ตอนที่ 9 ต้นสนดำอายุ 10 ปี
“เป็นอะไรหรือเปล่า ?”
เชียร์พยายามหาสาเหตุจนกระทั่งได้พบกับต้นไม้ต้นหนึ่ง มันคือต้นบอนไซที่มีขนาดใหญ่มัน ราวกับต้นไม้ใจกลางป่าที่ถูกย่อส่วนลง
แต่ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ
“เป็นห่วงต้นไม้ต้นนั้นงั้นเหรอ ?”
เธอพยักหน้ารัว ๆ
ร้านนี้เป็นร้านขายต้นไม้เล็ก ๆ และดูเหมืนว่ากิจการไม่ดีสักเท่าไหร่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ร้านใหญ่ ๆ ราคาถูกกว่าและสวยกว่า มันจึงทำให้เขาละเลยมัน เนื่องจากพนักงานที่ลดน้อยลงนั้นเอง
‘วิเคราะห์’
[บอนไซต้นสนดำอายุ 10 ปี]
ต้นสนดำที่ถูกปลุกให้เจริญเติบโตโดยฝีมือของมนุษย์ เพาะขึ้นด้วยวิธีการทำแบบ บอนไซ แต่ด้วยความไม่สนใจบวกกับความบังเอิญ จึงทำให้ต้นสนดำเติบโตขึ้นมาอย่างสวยงาม
** ความผิดพลาด ต้นสนดำกำลังจะตายด้วยตัวของมันเอง
ทันทีที่เชียร์อ่านจบ เขาก็เข้าใจในทันที เพราะภูติตัวน้อยนั้นชื่นชอบพืชเป็นอย่างมาก และต้นไม้เบื้องหน้ากำลังจะตายเพราะความไม่ใส่ใจของเจ้าของ คงจะผิดปกติเกินไปถ้าหากว่าเธอไม่สนใจมัน
“ขอโทษนะครับคุณลุง เอ่อ…”
“บอนไซนี้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ”
‘เหอะ! เรียกแค่บอนไซเลอะ! สงสัยจะมือสมัครเล่น’
“ไอ่หนู ต้นนี้คือต้นสนดำ ฉันดูแลมาอย่างดีตลอดระยะเวลาเป็นสิบสิบปี”
“ครับ ผมเข้าใจ ผมจึงอยากจะซื้อต่อ”
บอนไซต้นสนดำเป็นเพียงกระถางเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ติดราคา ถ้าคิดง่าย ๆ นั้นก็คือไม่ขาย “Not for sale” หรือถ้าคิดในหลักความเป็นจริง ถ้าหากให้ราคาที่มากพอก็จะได้มันไปครอบครอง
“มันไม่ได้มีไว้…”
“3 หมื่นครับ”
“ห๊า!”
แม้ว่าจะตอบมาแบบนั้น แต่เชียร์ก็มั่นใจ อีกฝ่ายกำลังตื่นเต้น ด้วยจิตวิทยาเบื้องต้นและชั้นสูงที่เรียนมา เขานั้นเข้าใจเป็นอย่างดี การตอบช้า ลังเล การสั่น กลืนน้ำลายลงคอ และพยายามกำมือให้แน่น ปกปิดส่วนที่อยากจะหลบซ่อน
“ผมอยากจะได้มันจริง ๆ นะครับ แต่ผมก็ไม่ได้มีเงินมากอะไร ”
“ร้านของคุณลุงคือร้านแรกเลยที่ผมเข้ามา แต่ถ้าไม่ล่ะก็…”
“ผมจะลองเดิน ๆ ดูข้างในอีกหน่อยก็แล้วกันครับ”
แม้ว่าในความเป็นจริง ราคาของมันควรจะสูงมากกว่านี้ แต่ทว่า… ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ขายเช่นกัน
สิ่งที่ไม่ได้มีราคากำหนดตายตัวชัดเจน ซื้อขายด้วยใจเท่านั้น
“ใจร้อนอยู่เป็น ใจเย็นอยู่ยาว”
ใช้ได้ในหลาย ๆ กรณี โดยเฉพาะกับผลกำไร รวดเร็ว มั่นคง จับต้องได้
ในบางครั้ง การที่เราไม่ต้องคิดอะไรมากนักกับสิ่งที่เข้ามา ก็อาจจะได้ผลดีมากกว่าเฝ้ารอให้มันอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
จะเป็นยังไงถ้าเราเฝ้ารอกำไรถึง 200 % ในขณะที่เราได้กำไรไปแล้วในตอนนี้ 180 % ถ้าขายมัน ?
จะเป็นยังไงถ้าหุ้นที่เรามีอยู่ในกำมือพุ่งทะยานไปสูงถึง 199 % แล้วตกต่ำลงไปจนสุดเหว ?
