กำไลชีวิต

ทุกอย่างก็เหมือนโชคชะตา อยากรอด ต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ บางทีเราอาจสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างในกระบวนการนี้ และเราไม่สามารถบรรลุความสมบูรณ์แบบได้

การมองย้อนกลับไปอาจเต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนเศร้าและน้ำตาไม่รู้จบ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำตอนนี้ แต่เราควรมุ่งที่จะเดินบนเส้นทางใหม่ และความหวังใหม่ รวมทั้งอุปสรรคใหม่ รอให้พวกเขาเผชิญ

ถ้าต้องถามว่าทำไม บางทีอาจเป็นเพราะคำว่า ‘ชีวิต’ เกิดมาก็ต้องสู้ ถึงจะเรียกว่า ‘ชีวิต’

ทหารหลายร้อยคน ที่อยู่ในแถว ต่างก็เปิดใช้งานสร้อยข้อมือหรือกำไลสื่อสารของตัวเอง ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับมัน ตอนแรกมันยืดได้เหมือนยางซิลิโคน แต่เมื่อสวมเข้าไปแล้ว มันจะปรับตัวให้เข้ากับแขน และไม่สามารถถอดได้ พอสวมใส่และติดตั้ง ก็เหมือนมีหน้าจอโฮโลแกรม ปรากฏอยู่ตรงหน้าของทุกคน แต่แท้จริงแล้ว กำไลนั่นเชื่อมต่อกับจอประสาทตาของผู้สวมใส่ แล้วทำให้มองเห็นหน้าจอมอนิเตอร์ แต่ละคนไม่สามารถมองเห็นของคนอื่นได้ พวกเขาสังเกตคนอื่นๆ ก็พบว่าพวกเขากำลังมองไปข้างหน้าอย่างสนใจ แล้วกดจิ้มๆความว่างเปล่าอยู่

สเตลล่า หนึ่งในนายทหารหญิงคนหนึ่ง ก็เข้าใจว่าน่าจะดูได้ของใครของมัน แล้วเธอก็หันมาดูของตัวเอง เกรซ ที่อยู่ด้านข้างของเธอก็มาสะกิดๆ “สเตลล่า พลังโจมตีของเธออยู่ที่เท่าไหร่”

“11” สเตลล่า เอ่ยเบาๆ

“ของฉัน 10” เกรซ ตอบ ทำหน้าคล้ายผิดหวังในตัวเองเล็กน้อย

“ของฉัน 15” ทหารหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ชื่อ เควิน ตอบออกมาคล้ายทำหน้าภูมิใจเล็กน้อย

ดูเหมือนตัวเลขไม่ต่างกันมากนัก แต่ใครจะรู้ว่า แต่ละตัวเลขนั้นต่างกันแค่ไหน

สเตลล่า ดูหน้าแรก มีปุ่มดินสออยู่ตรงข้างชื่อของเธอ นั่นคือเธอสามารถเปลี่ยนหรือตั้งชื่อใหม่ได้ ตอนนี้ชื่อของเธอเป็นช่องว่างมีเคอร์เซอร์กระพริบอยู่ เธอจึงเพิ่มชื่อเป็นชื่อของเธอ ‘สเตลล่า’ โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ส่วนคนอื่นๆจะใช้ชื่อเล่นชื่อจริงหรือชื่ออื่น ก็แล้วแต่พวกเขา แต่เธอจะใช้ชื่อของเธอ

ด้านข้อมูลตัวละครของเธอมีไม่กี่แถว

น้ำหนัก ส่วนสูง นั้นยังเป็นเครื่องหมาย ?

พลังชีวิต 95%, พลังโจมตี 11, พลังป้องกัน 8, พลังภายใน 0, พลังจิต 0 พลังวิเศษ ?

