ตอนที่ 13 พวกมันทั้งคู่อายุมากกว่าฉันเสียอีก
บนโลกโซเชียล
ไม่ว่าจะแพตฟอร์มไหนก็ตาม ต่างก็ได้เห็นโพสต์ต้นบอนไซ 2 ต้น ที่เป็นต้นมั่งคั่งและต้นมะขาม ซึ่งดูจากภาพแล้ว ดูเหมือนจะเป็นต้นที่เติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว
{สวยสมบูรณ์แบบเลย ของจริงใช่ไหมเนี่ย}
{เหมือนจะเป็นต้นจริงนะ ใครปลูกกันล่ะเนี่ย}
{พ่อค้าไม้ ? เขาคือใคร}
{ใครคือพ่อค้าไม้เนี่ย ติดต่อกันได้ไหม ?}
{ทักไปแล้วล่ะ ดูเหมือนจะไม่มีคนตอบนะ}
{ฉันจะทักไปขอซื้อในราคาต้นล่ะ 3 หมื่น ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า}
{3หมื่น ? ถ้าเงิน 3 หมื่นสามารถซื้อได้ล่ะก็ ต้นที่ฉันกำลังขายอยู่คงไม่มีค่าแล้วละนะ}
เกิดเป็นประเด็นขึ้นมากมาย ทุก ๆ คนต่างก็ต้องการที่จะซื้อต่อในราคาที่สูงยิ่งกว่า
ปัจจุบัน ดูเหมือนว่ามีใครบางคนทักไปขอซื้อต่อเงียบ ๆ ในราคาที่มากถึงต้นล่ะ 8 หมื่นเข้าไปแล้ว
แต่ยังคงไร้การตอบรับจากผู้ค้าอยู่ดี
{อะไรกันเนี่ย หรือเขาต้องการอวดเฉย ๆ ?}
{ต้องใช่แน่ ๆ ถ้าอยากขายก็คงต้องรับไปสักคนอยู่แล้ว}
{เห็นโพสต์ใหม่หรือยัง ? เขากำลังลงรูปใหม่แล้วบอกว่า รูปที่ลงคือรูปเก่ายังไงล่ะ}
{ว่าไงนะ!!!}
และเมื่อทุก ๆ คนกลับเข้าไปดูอีกครั้ง ก็เห็นต้นมั่งคั่งและต้นมะขามบอนไซที่เติบโตขึ้นแพร่กิ่งก้านออกไปจนเกินขอบกระถางออกไปแล้ว มันทั้งเขียวสดต้นหนาแข็งแรงช่วงล่างแน่นชัด
{บ้าไปแล้ว!!! เขากำลังขายสมบัติของตัวเอง!!!}
{นั้นสิ เขาไม่ได้ล้อเล่นจริง ๆ ใช่ไหม}
แม้กระทั่งผู้ที่ต้องการซื้อในตอนแรกนั้นยังคงรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ด้วยขนาดและความใหญ่ของมัน มันเกินกว่าคำว่าล้ำค่าเข้าไปแล้ว
…
เชียร์กลับมาหลังจากได้รับงูยักษ์สีดำ เซเลส เขากำลังชื่นชอบที่มันกำลังพันไปที่นิ้วของเขาแล้วขดกันเป็นวง
“แกไม่ใช่แหวนสักหน่อย แต่ก็ดูเหมาะดีนะ”
เมื่อเห็นความอารมณ์ดีของนายใหม่ มันจึงขดเข้าไปพร้อมกับกลืนกินช่วงหางของตัวเองเพื่อให้ยึดเหนี่ยวได้แน่นถนัดยิ่งขึ้น
“อยู่แบบนั้นก็ดูดีเหมือนกันนะคะนายท่าน”
“นั้นสินะ แกอยู่แบบนั้นไปก็แล้วกัน ถ้าไม่เจ็บอานะ”
เชียร์กลับมาถึงห้องใหม่ของเขา ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ หลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่ทำทิ้งเอาไว้ก่อนจะเปิดมิติขึ้นมา
“ที่นั่นคือนรกสินะ อาจจะเป็นชื่อเรียกเฉย ๆ แต่ความรู้สึกก็ไม่ได้ดีมากนัก สมชื่อจริง ๆ ”
เชียร์เริ่มถูไถร่างกายของตัวเองด้วยสบู่กลิ่นหอม มันเป็นเพียงไม่กี่อย่างที่เขาชื่นชอบ การอาบน้ำทำให้เขารู้สึกดีได้เสมอ
เพียงไม่นาน เชียร์ก็ก้าวออกมาจากห้องด้วยผ้าขนหนูผืนบาง และการกระทำของเขา ยังคงทำให้ภูติน้อยรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก
“ขอเช็คโทรศัพท์แปปนะ เดี๋ยวฉันจะให้อาหารพวกแก”
“??? ”
“ทำไม… คนถึงสนใจกันขนาดนี้ล่ะเนี่ย ?”
