ถ้ำลับ

แต่เมื่อหม่าหงเซี่ยก้าวออกจากถ้ำเขาก็ต้องตกตะลึง

หม่าหงเซี่ยมองฟากฟ้าตรงหน้า “อะไรกัน?! เจ้าพวกนั้นตามมาถึงนี้แล้วรึ?!”

ถ้ำที่หม่าหงเซี่ยอยู่นั้นเป็นถ้ำที่อยู่บนหน้าผา ทำให้สามารถมองเห็นบริเวณรอบๆได้

เมื่อหม่าหงเซี่ยเห็นเขาถึงกลับสีหน้าซีดเซียว

ถึงแม้หม่าหงเซี่ยจะไม่สามารถมองการบ่มเพาะของคนพวกนั้นได้ แต่เขาสามารถก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคนพวกนี้อยู่ในระดับควบแน่นลมปราณเป็นอย่างน้อย

เพราะควบแน่นลมปราณนั้นสามารถใช้อาวุธเพื่อบินบนฟากฟ้าได้แล้ว

แต่สำหรับหม่าหงเซี่ยนั้นเขาทำไม่ได้ เพราะหม่าหงเซี่ยนั้นอยู่เพียงระดับเปิดทะเลลมปราณขั้น5เท่านั้น

หม่าหงเซี่ยที่เห็นก็รีบวิ่งเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว

หม่าหงเซี่ยหอบเล็กน้อย “เกือบไปแล้ว! ดีนะที่ข้าบาดเจ็บไม่สามารถปลดปล่อยปราณออกมาได้ ไม่ยังงั้นล่ะก็ข้าได้ตายแน่”

“ข้าพึ่งมาถึงที่นี้ได้ไม่ถึงวัน เจ้าพวกนั้นกับสามารถค้นหาจากนิกายไทอี้มาถึงนี้ได้แล้ว”

“รวดเร็วยิ่งนัก! แม้แต่ข้าก็ต้องใช้เวลาเกือบ2วัน เห้อ...นี้นะรึความสามารถของการบินได้...”

.....

ด้านนอกถ้ำ

ชายชราขมวดคิ้ว “รีบๆหาเร็วเข้า! ถ้าวันนี้พวกเจ้าไม่สามารถหามันได้ ข้าจะจับพวกเจ้าโยนลงบ่อเพลิงโลหิต!!”

เหล่าสาวกที่ได้ยินก็ถึงกับกลืนน้ำลาย “ขอรับ!”

ฟิ้ว~ ฟิ้ว~

กล่าวจบเหล่าสาวกก็รีบบินค้นหาอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อเหล่าสาวกหันมองพระอาทิตย์อีกทีก็ต้องพบกับสิ้นหวัง

สาวก “รีบๆหาเร็วเข้า! พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว!”

“ข้าไม่อยากลงไปในเพลิงโลหิตหรอกนะ!”

“คิดว่าข้าอยากรึไง! แค่ข้าคิดร่างกายของข้าก็สั่นผวาแล้ว!”

“เดียว... ตรงนั้นมีถ้ำด้วยงั้นรึ?”

“ไหนๆ ใช่จริงๆด้วย! ไปเร็วข้าว่ามันต้องอยู่ในถ้ำนั้นแน่นอน!”

เหล่าสาวกที่เห็นถ้ำตรงหน้าผาก็รีบบินไปทันที

สาวก “ถ้ำนี้ใหญ่จริงๆ ข้าไม่ได้คาดคิดว่าข้าจะมองไม่เห็นมัน”

“เร็วเข้าไปสำรวจด้านใน! ....”

แต่เมื่อสาวกมารโลหิตเข้ามา พวกเขาก็ต้องผิดหวัง

เนื่องจากถ้ำนั้นถึงแม้จะดูกว้างใหญ่ แต่ด้านในนั้นกลับไม่มีอะไรอยู่เลย

และมันก็ไม่ได้ลึกมากนัก เดินแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงทางตันแล้ว

สาวก “ไม่มี! ตรงนี้ก็ไม่มี มันไปอยู่ไหนกัน?!”

“รึว่ามันจะออกไปจากป่านี้แล้วกัน?!”

“มันก็แค่ผู้บ่มเพาะระดับเปิดทะเลลมปราณ ไม่น่าจะเคลื่อนที่ได้ไว้ขนาดนั้นสิ!!”

“ไม่! ข้าว่ามันต้องอยู่ในถ้ำนี้แหละ! มาช่วยกันค้นหาใหม่! และรอบนี้พวกเราต้องค้นทุกซอกทุกมุมอย่าให้สิ่งใดรอดพ้นสายตาได้”

“เข้าใจแล้ว!!”

