พลาดโอกาสครั้งสำคัญ

ณ คฤหาสน์สุดหรูหลังหนึ่ง

ในเขตเมืองหลวง นับเป็นคฤหาสน์เพียงไม่กี่ที่ที่มีความกว้างและใหญ่ขนาดนี้

ชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งตรวจสอบต้นบอนไซที่เขาพึ่งจะได้รับมา ด้วยความสวยความสมบูรณ์ เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

“แปลกจริง ๆ”

ความรู้สึกของเขา มันเหมือนต้นไม้ที่ย่อส่วนลงมา ไม่ใช่การเพาะเมล็ดหรือปลูกด้วยวิธีไหน ๆ เลย

“มันไม่ใช่การดัดแปลง… แต่เป็นการย่อส่วนลงมาจริง ๆ สินะ”

เขายังคงศึกษาต่อไป โดยใช้ความชำนาญการพิเศษที่เขาศึกษามาเกือบจะทั้งชีวิต ในการเจาะลึกส่วนต่าง ๆ ที่เขาเข้าใจ

“นี่คือจุดเริ่มต้น…”

“แต่มันโตขนาดนี้ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย ?”

“กิ่งเก่าควรจะมีอายุที่มากกว่ากิ่งอ่อน”

“แต่นี่เกือบจะเท่ากันเลย…”

“เวทมนตร์ ? หึหึ สงสัยฉันจะแก่จนก้าวไม่ทันเด็กยุคใหม่ ๆ ซะแล้วสิ แค่ก แค่ก!”

หลังจากที่ชายชราไอออกมาอย่างรุนแรง ผู้ช่วยชายจำนวน 3 4 คนเดินเข้ามาหาในทันที พร้อมกับพ่อบ้านที่แต่งตัวด้วยชุดสุภาพสีดำสนิท

“นายท่านใหญ่…”

“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว”

“ช่วยนำทั้งสองกระถางนี้ไปไว้ที่สวนด้วย ฉันจะเข้าไปเช็คอีกทีเมื่ออาการดีขึ้น”

ชายชราคือผู้ที่รับซื้อต้นบอนไซทั้งสองพันธุ์ไปจากเชียร์ แถมดูเหมือนว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาจะมากยิ่งกว่านั้น

เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็สามารถตรวจสอบบอนไซทั้งสองต้นได้ระดับหนึ่งแล้ว อีกไม่นาน เขาคงจะรู้ความจริงหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับมัน

“แกอยู่ในนี้ไปก่อนนะเซเลส”

“อย่าดื้อ อย่าทำร้ายคน อย่าทำความเสียหาย”

ฟึบ!

สิ่งที่พูดออกไปนั้น ไม่ใช่คำพูดธรรมดา ๆ ปกติเลยแม้แต่น้อย

อักษรสีทองที่เปล่งประกายประทับลงไปที่กล่องเล็ก ๆ กล่องนึง เซเลสถูกวางเอาไว้แยกกับเหล่าแมลง เนื่องจากว่าพลังที่อยู่สูงเกินไป และออร่าแห่งความตายที่กระจายออกมา มันคงจะช่วยไม่ได้

ความแข็งแรงของกล่องก็ไม่มากนัก แต่เชียร์ได้สลักคำพูดลงไปในจิตวิญญาณของมันเป็นที่เรียบร้อย แถมยังประทับตรา ไร้พลัง ลงไปที่กล่องอีก

ต่อให้มันจะมีความกล้ามากกว่านี้สักพันเท่า แต่คงจะไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะปีนข้ามออกมาอย่างแน่นอน

และถ้าทำแบบนั้น ร่างกายของมันจะเกิดเพลิงไหม้ตัวเองจนหลงเหลือแต่เพียงเศษซาก ไม่มีแม้กระทั่งวิญญาณได้ไปเกิดใหม่

ที่ทำไปไม่ใช่ว่าเชียร์นั้นใจร้าย เขาเอ็นดูพวกมันมากกว่ามนุษย์แปลกหน้าเสียอีก แต่ทว่า… ร่างกายและวิถีชีวิตของเซเลสนั้นแตกต่างมากจนเกินไป

ภูติน้อยนับเป็นสิ่งมีีชีวิตที่น่ารักที่สุด นอกจากจะช่วยเหลือป่าไม้ เธอยังช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ให้อิ่มท้องจากการเร่งโตผลไม้ในป่าใหญ่ ลดความเสียหายและการกัดกินพวกเดียวกันเอง

ส่วนแมลงต่าง ๆ

พวกมันเอาตัวรอดจากการกัดกินเหล่าแมลงด้วยกันหรือจำศีลซะมากกว่า ถ้าหากไม่มีมนุษย์คนไหนเข้าใกล้อาณาเขต ก็ไม่มีทางที่พวกมันจะทำทำอะไรอันตรายร้ายแรงอย่างแน่นอน