ในระหว่างที่เชียร์ยังคงเล่นโทรศัพท์อยู่แบบนั้น ภูติน้อยก็ไม่เริ่มที่จะทำให้ต้นไม้และพืชต่าง ๆ ภายในห้องในรับละอองของเธอ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการเร่งการเจริญเติบโตและมอบความอุดมสมบูรณ์ให้กับพวกมัน
“เยอะเกินไปแล้ว เลือกไม่ถูกเลยแฮะ…”
เชียร์เห็นข้อความนับไม่ถ้วนที่แจ้งเตือนเข้ามา ซึ่งแต่ละคนก็ให้จำนวนเงินหลายหมื่นบาทต่อต้นเลยทีเดียว
แถมบางคนยังให้ราคาสูงถึง 8 หมื่นบาท เข้าไปแล้ว
“ต้นมั่งคั่งกับต้นมะขามคงจะถูกใจคนเล่นไม่น้อยเลย”
เชียร์เลิกสนใจ เขาต้องการที่จะกลับหอเก่าเพื่อไปทำอาหารเช้าให้กับคุณย่าของเขา
ทิ้งโลกโซเชียลให้แตกตื่นอย่างนั้นต่อไป
“ภูติน้อย ฝากดูแลต้นไม้และแมลงเหล่านี้หน่อยนะ เดี๋ยวฉันกลับมานะ ^^”
“ได้เลยค่ะนายท่าน~”
เธอบินเข้ามาหอมแก้มเชียร์อีกครั้งก่อนจะบินกลับไป
เนื้อที่อาบด้วยเลือดของเชียร์ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของแมลงทั้งสี่ และดูเหมือนว่าจะยิ่งพัฒนาก้าวข้ามขีดจำกัดดั่งเดิมที่พวกมันเคยมีไปไกลแล้ว
แต่เชียร์ยังคงไม่เห็น
“คุณย่าเป็นห่วงหรือเปล่าครับ ? ถ้าเป็นห่วงล่ะก็…”
ในระหว่างมื้ออาหาร เชียร์เลือกที่จะพูดคุยเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการที่เขาหายไปนาน ๆ จะไม่ทำให้คุณย่าของเขาเป็นห่วง
“เชียร์ทำให้ย่าสบายใจเสมอ ย่าไม่คิดว่าการที่เราออกไปเที่ยวไปใช้ชีวิตบ้างจะเป็นปัญหาหรอกนะลูก”
รอยยิ้มของเธอทำให้เชียร์เข้าใจ แม้ว่าเขาจะเป็นห่วง แต่เขาก็ไม่ได้หายไปไหน สามารถกลับมาได้เสมอ
“อย่าคิดมากแล้วใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ ย่าแก่แล้ว ย่าใช้ชีวิตธรรมดา ๆ แบบนี้มันเหมาะกว่า”
“ไม่เหมือนกับเรานะเชียร์ เราเป็นเด็กหนุ่มไฟแรงที่ขยันขันแข็ง ^^”
“เข้าใจแล้วครับคุณย่า”
“เนื้อวันนี้อร่อยดีนะลูก แพงหรือเปล่าล่ะเนี่ย ?”
“ไม่แพงหรอกครับ ร้อยเดียว”
“ร้อยเดียว ? เจอร้านเนื้อที่ใส่ใจผู้บริโภคสินะ อุดหนุนเขาเยอะ ๆ ล่ะลูก”
“ครับคุณย่า”
เนื้อกวางป่า 8 ขา 1 กิโล 100 แต้ม นับเป็นเนื้อที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง ซ่อมแซม และทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เต็มเปรียบ
ไม่แพงเลย ราคาร้อยเดียวจริง ๆ
เชียร์เห็นคุณย่าชอบก็ตั้งใจที่จะทำแบบนี้บ่อย ๆ
เพียงไม่นาน มื้ออาหารก็จบลง
เชียร์ตัดสินใจที่จะอยู่เล่นกับคุณย่าอีกสักพักก่อนจะไปมหาลัย
วันนี้เริ่มคาบแรกในช่วงบ่าย และจบด้วยคาบดึก ซึ่งจะเลิกเรียนในช่วงเวลา 20.00 น.
