ฉันมันชั่งโชคร้ายจริงๆ
แบรนน็อคมองขึ้นไปบนชั้นสอง ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร แล้วจึงทำการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยของบ้าน ด้วยระบบของเขาเอง และเขาอยากมอบกำไลชีวิตให้กับเอเดรีน และคุยเรื่องพลังของเธอ ให้เธอระวัง ไม่เช่นนั้นจะเผลอแสดงพลังกลายพันธุ์ออกมา จะทำให้เธอถูกจับได้ ว่าเธอเป็นมนุษย์กลายพันธุ์แล้วจะทำงานลำบาก
แต่ปัญหาคือตอนนี้เธอขึ้นไปนอนแล้ว
เมื่อคิดไปถึงการกระทำของเขาเมื่อครู่ รู้สึกว่าจะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุด เขาน่าจะลองใช้พลังจิตดู แล้วสะกดจิตให้พวกเขา เข้าไปทะเลาะกันในบาร์ แล้วฆ่ากันตรงนั้น เขาจะได้ไม่ต้องแปลงกายให้ยุ่งยาก อีกทั้งการแสดงของเขานั้นก็ห่วยมาก เพราะไม่สามารถแสดงได้เหมือนคนนั้นจริงๆ หากว่ามีคนดูภาพวงจรปิด อาจจะจับพิรุธได้
…
ในอีกด้านหนึ่ง แบรนน็อคร่างแยก ดูทหารหลายคนที่ทดสอบกันจนเหนื่อยหอบแล้ว แบรนน็อค จึงสั่งให้คนที่ทดสอบแล้วไปพัก พรุ่งนี้ค่อยมาสอบใหม่ ส่วนคนอื่นๆ ก็ดำเนินการต่อ
แบรนน็อคมองดูพวกเขา ทหารเหล่านี้ หากว่ามีคนสามารถปลุกพลังเพิ่มเติม น่าจะมีความสามารถอีกหลายอย่างที่ถูกปลุกขึ้นมา และเมื่อเขาก๊อปปี้ความสามารถของพวกเขา เขาก็จะสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิม
สเตลล่า กับ เกรซ ที่ต่อคิวรอบสองอยู่ แต่ยังไม่ถึงคิวพวกเธอ และถูกไล่ให้กลับไปพักผ่อนก่อน พวกเธอจึงกลับไป เพราะยังไง รอบแรก ก็ยังทำการทดสอบได้ไม่ครบคนเลย
…
สเตลล่า กลับไปที่ห้องของตัวเอง เธอมองไปยังเตียงที่ว่างอยู่ เกิดความสงสัยเล็กน้อย เตียงนี้เป็นเตียงเสริม ที่เธอนำมาให้อเดลลานอน และจากเมื่อวานและวันนี้ ก็เห็นอเดลลาแวบๆ เป็นไปได้ไหมว่า อเดลลา ย้ายไปอยู่ในห้องของผู้อาวุโสแบรนน็อค
เมื่อสเตลล่านึกถึงเรื่องนี้ เธอก็เป็นห่วงเพื่อนเล็กน้อย ทั้งยังถอนหายใจ ผู้ชายก็เหมือนกันหมด ใครกันไม่ชอบเด็กสาวสวยๆ สงสารก็แต่อเดลลา
เธอครุ่นคิด ทำยังไงเธอจะสามารถช่วยอเดลลาได้ อเดลลานั้นยังเด็กเกินไป เพิ่งจะเรียนจบมหาลัย และคงจะหนักไปสำหรับเธอ
อเดลลากับสเตลล่าเป็นเพื่อนต่างวัย อเดลลาเพิ่งจะยี่สิบกว่า แต่สเตลล่านั้นใกล้สามสิบ ทั้งสองอยู่บ้านใกล้กัน จึงสนิทกัน