แล้วเซเลสล่ะ ? สัตว์เลี้ยงคู่ใจของปีศาจลำดับที่ 72 ซึ่งเป็นถึงท่านเคานต์ของโลกเบื้องล่าง อย่างนรก คงไม่ต้องคิดเลยว่า มันสร้างความเสียหายมามากแค่ไหน

แต่นั้นเป็นเพียงอดีต เขาจึงต้องขุมขังมันเป็นพิเศษเท่านั้นเอง และมันก็ยินยอม(ละมั้ง)ไม่คิดดื้อรั้นอะไร นอนขดตัวเป็นไส้เดือนดินอยู่อย่างนั้น น่ารักน่าชังไม่น้อยเลย

“วันนี้แกนอนในนี้ไปก่อน ถ้าฉันทดสอบแล้วว่ามันได้ผล เดี๋ยววันหลังฉันจะพาแกออกไปด้วย ในฐานะของเครื่องประดับ(แหวน)”

“ภูติน้อย เราไปมหาลัยกันเถอะ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอก็บินไปมาอย่างร่าเริง ก่อนจะพุ่งตัวเองเข้าไปในกระเป๋าของชายหนุ่มอย่างว่าง่าย

คาบเรียนของวันนี้คือการฟังบรรยายพิเศษ

เป็นคลาสที่สำคัญของคณะ เนื่องจากว่าวิชาเอกที่เรียนนั้นค่อนข้างที่จะส่งผลต่อหลักสูตรทั้งหมดที่เชียร์นั้นต้องใช้

“มาแล้วเหรอเชียร์”

วินทักขึ้นก่อนจะตามด้วยเจเจและการจ้องมองจากชายหนุ่มหญิงสาวภายในห้อง

คลาสพิเศษวันนี้คือการเรียนกันของนักศึกษาสามชั้นปี ตั้งแต่ปีหนึ่งจนกระทั่งรุ่นพี่ปีสามอย่างเชียร์ การปรากฎตัวของเขาจึงดึงดูดความสนใจของคนอื่น ๆ ไม่น้อยเลย

“สวัสดีนักศึกษาทุกท่านด้วยนะครับ วันนี้ ผมได้รับหน้าที่ให้เข้ามาบรรยายพิเศษให้กับทุก ๆ ท่านได้ฟัง ในหัวข้อการบรรยาย “ชีวิต” ”

“แม้ว่ามันจะเรียบง่าย แต่พวกเราอาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคำว่าชีวิตมากสักเท่าไหร่”

ผู้บรรยายกลับไปที่กระดานก่อนจะเขียนออกมาสั้น ๆ “ชีวิต” และเริ่มตีแตกแขนงคำให้แยกย่อยตัวอักษรทั้งหมดออกมาจนผิดรูปผิดแปลก แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกัน และรวมเป็นคำคำเดียว นั้นคือคำว่า ชีวิต

“ชีวิต คือสิ่งที่ตรงข้าม กับ “ความตาย” ”

“ถ้าเราจะเข้าใจชีวิตให้มากพอ เราควรรู้จักความตายเอาไว้ด้วยเช่นกัน และเมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะเข้าใจความหมายของชีวิตได้มากขึ้น และจะไม่หวาดกลัวอีกต่อไป”

เมื่อพูดจบ ดูเหมือนจะทำให้ใครหลาย ๆ คนเข้าใจในทันที แม้กระทั่งเชียร์ยังรู้สึกสนใจเป็นพิเศษ การบรรยายพิเศษในหัวข้อชีวิต แต่เริ่มต้นการบรรยายวิชาการด้วยคำว่า ความตาย

และเมื่อเราศึกษาด้านตรงข้ามที่มีที่แตกต่าง จะทำให้เราเข้าใจในหัวข้อที่เราศึกษาได้มากยิ่งกว่า

‘มองในมุมกลับ จะทำให้เราเข้าใจสิ่งนั้น ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น’

เชียร์พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเริ่มตั้งใจฟังการบรรยายในครั้นี้

การบรรยายผ่านไป 3 ชั่วโมง

แม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องพื้นฐาน แต่แนวทางและมุมความคิดก็น่าสนใจไม่น้อยเลย

“เวลาของพวกเรานั้นคงจะน้อยเกินไป แต่ผมก็หวังว่าการบรรยายในครั้งนี้จะทำให้ทุก ๆ ท่านได้รับประโยชน์และความรู้ความเข้าใจบางอย่างกลับไปนะครับ”

นักศึกษาทุกคนกล่าวขอบคุณก่อนจะออกจากห้องไป

มีเพียงเชียร์และเพื่อนอีกสองคนเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ บันทึกเบอร์ ชื่อ และช่องทางการติดต่อเอาไว้ก่อนจะออกจากห้องไป

ดูเหมือนว่าการกระทำของพวกเขานั้นจะเป็นที่สนใจของผู้บรรยายที่ได้รับเชิญมา เขาเห็นว่าทั้งสามคนนั้นให้ความสนใจต่อการบรรยายเป็นอย่างดี แถมยังบันทึกช่องทางติดต่อเอาไว้เพื่อใช้ในการสอบถามอีกด้วย

“ขอคุยด้วยสักหน่อยได้ไหม ?”