พลังโจมตีที่เป็น 11 น่าจะเป็นแค่การประเมินเบื้องต้น และค่าของมันน่าจะมีการประเมินใหม่ตามการทดสอบ ในแต่ละด่าน

ส่วนพลังชีวิต 95% น่าจะเป็นค่าสุขภาพ หากบาดเจ็บก็น่าจะลดลง

ที่เป็น 0 คือยังไม่มี, ที่เป็น ? คือยังไม่ทราบ น่าจะเป็นอย่างงั้น

เพราะเธอยังไม่ได้เป็นนิวแมน และยังไม่รู้ว่าจะปลุกพลังวิเศษอะไรได้ และเมื่อเธอเปลี่ยนชื่อเสร็จ จะมีคำว่า ระดับ 0 อยู่ด้านหลังเธอด้วย นี่น่าจะเป็นระดับเหรือเลเวลของตัวเธอ ด้านล่างมีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆอยู่ มีรูปมีดสั้น, ปืนสั้น, แมกกาซีน ในช่องแต่ละช่องสามช่อง และช่องว่างอีกสองช่อง ตรงแมกกาซีน มีเลข 15 อยู่ น่าจะมีกระสุนอยู่ในนั้น 15 นัด และตรงช่องมีรูปปืนและแมกกาซีนนั้น เป็นสีเทา ไม่สามารถกดได้

เธอลองกดที่รูปมีด ที่สว่างอยู่ แล้วมีดสั้นสีดำ ก็ปรากฏออกมา ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด เธอรีบคว้าเอาไว้ทันที ไม่เพียงแต่เธอเท่านั้น ยังมีคนอื่นๆทดลองด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า นี่น่าเป็นพื้นที่มิติเก็บของในตำนานเหมือนในเกมส์

ปัญหาคือเธอจะเก็บมันเข้าไปยังไง แต่ทันใดนั้นเมื่อเธอคิดมันก็หายไปแล้วเข้าไปเก็บในมิติเก็บของๆเธอ ดวงตาของสเตลล่าเป็นประกาย เพราะมันยังมีช่องว่างอีกสองช่อง น่าจะเป็นช่องว่าง ที่เธอสามารถเก็บอย่างอื่นได้ เธอลองหาของรอบตัว ก็พบบัตรประจำตัวของเธอ เธอก็ลองนำใส่เข้าไป ด้วยความคิด มันก็เข้าไป เธอลองใช้ความคิด เรียกมันออกมา มันก็ออกมา โดยที่เธอไม่ต้องกดที่ช่องก็ได้

เธอมองไปยังช่องว่าง ที่ว่างอยู่อีกช่อง เธอสามารถเก็บอย่างอื่นได้ ดวงตาของเธอก็เป็นประกายด้วยความสุข

ในเวลานั้น แบรนน็อคก็เอ่ยออกมา เสียงดัง ขัดจังหวะความคิดของทุกคน

“เอาล่ะ กำไลนี้ จะเรียกมันง่ายๆว่า ‘กำไลชีวิต’ หรือจะเรียกว่า ‘สร้อยข้อมือชีวิต’ ก็ได้ อย่างที่เจ้าเห็น ปืนและเครื่องกระสุน ยังใช้งานไม่ได้ที่นี่ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในฐาน ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องเอาออกมา”

“หากออกไปข้างนอก พวกเจ้าถึงจะใช้ได้ หากนำปืนและแมกกาซีนออกมาจากช่องเก็บของ เมื่อนำแมกกาซีนเข้าไปในปืน เมื่อใส่เข้าไปในช่องเก็บของ มันจะนับเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือชิ้นเดียวกัน ก็จะมีช่องว่างเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง ช่องเดิมนั้นสามารถใส่แมกกาซีนสำรอง หรือกล่องกระสุนได้ แต่มีข้อแม้คือในแต่ละช่อง ความกว้างยาวสูงของสิ่งของ จะต้องไม่เกิน 3 ฟุต และน้ำหนักไม่เกิน 10 กก. ในแต่ละช่อง เนื่องจากมันเป็นมิติเวลาและอวกาศ มวลและน้ำหนัก ของมันจึงถูกจำกัดเอาไว้เพียงแค่นี้”

“ข้อดีอีกอย่างคือ เมื่อสิ่งของใดที่อยู่ในมิติ มันจะถูกหยุดเวลาเอาไว้ ของร้อนหรือเย็นเมื่อนำเข้าไป มันจะถูกแช่แข็งสถานะเอาไว้ เมื่อนำออกมา มันก็จะร้อนและเย็นอยู่ ข้อจำกัดอย่างเดียวคือเก็บสิ่งมีชีวิตไม่ได้ หากเจ้าของกำไลชีวิตตาย กำไลชีวิตก็จะสูญสลายหายไปด้วย ไม่สามารถปล้นฆ่าหรือยึดของที่อยู่ในกำไลของคนอื่นได้ นอกเสียจากจะเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน”