สเตลล่าเป็นทหารนาวิกโยธิน เข้าควอนติโก และเข้าฝึกพิเศษในหน่วยซีล ถือว่าเป็นซีลหญิงคนที่ 36 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับผู้หญิง เธอมีความภาคภูมิใจของเธอ และได้รับตำแหน่งพันตรี แล้วเข้าทำงานในหน่วยงานความมั่นคง แต่ผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิง เมื่อเข้าทำงานก็ยังถูกกีดกัน จากตำแหน่งสำคัญๆ เธอจึงได้มาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการ ในค่ายที่มีห้องวิจัยแห่งนี้ และเธอก็ถูกจับตัวมา และบังเอิญที่อเดลลา เข้ามาอยู่ที่ค่ายด้วยวันนั้น วันนั้นเธอบอกให้อเดลล่า กลับไปแล้ว ใครจะคิดว่าเธอจะยังอยู่ และติดสอยห้อยตามมาด้วย และครั้งนี้ ก็เลยดูเหมือนกลายเป็นความผิดเธอ ที่เธอต้องเจอแบบนี้
แต่คนอายุใกล้สามสิบอย่างเธอ ก็ยังสวยอยู่นะ เป็นไปได้หรือเปล่า ที่เธอก็อาจจะล่อลวงผู้อาวุโสแบรนน็อคได้เหมือนกัน แล้วทำให้เขาอยู่ห่างจากอเดลลา แล้วให้เขาปล่อยอเดลลาไป
“เฮ้อ” สเตลล่าถอนหายใจ ทุกคนมีทางเลือกและชีวิตเป็นของตัวเอง อาจบางที นี่เป็นทางเลือกของอเดลลา แต่เธอก็ถือว่าเป็นเพื่อนสนิท ยังไงเธอต้องลองคุยกับอเดลลาดู ว่าเธอจะช่วยเธอยังไงได้บ้าง
…
แบรนน็อคไม่ต้องนอน เขาจึงนั่งหาข้อมูลอื่นๆในอินเตอร์เน็ต และยังดูข้อมูลบริษัท ซูฉิน ที่กำลังเตรียมตัวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทุกคนที่นั่น ยังทำงานขยันขันแข็งกันดี แม้มีปัญหาเล็กน้อย ก็สามารถแก้ไขได้ ไม่เลวทีเดียว
แบรนน็อค มองไปที่บันไดเดินขึ้นลงบ้านชั้นสอง คล้ายกำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง
“เธอน่าจะไม่ลงมา” ลามอสเอ่ยออกมาในห้วงความคิด
“อืม ข้าแค่อยากให้นางลงมาแล้วคุยกัน ข้ายังมีเรื่องที่จะคุยกับนาง”
“หรือว่าข้าควรจะขึ้นไปหรือเปล่า”
“ไม่” ลามอสตอบ
“เพราะอะไร”
“เพราะไม่มีประโยชน์ ดูจากอารมณ์ความรู้สึกของเธอ ที่สามารถจับสัมผัสได้ เธอไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับนายเลย”
“ซักนิดก็ไม่มีเลยเหรอ”
“ข้าคิดว่าไม่นะ จากข้อมูลของเธอ ห้าปีมานี้ มีคนตามจีบเธอหลายคน แต่ไม่สำเร็จ เรื่องแรก เธอมีลูกติด เรื่องที่สอง เธอไม่ไว้ใจผู้ชาย เรื่องที่สาม เธออายุมากแล้ว ปีนี้เธออายุ 34 ปี สำหรับมนุษย์บนโลกนี้ ถือว่าเป็นวัยกลางคน อารมณ์ความต้องการของเธอจึงลดลง อืม แต่เมื่อนายฉีดยายีนส์ให้เธอ ร่างกายของเธออาจจะเหมือนอายุน้อยลง ก็มีความเป็นไปได้ด้วย ที่เธอจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นเหมือนกับสาววัยแรกรุ่น”
“ตกลงยังไงกันแน่”
“ข้าไม่รู้ ข้าไม่ใช่มนุษย์แบบพวกเจ้า” ลามอสเอ่ย
“ข้าก็ไม่ใช่มนุษย์แบบพวกนาง” แบรนน็อคก็เอ่ย เหมือนกำลังทะเลาะกับตัวเอง
