ตอนที่ 11 จิตสังหารที่ถูกปลดปล่อย
“เชียร์จะออกไปเที่ยวกับเพื่อนเหรอลูก ?”
หลังจากที่ชายหนุ่มย่อส่วนแมลงทั้งสี่เรียบร้อยแล้ว เขาก็เก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามไปด้วย โดยใส่เอาไว้ในช่องเก็บของของเขา
แต่ทว่า…
คุณย่ากลับออกมารดน้ำต้นไม้ในช่วงเย็นพอดี
“แฮะแฮะ! พอดีว่า เพื่อนชวนน่ะครับ”
“เป็นอะไรไปเหล่าลูก ดีซะอีก ไม่ต้องรีบกลับล่ะ เดี๋ยวย่าชวนเพื่อนมากินข้าวเย็นที่ห้องเอง”
เชียร์โค้งให้กับคุณย่าเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้
นาน ๆ ทีได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง มันยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับการได้ออกไปยังมิติอื่น ๆ
“อะไรล่ะเนี่ย ?”
เชียร์เห็นว่าที่ผืนมีอะไรบางอย่างลอยออกมาจากใต้ประตู เขาจงรีบเข้าไปในทันที
“ขอโทษนะคะ ฮื่อ…”
เชียร์กำลังตกตลึง ต้นไม้ที่มีเพียงแค่กิิ่งก้านเล็ก ๆ เท่านั้นกลับโตกลายเป็นต้นไม้ที่สวยงาม
แม้ว่าจะแตกต่างกับต้นขนาดใหญ่จริง ๆ ของมัน แต่ปัจจุบัน พวกมันกำลังกลายเป็นต้นไม้ย่อส่วนที่เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์เพียงระยะเวลาแค่ 90 นาทีเท่านั้น
“ดูเหมือนเลือดของนายท่านจะทำให้ดิฉันเปลี่ยนไป”
“พลังของฉันที่มอบให้กับต้นไม้ทั้งสองก็ด้วยค่ะนายท่าน”
เชียร์พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะค่อย ๆ ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมเธอ ไม่ให้คิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เศษใบไม้กระจายไปทั่วห้องเล็กน้อย มันจึงถูกลมพัดพาจนแทรกไปยังใต้ล่างประตูได้
แม้ว่าจะเล็กและมิกชิด แต่ซอกเล็ก ๆ แบบนั้น ใบที่มีความกว้างเพียงไม่กี่มิลสามารถรอดผ่านได้อย่างง่ายดาย
เชียร์เดินมาหาต้นไม้เบื้องหน้าก่อนจะค่อย ๆ ตกแต่งมัน แม้ว่ามันจะไม่ย้อยหรือกลายเป็นรูปร่างที่ผิดแปลก
แต่มันก็เติบโตขึ้นมากลายเป็นต้นไม้ใหญ่ย่อส่วน ทั้งส่วนล่าง ส่วนลำต้นหนาเตอะ และส่วนกิ่งก้านน้อยใหญ่ที่กระจายออกเป็นวงกว้าง กิ่งที่แพร่ออกเกินเลยตัวกระถางออกมาแล้ว
“แบบนี้จะขายได้เท่าไหร่กันล่ะเนี่ย ?”
เมื่อคิดอย่างนั้น เขาก็เปิดแอคหลุม สร้างบัญชีใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ในการค้าขายโดยเฉพาะ
ID: นักค้าไม้
“แปลกไปไหมนะ ?”
“ช่างเถอะ ก็เอาไว้ค้าไม้จริง ๆ นินะ”
เชียร์เลือกที่จะถ่ายต้นมั่งคั่งและต้นมะขามเอาไว้เป็นรูปโปรไฟล์ อย่างน้อย เขาก็สามารถสดงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะต้นไม้เบื้องหน้าก็ไม่มีทางมีใครเหมือนแน่นอน ทั้งความสมบูรณ์ของพวกมัน อาจจะเกิน 10 ปี เข้าไปแล้ว
“ขายสักเท่าไหร่ดีล่ะเนี่ย ?”
เชียร์หาข้อมูลในกลุ่มต่าง ๆ และแพลตฟอร์มทั้งหมด เพื่อหาราคาที่เหมาะสม
เขาไม่เพียงแต่จะไม่กดราคาเพราะได้มาง่ายดาย แต่ยังคงตั้งเอาไว้ในราคากลาง ๆ ที่สมดุล เพื่อไม่ให้ตลาดเกิดปัญหา
นาน ๆ ทีขายได้ก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว เพราะเขาสามารถหาเงินได้หลากหลายวิธีการ
ต้นมั่งคั่งที่มีความใกล้เคียงมากที่สุดนั้นมีอายุ 12 ปี เพาะด้วยเมล็ดทั้ง 5 เกิดเป็นลำต้นใหญ่ ๆ ที่หนาแข็ง ถููกตัดแต่งกิ่งก้านด้านบนจนเกิดเป็นใบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สวยงาม
ซึ่งขายในราคา 40,000฿
ส่วนต้นมะขามที่ใกล้เคียงที่สุดยังหาไม่พบ อายุเยอะที่สุดเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น และยังไม่ได้กำหนดราคา
“งั้นตั้งปลายเปิดเอาไว้ดีไหมนะ ?”
