สำคัญด้วยเหรอ
หลังจากนั้น
ทุกคนก็ออกไปหมด ฮเยมิ ก็กลัวว่าจะเป็นก้างขวางคอ ก็เลยกลับไปที่ของเธอและเจอเด็กคนอื่นๆ พวกเด็กยังถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนก็มาจั๊กจี้เธอจนเธอทนไม่ได้
ฮเยมิจึงได้เล่าเรื่องก่อนนี้ของแบรนน็อค ไปนินทาให้กับโรซารีและเด็กๆคนอื่นๆฟัง
ฮเยมิหัวเราะคิกคักในตอนที่เล่า เหมือนว่าเธอจะไม่รู้ว่าตอนนี้มีหลายคนกำลังอิจฉาเธออยู่
“น่าอิจฉาจัง” เยอึน ที่เป็นคนเกาหลีก็เอ่ยออกมาตรงๆ
“อิอิอิ ตอนนี้ ท่านผู้บัญชาการยังรับเลขาอีกหรือเปล่า”
“แฮ่ม ข้าคิดว่าจะไปสมัครเป็นแม่บ้านของท่านผู้บัญชาการ ห้ามใครแย่งข้านะ”
“อิอิอิ”
“ฮิฮิฮิ”
“แฮ่ม พวกเจ้าไปเรียนต่อช่วงบ่ายกันได้แล้ว อย่าได้นินทาผู้ใหญ่” โรซารี เอ่ยออกมาในเวลานี้ เพราะไม่อยากให้เด็กๆพวกนี้คุยเรื่องแบบนี้อีก
“ค๊า” เด็กๆหลายคนที่อยู่ด้วยกัน ก็พากันแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมของตัวเอง
…
แบรนน็อคยังอยู่ในห้องทำงาน ปล่อยร่างหลักไว้ เพราะตอนนี้ ร่างแยก มือซ้ายกำลังรับมือกับแขกที่มาเยี่ยมเต็มห้องผู้ป่วย
…
ตู้หลิงเฟย และคนรักของเธอก็มา แม่และแม่บ้านก็อยู่ แต่แค่นี้ก็เต็มห้องแล้ว ยังมีหมอและพยาบาล ที่ห้อมล้อม ถามคำถาม นั่นนี่โน่นตลอด
และไม่นาน ตำรวจก็ยังเข้ามาถาม เพราะถึงแม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ต้องสืบว่าเป็นอุบัติเหตุจริงหรือเปล่า อาจจะเป็นการทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์บางอย่าง แบ่งไม่ลงตัวหรือเปล่า แล้วถูกหลิงตงเฟิงผลักตกตึก แล้วทำการกระโดดลงมาด้วย เพราะจะได้ ไม่ทำให้ตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัย ก็เป็นไปได้
เพียงแต่ประเด็นนี้ก็ตกไป จะมีคนบ้าที่ไหนกระโดดตึกลงมา หากอยากจะฆ่าผู้กำกับเฉิน กับผู้ช่วย ก็แค่ผลักลงมาก็ได้แล้ว จะกระโดดลงมาด้วยทำไม แต่อย่างว่า ตำรวจ ต้องสอบสวน ไปตามแง่มุมต่างๆและหลักฐานต่างๆ
แบรนน็อคต้องปวดหัวอยู่นาน กว่าจะไล่ให้ทุกคนกลับออกไปได้
“เอาล่ะ วันนี้แม่จะกลับไปพักที่บ้าน วันนี้พี่สาวลูกหยุด ก็ให้เธอช่วยดูแลลูกที่นี่” หม่าหยูกล่าว
“โอเค แม่ไม่ต้องห่วง” ตู้หลิงเฟยก็รับปาก
เมื่อมารดาและแม่บ้านกลับออกไปแล้ว ก็เหลือแต่ ตู้หลิงเฟย, เย่จื่อ และตู้หลิงเฟิง
แบรนน็อคมองดูเย่จื่อ คนรักของหลิงตงเฟย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน ก่อนหน้านี้หลิงตงเฟยก็ได้แนะนำให้รู้จักกันไปแล้ว
“ตงเฟย ดูๆไปแล้ว น้องชายเธอก็หล่อดีเหมือนกันนะ”
“ดีแล้วที่เธอชอบ ต่อไปพวกเราก็จะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน”
“ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะดูแลนายเอง” เย่จื่อก็หัวเราะคิกคักออกมา ล้อเล่นกับหลิงตงเฟยและหลิงตงเฟิง
“ขอบคุณมากพี่สาวเย่”
“ไม่มีปัญหา คนกันเองทั้งนั้น” เย่จื่อ เหมือนว่าจะใจกว้างมาก
ทั้งสองคุยเรื่องทั่วไปกันอยู่พักหนึ่ง เมื่อหมอเข้ามาอีกครั้ง ทั้งสองก็ขึ้นไปชั้นดาดฟ้าโรงพยาบาล เพื่อไปหากาแฟดื่มกัน แล้วปล่อยให้หลิงตงเฟิงอยู่กับหมอกับพยาบาล และพวกเธอไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องนั้นตลอดเวลา
…
บนชั้นดาดฟ้า เมื่อสั่งกาแฟกันเรียบร้อยแล้ว เย่จื่อก็มองดูหลิงตงเฟย ทำหน้ายิ้มแย้ม แล้วเข้าไปใกล้กระซิบถาม
“เธอคิดเรื่องนั้นแล้วใช่ไหม”
“เธอหมายถึงเรื่องผสมเทียม”
“อืม ด้านล่างนี้มีแผนกผสมเทียม และธนาคารสเปิร์ม เป็นของหมอที่ไอคิวสูงๆทั้งนั้น ที่บริจาคสเปิร์มเอาไว้”
แต่เมื่อเธอกำลังจะพูดต่อ ก็พบว่าใบหน้าของหลิงตงเฟย ไม่ถูกต้อง เธอจึงเอ่ย
“เธอไม่ต้องตั้งท้องก็ได้ ให้ฉันตั้งท้องเอง ให้เธอเป็นพ่อ ฉันจะเป็นแม่ คลอดลูกให้เธอเอง”
“ไม่ใช่เรื่องนี้”
หลิงตงเฟย กัดฟัน เอ่ยออกมาในที่สุด
“ฉันคิดว่า หากจะใช้สเปิร์มของคนอื่น ไม่สู้เอาของน้องชายบุญธรรมของฉันไม่ดีกว่าเหรอ เธอก็รู้ เขาเป็นคนตระกูลหลิง และเป็นทายาทเพียงคนเดียวในตอนนี้ ก่อนหน้านี้ ฉันได้รับปากพ่อบุญธรรมเอาไว้ ว่าจะแต่งงานกับเขา แต่นั่นก็ผ่านมาหลายปี จนถึงวันนี้ เขาประสบอุบัติเหตุ ฉันจึงคิดว่า คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ จะผลัดวันเรื่อยๆก็ไม่ได้ใช่ไหม และอายุของพวกเราก็ไม่น้อยแล้ว จะสามสิบกันแล้ว”
“เธอหมายความว่ายังไง เธอจะแต่งงานอย่างงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างงั้น ฉันหมายถึงว่า พวกเราสามารถขอน้ำเชื้อของเขามาผสมเทียมก็ได้ไม่ใช่เหรอ พวกเราก็จะได้มีลูก และฉันก็ไม่ได้ผิดคำพูดเรื่องที่ต้องมีทายาทให้ตระกูลหลิงด้วย ถือว่าได้ทั้งสองฝ่าย”
“เธอจริงจังใช่ไหม”
“ฉันจริงจัง”
“ถ้างั้นให้ฉันคิดดูก่อน”
“โอเค เธอค่อยๆคิดไป พวกเรายังมีเวลา”
เย่จื่อ หันไปมองหลิงตงเฟยอีกครั้ง เรื่องเวลานี่แหละปัญหา พวกเธอจะสามสิบกันแล้ว ถึงแม้พวกเธอจะไม่ห่วงเรื่องงานเรื่องเงิน แต่ก็ต้องปวดหัวเรื่องแต่งงานเรื่องลูกนี่แหละ พ่อแม่ของเธอจุกจิกจู้จี้มาก เพื่อให้เธอไปนัดบอด จะได้อุ้มหลานซักที
ก็แค่อยากมีหลานไม่ใช่เหรอ เธอจึงคิดจะผสมเทียม คลอดหลานให้พวกเขา ไปซะเลย
“เฮ้อ เธอคุยกับน้องของเธอหรือยัง” ในที่สุดเย่จื่อก็ถอนหายใจเอ่ยออกมา
“ยังเลย วันนี้พวกเราก็อยู่ที่นี่ พวกเราลองถามเขาดูดีไหม”
“เธอเป็นคนถามนะ”
