นิวแมนและมนุษย์

ฐานทัพลับแห่งหนึ่ง

ทางรัฐบาล หน่วยงานความมั่นคงของประเทศ ได้จัดตั้งฐานทัพลับทั้งในและต่างประเทศมากมาย หนึ่งในนั้นอยู่ในพอร์ทแลนด์

พอร์ทแลนด์นั้น เป็นเหมือนการผสมผสานกันระหว่าง เมือง กับป่า ไม่ว่าเมืองจะเจริญไปมากแค่ไหน แต่ป่าก็ยังคงอยู่ และอนุรักษ์ไว้ จะเห็นได้ว่า ออกจากเมืองไปไม่กี่กิโลเมตร ที่นี่จะพบเห็นต้นไม้ที่สูงร้อยกว่าเมตรและสี่ถึงห้าคนโอบได้ไม่ยาก นอกจากนั้นยังมีสัตว์ป่าที่อนุรักษ์ไว้มากมาย เมื่อเข้าไปตั้งแคมป์ จะพบเห็นหมีสีน้ำตาล หรือหมีดำ หากโชคดีจะพบเสือดำ และเสือโคร่ง แต่สัตว์พวกนี้พบเจอยาก เพราะถูกพวกลักลอบ ได้ทำการลักลอบฆ่าไปหมดแล้ว แต่ที่แน่ๆ ยังพอจะมี เก้ง กวาง พอให้เห็นอยู่

ฐานทัพแห่งนี้ ไม่ได้อยู่กลางป่า แต่อยู่ในพื้นที่โล่งๆ ในพื้นที่ป่า สามารถมองเห็นได้โดยรอบ ในรัศมีสิบตารางกิโลเมตร มีกำแพงรั้วลวดหนาม ที่เป็นรั้วไฟฟ้าแรงสูง และมีป้ายเตือน

ฐานทัพนี้มองไป มันเล็กเหมือนค่ายฝึกทหาร มีทหารประจำการ และคนทำงานที่นี่ไม่มากแค่สามร้อยคน แต่อุปกรณ์ตรวจจับ และเตือนภัยมีมากมาย หากลุกล้ำพื้นที่ ไม่เกินห้านาที จะมีทหารหนึ่งหน่วย มาไล่พวกคุณผู้บุกรุกออกไปจากพื้นที่หวงห้ามทันที และพวกเขายังสามารถเรียกกำลังเสริม ได้หนึ่งกองพัน จากฐานทัพใหญ่ของพวกเขา ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตรได้ทันที

แบรนน็อค ต้องการจะช่วยเอดีรีน โดยการช่วยเด็กก่อน เขาจึงติดตามมาถึงที่นี่

เอดีรีนนั้นเจอทางตันไปต่อไม่ได้ เพราะหลักฐานและพยานถูกตัดขาด แต่มันยังชี้เป้ามาที่นี่ ในตอนนี้เธอยังถูกสั่งห้ามเข้าใกล้ค่ายฐานแห่งนี้ แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ บางวันก็มาวนเวียนแถวนี้ บางวันก็ยังคอยตามสืบหลักฐานต่างๆ ว่าจะพบเงื่อนงำอะไรบางอย่างหรือเปล่า

ตอนนี้ แบรนน็อค เหาะลอยตัวยืนอยู่ในความว่างเปล่า ในสถานะล่องหน มองลงไปด้านล่าง และกำลังคิดและพิจารณาแผน

ภายในค่าย

มีห้องลับมากมายในค่าย มีชั้นบนและชั้นใต้ดิน

ภายในอาคารนั้นเหมือนว่ากำลังทดลองอะไรบางอย่าง อย่างขมักเขม้น

ภายในห้องสังเกตการณ์ ก็กำลังสังเกตการณ์ เด็กหลายคน ที่ได้พาตัวมา และจับตัวมา

หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานความมั่นคงของชาติ ที่ได้คัดเลือกมาอย่างดี พวกเขากำลังทำความเข้าใจกับภัยคุกคามที่ไม่รู้จักนี้

