ตัวตนของหลานสาวแปลกหน้า

สีหน้าของจาง ชูหลี่ค่อยๆดีขึ้น

นางปาดเหงื่อบนหน้า “ฮู้ว! ท่านแม่ไปแล้ว ข้ารอดฮ่าๆๆ แม้แต่ท่านแม่ก็ไม่อาจหาข้าเจอได้”

“ข้านี้มันอัจฉริยะจริงๆที่มาหาท่านอา”

จางจิ้งส่ายหัว ' นางหาเจ้าเจอ แต่ไม่มาหาต่างหากล่ะ '

จาง ชูหลี่หันไปมองหวังชี่ด้วยสายตาเปล่งประกาย

หวังชี่ที่ได้สบตาคู่นั้นก็ขนลุกซู่ “ท่านมองข้าอย่างนี้ หมายความว่าไงกัน?!”

จาง ชูหลี่“ก็หมายความตามที่ท่านคิดนั้นแหละ นับแต่นี้ข้าจะอยู่เล่นกับท่านสักพักหนึ่ง”

หวังชี่เบิกตากว้าง “อยู่กับข้า!! ท่านจะมาอยู่กับข้าเนี้ยนะ?!”

จาง ชูหลี่พยักหน้า “ใช่! แล้วท่านอาก็หยุดเรียกข้าว่าท่านเสียที”

หวังชี่มึนงง “ทำไมข้าถึงเรียก ท่านว่าท่านไม่ได้ แล้วอีกอย่างที่แห่งนี้มันเป็นของระบบ ข้าต้องถามระบบก่อน”

จาง ชูหลี่หันไปมองระบบด้วยสายตาอาฆาต “ข้าขออยู่ที่นี้ด้วยได้รึไม่!”

น้ำเสียงของจาง ชูหลี่จากเดิมทีราวกับเด็กน้อยกลับเคร่งขรึม

ระบบหน้าซีเผือก [ ดะ..ได้เจ้าค่ะ! ข้าเป็นเกียรติอย่างมากที่ตัวตนอันสูงส่งเช่นท่านมาอยู่ในที่เดียวกับข้า ]

จาง ชูหลี่ที่ได้ยินก็พยักหน้าและหันมาทางหวังชี่ “ท่านอาเจ้าเอไอนั้นบอกให้ข้าอยู่ได้แล้วท่านคงไม่ปฎิเสธหลานสาวสุดหน้ารักคนนี้ของท่านหรอกนะ”

ด้วยสายตาของจาง ชูหลี่ทำให้หวังชี่ยอมรับ “ก็ได้ๆ! แต่ท่าน..ไม่สิ.ชูหลี่เจ้าต้องบอกข้ามาก่อนเกี่ยวกับตัวตนของเจ้า”

จาง ชูหลี่ดีใจเป็นอย่างมาก “ได้เจ้าค่ะ! หลานสาวสุดน่ารักของท่านจะบอกสิ่งที่บอกได้กับท่านทั้งหมด แม้แต่ช่วยทำให้ท่านแข็งแกร่งเท่าข้า ข้าก็ทำได้”

หวังชี่ที่ไม่มีทางเลือก ได้แต่พยักหน้ารับ “เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงมาหาข้ากัน?!”

“ข้ามาท่านเพราะอยากมาและข้าก็คือข้า จาง ชูหลี่” จาง ชูหลี่พูดอย่างภาคภูมิใจ

หวังชี่ “งั้นคำถามที่2 เจ้ามาจากไหน? เหตุใดถึงเรียกข้าว่าอา”

จาง ชูหลี่ “ข้ามาจากอดีต ไม่สิต้องเรียกปัจจุบันหรืออนาคต?! ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ”

“ส่วนที่เรียกท่านว่าอา เพราะท่านพ่อบอกว่าท่านคืออาของข้า”

หวังชี่ตกตะลึงกับคำตอบแรก “ไม่รู้ว่ามาจากไหนงั้นรึ?! ว่าแต่ถ้าเจ้ามาจากอดีตหรืออนาคต แล้วตัวตนปัจจุบันของเจ้าล่ะ?”

จาง ชูหลี่ชี้มาที่ตน “ข้าคือตัวตนปัจจุบัน ไม่ว่าข้าจะไปยังอดีตหรืออนาคต ข้าก็ยังเป็นข้า”

“แล้วพ่อเจ้าคือใคร” หวังชี่ถามคำถามที่4อย่างรวดเร็ว

จาง ชูหลี่ “ท่านพ่อบอกว่าไม่ให้บอกท่านจนกว่าท่านจะแข็งแกร่งพอ”

หวังชี่เลิกคิ้ว “แล้วข้าต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงจะสามารถรับรู้ได้”

จาง ชูหลี่ “ท่านต้องแข็งแกร่งเท่าข้า!!”

“อีกนานไหมกว่าข้าจะแข็งแกร่งเท่าเจ้า”หวังชี่ถามคำถามที่ตนอยากรู้ในทันที

เขาอยากที่จะรู้ว่าตนสามารถแข็งแกร่งเท่าจาง ชูหลี่ต้องใช้เวลาเท่าไหร่

จาง ชูหลี่ส่ายหัว “อนาคตของท่านข้าไม่สามารถตรวจสอบได้ ”

“ไม่สามารถตรวจสอบได้งั้นรึ?!งั้นไม่เป็นไร แล้วเจ้ากับระบบใครแข็งแกร่งกว่ากัน” ถึงแม้หวังชี่จะรู้อยู่แล้วแต่เขาก็ถามเพื่อความแน่ใจ

จาง ชูหลี่ตอบอย่างไม่ลังเล “ข้าแข็งแกร่งกว่า! เอไอที่ท่านเรียกว่าระบบนั้นเป็นเพียงตัวตนระดับกึ่งทำลายล้าง แต่ข้าเป็นผู้ทำลายขั้น2 เพราะฉะนั้นข้าย่อมแข็งแกร่งกว่า”

หวังชี่สนใจในคำว่ากึ่งทำลายล้างและผู้ทำลายล้างของจาง ชูหลี่ในทันที “ไอกึ่งผู้ทำลายล้างกับผู้ทำลายล้างมันแตกต่างกันอย่างไร?”