“โอเค”
…
ในที่สุดทั้งสองก็กลับเข้ามาในห้อง และตอนนี้หมอก็ออกไปหมดแล้ว
และบทสนทนาของพวกเธอก่อนหน้านี้ ก็เข้าหู ลามอส ผ่านโทรศัพท์ของพวกเธอ และเอามาบอกแบรนน็อคเรียบร้อยแล้ว จนเขาหลับไม่ลง
…
“ตงเฟิง พี่มีเรื่องจะคุยกับนาย มันเกี่ยวกับเรื่องของเรา ของนายกับพี่ และกับเย่จื่อด้วย”
“อืม พี่ลองพูดมาสิ”
“พี่ว่าจะขอสเปิร์มของนาย เพื่อทำการผสมเทียมให้กับพี่กับเย่จื่อ นายคิดว่ายังไง” หลิงตงเฟย ตรงเข้าประเด็นทันที ไม่อ้อมค้อม ตามสไตล์ของเธอ
หากเป็นหลิงตงเฟิง ตัวจริง อาจจะดีใจ แต่แบรนน็อคทำหน้าปั้นยากเฉพาะฉินเทียนเยว่ เอเดรีน พวกเธอยังไม่มีลูกเลย นั่นเพราะเขาได้แอบฉีดยายีนส์ให้พวกเธอ และเมื่อฉีดไปแล้ว เธอก็จะเป็นหมันชั่วคราว และอยู่อย่างนั้น ไปจนกว่าจะได้รับยายีนส์ระดับสอง แต่หากไม่ฉีดยายีนส์ระดับหนึ่ง ให้พวกเธอ ก็อาจจะทำให้พวกเธอกลายพันธุ์จากการติดเชื้อจากเพศสัมพันธุ์กับเอเลี่ยนอย่างเขา ดังนั้นเขาจึงต้องทำให้พวกเธอกลายพันธุ์ ด้วยยายีนส์ระดับหนึ่งเสียก่อน
แต่หากจะรีดเอาสเปิร์มไปผสมเทียมเลย นั่นก็มิเท่ากับว่า เอาเชื้อเอเลี่ยนไปผสมเหมือนกันไม่ใช่หรือ ใครจะรู้ว่า หากผู้หญิงที่ไม่ได้ฉีดยายีนส์ระดับหนึ่ง จะกลายพันธุ์ เพราะติดเชื้ออะไรจากเขาบ้าง
“ผมไม่เห็นด้วย”
“การผสมเทียม เพื่อให้มีลูกนั้น ทำให้มีลูกได้ก็จริง แต่ลูกที่เกิดขึ้นมา ก็จะไม่ได้เกิดจากความรักระหว่างพ่อและแม่ หรืออย่างน้อยระหว่างที่อสุจิของพ่อเข้ารังไข่แม่ มันจะเกิดฮอร์โมนและปฏิกิริยาบางอย่าง ภาษากายเรียกว่าความสุขสม จึงทำให้การปฏิสนธิสมบูรณ์แบบ แล้วเด็กก็จะออกมาก็จะเป็นเด็กเก่งและฉลาด เพราะได้ถูกคัดเลือกทางธรรมชาติ”
“พวกพี่ไม่เห็นเหรอว่า คุณแม่ที่ผสมเทียม มักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับนิสัยของลูกๆของพวกเธอ นั่นเพราะเป็นวิธีการทำเด็กที่ผิดธรรมชาติ”
“ตามหลักธรรมชาตินั้น มันจะต้องเกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างเพศผู้กับเพศเมีย แม้ว่ามันอาจจะต้องใช้เวลา หลายเดือน หรือเป็นปี ก็ตาม แต่มันก็เกิดจากความใคร่ของเพศผู้เพศเมีย ที่หลั่งฮอร์โมนบางอย่างออกมา ลูกที่เกิดมา ก็จะเกิดตามธรรมชาติ”
“ส่วนเด็กที่เกิดผิดธรรมชาติ อาจทำให้เซลล์หรือโครโมโซมบางตัวผิดพลาดได้”
“เป็นเรื่องจริงเหรอ”
“พวกพี่หาดูข่าวในอินเตอร์เน็ตก็ได้ มีเรื่องนี้เยอะแยะ หากว่าผสมจริงได้ ก็ผสมจริงเถอะ อย่าผสมเทียมเลย มันผิดธรรมชาติ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเป็นปีเป็นเดือน แต่ผลที่ได้ออกมา ย่อมคุ้มค่าแก่การรอคอย”
“นายหมายความว่ายังไง ”