“สวัสดีครับ/ค่ะ”ทั้งสามคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน เชียร์ วิน และเจเจ

“555 สวัสดีครับนิสิต”

“เห็นพวกเธอออกจากห้องช้ากว่าเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ สนใจหัวข้อนี้เป็นพิเศษงั้นเหรอ ?”

“เปล่าครับ/ค่ะ”

“อ่าว ? ผมเห็นว่าพวกเธอบันทึกการติดต่อเอาไว้ ?”

ดูเหมือนว่าความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นจะทำให้เขารู้สึกแย่เล็กน้อย จากความดีใจที่มีนักศึกษาชื่นชอบ กลายเป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น

แต่ประโยคถัดมาทำให้เขากลับมายิ้มได้อีกครั้ง

“พวกเขารอผมครับ ผมกำลังบันทึกเบอร์และช่องทางติดต่อของท่านอยู่”

“เป็นอย่างงี้นี่เอง 555”

“พวกเธอออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันขอคุยกับอาจารย์แปปหนึ่ง”

“เข้าใจแล้ว รีบตามมาล่ะ เดี๋ยวจะจองโต๊ะเอาไว้ให้”

เชียร์ยิ้มให้ทั้งสองคนอีกครั้งก่อนจะหันกลับมาหาอาจารย์บรรยายพิเศษ

“ผมชื่อเชียร์ครับ การบรรยายของท่านล้ำลึกมาก”

“555 ฉันดีใจนะที่เธอชอบมัน บรรยาย 1 ครั้ง มีคนชอบมันสักหนึ่งคนก็มีค่าแล้วล่ะ”

“แต่มันเรียบง่ายไปหน่อยครับ”

“หื้ม ? เธอคิดงั้นเหรอ”

เชียร์ทำอะไรบางอย่าง ก่อนจะเขย่าขวดน้ำในมือของเขา

“ที่จริง ผมกำลังค้นพบบางสิ่งที่แปลกใหม่ ท่านอาจจะมองมันเป็นเวทมนตร์ก็ได้ แต่พลังแห่งชีวิตมีอะไรที่มากกว่านั้น”

หลังจากที่ได้ฟัง เขาก็เกิดความสนใจในทันที

เชียร์เดินไปที่กระถางต้นไม้ใกล้เคียง ลวดลายมังกรที่โดดเด่น กระถางสีครามเก่าแก่ ต้นไม้ที่หายาก แตกกิ่งก้านสาขา

แต่เชียร์เพียงเดินเข้าไปหา และหยอดบางอย่างลงไปในดิน

“ผมไม่รู้ว่าท่านจะเชื่อหรือเปล่า แต่มันดูจะมีประโยช์แก่ท่านมากกว่าผม ผมยังอยากจะศึกษาเรื่องอื่น ๆ ต่ออีก”

“ถ้าท่านเข้าใจมัน ผมก็ได้แต่หวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันในสักครั้ง”

“งั้นเหรอ 555”

สีหน้าของเขานั้นบ่งบอกเป็นอย่างดีว่าไม่เชื่อใจอะไรเลย เชียร์ได้แต่ยิ้มพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนจะเขย่าขวดอีกครั้งก่อนจะเทน้ำลงไปเล็กน้อย

“ผมคงต้องไปแล้ว ผมอยากขอให้ท่านช่วยดูกระถางต้นนี้สักนาทีได้ไหมครับ ?”

“เข้าใจแล้ว โชคดีนะ”

เชียร์โค้งให้กับเขาก่อนจะเดินออกไปด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่เขาลับสายตา ชายคนนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น “ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆ แต่ดูเหมือนจะมีความมั่นใจจนเกินไป”

5 วินาที

“ไม่รู้ว่าชอบจริง หรือคิดว่าเราเข้าใจแบบเดียวกับเขากันแน่ล่ะนะ”

15 วินาที

“เอาเถอะ จะยังไงก็ดีทั้งนั้น ”

30 วินาที

ก่อนจะจากไป เขาได้หันกลับมามองยังกระถางลายครามอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

และเพียงไม่นานหลังจากนั้น ภายใต้ดินที่เปียกชุ่ม เกิดเป็นต้นอ่อนเล็ก ๆ งอกออกมา การเติบโตขึ้นมานั้นเด่นชัด เพียงไม่นาน ก็สูงขึ้นมาหลายเซน

แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้ถึงความเป็นมาของมันเลย

และมีคนที่พลาดท่า ไม่ได้ศึกษาในสิ่งที่เขาสนใจอย่างลึกซึ้ง ทั้ง ๆ ที่โอกาสมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แค่ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น ความรู้ความเข้าใจของเขาคงจะเกินเลยคำว่า พื้นฐาน ไปอย่างแน่นอน

ตอนก่อน

จบบทที่ พลาดโอกาสครั้งสำคัญ

ตอนถัดไป