“ส่วนการตกแต่ง… เอาไว้ให้เจ้าของใหม่พวกแกดูแลก็แล้วกันนะ”
เชียร์ปล่อยไว้แบบนั้น
ก่อนจะเปิดประตูมิติขึ้น ด้วยระยะในปัจจุบัน นั้นก็คือ LV.80
ฟึบ!
ประตูมิติสีแดงเพลิงปรากฏขึ้น ก่อนจะเลื่อนหายไปจากห้อง
ติ๊ง!
ติ๊ง!
ติ๊ง!
ติ๊ง!
ข้อความจำนวนมากเริ่มดังขึ้น การแจ้งเตือน เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ต่อจากนั้น ผู้คนจำนวนมากเริ่มติดต่อเข้ามาในทันที โดยถามหาเป็นสิ่งเดียวกัน นั้นก็คือ ปล่อยต้นมั่งคั่งและต้นมะขามที่โพสต์เอาไว้หรือเปล่า ?
ซึ่งทุกแพลตฟอร์มมีคนทักมาหาทั้งหมด กลายเป็นตัวเลข 999+ เข้าไปแล้ว
แต่ว่า…
เชียร์ไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเลย ในตอนนี้ เขาได้เข้าไปยังอีกมิติแห่งหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
…
“หื้ม ? ทำไม… บรรยากาศแปลกประหลาดขนาดนี้ล่ะเนี่ย ?”
ด้วยความไม่คุ้นชิน พลังในปัจจุบันนั้นใหญ่เกินไป เชียร์ยังไม่สามารถควบคุมได้ สิ่งเดียวที่กำหนดได้ในปัจจุบัน นั้นก็คือ ระดับพลังและเลเวลของตัวเอง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดมิติ
ส่วนพลังของมิตินั้น เชียร์สามารถกำหนดโลกหรือมิติใบเดิมได้ สามารถไปในโลกที่พลังตัวเองเอื้อมถึง และเป็นโลกที่เคยไปนั้นเอง
แต่ที่นี่กลับแตกต่างออกไป แม้ว่าจะไม่ได้กำหนด แต่ระดับของเชียร์คือ 80 ไม่ควรจะมายังที่ที่ผิดปกติขนาดนี้
รอบข้างเต็มไปด้วยความมืดมิด มองสูงขึ้นไปดูเหมือนจะมีชั้นบรรยากาศขวางกันเอาไว้อยู่หนึ่งชั้น กลิ่นอายรอบข้างน่าอึดอัด ต้นไม้รอบข้างเต็มไปด้วยความผิดปกติ ไม่เหมือนชั้นบรรยากาศบนโลกเลยด้วยซ้ำ
แต่ก็นะ ข้ามมาอีกมิติ ไม่ได้แปลว่ามันจะเหมือนโลกปกติ ๆ อยู่แล้ว
“เอาเถอะ ที่นี่ก็น่าสนใจทีเดียว”
เชียร์ยิ้มขึ้นก่อนจะนำภูติตัวน้อยใส่เข้าไปในกระเป๋า พร้อมกับเดินไปยิ้มกิ่งไม้ที่ต้นใกล้เคียง ก่อนจะเข้าไปยังส่วนที่ลึกยิ่งกว่าเดิม
“ไม่ค่อยมีอะไรเลยแฮะ แถมกิ่งไม้นี่ก็แปลก ๆ อีกด้วย”
เพียงไม่กี่วินาทีที่ดึงออกมา เขากลับเห็นว่ามีของเหลวบางอย่างไหลออก มันมีสีดำแดง ข้นเข้ม แถมยังปล่อยกลิ่นอายแปลก ๆ ออกมาด้วย
“ที่นี่ผิดปกติขนาดไหนกันเนี่ย ?”