การขายออกไปในช่วงกำไรที่กำลังพอดีและรวดเร็วอาจจะเหมาะสมกว่า อย่างน้อย เราจะได้ไม่ต้องมามัวอดทนใจเย็นอยู่แบบนี้ จนใจร้อน แล้วขายออกไป เทออกไป ในช่วงเวลาที่ผลกำไรนั้นต่ำยิ่งกว่า
จะเป็นยังไงถ้าต้นไม้ตาย ?
และดูเหมือนว่าในกรณีของคุณลุง เขาจะไม่ได้ใจเย็นสักเท่าไหร่นัก
“ด-ด-ด-ด-ด-ด-ดเดี๋ยว!”
“ฉัน-อะ ฉันลดให้เต็มที่เลยนะ 33 ตกลงไหม!”
ข่มด้วยเสียงอีกแล้ว
เชียร์นิ่งเงียบก่อนจะยิ้มขึ้นมาภายในใจ
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปกดเงินมาเพิ่มอีก 3,000 ฿ รอหน่อยนะครับ”
“เหอะ อย่านานซะล่ะ มีคนมาเดินดูหลายคนแล้ว”
ไม่ขายแต่ว่ามีคนมาเดินดูงั้นเหรอ ? เชียร์ได้แต่ยิ้มอยู่ภายใน
“เธออยากจะได้มันจริง ๆ ใช่ไหม ? เพราะถ้าไม่ใช่ล่ะก็ เราคงจะเสียเงินไปหลายหมื่นเพียงเพราะต้นไม้ที่กำลังจะ…” คำว่า ตาย ยังไม่หลุดออกจากปาก
เชียร์นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ภูติตัวน้อยทำการเร่งโตพืชพรรณในกระถางที่มีเพียงน้อยนิด และดอกไม้ที่ยังไม่ผลิบานก็ค่อย ๆ เจริญเติบโตจนส่งกลิ่นหอมออกมา
“เธอกำลังจะชุบชีวิตให้กับมันงั้นเหรอ ?”
เธอพยักหน้าอย่างมีความสูงก่อนจะรีบบินขึ้นไป KISS~ เข้าที่แก้มไปหนึ่งครั้ง
“555 เข้าใจแล้ว ๆ อย่าทำแบบนี้สิมันจักจี้นะ”
เพียงไม่นาน
เชียร์ก็กลับมาจ่ายเงินให้กับคุณลุงร้านขายต้นไม้
“ขอบคุณนะครับคุณลุง”
“ถ้ามาช้ากว่านี้ล่ะก็ ฉันจะขายมันให้กับคนอื่นจริง ๆ น่ะไอ่หนู!”
“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากเลยนะครับคุณลุง”
ว่าแล้ว เชียร์ก็ยกกระถางขึ้นมาบนบ่าโดยไม่สนใจอะไรอีก ก่อนจะเดินออกไปจากหน้าร้านของคุณลุง
เขาหลงลืมบางสิ่งบางอย่างไป
กระถางบอนไซที่เลี้ยงดูมานับ 10 ปี ไม่ใช่กระถางเบา ๆ ขนาดเล็กเลยด้วยซ้ำ
แต่เชียร์กำลังยกมันขึ้นมาด้วยมือเพียงข้างเดียวเท่านั้น
“ได้มาแล้วล่ะนะ แต่ว่า อย่าพึ่งทำอะไรล่ะ เอาไว้กลับไปค่อยช่วยมัน ตกลงไหม ?”
ภูติตัวน้อยพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะหมุนตัวไปมาอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขา
การซื้อขายในวันนี้กินเวลาไปอีก 3 ชั่วโมงก่อนที่เชียร์จะกลับไป
“กลับมาแล้วนะครับคุณย่า”
“อ่าว ไปซื้อต้นไม้มาอีกแล้วเหรอลูก ? แล้วนี่ต้นอะไรล่ะ ใหญ่เชียว”
“ต้นสนครับคุณย่า เห็นว่ามันสวยดี”
“ยังหนุ่มยังแน่น มาสนใจดอกไม้ใบหญ้าเร็วแบบนี้ ระวังจะไม่มีแฟนนะลูก”
หลังจากโดนคุณย่าแซวไปแล้ว เชียร์ก็ยิ้มให้กับเธอก่อนที่จะเดินขึ้นห้องไป
“กลับมาแล้วนะ หวังว่าพวกแกไม่ได้ซุกซนใช่ไหม ?”
