ข้าไม่ได้เกิดมาเป็นแบบนี้
สเตลล่า, เกรซ และคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะวิ่งเข้าไปที่จุดสตาร์ท เมื่อตัวเลขนับถึง 0 เธอก็วิ่งเข้าไปที่ ด่าน 1 ด่านนี้พวกเธอจะต้องเตะ ต่อย กระสอบทรายอย่างละสิบครั้ง ค่อยไปด่านต่อไป เดินไต่ขอนไม้ คลานต่ำลอดรั้วหนาม ปีนไต่กำแพง เหมือนกับการฝึกทหารเบื้องต้น แต่นี่เป็นแค่การวอร์มร่างกาย
หลังจากนั้นเธอต้องกระโดด วิ่ง โหนตัว ข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ด่านแต่ละด่าน เหมือนด่านเอาไว้ฝึกนินจา มันต้องมีการวิ่งไต่กำแพง แล้วกระโดดจับราวด้านบน ปีนป่ายขึ้นไป แล้วกระโดดลงมาให้ตรงเป้า โอเค หากเป็นพวกชอบเล่นผาดโผน ก็อาจจะไม่ยาก มันยากตรงที่ เมื่อวิ่งๆไป จะมีป้ายคำถาม ให้ต้องแวะตอบอีกด้วย และคำถามแต่ละคำถาม ก็เกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมปลาย หรือความรู้ในการสอบเข้ามหาลัย
มันไม่ได้ยาก เพราะทุกคนเคยผ่านมาแล้ว มันยากตรงที่บางคนผ่านมานานแล้ว ใครจะยังจำได้
เมื่อสเตลล่า วิ่งผ่านด่านมาถึงด่านที่ 12 ก็มีหมากรุกที่เธอต้องเดินหมากสามตา และแก้หมากให้ได้ภายใน 10 วินาที แล้วค่อยไปต่อ พอผ่านด่านนี้ ยังมีด่านที่ 15 เป็นการเล่นไพ่ จะต้องนับไพ่อย่างรวดเร็ว และเธอติดตรงด่านนี้ และไม่ได้ไปต่อ ตรงด่านที่ยากๆ ต้องผ่านหลุมไฟอะไรพวกนั้นด้วยซ้ำ
โชคร้ายเธอเล่นไพ่ไม่เป็น
หลังจากนั้นไม่นาน ลามอสได้วาร์ปเธอออกไปด้วยกำไลชีวิต
เธอยังมีโอกาสอีกสามครั้ง และยังต้องต่อคิว หลังจากคนอื่น
…
แบรนน็อคดูคนที่เข้าไปทดสอบ ดูเหมือนว่า เขากำหนดไว้ที่ 5 คน 5 นาที ค่อยเข้าไป จะช้าไปซักหน่อย น่าจะเพิ่มเป็น ห่างกันแค่นาทีเดียวได้
“เอาล่ะ เราจะเร่งขึ้น ให้แต่ละชุดเข้าไป ห่างกันหนึ่งนาที” แบรนน็อคประกาศ
“ครับ” หลายคนก็เริ่มมีการขานรับกันบ้างแล้ว แบรนน็อคคิดนิดหนึ่ง ดูเหมือนเขาจะลืมเรื่องระเบียบวินัยบางอย่างไป เพราะในโลกของเขาวินัยดูจะหย่อนยานกว่าคนบนโลกนี้ แต่คนบนโลกนี้ หากไม่มีเข้มงวดวินัย หรือบอกให้พวกเขาเข้มงวด พวกเขาก็ดูจะหย่อนยานวินัยเหมือนกัน ในการประชุมพลครั้งต่อไป เขาคงต้องปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติมเล็กน้อยเข้าไปเสียแล้ว
การคัดคนในบททดสอบ เป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง แบรนน็อคไม่สามารถออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ ต้องยืนอยู่ เหมือนคอยคุมและให้กำลังใจ และคนหลายร้อยคน ดูเหมือนว่าจะต้องใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงถึงจะแล้วเสร็จ