“หือ”
“อะไร”
“กำลังจะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่าง หลิงตงเฟิง จะให้ทำยังไง” ลามอสเอ่ย
“เกิดอะไรขึ้น”
“มีคนจะฆ่าหลิงตงเฟิง”
“หือ มันจะตายมิตายแหล่ ยังจะมีคนมาฆ่ามันอีกเหรอ”
“อาจจะแค่มาดูเฉยๆ แต่คำนวนจากสิ่งที่หลิงตงเฟิงเคยทำกับเธอ เธอน่าจะอยากฆ่าเขา”
“เป็นผู้หญิงที่หลิงตงเฟิงเคยทำร้าย เธอกลัวว่าหลิงตงเฟิงจะรอด เธอก็เลยต้องมาทำให้แน่ใจ น่าจะประมาณนั้น”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไปเลยไหม”
“โอเค”
แบรนน็อคก็ทำการวาร์ปหายไปทันทีหลังจากนั้น
…
หลังจากแบรนน็อคหายไป เอเดรีน เดินลงบันไดมา หลังจากเธอชั่งใจอยู่นาน คิดว่าจะทำทีเป็นลงมากินน้ำ หรือเข้าห้องน้ำ แล้วอยากคุยกับเขาเพิ่มอีกซักหลายๆคำ หรือบางทีอาจจะทำมากกว่านั้น หากว่าเขาทำตัวดีๆ แต่เมื่อเธอลงมา เธอกลับไม่พบใครเลย เธอมองไปที่โซฟา คล้ายรู้สึกเสียใจเล็กน้อย จึงเดินขึ้นบ้านไปเหมือนเดิม
…
ในอีกซีกโลกหนึ่ง หลังจากแบรนน็อควาร์ปมาที่โรงพยาบาล ก็ล่องหน แล้วรีบเก็บร่างหลิงตงเฟิงกลับไป แล้วแทนที่ด้วยตัวเอง
ในเวลานี้ มีเพียงมารดาของหลิงตงเฟิงกับแม่บ้าน ที่กำลังเฝ้าไข้ และกำลังดูทีวีอยู่
“อ่ะแฮ่ม”
“น้ำ”
หลิงตงเฟิง ทำทีเป็นเพิ่งตื่น และต้องการดื่มน้ำ
หม่าหยู มารดาของหลิงตงเฟิง แทบร้องกรี๊ดออกมา ที่ได้ยินเสียงลูกชาย
จึงรีบกดเรียกหมอ เรียกพยาบาลทันที
“ตงเฟิง ลูกฟื้นแล้ว ลูกทำให้แม่แทบหัวใจวาย”
“ผมขอโทษครับแม่ ต่อไป ผมจะไม่ทำให้แม่ต้องกังวลอีก”
“อ่ะแค่กๆ” แบรนน็อคแกล้งไอ เมื่อได้ดูดน้ำไปอึกหนึ่ง
หลังจากนั้น ทั้งหมอและพยาบาลก็พากันแห่เข้ามา แล้วก็พากันอุทาน เหมือนว่าเป็นปาฏิหาริย์
“คนไข้ฟื้นแล้ว”
“ฟื้นได้ยังไง”
“ไม่ตายเหรอ”
เหมือนว่าแบรนน็อคจะได้ยิน เสียงในใจของทุกคน
หมอเอาไฟฉายส่องตา ดูลิ้นดูหูของแบรนน็อค แล้วดูเครื่องมือต่างๆ มันเหมือนคนปกติมาก
“คนไข้ ดูมือหมอ มีกี่นิ้ว”
“หมอกำไว้สามนิ้ว ชูไว้สองนิ้ว”
“โอเค คุณจำได้ไหมว่าคุณชื่ออะไร”
“หลิงตงเฟิง”
“คุณจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“อืม ผู้กำกับเฉินกับผู้ช่วยเมาแล้วทะเลาะกัน ผลักกันไปผลักกันมา และผมคิดว่าพวกเขาจะดึงกันไปโดดตึก ผมเลยเข้าไปช่วย เข้าไปห้าม ก็เลยพลาดตกตึกไปด้วยกัน” แบรนน็อคสร้างเรื่อง เพราะผีเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“หือ ตรงนั้นมันไม่ใช่ที่ๆจะไปทะเลาะกันเลยนะ”
“แล้วสองคนนั่นเป็นยังไงบ้าง”
“เขาตายแล้ว” หมอบอก