หลายเดือนมานี้ เกิดเหตุการณ์ประหลาดทั่วโลก และสัตว์ประหลาดและมนุษย์กลายพันธุ์ และบางคนก็ได้ปลุกความสามารถ ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนน้อย และแทบนับนิ้วได้ แต่ใครจะคิดว่ามีน้อยเกินไป พวกเขายังคิดไปว่า ประเทศอื่น อาจจะมีมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังพิเศษ อยู่ในสังกัดหน่วยงานความมั่นคงของชาติของประเทศอื่นด้วยก็เป็นไปได้

“ผู้บัญชาการ”

เมื่อพันเอกแฮริสัน ผู้บัญชาการค่าย ที่พึ่งเข้าประจำการ เข้าไปในห้องสังเกตการณ์ ทุกคนก็พากันลุกขึ้นแล้วทำความเคารพ

“ตามสบาย เป็นอย่างไรบ้าง”

“ทุกคนยังปกติดี และอยู่ในอาการสงบ ไม่มีใครแตกแถวและโวยวายอยากกลับบ้าน หรืออยากหนีออกจากที่นี่อีกแล้ว”

หลายวันมานี้ พวกเขาใช้ทุกวิธีให้พวกเด็กๆ ไม่โวยวาย และก่อเรื่อง และมันก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับพวกเขาที่จะจัดการกับพวกเด็กๆ

“เด็กคนนี้ เขามีพลังพิเศษอะไร”

มีเด็กสาวคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่กลางห้อง รายล้อมไปด้วยเด็กๆอายุน้อยกว่าเธอ และเธอเหมือนพี่ใหญ่

“เธอสามารถควบคุมแสงสว่างได้”

“ส่วนเด็กคนข้างๆเธอ สามารถควบคุมดินหินทรายได้”

“เด็กคนนี้สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้”

“เด็กคนนี้สามารถควบคุมน้ำได้”

“เด็กคนนี้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้”

“และเด็กคนอื่นๆก็มีความสามารถคล้ายๆกับพวกเธอ” เจ้าหน้าที่รายงาน

“ดีมาก ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหาร เพราะมีผู้มีพลังพิเศษ ที่สามารถทำงานแทนเครื่องจักรกลการเกษตรได้” ผู้พันเฮริสันเอ่ยออกมาแต่คล้ายประชดมากกว่า

“เป็นไปได้ไหมว่าเด็กคนที่ควบคุมแสงสว่างได้ จะสามารถควบคุมไฟได้”

“เราได้ทำการทดลองแล้ว เธอสามารถควบคุมแสงได้มากกว่าสองเมตรรอบตัวเธอเท่านั้น”

“แล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร” เฮริสันคล้ายหัวเสีย มันไม่ดีเท่าระเบิดแฟลชด้วยซ้ำ หรือจะเอาเด็กพวกนี้ไปทำการเกษตรจริงๆ

“พลังพิเศษพวกนี้ มีดีแค่เอาไปเล่นกลได้ แล้วเราจะเก็บพวกเขาไว้ทำไม”

เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างก็พากันทำหน้าตาเลิกลั่กๆ มองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน

“มันมีพวกที่มีพลังจิตลอยตัวได้ หรือควบคุมวัตถุบ้างหรือเปล่า”

‘ผู้พัน นี่ไม่ใช่หนังการ์ตูน’ มีคนคิด แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา

“ดูท่า เด็กที่ควบคุมอุณหภูมิได้ ก็คงสามารถควบคุมได้ภายในรัศมีที่เขาอยู่เท่านั้นด้วยใช่ไหม”

“ครับผู้บัญชาการ” นักวิทยาศาสตร์ปาดเหงื่อ ตอบออกมา

ในตอนนั้นเอง อาคารทั้งหลังก็สั่นไหว คล้ายแผ่นดินไหว และสัญญาณเตือนต่างๆก็ดังขึ้น

“บี๊บ บี๊บ บี๊บ”

“เกิดอะไรขึ้น” ผู้พันเฮริสัน เดินไปที่ห้องควบคุม และมีทหารและเจ้าหน้าที่มากมายอยู่ที่นี่ เหมือนว่าจะเป็นศูนย์สั่งการ