แต่เขายังมีหลายอย่างที่ต้องทำ ไม่สามารถมายืนอยู่เฉยๆแบบนี้ได้
ร่างแบรนน็อคกระพริบหาย วาร์ปไปด้านข้างของอเดลลา แล้วจับตัวอเดลลา วารป์กลับมาด้วย เพื่อกลับไปที่บริษัทที่พอร์ทแลนด์
อเดลลา ตกใจเล็กน้อย เมื่อจู่ๆก็วาร์ปออกมาเฉยเลย
“อานิก หนูกำลังดูอะไรสนุกๆอยู่เลย”
เธอกำลังเซียร์ทหาร ในการทดสอบอยู่ดีๆ กลับวาร์ปกลับมาบริษัทโดยไม่รู้ตัว
“ใส่นี่ซะ” แบรนน็อคเอ่ย แล้วมอบกำไลชีวิตให้เธอไปหนึ่งอัน
“โอเคค่ะ” อเดลลา ก็อยากได้อยู่พอดี และก็พบว่า มีปืนอยู่ข้างใน เธอยังเอาออกมาดู ลองเช็คกระสุน และปืน และใส่แมกกาซีนกลับเข้าไป ดูเหมือนว่าแบรนน็อคไม่ต้องห่วงมาก เพราะสาวอเมริกันส่วนใหญ่ ล้วนใช้ปืนเป็นเหมือนกับการปั่นจักรยาน
อเดลลา รีบนำแมกกาซีนใส่ปืนเฉยๆ ไม่ได้ขึ้นรังเพลิงด้วยซ้ำ เพราะเธอต้องการให้มีที่ว่างเพิ่ม และเธอก็ใส่ของจิปาถะของเธอเข้ากระเป๋า แล้วนำกระเป๋าเข้าไปเก็บในช่องเก็บของ ดวงตาเธอเป็นประกายเหมือนได้พบโลกใหม่
“อย่าไปทำต่อหน้าคนอื่นล่ะ”
“หนูรู้หรอกน่า” อเดลลา เล่นอยู่อีกหลายครั้ง เหมือนกับเล่นมายากล
“เธอ กลับบ้านไปก่อน แล้วครั้งต่อไป กำไลชีวิต จะพาเจ้าวาร์ปเข้าไปเอง เมื่อถึงเวลาในเวลากลางคืน หรือก็คือตอนเธอนอนที่โลกด้านบน วันละหกชั่วโมง เธอต้องปรากฏตัวที่นั่น และอีกหกชั่วโมง เธอก็อาจต้องมาทำงานที่บริษัท เพื่อนั่งอยู่ในบริษัท และเธอก็จ้างใครซักหลายๆคนมาช่วยงานก็ได้ หากจำเป็นต้องใช้เงินก็ใช้เงิน”
“และนี่เงินเดือน และเงินใช้ส่วนตัว สามแสน ส่วนเงินอื่นๆ เป็นเงินสำรองใช้ ใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้” แบรนน็อค เรียกเอากระเป๋าใส่เงินออกมา เอาเบิกเอาไว้เฝื่อได้ใช้งานมีอยู่หนึ่งล้านดอลลาร์ด้วยกัน
อเดลลา ดวงตาเป็นประกาย
“ขอบคุณค่ะ อานิก”
“เงินสำรอง แบ่งไปซื้อรถยนต์เอาไว้ซักคัน เฝื่อใช้วิ่งไปวิ่งมา”
“โอเคค่ะ”
“กลับไปได้แล้ว”
“โอเคค่ะ”
อเดลลา รีบเก็บเงินเข้ากระเป๋าแล้วนำกระเป๋าเข้ามิติเก็บของ แล้วเดินออกไปจากบริษัทด้วยอารมณ์ดี เธอสามารถเรียกแท๊กซี่กลับบ้านได้ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เธอค่อยไปซื้อรถยนต์ไว้ขับเอง ถึงแม้ว่าที่บ้านจะมีรถหลายคัน แต่นั่นเป็นรถของพ่อของเธอ ตอนนี้เธอสามารถซื้อรถของตัวเองได้แล้ว