“โอเค ถ้างั้นก็ขอแสดงความเสียใจกับพวกเขาด้วย ผมได้ห้ามพวกเขาแล้ว”
“อย่างงั้นเหรอ”
“อย่างงั้นแหละครับ แล้วจะอย่างไหนอีก”
“โอเค หมอ ผมรู้สึกว่า ผมหายแล้ว ผมจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่”
“เอ่อ หมอคงต้องขอตรวจคุณอีกหลายวัน คุณยังออกไปไหนไม่ได้ และจะต้องทำกายภาพบำบัดอีก”
“หมอขอดูหน่อย ขาของคุณรู้สึกยังไงบ้าง”
“ผมรู้สึกว่ามันปกตินะ น่าจะยังใช้งานได้ปกติ”
แบรนน็อคลองขยับนิ้วมือนิ้วเท้ายกแขนยกขา ที่เข้าเผือกอยู่ แสดงให้พวกเขาดูว่าปกติ
“แปลกมาก” หมออุทาน
“แปลกยังไงหมอ ผมสิต้องรู้สึกแปลก หมอเก่งมาก สามารถรักษาผมที่ตกตึกแล้วไม่ตายได้”
“นั่นสินะ หมอก็รู้สึกว่าฝีมือของหมอจะพัฒนาขึ้นมากช่วงนี้”
…
“คุณหมอคะ ลูกชายของดิฉัน จะกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิมหรือเปล่าคะ” หม่าหยู เอ่ยถามหมอออกไป
“ไม่ต้องห่วงครับคุณนาย คนไข้พักดูอาการอยู่ที่นี่ซักสองสามวัน เมื่อทำกายภาพบำบัดแล้ว ก็สามารถกลับบ้านได้”
หมอยังพูดคุยอยู่อีกหลายประโยค เสร็จแล้วก็พากันออกไป ให้คนไข้และญาติได้พักผ่อน
…
หลังจากทุกคนออกไป ดูเหมือนว่าหม่าหยู ก็แทบสลบไปเพราะหมดแรง แบรนน็อคจึงบอกให้แม่บ้านที่อยู่ด้วยอีกคน พาเธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน ตอนนี้เขาฟื้นแล้วคงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว หม่าหยู ก็ดูจะเหนื่อยมากจริงๆ เธอจึงยอมเชื่อฟัง กลับไปพร้อมแม่บ้าน
…
ไม่นานหลังจากนั้น มีเพียงพยาบาลที่เข้ามาตรวจเป็นครั้งคราวเท่านั้น
และเมื่อไม่มีใคร เหมือนว่าจะมีคนแอบเข้ามา
เมื่อคนที่เข้ามา ไม่พบใคร และคนไข้ ก็ดูเหมือนจะหลับสนิท เธอจึงเดินมาข้างเตียง แล้วเอามืออังจมูกพบกว่ายังหายใจอยู่
“คุณคิดว่าผมตายแล้วเหรอ”
แบรนน็อคเอ่ย
ผู้ที่มารู้สึกตกใจเล็กน้อย
“ตอนนี้ผมขยับไม่ได้ ตรงนั้นมีมีดปอกผลไม้อยู่ คุณสามารถแทงผมให้ตายได้ ผมจะไม่โวยวายเลย คุณควรใส่ถุงมือเสียหน่อย จะได้ไม่เหลือรอยนิ้วมือเอาไว้แล้วก็จะไม่มีคนรู้เรื่องนี้”
“ฉันๆๆ ฉันไม่ได้จะมาฆ่านาย”
“ฉันแค่มาดูว่านายเป็นยังไง”
“แล้วคุณรู้สึกยังไง ที่ผมยังไม่ตาย”
“ฉัน…”
สตรีนางนั้นรู้สึกสับสนเล็กน้อย
นี่คือหานจื่อฉิง หนึ่งในผู้หญิงที่เสียหาย เนื่องจากหลิงตงเฟิงได้ทำระยำตำบอนเอาไว้
หลิงตงเฟิง ไม่ได้มอมยาเธอ แต่มอมเหล้าเธอ โดยใช้เรื่องงานเป็นข้ออ้าง และนี่คือเลขาของหลิงตงเฟิงนั่นเอง