จาง ชูหลี่ตอบอย่างรวดเร็ว “กึ่งผู้ทำลายล้างก็คือ ตัวตนที่สามารถทำลายล้างทุกอย่างที่มีระดับต่ำกว่ามันได้ ไม่เว้นแม้แต่ว่าตัวตนนั้นจะต่ำกว่าเพียง1ขอบเขต”

“ส่วนผู้ทำลายล้างก็เหมือนกัน สามารถทำลายล้างได้แบบเดียวกับกึ่งทำลายล้าง แต่แค่อนุภาคที่ผู้ทำลายล้างทำได้นั้นมีมากกว่า แค่นั้นเอง”

หวังชี่เบิกตากว้าง แม้คำอธิบายของจาง ชูหลี่นั้นจะน้อยนิดแต่ก็เพียงพอให้หวังชี่เข้าใจได้ระดับหนึ่ง“งั้นก็แปลว่าต้องมีระดับที่สูงกว่าผู้ทำลายสินะ?”

จาง ชูหลี่ส่ายหัว “สูงสุดคือผู้ทำลายล้างขั้น0 เช่นท่านพ่อของข้า ไม่มีขอบเขตที่สูงกว่านี้แล้ว”

หวังชี่เข้าใจได้ ถ้ามีขอบเขตที่สูงไปกว่านี้เขาคงยอมแพ้ในการแข็งแกร่งขึ้นไปเลย “แล้วข้าอยู่ขอบเขตไหน”

“ตัวตนที่ยังไม่ได้เป็นเซียนนั้นจะถูกเรียกว่า ไร้พิษภัย คือไม่สามารถทำลายอะไรได้เลย ยกเว้นแค่สิ่งของในดาวตนเท่านั้น”

“ตัวตนที่เป็นเซียนเช่นท่านนั้นจะถูกเรียกว่า ภัยพิบัติ ซึ่งสามารถทำลายล้างดวงดาวได้นิดหน่อย”

“และตัวตนที่ท่านต้องสร้างหรือที่ท่านเรียกว่าเทพนั้นจะถูกเรียกว่า มหันตภัย ซึ่งสามารถทำลายล้างจักรวาล และนำภัยอันใหญ่หลวงมาสู่ตัวตนที่ต่ำกว่า”

“มันก็มีแค่นี้แหละ เท่าที่ข้ารู้”

หวังชี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “แล้วเหตุใดถึงต้องมีขอบเขตทั้ง5 นี้ด้วย? ไม่เรียกขอบเขตของผู้บ่มเพาะแทนล่ะ”

จาง ชูหลี่ “ก็เพื่อให้มันจำง่ายข้าชอบชื่อพวกนี้มากเลยล่ะ ต้องมาคอยจำขอบเขตใหญ่เยอะแยะมากมายข้าก็ปวดหัวแย่”

หวังชี่พยักหน้าเห็นด้วย “แล้วตัวตนอื่นๆรับรู้ถึงขอบเขตพวกนี้รึไม่!”

จาง ชูหลี่ส่ายหัว “ขอบเขตพวกนี้เผ่าพันธุ์ของข้าเป็นคนคิดค้น เพราะฉะนั้นไม่มีสิ่งใดรับรู้แม้แต่ระบบของท่านก็ไม่รู้ ไม่เชื่อท่านลองถามสิ”

หวังชี่หันไปทางระบบ

เมื่อเห็นระบบพยักหน้า หวังชี่ก็ตกตะลึง ' แม้แต่ระบบที่รอบรู้ทุกอย่างก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ เผ่าพันธุ์ของนางเป็นอย่างไรกันแน่ '

จาง ชูหลี่วิ่งรอบๆตัวของหวังชี่ “เดียวท่านก็รู้เอง เมื่อท่านเข้าร่วมเผ่าของเรา”

หวังชี่มึนงง “ต้องเข้าร่วมเผ่าของเจ้าด้วยรึ?”

จาง ชูหลี่พยักหน้า “ใช่! ถ้าท่านอยากแข็งแกร่งเท่าข้า ท่านก็ต้องเข้าเผ่าของข้าเท่านั้น”

หวังชี่ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “เพราะเหตุใดกัน?!”

จาง ชูหลี่ “เพราะถ้าท่านไม่เข้าร่วมเผ่าข้า ท่านก็ไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ทำลายล้างได้!”

หวังชี่ “แล้วถ้าข้าเข้าเผ่าอื่นล่ะ?”

จาง ชูหลี่ตกตะลึงและทำท่าทีจะร้องให้ “ทะ..ท่าอาจะไม่เข้าเผ่าของข้ารึ?!”

หวังชี่ที่เห็นก็ทำอะไรไม่ถูก “ขะ..ข้าจะเข้าเผ่าของเจ้า เพราะงั้นหยุดร้องให้ก่อน”

จาง ชูหลี่ที่ได้ยินก็ร่าเริงขึ้นในทันที “ท่านต้องเข้าเผ่าของข้าอยู่แล้ว เพราะมีเพียงเผ่าของข้าเท่านั้นที่มีผู้ทำลายล้าง!!!!”




ตอนก่อน

จบบทที่ ตัวตนของหลานสาวแปลกหน้า

ตอนถัดไป