“และหากใครก็ตามใช้บล็ดพอยต์ หรือคะแนนซื้อของจากส่วนกลาง หรือซื้อของจากคนอื่น ก็เว้นช่องว่างเอาไว้ด้วย เมื่อส่วนกลางส่งของให้มันจะอยู่ในช่องว่างมิติของพวกเจ้า หากไม่มีช่องว่างเหลือ มันอาจจะสูญเสียได้”

แบรนน็อคแนะนำ ไอเทมใหม่ กำไลชีวิต ให้กับพวกเขา

เมื่อได้รับคำแนะนำ ดูเหมือนบางคนจะเห็นแถบอีกแถบ มีคำว่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน โอนคะแนน อยู่ด้วย และในหน้านี้ตรงข้างๆชื่อตัวเอง จะมีคำว่า บลัดพอยต์ 0 นี่น่าจะเป็นคะแนนสำหรับใช้ในการซื้อของ จากส่วนกลาง และซื้อจากคนอื่นโดยการโอนเงิน

เมื่อพวกเขาดูรายการซื้อ จะมีให้เลือกมากมาย ไปตั้งแต่ :

ยายีนส์ระดับ 1 ใช้บลัดพอยต์ 10,000 คะแนน(สำหรับฉีดให้ตัวเอง), ยายีนส์ระดับ 2 ใช้บลัดพอยต์ 1,000 ล้านคะแนน

ตัวเลขนี้ โคตรจะห่างกันมากเลย แสดงว่ายายีนส์ระดับ 2 นั้น ยังอยู่อีกห่างไกล และยายีนส์ระดับ 3 ก็ต้องใช้คะแนนสูงถึง 1 แสนล้านคะแนน มองดูแล้วเหมือนจะยากมาก หากจะซื้อยายีนส์ระดับ 3 นี้ได้

ส่วนยายีนส์ระดับ 4, ระดับ 5 ไม่ระบุว่าต้องใช้กี่คะแนน แค่รู้ว่ามันมี

นอกจากนั้น ยังมีความสามารถพิเศษ ที่ขายเป็นทักษะสกิลด้วย ความสามารถของธาตุต่างๆ ในระดับเริ่มต้น ใช้ 1 ล้านบลัดพอยต์ในการซื้อ หมายความว่า คนที่ปลุกพลังเองไม่ได้ ก็สามารถใช้แต้มบลัดพอยต์นี้ซื้อเอาก็ได้

โดยแบรนน็อคสามารถถ่ายโอนความสามารถพิเศษออกมาเป็นหนังสือสกิลได้ เหมือนกับการก๊อปปี้สกิลคนอื่นได้มา แล้วก๊อปปี้เพิ่ม ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่

ภายในหมวดหมู่ ยา นอกจากยายีนส์ ก็ยังมียายารักษาฉุกเฉิน เป็นขวดสีแดง มีสามระดับ 50%, 70%, 90% สรรพคุณแม้ไม่เขียนบอกก็น่าจะเดาได้ น่าจะเป็นยารักษาภายนอก และอาการบาดเจ็บภายใน ใช้ 50, 70, 90 บลัดพอยต์ในการซื้อ ยานี้แบรนน็อคสกัดมันมาจากพลังธาตุแสง ที่ใช้สำหรับการรักษา

ในหมวดแลกเปลี่ยน ยังพบข้อมูลแลกเปลี่ยนหลายอย่าง เช่น 1 แสนบลัดพอยต์ ใช้แลกยายีนส์ระดับหนึ่ง ใช้สำหรับมนุษย์คนอื่น ที่เป็นญาติได้

และยังสามารถแลกเปลี่ยนการโทรกลับบ้าน 10 นาที 1 หมื่นคะแนน หรือแลกเปลี่ยนวันหยุดกลับไปเยี่ยมบ้านได้ 10 วัน โดยใช้บลัดพอยต์ 1 แสนคะแนน

ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่ฟรี และก็แพงมาก ปัญหาก็คือจะเอาแต้มบลัดพอยต์นี้มาจากไหน ตั้งเยอะแยะ

“ตอนนี้ ยังเป็นสีเทาอยู่ เพราะข้อจำกัดบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น คะแนนยังไม่ถึง และร่างกายของพวกเจ้าไม่สามารถรับได้ ยกตัวอย่าง ยายีนส์ระดับ 1-2 นั้น มันยังเป็นการกลายพันธุ์ระดับเซลล์ ระดับสามนั้น กลายพันธุ์ระดับอิเล็กตรอน ส่วนระดับ 4 และระดับ 5 นั้น เป็นการกลายพันธุ์ระดับสสาร ซึ่งยังห่างไกลกว่าที่พวกเจ้าจะเข้าใจและไปถึงได้”

“พวกเจ้าจะต้องผ่านการกลายพันธุ์ตามขั้นตอน 1-3 ก่อน ถึงจะไประดับ 4-5 ได้ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวในแต่ละการกลายพันธุ์”

“อย่างน้อยหนึ่งปี สำหรับยีนส์ระดับ 1 ไประดับ 2 ส่วนระดับ 2 ไประดับ 3 ต้องใช้เวลาปรับตัวอย่างน้อย 50-100 ปี มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่ถึงกระนั้น บางคน เมื่อปรับตัว 100 ปีผ่านไป ก็เลือกที่จะไม่ฉีดยายีนส์ระดับ 3 เพราะมันยังมีโอกาสเสี่ยงสูง ที่ร่างจะระเบิด เพราะโอกาสในการกลายพันธุ์สำเร็จของยายีนส์ระดับ 3 มีแค่ 30-40%”

“และยิ่งยายีนส์ระดับ 4-5 โอกาสสำเร็จก็จะยิ่งน้อยเข้าไปอีก เพราะฉนั้นยายีนส์ระดับ 3-5 ยังอยู่ห่างไกล พวกเจ้าไม่ต้องไปสนใจมัน แค่สามารถกลายพันธุ์ระดับ 2 ได้ พวกเจ้าก็สามารถอยู่ได้อีกนานหลายร้อยปี และมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเป็นยอดมนุษย์ของโลกนี้ เพราะฉนั้นยังมีเวลา”

“ต่อไป พวกเจ้า จะเข้าไปทดสอบ ทีละ 5 คน 5 เส้นทาง ห่างกัน 5 นาที เข้าไปตามหมายเลขด่าน 0-100 โดยเลข 0 คือจุดเริ่มต้นใช้สำหรับการวัดน้ำหนักส่วนสูง มวลกล้ามเนื้อ และข้อมูลอื่นๆ กำไลชีวิตจะเก็บข้อมูลให้เอง ทำเพียงแค่หยุดอยู่ตรงนั้น 5 วินาที แล้วเมื่อการนับถอยหลังเป็น 0 พวกเจ้าก็เริ่มได้เลย”

คนที่ทำพลาดในระหว่างการทดสอบ จะถูกวาร์ปออกมา และพวกเจ้ามีโอกาสเข้าไปได้สามครั้ง และจะเอาคะแนนที่ดีที่สุด เป็นตัววัด คนที่เข้าเส้นชัยหรือเป้าหมายที่กำหนด ถึงจะได้รับคะแนน บลัดพอยต์ คนที่ไม่ถึงเกณฑ์ จะถูกวัดแค่ระดับของตัวเองเพื่อประลองกับคนอื่น”

ถึงแม้จะดูเหมือนบางด่านอันตรายมาก แต่กำไลชีวิตที่พวกเขาสวมใส่ จะพาวาร์ปออกมาเอง หากคนมีคนพลาดตกลงไป

แต่แบรนน็อคจะไม่บอกเรื่องนี้ จะได้วัดพลังใจและความกล้าหาญของทุกคนได้

กำไลชีวิต นี่เป็นเหมือนร่างแยกของลามอสที่แบ่งตัวออกมา เพียงแบ่งพลังเล็กน้อยและมีจำกัดตามที่บอกไปเบื้องต้นเท่านั้น และลามอสยังสามารถเชื่อมต่อกับทุกคนที่สวมใส่กำไลชีวิตนี้ได้ และยังสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้หากจำเป็น