เมื่อมารดาและพี่สาว ต้องการให้หลิงตงเฟิงเข้าบริษัทเพื่อฝึกงาน หลิงตงเฟิงจึงเลือกพนักงานคนหนึ่งที่สวยถูกใจเขา ให้เป็นเลขาของเขา นักศึกษาจบใหม่ ที่เรียนเก่งและฉลาด แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะเธอไม่มีเส้นสายและไม่มีใครหนุนหลัง เจ้านายให้ไปทำตำแหน่งไหนก็ไป และตำแหน่งเลขาก็ไม่ได้แย่อะไร
หลิงตงเฟิง ทำทีเป็นไปพบลูกค้าแล้วดื่มเหล้าและให้เธอดื่มด้วย แล้วทั้งสองก็เมาแล้วเปิดห้องกัน แล้วเธอก็ตกเป็นของหลิงตงเฟิงนับแต่นั้น
และเมื่อได้แล้ว หลิงตงเฟิง ก็ชอบที่จะให้เธอมานอนด้วย ตอนแรก หานจื่อฉิง คิดว่าเมื่อมันแล้วไปแล้วก็ปล่อยให้มันแล้วไป หลังจากนั้นยังมีอีกหลายครั้ง ที่เธอเหมือนจะเลี่ยงไม่ได้ กระทั่งบางครั้งยังถูกกระทำในห้องทำงานของเขา และมีหลายคนได้ยินเสียงของพวกเขากำลังทำเรื่องอย่างว่า
เธอรู้สึกอายมาก สุดท้ายเธอถามเขาว่า คิดยังไงกับเธอ ใครจะรู้เล่าว่า หลิงตงเฟิง บอกกับเธอว่า คิดกับเธอ ว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นเท่านั้น และเมื่อเธอถามถึงความสัมพันธ์ หลิงตงเฟิงก็บอกออกไปตามตรง ว่าเขาเล่นๆกับเธอ ไม่ได้คิดจริงจัง และยังฟาดหัวเธอด้วยเงินสามแสน ถือว่าเป็นค่าเปิดซิง และค่าเลี้ยงดูหนึ่งเดือน หลังจากนี้ หากว่าเธอเต็มใจเป็นนางบำเรอให้กับเขา เขาจะให้เงินเธอเดือนละสามหมื่นโดยไม่ต้องทำงาน
หานจื่อฉิง เสียใจมาก จนคิดฆ่าตัวตาย แต่มีคนช่วยเอาไว้ทัน และเธอก็ได้ออกจากงานหลังจากนั้น และนั่นก็เพิ่งผ่านมาไม่ถึงเดือนนี่เอง
…
หานจื่อฉิง น้ำตาซึมหน้า “ตอนแรก ฉันอยากให้คุณตายๆไปซะ แต่เมื่อฉันมาเห็นคุณในสภาพนี้ ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บปวดมาก ก็ไม่รู้” เธอเอ่ยออกมาพร้อมทั้งน้ำตานองหน้า
“เธอรู้ไหม ตอนที่ฉันกำลังใกล้จะตาย ฉันคิดถึงอะไรเป็นสิ่งสุดท้าย” แบรนน็อคเอ่ย เริ่มแสดงละคร
“อะไรเหรอ”
“ใบหน้าและรอยยิ้มของเธอ”
“ฉันกลัวว่า หากฉันตายไป ฉันอาจจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใส และใบหน้าสวยๆของเธออีกต่อไป พอถึงตอนนั้น ฉันถึงรู้สึกว่า ตัวเองได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่มีค่าไป”
“เป็นความจริงเหรอ”
“มีคนบอกว่า คนใกล้ตายจะพูดความจริง เธอไม่เชื่อเหรอ”
“ฮือ!…” หานจื่อฉิง ร้องไห้ออกมา แล้วกอดร่างของแบรนน็อคที่นอนอยู่บนเตียงเอาไว้
…
ไม่รู้ว่ารถไฟสับรางไม่ดีหรืออย่างไร ข้างนอกห้องผู้ป่วยวีไอพีนี้ มีคนแอบเข้ามาโดยไม่มีใครทราบ และเมื่อเธอเข้ามา ก็ได้ยินคำตอแหลของแบรนน็อคออกมาพอดี