…
เมื่อมองดูอเดลลาเดินจากไป แบรนน็อคก็เอ่ยออกมาในห้วงความคิด
“ลามอส ดูเหมือนเรา อาจต้องใช้วิธีสร้างร่างแยกจริงๆขึ้นมาซะแล้ว”
“ข้าเห็นด้วย ตอนนี้มีศพหลายศพของทหาร ที่สามารถนำมาหลอมเป็นหุ่นเชิดหรือทหารหุ่นเชิดได้”
“ข้าไม่ได้หมายถึงวิธีนี้”
กล่าวจบ แบรนน็อค เข้าไปในห้องทำงาน แล้วปิดประตูมิดชิด สำหรับเอเลี่ยนระดับห้านั้น มันสามารถขยายร่างหรือย่อขนาดร่างได้ และที่สำคัญที่สุดคือสามารถแยกร่าง หรือสร้างร่างแยกได้
แยกร่างก็แบ่งร่างออกมา เหมือนร่างเดียวกัน ส่วนร่างแยก เหมือนกับการโคลนนิ่งตัวเองขึ้นมาอีกร่าง โดยมีความคิดจิตใจแยกกัน
แน่นอนว่าวิธีที่หนึ่งดีที่สุด
แบรนน็อคใช้พลังตัดแขนซ้ายตัวเอง แล้วโยนออกไป ยามนั้น แขนซ้ายก็ได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นคนตัวเล็ก แล้วมันก็ค่อยๆขยายร่างตัวใหญ่ขึ้น
แบรนน็อค รู้สึกแปลกๆในทีแรก เหมือนมองเห็นด้วยตัว เหมือนมีดวงตา แขน ขา เพิ่มขึ้นมา แบรนน็อคมองไปที่แขนซ้าย มันก็ขยับยุบยั๊บเล็กน้อยแล้วแขนซ้ายใหม่ก็งอกใหม่ขึ้นมา แบรนน็อคร่างใหม่ ก็ปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาเป็นแบรนน็อคอีกคน แล้วลามอสก็แปลงเป็นเสื้อผ้าสวมใส่ให้เขา
ส่วนแบรนน็อคก็แปลงร่างเป็นนิกหรือซูไป๋ มันจึงเหมือนเป็นคนสองคน
“โอเค ต่อไปเจ้าคือแบรนน็อคมือซ้าย”
“ก็คงต้องเป็นอย่างงั้น” แบรนน็อคอีกคนก็เอ่ย ด้วยความคิดของเขาเอง
แบรนน็อคมือซ้ายนั้น อ่อนแอกว่าร่างต้น มีพลังไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบ แต่เขาสามารถทำงานอื่นๆในฐานสองได้
แบรนน็อคลองทดสอบสมมุติฐาน ให้ร่างแยกแขนซ้ายเข้ามาหลอมรวมกับแขนซ้ายของร่างต้น มันก็หลอมกลืนกันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อแยกร่างอีกครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องตัดแขนซ้ายออก มันก็แค่เป็นเหมือนสสารมืดสีดำยืดออกไปแล้วกลายร่างเป็นแบรนน็อคอีกคน
“โอเค ดี”
ด้วยความคิด แบรนน็อคมือซ้าย ก็ได้ทำการวาร์ปกลับไปที่ฐานสอง เพื่อคุมการทดสอบต่อไป
…
