ตอนที่ 42
วีออกมาวิ่งตอนเช้าพร้อมคุยกับพี่แก้วทางโทรศัพท์
[ ว่าไงวี เธอตกลงจะเล่นมินิซีรี่ย์เรื่องนี้หรือเปล่า ? ]
วีที่กำลังวิ่งอยู่ก็คิดเล็กน้อยเพราะถึงแม้เขาจะเคยตอบตกลงไปแล้วก็เถอะแต่ตอนนี้เขาเริ่มที่จะลังเลนิดหน่อยแล้ว เนื่องจากมินิซีรี่ย์นั้นแตกต่างจากซีรี่ย์ปกติทั่วไปเนื่องจากมีจำนวนตอนที่แตกต่างกัน
ดังนั้นการถ่ายทำก็ล้วนที่จะแตกต่างกันแม้จะไม่มากก็ตาม แต่ด้วยจำนวนตอนที่น้อยกว่าฉะนั้นเนื้อหาหรือบทจะถูกอัดแน่นมาในฉบับเดียวและทำให้เขาจะต้องใช้เวลาศึกษาและทำความเข้าใจกับบทค่อนข้างจะนาน
ยิ่งช่วงนี้วีมีภาระติดพันค่อนข้างเยอะ อาจทำให้มีปัญหาได้ แต่เมื่อลองมาคิดดูดีๆแล้วการได้ลองดูบทของมันก่อนและตัดสินใจทีหลังก็คงจะไม่แย่อะไร
วีจึงตอบกลับไปว่า
“ผมขอดูบทส่วนของผมก่อนจะได้ไหมครับ ? แล้วเดียวค่อยตัดสินใจ”
พี่แก้วได้ยินแบบนั้นก็เงียบไปเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาว่า
[ ได้ซิ เดียวพี่จะคุยกับทางนู้นให้ส่งสำเนาบทเอามาให้วีอ่านก่อน แล้วเดียวตอนเย็นพี่จะเอาไปให้พี่ร้านนะ ]
“ขอบคุณครับ”
วีกล่าวขอบคุณก่อนจะวางสาย วันนี้เป็นวันหยุดวีนั้นค่อนข้างจะว่าง น่าแปลกใจที่โรงเรียนช่วงนี้มีวันหยุดบ่อยเสียเหลือเกินทั้งที่ใกล้จะถึงวันงานเทศกาลอยู่แล้ว
หรือว่าพวกเขาตัดสินใจจะยกเลิกงานเทศกาลกันนะ ?
คงไม่หรอกเพราะงานเทศกาลนั้นถือว่าเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของโรงเรียน การจะยกเลิกหรือเลื่อนเวลาของมันออกไปหากไม่มีเหตุสมควรหรือเหตุจำเป็นทาง ผอ. และเหล่าครูก็คงไม่ทำ
แต่จากที่เห็นแล้วคงน่าจะเป็นเลื่อนวันออกไปเสียมากกว่า เพราะดูท่าตอนนี้เวลาเตรียมตัวมันกระชั้นชิดมากเกินไปจนทำให้สาขาต่างๆเตรียมงานกันหัวหมุน ไม่เว้นแม้แต่ในห้องเรียนของวีเองก็ตามที่ตัดสินจะเปิดคาเฟ่ ก็ต่างเตรียมของกันวุ่นวายไปหมด
และแน่นอนทางด้านสาขาแฟชั่นก็เรียกตัววีไปลองชุดเกือบทุกวัน ส่วนทางด้านสาขาการแสดงนั้นกำลังอยู่ในขัดเกลาบทของครูณีอยู่สมาชิกคนอื่นๆจึงมีหน้าที่แค่ทำพร็อพประกอบฉากเท่านั้น
ในช่วงเย็นวีมาร้องเพลงที่ร้านเป็นปกติก่อนจะถูกรุมขอถ่ายรูปจากเหล่าลูกค้าสาว แน่นอนว่าตอนนี้วีเริ่มมีชื่อเสียงแล้วในบรรดานักร้องกลางคืนถึงแม้จะไม่ได้ดังนัก แต่ก็พอจะมีแฟนคลับอยู่บ้างแม้จะไม่ได้เยอะแต่ก็ยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในระหว่างพักเบรกพี่แก้วก็เดินเข้ามาหาวีพร้อมกับพูดหยอกล้อ
“แหม ~ เดียวนี้ถึงขั้นกับได้รับของขวัญจากสาวๆเลยเหรอ ?”