“เฮ้อ ฉันมันชั่งโชคร้ายจริงๆ” มู่ชิงอวี่ ถอนหายใจ ถอดแมสออกแสดงใบหน้าของเธอ แล้วถอดแว่นตาดำออก ถลึงตาใส่แบรนน็อค
“สาวน้อย เธอไม่ควรร้องไห้ให้กับคนแบบนี้” มู่ชิงอวี่ เอ่ยปลอบใจหานจื่อฉิง
“คุณมาแล้วเหรอ”
“อืม มาแล้ว”
หานจื่อฉิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยในทีแรก ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฟังดูเหมือนจะสนิทกัน และดูเหมือนหน้าจะคุ้นๆ
“อ่ะ แฮ่ม จื่อฉิง ทักทายสิ นี่คือ ชิงอวี่ เธอเป็นเมียหลวงนะ ส่วนเธอเป็นเมียน้อย เธอต้องเชื่อฟังชิงอวี่ รักเธอเหมือนพี่สาว และเธอชิงอวี่ เธอก็ต้องรักจื่อฉิง รักเธอเหมือนกับน้องสาวด้วย”
“เอาอย่างงั้นเลยเหรอ ใครบอกว่าจะเป็นเมียหลวงของนาย” มู่ชิงอวี่รู้สึกโมโหมาก แทบอยากจะทุบตีผู้คน แต่เมื่อเห็นว่าแม้แต่ศีรษะก็โพกผ้าไว้ ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา
“เชอะ คนตกตึก ไม่รู้จะพิการหรือเปล่า จะอยากมีเมียหลวงเมียน้อย ไม่รู้จะทำเรื่องนั้นได้หรือเปล่า”
“หากว่าผมทำได้ล่ะ”
“ฮึ่ม! ฉันได้ยินว่าคุณขาหัก หลังหัก คอหัก อาจเดินไม่ได้เลยตลอดชีวิต แม้ว่าคุณจะอยากทำก็ทำไม่ได้หร๊อก นี่เขาเรียกว่าเวรกรรมตามทัน”
“แฮ่ม หากว่าผมทำได้ล่ะ”
“หากว่าคุณทำได้ตอนนี้ ฉันจะยอม” เธอยั่วเขาคิดว่าเขาทำอะไรไม่ได้
เธอไม่คิดว่าหลังจากนั้นแบรนน็อคจะลุกขึ้นมาจริงๆแล้วอุ้มเอาเธอไปไว้บนเตียงผู้ป่วยแล้วค่อมร่างเธอเอาไว้ จับมือทั้งสองของเธอไปรวบเอาไว้เหนือศีรษะของเธอ พันธนาการเอาไว้จนเธอดิ้นไม่หลุด
“จื่อฉิง ไปเฝ้าประตูไว้ ฉันจะทำโทษเมียหลวงที่ปากไม่ดีก่อน แล้วค่อยให้รางวัลคุณในภายหลัง”
“อุ้ย”
“อร๊าย”
“อย่า”
“พอแล้ว”
“อิอิอิ”
ตอนแรก มู่ชิงอวี่ ตกใจ แต่เมื่อเห็นว่า เขาไม่ได้ทำอะไรต่อนอกจากหอมแก้มแล้วจั๊กจี้เธอ สงสัยว่าเขาจะยังไม่หายดีจริงๆ และอีกอย่าง ที่นี่ก็ไม่เหมาะจริงๆเพราะเป็นโรงพยาบาลด้วย
“เอาล่ะ พอแล้วฉันต้องรีบกลับ” มู่ชิงอวี่ เริ่มอ้อนวอนหอบเหนื่อย เมื่อเห็นว่าสะบัดไม่หลุดจริงๆ
“เอ่อ โอเค” แบรนน็อคปล่อยมู่ชิงอวี่ไป หานจื่อฉิง เดินกลับมาอีกครั้ง แบรนน็อคจึงดึงเธอมานั่งลงข้างเตียง แล้วกอดทั้งสองเอาไว้ทั้งสองข้าง
ไม่รู้ว่าทำไม ตอนนี้ทั้งสองไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะพลังจิตตานุภาพของแบรนน็อคก็เป็นไปได้ ที่ทำให้ทั้งสองรู้สึกว่าถูกครอบงำและควบคุมจิตใจ จนไม่กล้าปฏิเสธ