หลังจากนั้น แบรนน็อคคล้ายยืนเหม่อ หรือยืนเบลอ เพราะเขากำลัง สั่งการร่างตัวเองจากระยะไกล คล้ายควบคุมหุ่นโดรน เหมือนการทำสองอย่างพร้อมกัน เหมือนอย่างในการ์ตูนหรือนิยายผู้ฝึกตนในโลกนี้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แบรนน็อคก็มีความคิดดีๆขึ้นมาอีกเรื่อง ในโลกนี้ นอกจากเรื่องเทพเซียนแล้ว ยังมีการ์ตูนหรือหนังที่น่าสนใจอยู่มาก ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี หุ่นยนต์ มีทั้งแบบแปลงร่างได้และแปลงร่างไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถขยายร่างใหญ่ได้ แต่มันคงจะดีกว่า หากเขาสร้างเมชาชีวะจักรกลขึ้นมาซักตัว เพื่อใช้งาน เพราะมันจะได้เป็นเกราะข้างนอกอีกชั้น เมื่อหุ่นยนต์พัง แล้วเขาค่อยเผยตัวเอง ใช้พลังของตัวเอง ต่อสู้กับศัตรู พอถึงตอนนั้น ศัตรูคงต้องตกใจ มันมีไพ่ตายเก็บไว้อีกด้วยเหรอ อะไรประมาณนั้น
“ลามอส ทำยังไงเราจะสร้างเมชาชีวะจักรกลขึ้นมาได้”
“ก็คงต้องมีซากร่างเอเลี่ยนระดับสูง”
“ข้าได้กลืนกินมันไปบางส่วน น่าจะเรียกได้ว่า มีซากเอเลี่ยนระดับสูงได้หรือเปล่า”
“คำแนะนำของข้าคือนำยีนส์ของมัน โคลนนิ่งมันขึ้นมา”
“ยีนส์ของมันตอนนี้ ก็เป็นยีนส์ของข้าไม่ใช่เหรอ”
“ทั้งใช่และไม่ใช่”
“โอเค ถ้างั้นสะกัดเอาเฉพาะยีนส์ของเอเลี่ยนตัวนั้นออกมา เพื่อทำการโคลนนิ่งเอเลี่ยน”
นอกจากการโคลนนิ่งแล้ว ลามอสยังสามารถออกแบบร่างที่โคลนนิ่งได้ ดังนั้นไม่ต้องให้เหมือนเอเลี่ยนตัวนั้นมากก็ได้
แบรนน็อคหยิกนิ้วตัวเอง ก็มีเลือดไหลออกมา ลามอสก็ได้นำเลือดนั้นเก็บเข้ามิติของเขา ในมิติของเขานั้น มีศูนย์วิจัยเอเลี่ยนอยู่ สามารถทำการโคลนนิ่งเอเลี่ยน แล้วเก็บมันเอาไว้ในนั้นได้
“สร้างให้มันเหมือนเป็นเครื่องชีวะจักรกล รูปร่างคล้ายมนุษย์ ไม่ต้องโคลนให้มันมีชีวิต”
“ทราบแล้ว” ลามอสตอบกลับ ด้วยภูมิปัญญาของโปรตอส ไม่มีปัญหาสำหรับลามอสที่จะทำอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว
“แต่ไม่สามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียว คงต้องใช้เวลาซักพัก” แม้แต่ลามอสเองก็คำนวนไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
“ก็คงต้องอย่างงั้น”
เดิมซากเอเลี่ยนตัวนั้น มีหัว แขน ขา เหมือนกิ้งก่า มีหาง และมีหนวดซาโคมาที่อยู่ด้านข้างอีกสองหนวดและมีปีกข้างหลัง ตรงศีรษะมีเขี้ยวใหญ่ ปากใหญ่ และพ่นไฟได้เหมือนก็อตซิลล่าบนโลกนี้ แต่รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์ ยืนสองขา ตรงหางของมันก็เป็นอาวุธด้วย
