พุ่งทะยานถึงหน้าด่าน

หลังจากที่เชียร์ออกมาจากอาคารหลัก

เขาจึงเลือกที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถามหาจุดที่เพื่อน ๆ นั้นนั่งกันอยู่

“จะไปไหนเหรอคะ ?”

เสียงของหญิงสาวที่คุ้นเคยดังขึ้นมาอีกครั้ง และดูเหมือนว่าครั้งนี้มันจะใกล้ยิ่งกว่าเดิม ทำเอาเชียร์รู้สึกทึ่งไม่น้อยเลยที่มีคนเข้าใกล้เขาได้ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบัน เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ๆ อีกต่อไปแล้ว

“ถ้ารอบนี้ไม่ไปด้วยกัน ฉันจะโกรธแล้วนะ…”

“เอ่อ…”

“เพื่อน ๆ ของผมกำลังรออยู่ ขอตัวก่อนนะครับ”

“งั้นเหรอ ? เอาสิ”

???

เอาสิ ? อย่างงี้ก็ได้หรือ…

ดูเหมือนจะเกิดสถานการณ์ที่ยุ่งยากขึ้นมาเล็กน้อย เชียร์จึงตัดสินใจที่จะบอกเพื่อน ๆ เอาไว้ก่อน อย่างน้อย วินและเจเจก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเขาในด้านนี้

{ก็ให้มาสิ ไม่เห็นเป็นไรเลย}

{ได้คิดก่อนพูดไหมเนี่ยวิน ? อิงเป็นผู้หญิงที่กำลังจะกินเพื่อนของเธออยู่นะ!!!}

{ใครกินใครกันแน่~}

{ทลึ่ง!!!}

ดูเหมือนว่าตัวช่วยสุดท้ายจะหายไปแล้ว และถ้าเขายังคงปฎิเสธในสิ่งที่ไม่เหมาะสมออกไป มันก็คงจะดูไม่ดีเข้าไปใหญ่

“อิงหิวแล้วสิ อยู่โต๊ะไหนล่ะ ?”

เชียร์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น“เข้าใจแล้วครับ ตามผมมาได้เลย”

แป๊ะ!

ทั้งสามสาวแท๊กมือกันก่อนจะเดินตามเชียร์ไปติด ๆ

โรงอาหารที่หนาวเย็นพลันร้อนวูบวาบไปในทันที ทั้งสามสาวที่เร้าร้อนกำลังแนบชิดสนิทสนมไปกับหนุ่มหล่อคนหนึ่ง โดยเฉพาะอิง เธอนั้นแทบจะสิงร่างของเขาเข้าไปแล้ว ท่วงท่าลีลาในการกระทำทุกสิ่งอย่างของเธอนั้น ไม่ต้องเป็นเชียร์ หลาย ๆ คนก็คงจะ …. กันเลยทีเดียว

“ขออนุญาตนะคะ ^^”อิงพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหารที่วินจองเอาไว้ที่ชั้น 3

ที่นี่ค่อนข้างโล่งและเงียบสงบ ไม่เหมือนชั้นที่ 1 หรือ 2 ที่ค่อนข้างสะดวกและใกล้กับร้านอาหารมากกว่า

“ตามสบายเลยครับ”

และประโยคสนทนาของทั้งกลุ่มก็เริ่มคุย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคุยกันถูกคอกว่าที่คิด ยกเว้นเจเจและเชียร์ที่ทำเพียงแค่กินอาหารตรงหน้า

“สนใจอะไรพวกนี้ด้วยเหรอเนี่ย ?”

“ก็… นิดหน่อยครับ”

เชียร์กำลังเปิดแล็ปท็อปเพื่อศึกษาการใช้ชีวิตของงูยักษ์และแมลง โดยเฉพาะเซเลส พันธุ์ที่ใกล้เคียงที่สุดคงจะเป็นคิง ซึ่งสังเกตได้จากเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงปลายจมูกและความดุร้าย

โดยเฉพาะผิวหนังของมันที่เป็นเอกลักษณ์

“ที่บ้านอิงก็มีนะเชียร์ เป็นงูเผือกแล้วก็สิงโตเผือก แถมยังมีแมลงหายากอีกหลายชนิดเลยหน่า~ บางตัวถึงขั้นสูญพันธุ์ไปแล้วก็มี”

‘อย่าเอาบอกบอกใครล่ะ’เธอกระซิบข้าง ๆ หูของเขา ก่อนจะเป่าลมออกมาเบา ๆ จนปลายหูกระดิกเล็กน้อย

กึก!