“ผมสบายดี ไม่ต้องห่วง ผมยังแข็งแรงมากพอที่จะทำกับพวกคุณสองคนพร้อมกันทั้งคืนก็ยังได้ พวกคุณสองคนกลับไปก่อน ดูแลตัวเองให้ดี แล้วพอผมหายดีแล้วผมจะไปหาพวกคุณเอง”
“เฮ้อ” มู่ชิงอวี่ ถอนหายใจ
“ใครจะอยากทำสองคนพร้อมกันกับนายกัน”
“ถ้างั้นทำทีละคนก็ได้ใช่ไหม”
“เฮ้อ ไม่รู้เวรกรรมอะไรของฉัน” มู่ชิงอวี่ คล้ายบ่นออกมาอย่างไม่เต็มใจ
“ใครจะรู้ โชคดีในความโชคร้าย โชคร้ายบางทีก็หนีไม่พ้น และอาจมีสิ่งดีๆแฝงอยู่ ก็เป็นไปได้”
“คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ บางครั้งก็ไม่ต้องไปคิดอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวาย ในเรื่องของวันพรุ่งนี้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ มิเช่นนั้น เมื่อวันเวลาผ่านไป เมื่อมองย้อนกลับไป จะได้ไม่นึกเสียดายเสียใจ คอยตำหนิตัวเองว่า วันนั้น ฉันน่าจะทำนั่นนี่โน่นตั้งนานแล้ว”
“เมื่อคิดๆดูแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเราก็ไม่ได้แย่มาก จนถึงขนาดยอมรับไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ลองให้โอกาสผมดูล่ะ บางที คุณอาจจะชอบแบบนี้ก็ได้”
“เฮ้อ ฉันจะพูดอะไรได้ บางทีฉันอาจเลือกไม่ได้ และบางที ฉันอาจเลือกแบบนี้ ไม่อย่างงั้น วันนี้ฉันก็คงไม่มาที่นี่” มู่ชิงอวี่ เอ่ยออกมาเบาๆแล้วกอดแบรนน็อคเอาไว้
“เด็กดี คุณน่ารักมาก เพราะอย่างงี้ผมถึงได้รักคุณ วันนี้คุณกลับไปก่อนนะ หากผมหายดีแล้ว ผมจะไปหาคุณเอง” แบรนน็อคหอมหน้าผากของเธอ
“จื่อฉิง คุณก็ดูแลตัวเองด้วยนะ คุณเองก็ไม่ต้องคิดมาก ให้ถือว่าที่ผ่านมา เป็นการทดสอบของพระเจ้าอย่างหนึ่ง หายป่วยแล้ว ผมจะไปขอโทษคุณถึงบ้านเอง”
“โอเคค่ะ” หานจื่อฉิง เอ่ยรับปาก เธอรู้สึกดีขึ้นมาเมื่อได้ยินคำนี้ จนน้ำตาซึมออกมา เธอไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอแค่เขายังสบายดีและดีกับเธอก็พอ และการได้เป็นเมียน้อยก็ยังดีกว่าเป็นนางบำเรอหรือของเล่นของเขา
“เฮ้อ ใครอยากให้นายไปหากัน”
มู่ชิงอวี่ รู้สึกแปลกๆกัดริมฝีปากล่าง แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ “พวกเราไปกันเถอะ ปล่อยให้เขาพักผ่อน” ไม่รู้ว่าทำไมพวกเธอถึงได้ตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ แม้จะฟังดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก แต่ลึกๆแล้ว ก็ยังแอบคาดหวัง
“หอมแก้มก่อน เพื่อเป็นกำลังใจของผู้ป่วย”
แบรนน็อคถูกพวกเธอหอมแก้มทีละคน คนละข้าง แล้วทั้งสองก็พากันออกจากห้องไปอย่างอายๆ นี่เป็นการแอบคบแอบพบกันเท่านั้น ไม่สามารถให้คนอื่นรู้ได้