“ผู้บัญชาการเราถูกโจมตี”

“ใครโจมตีเรา มันโจมตีเราด้วยอะไร”

“ไม่ทราบครับ เหมือนมีแรงกดอากาศสูง ทำให้ฐานของเราสั่นไหว”

ในตอนนั้นเอง กล้องของพวกเขาก็จับภาพได้ เหมือนจะมีร่างของคนๆหนึ่งใส่ชุดเกราะสีดำทมิฬทั่วตัว ลอยอยู่เหนือพื้นดินร้อยเมตร มองไปเหมือนพวกแต่งคอสเพลย์ยอดมนุษย์ มีชุดเกราะรัดรูปและมีผ้าคลุม แต่ที่ต่างคือร่างของเขามีกลิ่นอายความชั่วร้าย และมีควันสีดำจางๆแผ่ออกมาจากบนร่าง และเหมือนว่าจะมีสายฟ้าเส้นเล็กๆ กระพริบแปร๊บปร๊าบบนร่างของเขา นี่เป็นแบรนน็อคที่ใส่ชุดเกราะดำเต็มยศครอบคลุมเต็มร่างของเขา มันเป็นเกราะลามอส เอเลี่ยนโคโรเนียลนิวเคลียร์ระดับสี่ ทั้งตัวคนที่สวมใส่และตัวเกราะเอง แผ่รังสีสังหารและความน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับซาตาน หรือปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรก

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงคำพูดที่แฝงแรงกดดันเอาไว้เอ่ยออกมา แม้ว่าจะไม่มีลำโพง แต่มันดังก็เหมือนลำโพง ที่เสียงดังไปถึงหูของทุกคน เหมือนว่าจะยืนฟังข้างๆลำโพง

ยามนั้น พวกเขาก็ได้ยินคำพูดที่เป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันชัดเจน ดังออกมา

“ผู้คนในฐานด้านล่างจงฟัง ตัวข้าคือ แบรนน็อค ผู้อาวุโสสอง แห่งนิกาย นิวแมน แห่ง บลูสตาร์”

“ที่ข้ามาในวันนี้ เพราะพวกเจ้าได้ทำการละเมิดกฏ ระหว่าง นิวแมนและมนุษย์ ที่ได้ทำสัญญาร่วมกันเอาไว้เมื่อสองพันปีก่อน ว่าแต่ละฝ่ายจะไม่ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว การดำรงอยู่ และการใช้ชีวิต ระหว่างกันและกัน และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสันติ”

“ก่อนหน้านี้ พวกเจ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่เมื่อตอนนี้รู้แล้ว ดังนั้น หากพวกเจ้าไม่ปล่อยตัวเหล่านิวแมนยุคใหม่ออกไป แล้วปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตตามปกติของพวกเขา ตามแต่ที่ควรจะเป็น จะถือว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญาอย่างจงใจ เราจะทำการโจมตีฐานแห่งนี้ และจะไม่มีการเจรจากันอีกต่อไป”

“โปรดฟังอีกครั้ง ข้าจะให้เวลาพวกเจ้า 24 ชั่วโมงในการปล่อยตัว นิวแมน กลับบ้านพวกเขา ไม่เช่นนั้น ในนามของผู้อาวุโสสองของ นิกาย นิวแมน ตัวข้า แบรนน็อคผู้นี้ จะทำการช่วยเหลือนิวแมนและกำจัดภัยคุกคามนิวแมน โดยการทำลายฐานทัพแห่งนี้เป็นตัวอย่าง ใครก็ตามที่ต่อสู้ หรือต่อต้านจะถูกสังหาร ใครที่ยอมแพ้ วางอาวุธเอามือกุมไว้บนหัวและคุกเข่าลง ข้าจะไว้ชีวิต สำหรับผู้บริสุทธิ์ให้อยู่ห่างๆ หากตาย ข้าจะไม่รับผิดชอบ”

“นี่คือคำเตือน”