แม้ว่าเชียร์จะพูดออกไปแบบนั้น แต่เขาก็สนใจทุก ๆ สิ่งอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และยังไม่พบอะไรที่ถูกนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตใด ๆ อาศัยเลย
“แม้กระทั่งที่นี่ก็ไม่มีคนงั้นเหรอ ? ไม่ใช่สิ…”
เชียร์วิเคราะห์พื้นที่ตรงหน้า มันคล้าย ๆ กับบ้าน แต่เก่าโทรม ทำจากหินมากกว่าไม้ คล้าย ๆ กับกระท่อมง่าย ๆ ที่ทำมาจากดิน
‘ข้างในมี 2… 3สินะ’
เขายิ้มขึ้นก่อนจะพูดออกไป“ขอโทษนะครับ มีใครอยู่ไหม ?”
เงียบ…
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เชียร์จึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปใกล้
“ย๊าก!!!”
ตู้ม!!!
สิ่งมีชีวิตบางอย่างทุบเข้าที่หาของเชียร์เต็มแรงด้วยหิน ร่างกายที่ใหญ่เกือบจะ 3 เมตรของมัน ผิวกายที่หนาแข็งราวกับหิน และมัดกล้ามที่ใหญ่กว่าลำตัวของเชียร์เสียอีก
แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
เชียร์หยุดยั้งการกระทำของอีกฝ่ายด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะดันหินออกไป
“ขอโทษด้วยจริง ๆ ที่มารบกวน แต่อย่าทำอะไรแบบนี้อีก เข้าใจไหมครับ ?”
พวกมันยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร
“@#$#@^^@$”
“???”
“อะไรล่ะเนี่ย ภาษาที่… ฟังไม่เป็นภาษา”
“พวกเขาพูดว่า “อย่าทำอะไรพวกเราเลย พวกเราไม่มีอะไรมีค่าใด ๆ ทั้งนั้น””
“เป็นวิธีการพูดของปีศาจชั้นต่ำน่ะค่ะนายท่าน”
“แล้วทำไมเธอถึงฟังพวกเขาออกล่ะ ?”
“เพราะเลือดของนายท่านทำให้ดิฉันเข้าถึงค่ะ ^^”
งั้นเหรอ…
เชียร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะทิ้งอาหารและน้ำลงตรงหน้า
“พวกเขากินได้ใช่ไหม ?”
“แน่นอนค่ะ พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิต กินอาหารของมนุษย์ได้”
เชียร์พยักหน้าอีกครั้งก่อนจะให้เพิ่มขึ้นไปอีก เบื้องหน้า เต็มไปด้วยกองขนมปัง ผัก ผลไม้ น้ำเปล่า แม้กระทั่งน้ำหวาน
แต่พวกเขายังคงนิ่งเงียบ ไม่กล้าตัวอะไร ร่างกายทั้งสองร่างก็บดบังร่างเล็ก ๆ ของปีศาจตนหนึ่ง
‘แม้จะเป็นปีศาจแต่ก็รักลูกตัวเองสินะ…’
‘มีทั้งดีและเลวปะปนกัน’
“บอกพวกเขาให้หน่อยนะครับ ว่าอาหารพวกนี้กินได้”
เชียร์ยิ้มให้กับพวกเขาก่อนจะเดินออกมา เมื่เห็นอย่างนั้น ภูติตัวน้อยก็ยิ้มอย่างมีความสุข ที่เจ้านายของเธอนั้นมีเมตตา
“นี่!! เจ้าพวกชั้นต่ำ!! เจ้านายของฉันไม่ได้คิดที่จะฆ่าพวกแก พึงระลึกหนี้ชีวิตครั้งนี้เอาไว้ด้วย”
“พวกเจ้ายังมีลมหายใจ เป็นเพราะใคร!!”
“จดจำใบหน้าที่มีเมตตานี้เอาไว้ แล้วอย่าได้คิดปองร้ายอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้น ฉันจะสูบเลือดของพวกแกให้เป็นอาหารของต้นไม้เลือดมังกร จนไม่ให้เหลือแม้กระทั่งกระดูก!!!”
ภูติน้อยพูดขึ้นก่อนจะบินออกไปนั่งบนไหล่ของเชียร์ ทิ้งบรรยากาศที่น่าหวาดกลัวเอาไว้เบื้องหลัง แข้งขาที่สั่นเทาของปีศาจผู้พ่อและแม่อ่อนแรงลงในทันที
ก่อนที่จะค่อย ๆ แกะห่อกระดาษ แล้วนำอาหารไปให้ปีศาจผู้ลูกที่อยู่ด้านหลังกิน
ความหวาดกลัวแทนที่ด้วยความสำนึก อาหารที่ได้รับมานั้นมีค่าเป็นอย่างมาก แม้จะไม่ได้อดตายเพราะขาดอาหาร
แต่สิ่งที่ได้รับนับเป็นอาหารชั้นยอดที่สามารถทำให้พวกเขาอยู่ได้ไปอีกหลายสิบปี