ซากร่างของมันยังทำเป็นเมชาชีวะภาพ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ภายนอกนั้นยังไม่ได้เสริมเกราะ เพียงใช้ร่างกายของมันล้วนๆ ในตอนที่เขาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่นั้น บางครั้งร่างนั้นยังถูกยิงด้วยกระสุนพลาสม่าของยานพิฆาต เป็นรอยไหม้ แต่ไม่ทะลุ แสดงว่าร่างกายมันกันกระสุนพลาสม่าได้ แต่หากโดยระดมยิง ก็อาจถูกยิงทะลุได้ ในตอนนั้นเขายังทำการเชื่อมตัวโครงข่ายประสาทยังไม่สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้น เขาอาจจะยังพอที่จะสู้กับยานลำนั้นได้
ในตอนนี้ ลามอสได้ดำเนินการโคลนนิ่งเอเลี่ยนตัวนั้นขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ก็คงต้องใช้เวลา
แบรนน็อค ใจร้อน ก็เลยลองแปลงร่างเป็นเอเลี่ยนตัวนั้นดู แล้วร่างกายของเขาก็ปรับเปลี่ยนตัวเอง เป็นเอเลี่ยน รูปร่างหน้าเกียจน่ากลัวปรากฏขึ้นมา เหมือนกับภาพที่เขาพบเจอเมชาชีวะจักรกลตัวนั้นในครั้งแรก เพียงแต่ตัวเล็กกว่า
แบรนน็อค วาร์ปไปที่ฐานหนึ่ง ที่มีเพดานสูง แล้วขยายร่างของตัวเองเป็นสูงสิบเมตร มันก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รูปร่างหน้าตาน่าเกียจน่ากลัว เหมือนเทพอสูรบรรพกาล ที่หลุดออกมาจากขุมนรก
“แฮ่!”
“โฮก”
แบรนน็อค ไม่ได้รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น มันก็ยังเป็นเขาคนเดิม พลังเท่าเดิม เหมือนตอนที่เขาแปลงร่าง เป็นร่างปลอมของเขาตัวอื่นๆ แทบไม่ต่างกัน เพียงแค่ตัวใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง แล้วจะแปลงร่างเป็นมันทำไม แบรนน็อคจึงเปลี่ยนร่างเป็นร่างมนุษย์หรือ นิก เหมือนเดิม
แบรนน็อค ขยายความสูงเป็นห้าสิบเมตร ก็ยังสามารถขยายได้ ยังไม่ใช่ขีดจำกัด แต่ปัญหาคือเพดานหลังคาเขาสูงแค่นี้ มันมีข้อดีอย่างเดียวก็คือ ตัวใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง เขาจึงคืนกลับร่างขนาดเท่าเดิม แล้วใช้ความคิด
ในโลกมนุษย์นี้ ไม่ได้เป็นจักรวาลด้านลบ เหมือนจักรวาลของเขา ที่ใช้พลังงานมืด จากสสารมืด และพลังด้านลบทางจิตใจของสิ่งมีชีวิตเป็นพลัง เรียกว่าพลังวิญญาณ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่พลังวิญญาณบริสุทธิ์แท้จริง เป็นไปได้ไหม เขาจะหาแหล่งพลังอื่น ด้านอื่นได้จากจักรวาลแห่งนี้ เช่นพลังด้านบวก พลังแห่งความรัก หรือพลังวิญญาณบริสุทธิ์ จากธรรมชาติ
แต่พลังพวกนี้ หายากและใช้ลำบาก
แบรนน็อค หวนคิดไปถึง พลังงานความร้อน พลังงานแสง จากดวงอาทิตย์
สำหรับพลังงานความร้อน และพลังงานแสงนั้น ไม่ได้สำคัญในจักรวาลด้านลบของเขามากนัก เพราะทั้งพืชและสัตว์สามารถดูดซับพลังมืดใช้ในการเจริญเติบโตได้ กระทั่งในยานอวกาศก็ยังใช้พลังงานจากสสารมืด แต่ในจักรวาลแห่งนี้ แสงสว่างสำคัญมาก