เนื่องจากว่าในปัจจุบันพึ่งจะ 8 โมงเช้าเท่านั้น จึงมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมงก่อนจะเริ่มเรียนในช่วงบ่าย
‘ทำอะไรดีล่ะเนี่ย ?’
‘จริงด้วย!’
เมื่อคิดขึ้นได้ เชียร์จึงตัดสินใจที่จะกลับเข้าห้องตัวเองก่อนจะไปมหาลัย เขายังคงตรวจสอบสิ่งที่ได้รับมาไม่เสร็จ แต่ด้วยความที่เขานั้นมีอะไรให้ทำเยอะเกินไป จงหลงลืมเรื่องนี้
เมื่อกลับมาถึงห้อง
เชียร์เปิดช่องเก็บของทั้งหมดออกมา มันเยอะมากเสียจนแม้แต่ห้องเก่าของเขานั้นไม่อาจจะที่จะรองรับสิ่งของต่าง ๆ เอาไว้ได้ทั้งหมด
“ถึงไหนแล้วนะ… ช่องนี้ล่ะมั้ง”
เชียร์เริ่มตรวจสอบมันอีกครั้ง
สิ่งที่ได้รับมีสมับติมากมายรวมอยู่ด้วย
เงิน ทอง เพชร พลอย สมบัติ เวทมนตร์ และอุปกรณ์คุณภาพสูง
ด้วยจำนวนทองที่มี มันมากพอที่จะทำให้เขามีใช้สุขสบายไปตลอดชีวิต และเมื่อรวมเข้ากับเพชรพลอย มันก็ทำให้เขาใช้มันต่อไปได้อีก 2 หรือ 3 ชาติเลยด้วยซ้ำ
และเมื่อวัดที่ของวิเศษต่าง ๆ
เขาคงจะเปิดร้านค้าของวิเศษได้เลยทีเดียว
“แทบไม่มีของไร้ประโยชน์เลยแฮะ… เพราะอะไรกันล่ะเนี่ย”
เชียร์พยายามทำความเข้าใจ
ทุก ๆ อย่างได้รับมาหลังจากที่เขาแตะเส้นเวลาและมิติ จนถูกวาร์ปไปยังโลกอีกใบ แล้วค้นพบเข้ากับมังกรแดง จ้าวแห่งเพลงเข้า ก่อนที่จะแตะร่างกายนั้น แล้วเขาก็สลบไป
“ถ้านับแยกจากเส้นเวลา เรามีพลังในการดูดซับด้วย…”
“เป็นไปได้ว่าเราได้รับทุกสิ่งทุกอย่างมาจากมังกรแดง เลยทำให้เรามีอะไรมากขนาดนี้สินะ”
“นั้นสมเหตุสมผลที่สุด”
เชียร์พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดและสมมุติฐานของตัวเองก่อนจะเริ่มเช็คต่อ
“จากของทั้งหมด ดูเหมือนว่าเราจะต้องเอาออกมาตรวจสอบและใช้งานมันให้เหมาะสม จะได้เกิดประโยชน์สูงสุด”
เมื่อคิดได้ เชียร์จึงตัดสินใจที่จะลงข้อมูลทั้งหมดออกมา เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน เวลามีเรื่องเร่งด่วนจะได้ง่ายยิ่งขึ้น
การกระทำที่ยุ่งยากวุ่นวายกินเวลาไปมากถึง 2 ชั่วโมง
…
หลังจากคลาสเรียนสุดท้ายจบลง
เชียร์ตัดสินใจที่จะไปนอนที่ห้องใหม่ในคืนนี้ เพื่อจัดการกับกระถางต้นไม้ทั้งสองต้นที่เขาประกาศขายออกไป
จะได้นำเงินมาหมุนเวียนด้วย
แต่ในตอนนี้
เขากำลังติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง…
“ภูติน้อย…”
“คะนายท่าน ?”
“เธอทำอะไรกับมันล่ะเนี่ย ?”