“ผมก็หมายความว่ายังงั้น ผมรู้ว่าพวกพี่รักกันและอยากอยู่ด้วยกัน และพี่ตงเฟยก็มีสัญญาแต่งงานกับผมอยู่แล้ว หากมีเด็กให้ผมก็ถือว่าสมควร แต่พวกพี่รักกัน ก็อยากมีลูกด้วยกัน ดังนั้นเรื่องนี้ก็มีตัวเลือกที่สามารถทำได้ไม่กี่ทางเท่านั้น”
“นั่นก็คือหนึ่งพวกพี่ก็แต่งงานกับผมทั้งสองคน แล้วพวกเราก็มีลูกด้วยกัน แต่อาจจะเป็นแค่การแต่งงานในนาม เมื่อมีลูกแล้ว พวกพี่ก็ถือว่ามีลูกแล้ว ล้วนมีลูกของตัวเอง และลูกก็มีพ่อ ส่วนผมก็ทำหน้าที่พ่อ พวกพี่ก็ทำหน้าที่แม่ด้วยกัน”
“ทำไมมันฟังดูแปลกๆ”
“ความสัมพันธุ์ระหว่างพวกพี่ มันก็ไม่ปกติอยู่แล้ว”
“…”
“…”
“อย่างที่สอง ก็คือ ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ต้องทำให้ท้องแค่นั้นก็จบ พวกพี่ก็ไปกันต่อ พี่ตงเฟยก็ถือว่าไม่ผิดคำพูดมีทายาทตระกูลหลิง และยังได้อยู่กับคนรักกับพี่เย่จื่อและช่วยกันเลี้ยงลูก เหมือนเป็นพ่อเป็นแม่ ส่วนเรื่องแต่ง หรือจดทะเบียน เอาไว้คิดทีหลังได้”
“ก็แค่นั้น”
“แต่ไม่ว่าพวกพี่จะเลือกตัวเลือกไหน ผมก็สนับสนุนพวกพี่ แต่หากจะเป็นการผสมเทียม ผมคัดค้าน และผมจะไม่ให้สเปิร์ม แต่หากพวกพี่จะยังอยากจะผสมเทียม ก็เชิญพวกพี่ไปหาสเปิร์มจากผู้บริจาคคนอื่นได้เลย”
หลิงตงเฟยกับเย่จื่อพากันมองหน้ากัน เหมือนว่าจะถูกล่อลวงเล็กน้อย
“หากว่ามีลูกชาย พี่ให้ใช้แซ่เย่ ได้ไหม เอ่อ แล้วก็ลูกสาวด้วย” เย่จื่อเอ่ยออกมา
ย่อมได้ นั่นเป็นลูกพี่ เพราะพี่เป็นคนอุ้มท้อง เป็นคนคลอด ถึงจะเป็นลูกผมด้วยครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อพี่เป็นหลักก็สามารถใช้แซ่เย่ของพี่ได้
“อีกอย่าง ก็ไม่ต้องห่วงว่าเด็กที่เกิดมาจะมีปัญหา ท้องไม่มีพ่อ เพราะพ่อก็มีอยู่ และไม่ใช่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ เหมือนไปขอมาจากธนาคารสเปิร์ม”
“พวกเราขอปรึกษากันก่อน”
“ตามสบายเลย”
“เพราะผมไม่ได้รีบ และยังมีเวลาให้คิดและตัดสินใจอีกนาน”
“…”
“แต่ผมขอบอกเรื่องหนึ่งเอาไว้ก่อนนะว่า ห้ามหึงหวง หรือห้ามทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของหรือเจ้ากี้เจ้าการเด็ดขาด พวกเรามีความสัมพันธ์กันเพียงเพราะเรื่องลูกเท่านั้น เรื่องอื่นๆห้ามก้าวก่ายกัน ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของพวกพี่และพี่ก็ห้ามก้าวก่ายเรื่องของผม”
…
ทั้งสอง บอกว่าจะคิดดูก็คิดจริงๆ พวกเธอพากันกลับไปดื่มกาแฟกันอีกรอบ
…
“เจ้าจะผสมพันธุ์กับพวกนางอย่างงั้นหรือ” ลามอสถามออกมาในห้วงความคิด
“อืม แม้ว่าฉันจะรู้สึกแย่เล็กน้อย ตรงที่ ฉันผสมพันธุ์กับพวกเธอในฐานะหลิงตงเฟิง แต่ไม่ใช่ตัวข้า ที่เป็นข้า แบรนน็อค ก็ตาม”