…
“ลามอส เจ้าต้องการมีร่างด้วยหรือไม่”
“ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้อาวุโสหนึ่ง”
“ข้าว่าไม่ดีกว่า” ลามอสเอ่ยตอบกลับมา แล้วกล่าวเสริม “มันก็แค่เป็นการเพิ่มงานให้ข้า ข้าอยู่อย่างนี้ก็ลำบากมากพอแล้ว” ลามอสตอบกลับ
“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเค ขอโทษด้วย ดูเหมือนว่าข้าคงต้องหัดใช้พลังในด้านอื่น เพื่อที่จะทำอะไรได้เองแล้ว ว่าแต่เจ้าไม่สนใจจริงๆเหรอ”
“มันจำเป็นไหม”
"ทั้งใช่และไม่"
“โอเค ถ้างั้น ข้าต้องหาร่างต้นแบบดีๆก่อน”
“จะดีที่สุด หากข้าสร้างร่างต้น ที่เคยเป็นร่างของตัวเองขึ้นมา ก่อนที่ข้าจะเป็นแบบนี้”
“เจ้ามีร่างของตัวเองด้วยเหรอ”
“ข้าไม่ได้เกิดมาเป็นแบบนี้ และเดิมทีข้าก็ไม่ได้เป็นเอเลี่ยน” ลามอส ตอบกลับมาเบาๆในห้วงความคิด คล้ายกำลังพยายามหวนคิดถึงความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ในห้วงลึกของเขา
แบรนน็อคไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับลามอส แต่ฟังดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องดี แต่เขาก็ไม่กล้าถาม คงต้องรอให้ลามอสเล่าออกมาเอง
“ขอบอกเจ้าเอาไว้ก่อนว่า ตอนนี้ข้าไม่สามารถแยกจากร่างหลักเจ้าได้ไกลเกินไปและนานเกินไปได้ แม้จะมีร่างแยกหรือร่างต้นของข้าขึ้นมา มันก็ไม่สามารถทำงานในที่ห่างไกลจากเจ้าได้” ลามอสเอ่ยเสร็จ ยังถอนหายใจออกมา ตัวมันเหมือนเป็นปรสิต ต้องอาศัยร่างคนอื่น ไม่เช่นนั้นก็จะตาย แม้จะมีร่างของตัวเอง ก็อยู่ห่างจากร่างโฮสต์ไม่ได้
“พวกเราก็ร่วมกันสู้ด้วยกันได้ไม่ใช่เหรอ”
“ก็คงต้องอย่างงั้น” ลามอสตอบกลับ หากแบรนน็อคตาย เขาก็ตายด้วย ดังนั้นหากจำเป็น ก็ต้องช่วยสู้ และทางที่ดี ก็คงต้องมีร่างของตัวเอง ออกมาช่วยสู้ด้วย
“เช่นนั้น ข้าจะสร้างร่างของข้าขึ้นมาในมิติของข้า เพียงแต่ต้องใช้เวลาเล็กน้อย เพราะข้าต้องทำการสืบค้นภูมิปัญญาของโปรตอส เกี่ยวกับเรื่องนี้ และให้มันอยู่ในคิวงาน แต่เมื่อเสร็จแล้ว เมื่อถึงเวลาจำเป็น ข้าจะนำร่างออกมาช่วยเจ้าเอง”
“โอเค ขอบคุณมากสหาย”
…
แบรนน็อค ร่วมคิดร่วมสร้าง และปรึกษาเรื่องงานกับลามอส อยู่นาน โดยสรุปงานก่อนหน้านี้ และสิ่งที่จะทำหลังจากนี้ บางอย่างก็ยังไม่ได้ข้อสรุป บางอย่างก็คงต้องรอ ดังนั้น เขา จึงกลับบ้านไปก่อน