ต้นไม้ทั้งสองต้นนั้นเติบโตขึ้นมากกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า มันแตกต่างกับก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นบอนไซ แต่ดูจากขนาดในตอนนี้ มันคงจะเป็นบอนไซที่ใช้เวลาในการปลูกไม่ต่ำกว่า 30 ปีอย่างแน่นอน แถมความสมบูรณ์และความสวยงามของพวกมัน คงจะแปลกถ้าหากว่าพวกเขาไม่ต้องการ
“เราจะทำยังไงกับมันดีล่ะเนี่ย”
เชียร์เปิดโพสต์ของเขาขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นว่าผู้คนมากมายต่างก็ต้องการซื้อทั้งสองต้นที่เขาประกาศขาย และถ้าหากว่าเขาไม่ขายออกไปล่ะก็ เครดิตของเขาก็คงจะเสียหายแน่ ๆ
“ประกาศขายทั้ง ๆ อย่างนี้เลยก็แล้วกัน”
ติ๊ง!
ติ๊ง!
เชียร์ตัดสินใจที่จะโกหกออกไปเล็กน้อย
ก่อนจะประกาศว่าต้นจริง ๆ ในปัจจุบันของทั้งสองต้นที่โพสต์ไปก่อนหน้าคือรูปนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งสร้างผลกระทบต่อวงการบอนไซไปอย่างกว้างขวาง
ผู้คนมากมายต่างก็ทักเข้ามาหาในทันที
เชียร์จึงตัดสินใจที่จะประกาศออกไปว่า “ผู้ที่ให้ราคาสูงสุดอย่างเป็นทางการภายใน 30 นาที ต่อจากนี้ จะทำการขายให้กับคนคนนั้น”
คอมเม้นมากมายจึงเริ่มขึ้น ไม่ใช่แค่1 วินาทีมีคนคอมเม้นกัน 30 40 คน แต่เกิดการคอมเม้นจนแพตฟอร์มนั้น ๆ เกิดการ Error ตอบสนองช้าเป็นอย่างมาก
และมันจะสิ้นสุดเมื่อเชียร์เห็นว่าเวลาผ่านไปแล้ว 30 นาที แล้วเขาจะเข้าไปคอมเม้น
ผู้ที่คอมเม้นคนล่าสุดจะได้รับไปนั้นเอง
…
“สวัสดีครับ ผมID พ่อค้าไม้ ครับ ^^”
“เธอเป็นคนหนุ่มมากกว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ย”
เชียร์กำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งในร้านเล็ก ๆ ใกล้เคียง เขาคือชายที่ประมูลจบไปในช่วงสุดท้ายก่อนคอมเม้นของเชียร์จะเด้งขึ้น ด้วยราคารวมทั้งสองต้น 850,000฿
“ฉันขอถามหน่อยได้ไหม… เพราะอะไรเธอถึงขายมันล่ะหื้ม ? เดือดร้อนงั้นเหรอ… ถ้าใช่ล่ะก็…”
“ไม่เชิงหรอกครับ ผมเพียงเพาะมันแล้วก็ขาย ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ชายชราก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรอีก ก่อนจะวางเงินปึกใหญ่ลงต่อหน้า
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะปลูกมันเพาะมันเองหรอกนะ พ่อหนุ่ม…”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ ?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ชายชราก็หยุดชื่นชมต้นมั่งคั่งและต้นมะขามที่เขาได้รับมาในทันที
“ดูอะไรนี่ก็แล้วกัน เธอจะเข้าใจมันเอง”
เชียร์หยิบโทรศัพท์ที่คุณลุงยื่นให้ก่อนจะอ่านมัน ในข้อความนั้นระบุถึงต้นมะขามที่ได้แชมป์ไปในปีล่าสุด โดยใช้เวลาในการเพาะเมล็ดเกือบ 10 ปี และเลี้ยงดูอีก 60 ปี ถึงได้ต้นมะขามย่อส่วนบอนไซขนาดนี้
“เธอเห็นใช่ไหมล่ะ ในรูปนั้นน่ะ ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตของฉันในการปลูกมัน มันคือบอนไซที่ฉันภาคภูมิใจ”
“แต่เธอกำลังบอกว่าเธอเพาะทั้งสองต้นนี้ด้วยตัวเอง ? ถ้าไม่ใช่การโกหก มันก็คงจะมีเวทมนตร์อยู่ในโลกใบนี้แล้วล่ะนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“อายุของพวกมันคงจะมากกว่าฉันเสียอีก อย่าหลอกคนแก่แบบฉันเลย…”
“แต่ก็เอาเถอะ คนรักต้นไม้แบบฉันเข้าใจ การที่จะขายมันทิ้งไป คงมีเหตุจำเป็น”
“โชคดีนะพ่อหนุ่ม”
หลังจากที่ชายชราลุกขึ้น ผู้ชายของเขาจำนวน 4 คนก็เข้ามายกกระถางออกไปในทันที