แต่เมื่อสาวกของนิกายมารโลหิตค้นเสร็จสิ้นพวกเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง

เนื่องจากไม่ว่าพวกเขาจะค้นหายังไง พวกเขาก็หาไม่เจอ

สาวก “ข้าจำได้ว่ามีเมืองอยู่ใกล้ๆนี้ ข้าว่ามันต้องอยู่ในเมืองนั้นแน่นอน!”

“งั้นก็ไปกัน!”

ด้วยความเร่งรีบ ทำให้สาวกนิกายมารโลหิตนั้นพลาดไปจุดหนึ่ง

.......

หม่าหงเซี่ยที่ไม่ได้ยินเสียงของเหล่าสาวกของนิกายมารโลหิตแล้วก็ปาดเหงื่อเล็กน้อย

“ในที่สุดก็ไปสักที แต่เพื่อความชัวร์ข้าขอฟังอีกรอบ”

เมื่อหม่าหงเซี่ยนั่งฟังได้สักพักเขาก็โล่งอก เนื่องจากเขาไม่ได้ยินเสียงพูดคุยอีก

ทำให้เขามันใจว่าไม่มีคนอยู่ในถ้ำนี้แล้ว

หม่าหงเซี่ยหันหลัง “แต่ข้าก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะมีเส้นทางลับอยู่ภายในถ้ำนี้ด้วย ถ้าข้าไม่ได้เผลอไปโดนกลไกของมันข้าคงต้องตายอย่างแน่นอน”

“แต่เหตุใด ถึงมีเส้นทางลับอยู่ภายในถ้ำใกล้ๆนิกายไทอี้ของข้ากัน?!”

ด้วยความสงสัยทำให้หม่าหงเซี่ยค่อยๆเดินเข้าไปสำรวจ

แต่เมื่อเขาเดินมาได้ครึ่งทางเขาก็ต้องตกตะลึง

หม่าหงเซี่ย “ผนังหิน?! แถมยังมีแสงไฟอีกด้วย”

“อึก! ข้าจะไปต่อหรือหยุดดี! แต่ถ้าข้าหยุดแล้วข้าจะออกไปยังไงกัน?!”

ด้วยเหตุนี้ทำให้หม่าหงเซี่ยเดินต่อ และเขาก็ต้องตื่นตระหนก

เพราะเส้นทางตลอดทางนั้นเต็มไปด้วยกับดักมากมาย

ถึงแม้กับดักเหล่านี้จะไม่มีผลกับหม่าหงเซี่ย เนื่องจากหม่าหงเซี่ยเป็นผู้บ่มเพาะ

แต่ด้วยกับดักมากมายนี้ทำให้หม่าหงเซี่ยเริ่มรำคาญ

หม่าหงเซี่ย “ถึงแม้มันจะไม่มีผลกับข้าเนื่องจากมันเป็นกับดักธรรมดา แต่ทำไมมันถึงเยอะแยะขนาดนี้เนี้ย”

“ไหนจะลูกศรที่พุ่งออกมาโดยที่ข้ายังไม่ได้เดินไปเหยียบกับดัก! ไหนจะหนามแหลมที่ผุดออกจากพื้นดินมานั้นอีกเห้อ...เมื่อไหร่ข้าจะถึงล่ะเนี้ย”

......

ผ่านไปได้ไม่นานหม่าหงเซี่ยก็เดินมาเจอกับประตูหินขนาดใหญ่

หม่าหงเซี่ย “ประตู?! แถมมีแถมมีลวดลายอีกด้วย แต่ลายนี้มันคืออะไรกัน?! เหตุใดถึงคล้ายคลึงงูยิ่งนัก!”

หม่าหงเซี่ยไม่เคยพบเคยเห็นงูลักษณะแบบนี้มาก่อน “หรือจะเป็นสายพันธุ์หายากกัน?!”

ด้วยความสงสัยทำให้หม่าหงเซี่ยเอามือไปเตะ

คลื่น!!

เมื่อฝ่ามือของหม่าหงเซี่ยเตะประตูหิน แสงสีดำก็ปรากฏขึ้น

แสงสีดำนี้ค่อยๆปรากฏขึ้นตามรูปของงูบนประตูหิน

เมื่องูบนประตูหินกลายเป็นสีดำทั้งตัว มันก็ปลดปล่อยออร่าปราณอันแข็งแกร่งออกมา

หม่าหงเซี่ยที่สัมผัสได้ถึงปราณอันแข็งแกร่งนี้ก็ถึงกับสีหน้าซีดเผือก

หม่าหงเซี่ย “นะ..นี้มันคืออะไรกันแน่?! .....”

ตอนก่อน

จบบทที่ ถ้ำลับ

ตอนถัดไป