาเป็นหลิงตงเฟิง

ตัวตนนี้ เป็นตัวตนที่เขาสามารถเอาออกไปสร้างเรื่องชั่วๆได้ เพราะตัวตนนี้ชั่วร้ายอยู่แล้ว อีกทั้งเขายังสามารถใช้เป็นตัวตนสำรอง ที่เอาไว้ปฏิบัติหน้าที่ลับ ให้แตกต่างจากตัวตน เมิ่งฮ่าวและซูไป๋ ได้

เมื่อทำทุกอย่างแล้วเสร็จ เขาก็คิดจะกลับออกไป แต่ในตอนนั้นเอง…

มู่ชิงอวี่ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธองัวเงียด้วยฤทธิ์ยา ที่ไม่รู้ว่ากินไปมากแค่ไหน เริ่มออกอาการเหมือนคนกำลังมีความต้องการทางเพศสูง และเหมือนสัตว์ป่าที่ต้องการผสมพันธุ์ ในฤดูผสมพันธุ์ โดยไม่สนใจว่า ตัวผู้นั้น เป็นคู่ของตนหรือไม่ และตอนนี้เธอก็กำลังลูบไลค์เขาอยู่โดยกอดเขาจากด้านหลัง แล้วลูบหน้าอกของเขาและยังเอาหน้าอกของตัวเองถูหลังเขาโดยไม่รู้ตัว

แบรนน็อคพยายามแกะเธอออก

“ลามอส เจ้าสามารถถอนพิษนี้ได้หรือเปล่า”

“ไม่มีปัญหา เจ้าจะให้ข้าถอนให้หรือไม่” ลามอสตอบกลับมา

คำถามนี้เหมือนยากมาก เพราะเขาไม่เคยข่มขืนผู้หญิง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่ใช่การข่มขืน เพราะว่าเธอมีอารมณ์ร่วม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพราะยามันพาไปก็ตาม

‘ไม่ไม่ไม่’ ถึงแม้ตัวตนนายน้อยหลิงที่เขาสวมอยู่จะเป็นคนชั่วร้าย แต่เขาไม่จำเป็นต้องทำเรื่องชั่วร้ายเหมือนเขาก็ได้ ใช่ไหม แต่ตัวตนชั่วร้าย หากว่าไม่ทำเรื่องชั่วร้าย จะยังเรียกว่าตัวตนชั่วร้ายได้อีกหรือไม่

เขาต้องเข้าถึงบทบาท จะได้เนียนอยู่ในโลกนี้ได้

พลันภาพสาวน้อยน่ารักใสๆตัวขาวๆ ก็เปลี่ยนมาออดอ้อนยั่วยวนอยู่ตรงหน้า และปล่อยฮอร์โมนเพศที่ต้องการผสมพันธุ์ออกมา เบียดร่างเข้ามาพัวพันเขา ไซร์ซอกคอเขาและยังทำการกอดจูบลูบคลำเขา

“คุณยังอยากทำเรื่องนั้นกับฉันหรือเปล่า” เธอเอ่ยวาจายั่วยวนออกมา คล้ายไม่เป็นตัวของตัวเอง เหมือนกำลังฝันและคิดว่าตัวเองกำลังแสดงละครอยู่

“สาวน้อย อย่าเล่นกับไฟ แล้วไฟจะไหม้ตัวเจ้าเอง”

“คุณชาย หากว่าข้าอยากเล่นล่ะ”

“อุ้ย”

สาวน้อยคนนี้ แม้จะเคยแสดงฉากจูบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้มุมกล้อง พักหลังๆถึงจะมีฉากที่ต้องจูบจริง แต่ก็เป็นเพียงการแสดงไม่ใช้ลิ้น แต่เธอก็ไม่ได้ใหม่สำหรับเรื่องการจูบ แต่การจูบในครั้งนี้ไม่ใช่การแสดง เกิดจากความใคร่ ที่มาจากฤทธิ์ยาล้วนๆ

แบรนน็อคจูบรับโดยไม่รู้ตัว และจูบกันอย่างดูดดื่นเนิ่นนานหลังจากนั้น และเขาที่กำลังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าอยู่เหมือนกัน มือไม้ก็พลันเป็นไปเอง

“อา…”

แม้ว่าเขาจะตัดสินใจ ไม่ทำตัวเป็นคนชั่วร้ายเหมือนนายน้อยหลิง แต่เขาก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย และเขาก็ได้ทำความดีไปแล้ว นั่นคือช่วยเธอจากอุ้มมือมารของนายน้อยหลิง คราวนี้ถึงคราวที่เธอจะตอบแทนเขาแล้ว

ถึงแม้ว่ามันจะแค่ย้ายจากมือมารตัวหนึ่งไปอยู่ในมือของมารอีกตัวหนึ่งก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ช่วยเธอเอาไว้ใช่ไหม

สำหรับเขาที่เลียเลือดบนคมดาบ ในสนามรบ ในคุกหัวใจทมิฬ และอ้างว้างอยู่ในห้วงอวกาศ มานานหลายปี และไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง ทั้งยังอยู่ต่างโลก อาจบางที เป็นเพราะอย่างนี้ พฤติกรรมของเขา จึงเหมือนสัตว์หรือพืชที่ต้องการแพร่พันธุ์

ตามหลักแล้ว พืชหรือสัตว์ ที่รู้ตัวเองว่าใกล้ตาย ก็พยายามหรือต้องการขยายพันธุ์ตัวเองก่อนตาย เพราะรู้ว่าพันธุ์ของตัวเองนั้นหายากและไม่อยากให้มรดกของตัวเองต้องสูญสลายหายไป

ตอนนี้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนใกล้ตาย แต่เขาโอบกอดความตายเหมือนบ้าน พร้อมที่จะตายได้เสมอ เมื่อถึงเวลา เขาก็ยินดีตาย หากว่ามันสุดท้ายแล้วจริงๆ ดังนั้นเขาจะไม่เสียเวลาไปคิดว่า สมควรทำหรือไม่ เมื่อมันต้องทำ ก็ต้องทำ หรือเมื่ออยากทำก็ทำไป จะมามัวคิดอะไรให้มากความ

“อ๊าาง…”

ช่วงเวลาต่อจากนั้น ทั้งสองพัวพันกันเหมือนงูเลื้อยพัวพันกันไปมา และเริ่มทำการผสมพันธุ์กันเหมือนสัตว์ป่า หลังจากนั้น ได้ยินเพียงเสียง คล้ายคนที่กำลังมีความสุขและกำลังทุกข์ทรมาน เนิ่นนานถึงได้จบลง

ตอนก่อน

จบบทที่ เพราะตัวตนนี้ชั่วร้ายอยู่แล้ว

ตอนถัดไป