“แต่การขยายพันธุ์ของข้า ก็เป็นเพราะข้าอยากขยายเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนของข้าในโลกนี้ เพื่อให้พวกเขาได้อยู่ ในโลกที่น่าอยู่”
“พวกเราออกสำรวจดวงดาวอย่างยาวนานไปเพื่ออะไร ก็เพราะอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ สืบทอดวงศ์ตระกูลของตัวเอง ให้ดำรงอยู่ต่อไป และเพื่อหาโลกที่น่าอยู่ให้ลูกหลาน ตอนนี้ข้าพบโลกที่น่าอยู่แล้ว ที่เหลือก็คือสืบทอดลูกหลานของข้า มันก็ไม่ผิดใช่ไหม หากข้าจะมีผู้หญิงหลายคน เพื่อเป็นแม่พันธุ์ให้ข้า แม้ว่าพวกนางและข้าจะไม่ได้รักกันก็ตาม ข้าก็ไม่สนใจ”
“เจ้าคิดเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อใช้ตัวตนหลิงตงเฟิง ใช่ไหม”
“เจ้าไม่คิดว่ามันเหมาะเหรอ”
“…”
ลามอสเงียบไปครู่หนึ่ง “หลิงตงเฟิงคนนี้ มีผู้หญิงเยอะจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาอยู่อีกเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร ”
“พวกเธอไม่ได้รักหลิงตงเฟิงเลย”
“สำคัญด้วยเหรอ”
“แค่พวกนางรักข้าก็พอ ข้ามั่นใจว่า หากเป็นข้า ในตัวตนนี้ ต่อไป เมื่อได้ร่วมรักกับข้าบ่อยๆ และข้าเกลี้ยกล่อมพวกนางบ่อยๆ พวกนางจะรักข้าเอง”
“พวกนางอาจจะคิดว่ากำลังใช้ประโยชน์จากข้า แต่แท้จริงแล้วข้ากำลังใช้ประโยชน์จากพวกนางมากกว่า”
“อืม ยังมีปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง”
“หมายถึงเรื่องผู้หญิงก่อนหน้าของหลิงตงเฟิง”
“ใช่ เจ้าจะตัดทิ้ง หรือจะวิ่งกลับไปขุดกลับมา”
“เจ้าคิดว่าข้าควรทำยังไง”
“มีผู้หญิงหลายคนที่ถูกหลิงตงเฟิงทำร้าย หลายคนก็เป็นคนดี หากพวกนางเป็นแม่คน ก็จะเลี้ยงลูกอย่างดี เพียงแต่มีบางคนที่ตอนนี้ไม่กล้าออกจากบ้านก็มี บางคน เสียใจมาก คิดฆ่าตัวตาย แต่กลับไม่ตาย นางขาหักจนต้องนั่นรถเข็น สุดท้ายได้รับการเกลี้ยกล่อมจากพ่อแม่ จึงได้ทนอยู่ต่อได้ เจ้าอยากไปดูหรือเปล่า”
“อะไรจะซวยปานนั้น”
“มีสองคน ที่ผ่านเงื่อนไข คนดีมากพอที่จะเป็นแม่คนได้ แต่ยังมีคนอื่นๆ ที่สามารถตัดออกไปได้ ตอนนี้พวกนางมีเส้นทางของตัวเองแล้ว”
“พวกนางรู้หรือเปล่าว่าหลิงตงเฟิงเข้าโรงพยาบาล”
“รู้”
“แล้วนางรู้สึกยังไง”
“ทั้งดีใจและเสียใจ ร้องไห้อยู่หลายวัน ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจ”
“อีกคนแทบจะจุดพลุฉลอง”
“อืม พวกเธอคงจะดีใจ หากได้รู้ว่า หลิงตงเฟิงตัวจริง ได้ตายไปแล้ว”
“ตรวจสอบข้อมูลของพวกเธอไว้ หากข้าออกจากโรงพยาบาล พวกเราจะไปเยี่ยมพวกเธอเร็วๆนี้”
“โอเค เดี๋ยวจัดการให้”
“ต้องกลับร่างหลักแล้ว”
แบรนน็อคทำทีเป็นนอนแล้วหลับไป แม้ว่าที่นี่จะเป็นช่วงกลางวันก็ตาม