ทันทีที่พวกมันได้ยินเสียงของเชียร์ การเรียนรู้การเป็นสัตว์เลี้ยง LV.1จะเริ่มขึ้น พวกมันแสดงอาการดุกดิกดีใจอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นอย่างนั้น เชียร์จึงยกบ้านไม้ของภูติน้อยออก ก่อนจะแทนที่ด้วยกระถางบอนไซอันใหม่
“อ๊ะ เสร็จแล้วล่ะนะ ^^”
ภูติบินเข้าไปหาอย่างดีใจ ก่อนจะบินวนไปมาเพื่อฟื้นฟูต้นสนดำที่กำลังจะตายในไม่ช้า
เห็นอย่างนั้นเชียร์ก็มองด้วยความสนใจ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้ที่ล่ะตู้ออกแล้วนำเนื้อชิ้นหนา ๆ ให้กับพวกมัน
“จากที่ฉันเข้าใจ ดูเหมือนว่าพวกแกจะกินเนื้อได้แทบจะทุกรูปแบบเลยล่ะนะ แต่ก็จำเป็นต้องกินให้แตกต่างกัน เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกายด้วย”
แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ได้กินอะไรอย่างที่เชียร์เข้าใจ
“เป็นอะไรไป ? พวกแกยังไม่หิวเหรอ ?”
ตะขาบ มด แมงมุม แล้วก็แมงป่อง
พวกมันเพียงแค่ดอมดมอยู่อย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้กินเข้าไป
เชียร์หันไปมองยังภูติตัวน้อยที่กำลังมีความสุขกับต้นสนดำ เพียงไม่นาน ความอุดมสมบูรณ์ของต้นสนก็กลับมาเป็นในสิ่งที่มันควรจะเป็น ทั้งเขียวต้นหนาแตกกิ่งก้านอย่างสวยงาม แถมดูเหมือนว่าจะโตขึ้นอีกเล็กน้อย
“พวกแก… ชอบเลือดฉันงั้นเหรอ ?”
เมื่อได้ยินคำตอบ มดหุ้มเกราะก็เข้ามาคลอเคลียในทันที ซึ่งเป็นการยืนยันไปได้อีกเสียง
“พวกแกนี่แปลกจริง ๆ ”
ฉึบ!
เชียร์กรีดลึกลงไปก่อนที่จะชโลมเนื้อสด ๆ ตรงหน้าด้วยเลือดของเขา
เพียงเท่านั้น ทั้งสี่ตัวก็เริ่มกัดกินในทันที
“ชอบก็ดีแล้วล่ะนะ”
แม้ว่าในตอนแรกเชียร์จะรู้สึกเป็นห่วงตัวเอง แต่ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ เขามีอะไรที่จะต้องกังวล ? เลือดคนเราเกิดการหมุนเวียนและผลิตขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
ถ้าไม่ได้เสียมาก ๆ ในทีเดียว จะเป็นอะไรกัน
เชียร์เห็นทุกคนมีความสุข เขาก็พอใจแล้ว
ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ ทำกิจกรรมที่เขาควรจะทำ
เพียงเวลา 1 ชั่วโมง
เชียร์อาบน้ำจนเสร็จ เช็ดตัว แต่งตัว รวมถึงทำอาหารง่าย ๆ กินกับคุณย่าของเขา
“วันนี้มีเมนูหลากหลายจังเลยนะลูก…”
“ไม่หรอกครับคุณย่า นาน ๆ ทีกินเมนูที่แปลกใหม่บ้างก็ไม่เลวเช่นกัน”
เริ่มด้วยซุปมิโซะ ซาบะย่างเหลือและซอส กิมจิ ไก่ชุบแป้งทอดกรอบ พร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ โรยด้วยฟูริคาเกะ
เพียงเท่านี้ เมนูมื้อคำแสนอร่อยก็พร้อมแล้ว
“ปลาทำออกมาได้พอดีมากเลยนะเชียร์ แถมซุปนี้อีก เพิ่มความอยากอาหารให้ย่าได้ดีจริง ๆ”
“แค่คุณย่าทานได้เยอะ ๆ ผมก็มีความสุขแล้วล่ะครับ”
“เอาไว้ผมจะทำให้ทานบ่อย ๆ นะครับ”
“แค่ช่วงวันหยุดก็พอนะลูก เอาเวลาที่เหลือไปเที่ยวไปเล่นเสียบ้าง จะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ ”
“ตั้งแต่หนูเรียนมหาลัยมา 3 ปี ย่ายังไม่เคยเห็นเราพาเพื่อนมาเลยล่ะนะ”
เชียร์หยุดตัักข้าวเข้าปากในทันที ก่อนจะมองไปที่คุณย่า ความจริง เขาก็อยากจะพาใครสักคนมาเช่นกัน
แต่ดูเหมือนว่าลึก ๆ ข้างในจะมีอะไรขวางกั้นเอาไว้อยู่
คงปิดความผิดปกติบางอย่างละมั้ง
บางสิ่งที่ไม่ใช่แค่บอกก็ทำได้ ไม่ใช่แค่เตือนก็แก้ไข และไม่ใช่สิ่งที่ควรจะบังคับ
คุณย่ายังคงพึ่งพอใจกับปลาแล้วก็ซุปอยู่ จึงไม่ได้เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเชียร์
เพียงระยะเวลาสั้น ๆ
เขากลับมายิ้มอีกครั้งก่อนจะกินข้าวต่อในทันที