กล่าวจบ แบรนน็อคชี้นิ้วลงไปข้างล่าง แล้วเกิดเป็นลูกไฟก้อนกลมเท่าลูกแก้วที่ปลายนิ้วชี้ แล้วมันก็พุ่งไปด้านล่างพื้นที่ว่าง หลังจากนั้น ก็เกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดของมันพอๆกับจรวดขีปนาวุธ แรงระเบิดนี้ มันมากพอที่จะทำลายรถถังคันหนึ่ง แต่จรวดที่สามารถทำแบบนี้ได้ อเมริกาก็มี แต่ไม่มีแบบที่ออกมาจากปลายนิ้วแบบนี้

เมื่อฝุ่นจางลง คนที่อยู่บนฟ้า ก็ได้หายไปแล้ว

“ระดมพล สั่งฝ่ายเสนาธิการทหารเข้าร่วมประชุม สั่งให้ทุกฝ่ายเข้าสถานีรบและเตรียมพร้อมรบ”

“ครับท่าน”

คำสั่งต่างๆได้ถูกส่งออกไป ผู้พันเฮริสัน ยังได้รายงานไปยังเบื้องบน และได้ทำการขอกำลังสนับสนุน ตอนนี้เรือรบหลายลำก็ทำการตอบรับ และเครื่องบินหลายลำก็ได้ทำการเตรียมเครื่องบินให้พร้อมรบแล้ว

ในฐานะทหาร พวกเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ก่อนที่จะสู้เป็นแน่

ภายในห้องลับ

เสียงนั้นดังไปทุกห้อง เข้าหูทุกคน แม้ว่าจะเป็นห้องลับ ที่ถูกป้องกันแน่นหนาเอาไว้ก็ตาม

“พวกเราเป็นนิวแมนเหรอ”

“โอ้! ที่แท้พวกเราก็เรียกว่านิวแมน”

“โอ้! ที่แท้พวกเราก็เป็นนิวแมน”

“เย้! มีคนมาช่วยพวกเราแล้ว”

เด็กๆหลายคนต่างก็พากันตื่นเต้นดีใจ

เด็กอายุต่ำสุดก็ 8 ขวบ แต่บางคนก็ไม่ใช่เด็กแล้ว มีบางคนเป็นสาววัยรุ่น อายุ 18-22 ปี หน้าตาก็สวยใช้ได้

เมื่อนับรวมกันแล้ว พวกเธอมี 18 คนด้วยกัน แต่เป็นที่สังเกตอยู่ว่า พวกเขาล้วนเป็นผู้หญิง หรืออาจจะเป็นเพราะผู้หญิงกลายพันธุ์ง่ายกว่า

พวกเขาถูกจับ และลักพาตัวมาช่วงเวลาไม่ต่างกันมากนัก คนที่อยู่มานานสุดก็แค่สามสิบกว่าวันเท่านั้น

ซารินา, เยอึน และโรซารี ที่เป็นเหมือนผู้นำมนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มนี้ ก็ได้พาเด็กๆติดตามเหล่าเจ้าหน้าที่ไป

แม้พวกเธอจะถูกจับอยู่ในอเมริกา แต่ว่าไม่ใช่คนอเมริกันทุกคน มีเด็กจากประเทศอื่นปนอยู่ด้วย

ในตอนนั้นเอง เหล่าทหารก็เข้าไป แล้วกวาดต้อนพวกเขาไปรวมตัวกัน พวกเขาไม่มีวันยอมแพ้ และต้องการที่จะนำเด็กๆพวกนี้ออกไปก่อน

แต่ผู้พันเฮริสัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เขาคิดว่า นี่อาจจะเป็นแค่การขู่ สับขาหลอก เพื่อให้เขารีบพาเด็กๆออกไปแล้วทำการลอบโจมตี รถที่ขนย้ายพวกเด็กๆพวกนั้น แล้วพาเด็กๆออกไป เขาจึงให้พวกเด็กๆไปซ่อน ลึกลงไปอีกในฐาน และตอนนี้ทุกฝ่ายก็เริ่มเตรียมพร้อมรบกันแล้ว

ตอนก่อน

จบบทที่ นิวแมนและมนุษย์

ตอนถัดไป