พี่แก้วนั่งลงตรงข้ามวีก่อนจะมองไปยังกองของขวัญเล็กๆที่อยู่บนโต๊ะ ซึ่งมีทั้งขนม ช็อกโกแลต และตุ๊กตาหมี วีที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย
“ก็นะครับ รู้สึกดีเล็กน้อยที่มีคนมาชอบแบบนี้”
พี่แก้วที่ได้ยินก็กล่าวเตือนกับวีว่า
“ในเมื่อเราเริ่มที่จะมีแฟนคลับแล้วก็อย่าทำตัวเกเรล่ะ”
“เข้าใจแล้วคร้าบ ~”
วีกล่าวตอบด้วยความเชื่อฟัง ก่อนจะเอ่ยถามถึงบทของมินิซีรี่ย์
“จริงสิ เอานี่”
พี่แก้วยื่นบทให้กับวีก่อนที่เขาจะรับมันมาพร้อมกับเปิดอ่านแบบคร่าวๆ จากนั้นก็พูดกับพี่แก้วว่า
“พี่แก้วกินอะไรหรือยังครับ ถ้ายังพี่สั่งได้เลยนะเดียวผมเลี้ยงเอง”
พี่แก้วที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มพร้อมกับพูดว่า
“ถ้างั้นพี่ไม่เกรงใจล่ะนะ”
หลังจากอ่านบทและเนื้อเรื่องคร่าวๆแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องราวโรแมนติกคอมเมดี้และวีจะต้องแสดงเป็นเด็กหนุ่มที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารและบังเอิญได้พบเจอกับหญิงสาวคนหนึ่งที่จู่ๆก็มาขอเขาแต่งงาน โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
โดยสรุปแล้วเรื่องราวมันก็จะวนๆอยู่กับเรื่องของความรัก และเรื่องวุ่นวายที่เข้ามาเกี่ยวข้องอะไรทำนองนี้ วีอ่านบทพร้อมกับวิเคราะห์เล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจ
“ผมตกลงก็ได้ครับ ว่าแต่ต้องแคสเมื่อไหร่เหรอครับ ?”
พี่แก้วที่กำลังกินข้าวอยู่นั้นก็ได้ชูนิ้วชี้ขึ้นมาพร้อมกับโยกไปมา
“ไม่ใช่จ๊ะ ทางผู้กำกับเขาได้วางตัวเธอไว้สำหรับบทนี้เลย ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องแคสหรืออะไรทั้งนั้น เพียงแค่เธอตอบตกลงอีกฝั่งก็จะแจ้งเรื่องวันเปิดกล้องมาทันที อ่ะแต่เธอคงเข้าร่วมพิธีเปิดกล้องด้วยไม่ได้สินะ”
วีพยักหน้าพร้อมตอบกลับ
“น่าจะติดเรียนละมั้งครับ เอาเป็นว่าผมตกลงรับเล่นเรื่องนี้แล้วกันนะครับ ส่วนค่าตัวช่วยพี่เป็นธุระจัดการให้ทีนะครับ”
พี่แก้วพยักหน้า
“ไม่ต้องเป็นห่วงวี ถ้าได้เรื่องยังไงเดียวพี่แจ้งให้อีกทีนะ”
“ขอบคุณครับ”
หลังจากนั้นวีก็ปล่อยให้พี่แก้วนั่งกินข้าวไป ส่วนตัวเขาก็กลับขึ้นเวทีไปร้องเพลงต่อ ในขณะที่วีกำลังจะขึ้นเวทีนั้นก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
“สวัสดีค่ะ น้องวี”
วีหันหลังกลับไปพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธออายุราว 26-30 ปีหน้าตาจัดว่าสวยเลยทีเดียว การแต่งหน้าบางๆทำให้เธอกลับดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้น
“ว่าไงครับ ?”
จากนั้นเธอก็แนะนำตัว
“พี่ชื่อ ขวัญนะเป็นเจ้าของโมเดลลิ่ง พอดีพี่เห็นเราทางเฟซบุ๊กเลยอยากจะติดต่อน้องให้มาเป็นนายแบบให้กับทางเราหน่อยน้องวีพอจะมีเวลาว่างไหมคะ ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดเล็กน้อยก่อนจะมองกลับไปยังโต๊ะของเขาและเห็นว่าพี่แก้วยังอยู่ วีจึงตอบกลับไปว่า
“พอดีว่าผมต้องขึ้นเวที ถ้ายังไงพี่ขวัญลองคุยกับพี่แก้วผู้จัดการผมแล้วกันนะครับ เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้น”
จากนั้นวีก็ชี้ไปทางโต๊ะที่พี่แก้วนั่งอยู่ เมื่อพี่ขวัญเห็นแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย
“เข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าเดียวพี่จะไปคุยกับผู้จัดการของน้องวีแล้วกัน พี่ไม่รบกวนเวลาน้องวีแล้วล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
วีตอบกลับพร้อมกับยิ้ม