นิ่งค้าง…

ดูเหมือนว่าการหลอกล่อด้วยเหยื่อที่ชื่นชอบจะทำให้เชียร์ลำบากใจ

“แถมยัง… แมลงมีพิษอีกเยอะเลยล่ะ ^^ สนใจไหมล่ะ ?”

“ก็… น่าสนใจครับ แต่ว่า… จะให้ไปที่บ้านของคุณ มันคงจะไม่ดีมั้งครับ”

“มีอะไรไม่ดีกัน ? จะคุยมากกว่านั้น ก็ควรจะรู้จักกันเสียก่อน แบบ…เพื่อน ยังไงล่ะ”

แม้จะพูดแบบนั้น แต่คำว่าเพื่อน ดันแนบชิด เน้นยำเป็นพิเศษ จนเชียร์รู้สึกได้ถึงริมฝีปากนุ่ม ๆ ที่เข้าใกล้ใบหู ริมฝีปากจนเสียงลมหายใจของเธอดังก้องอยู่ภายใน

“ฮิฮิ~”

ดูเหมือนว่าเธอจะอารมณ์ดีไม่น้อยเลย

เชียร์กลับบ้านหลังจากคลาสเรียนทุกอย่างจบลง

เซเลสยังคงอยู่ภายในกล่องเล็ก ๆ ใบนั้น ไม่มีท่าทางของการคุกคาม การปีนป่าย หรืออะไรใด ๆ เลย

“แปลว่าได้ผล”

เชียร์ค่อย ๆ ช้อนมันขึ้นมาอยู่บนฝ่ามือของเขา และเมื่อได้ออก เซเลสก็เริ่มรู้สึกได้ถึงพลังกำลังที่หายไป เรี่ยวแรง และพลังวิญญาณ

ทุกสิ่งอย่างกลับมาอีกครั้ง แต่มันยังคงทำตัวน่ารักเหมือนเคย เข้าไปที่นิ้วก้อยพร้อมพันนิ้วและหดตัวลง กลืนกินหางของตัวเองเข้าไปจนรัดแน่นกลายเป็นแหวนรูปงูสีดำที่สวยงาม

“น่ารักมาเซเลส หวังว่าแกจะชอบนะ ^^”

เชียร์ลูบไปตามตัวของมันอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเดินไปดูต้นสนดำ ปัจจุบัน มันโตขึ้นจนมีความสูงเกือบจะ 1 เมตรเข้าไปแล้ว

เขาค่อย ๆ แต่งกิ่งก้านของมันให้สวยงาม เหมาะสมกับเป็นต้นไม้จิ๋วบอนไซ

“วันพรุ้งนี้ว่างช่วงเช้าด้วยสิ… กลับไปสักหน่อยคงไม่เป็นไรนะ”

เมื่อคิดได้อย่างนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะพาทุกตัวออกไปด้วย แมลงทั้ง 4 เซเลส และภูติตัวน้อย

หลังจากผ่านการอาบน้ำและเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง เชียร์จึงเปิดประตูมิติขึ้นมาด้วยระดับของเขาที่ 80

สกิลพิเศษของเชียร์ ข้ามมิติ

นับเป็นสกิลที่แข็งแกร่งและเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน แม้กระทั่งเขาก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้

มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ใช้เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนด นั้นคือระดับพลังของเขา

และมีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ นั้นก็คือเลือกว่าจะไปยังสถานที่ที่เคยไปในช่วงเวลาต่อจากนั้น หรือไปยังสถานที่ใหม่ที่จะเกิดจากการสุ่ม

และครั้งนี้ เชียร์ตัดสินใจที่จะกลับไปยังป่าใหญ่ที่เดิมที่พบกับเหล่าแมลงและภูติตัวน้อย

ฟึบ!!!

ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งเดิมเล็กน้อย

เพราะเขามีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทั้งชุดที่มีพลังป้องกันระดับสูง ที่ป้องกันทั้งกายภาพสมบูรณ์และพลังเวทสมบูรณ์ ถ้าหากว่าพลังของผู้ที่โจมตีมีไม่ถึงระดับเชียร์

คงจะต้องบอกว่าไร้ประโยชน์

เพราะนี่คือหนึ่งในชุดศึกที่ผู้กล้าหรือนักรบที่แข็งแกร่งใช้มันในการต่อกรกับมังกรแดง แต่ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะไม่เข้าใจชุดที่ตัวเองสวมใส่ดีสักเท่าไหร่ และซ้ำด้วยผ้าคลุมสีน้ำตาลอ่อนปนกับสีเทาควันบุหรี่ ทำให้เชียร์กลมกลืนและไม่เตะตามากนัก

เชียร์ตัดสินใจที่จะมายังที่นี่เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ เหมือนเดิม จึงไม่ได้สนใจที่จะพกอาวุธติดตัว

เพราะร่างกายของเขาในตอนนี้ ก็นับเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ที่แข็งแกร่งมากพออยู่แล้ว

แถมยังมีแมลงทั้ง 4 ตัวที่เพิ่มระดับตัวเองขึ้นมาเกือบ 2 เท่า และมีภูติน้อยที่ปัจจุบันมีระดับใกล้เคียง 400 เข้าไปแล้ว

และที่นิ้วของเขา แหวนวงสีดำที่หรูหรา มันคืองูยักษ์ที่มีระดับความแข็งแกร่งใกล้เคียงเลเวล 500 นับเป็นภัยพิบัติของมิติแห่งนี้ได้เลยทีเดียว

“ขอโทษด้วยนะ ฉันคงให้พวกแกเดินเล่นกันเองไม่ได้ถ้าหากออกไปจากป่า ไม่งั้นผู้คนคงจะแตกตื่นกันไม่น้อยเลย”

“แต่สบายใจได้ ที่นี่ค่อนข้างน่าอยู่ พวกแกเดินเล่นกันตามสบายนะ ^^”

แมงมุมปีศาจขาเงิน สิ่งมีชีวิตเลเวล 198

มดหุ้มเกราะลายเพลิง สิ่งมีชีวิตระดับ 220

แมงป่องหางเพชร สิ่งมีชีวิตระดับ 220

และตะขาบขาเหล็ก ปัจจุบัน มันพัฒนาจนกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ร่างกายทำด้วยเหล็กทั้งตัวเข้าไปแล้ว ระดับปัจจุบัน 248

พวกมันกำลังออกเดินเล่นอย่างภาคภูมิ โอ้อวดร่างกายของตัวเองกันยกใหญ่ ทั้งทะเลทรายและป่าใหญ่ กลายเป็นเพียงสนามเด็กเล่นของพวกมันไปแล้ว

ส่วนภูติน้อย เธอกำลังโผล่บินไปยังต้นไม้ต่าง ๆ เพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลง และซ่อมแซมเมื่อมีต้นไม้ต้นใดอ่อนแอลง ทำหน้าที่ของเธออย่างขยันขันแข็ง

ส่วนไส้เดือนดิน ไม่ใช่สิ เซเลส งูยักษ์ที่กำลังนอนหดตัวอยู่บนฝ่ามือของเชียร์ มันกำลังออดอ้อนที่จะได้ดื่มกินเลือดที่ทรงพลังของเชียร์อีกครั้ง

“วันนี้แกดูหิวเป็นพิเศษนะเจ้าตัวเล็ก~”

แม้จะพูดแบบนั้น แต่สีหน้าท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความสุขอย่างชัดเจน ที่สำคัญ น้ำเสียงที่พูดกับเซเลสยังคงไพเราะและหวานยิ่งกว่าพูดคุยกับวินเสียอีก

ความสำคัญวัดกันที่ตรงนี้

และหลังจากที่มันอิ่ม ลำตัวของมันก็ปล่องขึ้นมาเล็กน้อย

ไม่ใช่เพราะขนาดตัวที่เล็กจึงกินน้อยลงไป แต่เป็นเพราะเลือดของเชียร์นั้นมีคุณสมบัติพิเศษหลบซ่อนอยู่ เป็นเลือดของสิ่งมีชีวิตระดับสูงเลเวล 810 และมีเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตในตำนานอย่าง มังกรแดง จ้าวเวหาและจ้าวแห่งเพลิง