มีหลายจุดที่ดูเหมือนอันตรายมาก อย่างเช่น ด้านล่างเต็มไปด้วยหอกเหล็กแหลม หากตกลงไปร่างจะเต็มไปด้วยรูพรุน หรือมีไฟร้อนแรงเหมือนลาวาภูเขาไฟ หรือน้ำร้อนเดือด กระแสไฟฟ้าแรงสูง แต่ของพวกนี้อยู่ในด่านยากๆ หลังจากด่าน 50 ขึ้นไป ด่านต้นๆ เป็นเหมือนด่านของการฝึกทหารหน่วยรบพิเศษทั่วไป

ส่วนด่านยากนั้น จะเพิ่มความกดดันร่างกายและจิตใจของพวกเขา และพวกเขาอาจโชคดีปลุกพลังวิเศษได้ เหมือนกับเขาที่ถูกไฟฟ้าช็อต ถึงได้ปลุกพลังไฟฟ้าได้

ถึงแม้ว่าในโลกของเขา คนที่ปลุกพลังได้ พวกเขาต้องกลายพันธุ์ครั้งที่สี่ขึ้นไป แต่ดูเหมือนว่า คนบนโลกนี้จะมีโอกาสมากกว่า และโชคดีกว่า

เพราะเมื่อมีซากร่างเอเลี่ยนระดับห้า ระเบิดและหล่นลงมาบนโลกนี้ เจือปนกับ ดิน น้ำ อากาศ และหลายคนก็สามารถปลุกพลังได้เฉยเลย

อาจบางทีเมื่อเขาฉีดยายีนส์ระดับ 1 ให้พวกเขาแล้ว พวกเขาอาจจะมีผู้โชคดี ปลุกพลังได้ด้วยเหมือนกัน เพราะดูเหมือนว่าร่างกายของมนุษย์บนโลกนี้ จะปลุกพลังง่ายกว่าบนโลกของเขาด้วยซ้ำ

“เอาล่ะ! สำหรับคนที่กล้าเสี่ยงอันตราย บางทีพวกเจ้า อาจจะโชคดี ได้ปลุกพลัง ข้าขอพูดอย่างไม่ปิดบัง ตัวข้าที่ปลุกพลังสายฟ้าได้ นั่นเพราะข้าเคยถูกฟ้าผ่า และไฟฟ้าซ็อตมาก่อน ใครจะรู้ ว่าในด่านพวกนี้ จะทำให้พวกเจ้าปลุกพลังอะไรได้บ้าง เมื่อพลาดตกลงไปในหลุมไฟ อาจบางทีพวกเจ้าบางคนอาจจะปลุกพลังธาตุไฟได้ก็เป็นไปได้”

“แต่เดี่ยวก่อน พวกเจ้า ยังไม่ต้องรีบดีใจไป เพราะพวกเจ้าไม่ได้มีรากวิญญาณ เหมือนเด็กๆพวกนั้น ที่เกิดมาโชคดีได้พรจากสวรรค์ สามารถปลุกพลังได้ โดยไม่ต้องได้รับยายีนส์ หรือยาปรับปรุงพันธุกรรม ก็กลายพันธุ์เองได้ แต่สำหรับพวกเจ้า จะต้องได้รับยายีนส์ระดับหนึ่งก่อน ถึงจะมีโอกาสปลุกพลังได้เพิ่มขึ้น 10-20%”

“ดังนั้นแล้ว สถานีเหล่านี้ เมื่อพวกเจ้าได้รับยายีนส์ ก็เข้ามาซ้อมบ่อยๆในยามว่าง เฝื่อจะปลุกพลังได้ และแม้จะปลุกพลังไม่ได้ ร่างกายของพวกเจ้าก็จะแข็งแรงยืดหยุ่น มากกว่าเดิม เมื่อฝึกกับด่านทดสอบเหล่านี้”

“เอาล่ะ เริ่มได้”

ต้องใช้เวลาในการทดสอบ เพราะมีทหารหลายร้อยคน แต่แบรนน็อคก็ต้องอยู่ดู

ตอนก่อน

จบบทที่ กำไลชีวิต

ตอนถัดไป