ร่างกายที่อบอุ่นของเชียร์ที่มาจากเพลิงของจ้าวแห่งมังกรแดงนั้น อบอุ่นยิ่งกว่าทรายนรกเสียอีก

เซเลสจึงมีความสุขเป็นพิเศษ

และความดุกดิกของมันก็ทำให้เชียร์ชอบใจ

“ไปกันได้แล้วล่ะนะ ^^ เดี๋ยวจะเช้าซะก่อนถึงเมือง”

เมื่อได้ยินเสียงเชียร์ ทุก ๆ คนก็วิ่งกลับมาในทันที

ณ เมืองหลวงทางทิศตะวันออก

เป็นเมืองที่ใกล้ชิดกับป่าใหญ่และทะเลทรายมากที่สุด ชายแดนของอาณาจักรแห่งนี้ถูกทะเลทรายกลืนกินไปมากที่สุดถึง 25 %

“ในที่สุดก็มาถึงสักทีนะเนี่ย~”

“เฮ้! พวกเจ้า! เข้าแถวให้เรียบร้อย”

ทหารรักษาประตูตะโกนขึ้น เขามีร่างกายที่ใหญ่โตยิ่งกว่าทหารคนอื่น ๆ ถึง 2 เท่า ส่วนสูงถึง 2 เมตร และที่สำคัญ ขวานด้านหลังนั้นสามารถผ่าตัดไม้สองคนโอบได้อย่างง่ายดาย

เขาจึงกลายเป็นหัวหน้าผู้ตรวจการด่านแรกของการเข้าเมืองแห่งนี้ ที่นี่จะเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะหลังจากผ่านไปแล้ว สามารถเข้าเมืองอื่น ๆ หรือเข้าอาณาจักใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

กลุ่มคนทั้ง 8 เดินทางผ่านมาถึง ผ่านไปแล้วหลายวัน กว่าเขาจะมาถึงที่นี่

“ร้อนไหม ?”

“อื้ม~ ไม่แล้วคะพี่ลิซ”

“ทนอีกหน่อยนะ เดี๋ยวก็เข้าเมืองแล้ว”

พวกเขาคือกลุ่มคนที่เชียร์เคยช่วยไว้ก่อนหน้า แม้จะผ่านไปแล้วหลายวัน แต่พวกเขาพึ่งจะผ่านทะเลทราย ป่าใหญ่ จนกระทั่งมาถึงเมืองหน้าด่านแรก

ฟึบ! วี๊ด!!!!!!!!

แสงสีเหลืองทองผสมกับสีแดงเพลิงอย่างลงตัวพุ่งทะยานบินผ่านมาแต่ไกล ก่อนจะกระแทกลงพื้นเบื้องล่าง ปรากฎเป็นชายผู้หนึ่งที่สวมชุดปิดบังกาย ผ้าคลุมหนาผิวไสวตามแรงลม

“ถึงแล้วละนะภูติน้อย”

เสียงของเขาดังขึ้น

“นั้น ชายคนนั้นนิ!!!”

ทั้งกลุ่มกำลังจะเดินเข้าไปทักทาย แต่ดูเหมือนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกำลังจะทำให้เรื่องราวนั้นใหญ่โตกว่าที่คิด ทุก ๆ คนจึงต้องถอยออกมาก่อน พร้อมกับตั้งวงล้อมเพื่อป้องกันเด็กน้อยเอาไว้

“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าขยับ!”

“หื้ม ? ผมทำอะไรผิดเหรอครับ ?”

ชายคนนั้นตอบกลับมาอย่างสงสัย เขายังไม่ได้เดินผ่านประตูเมืองไป ไม่ได้บินผ่านไป ไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วทำไม ? ทหารจำนวนมากถึงวิ่งเข้ามาล้อมรอบตัวเขาเอาไว้

‘หน็อย! กล้าบังอาจหันคมหอกคมดาบชี้ใส่เจ้านายของข้า!!!’

“ใจเย็นนะภูติน้อย คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง”

“ค่ะนายท่าน~”

เธอกลับมาอารมณ์ดีในทันที

แต่บรรยากาศยังคงตึงเครียด เรื่องราวคงไม่จบง่าย ๆ แน่

ตอนก่อน

จบบทที่ พุ่งทะยานถึงหน้าด่าน

ตอนถัดไป