ตอนที่ 43
ในขณะที่วีกำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีหญิงสาวที่ชื่อขวัญก็เดินผ่านพร้อมกับโบกมือและยิ้มเล็กน้อยให้กับเขา ก่อนจะเดินออกจากร้านไป
วีที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองที่พี่แก้ว ซึ่งเธอก็ทำเพียงยกนิ้วโป้งให้กับเขาเท่านั้น ทำให้วีรู้สึกสับสนเล็กน้อยแต่ก็พอจะสรุปได้ว่าการเจรจาคงจบลงด้วยดี
หลังจากเล่นดนตรีรอบนี้เสร็จวีก็ลงมานั่งที่โต๊ะเพื่อพักเหนื่อย พี่แก้วก็ทักวีทันทีว่า
“ไม่แปลกใจเลยทำไมวีถึงได้มีแฟนคลับรวดเร็วขนาดนี้”
วีที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็อดไม่ได้ที่ขมวดคิ้วก่อนจะถามกลับ
“หมายความว่ายังไงครับ ?”
พี่แก้วก็ยิ้มพร้อมกับพูดว่า
“เรื่องหน้าตาและน้ำเสียงของเธอนั้นพี่จะขอข้ามไปก่อนเพราะเห็นๆกันอยู่ว่าผ่านเกินเกณฑ์อย่างแน่นอน ความสามารถเรื่องการแสดงแม้จะยังไม่แน่ชัดนักแต่จากงานโฆษณาสั้นๆสองอันแล้ว ก็ถือว่าใช้ได้รู้จักการเล่นกับกล้อง ทั้งสายตาท่าทาง กริยาต่างๆ”
พี่แก้วพูดพร้อมกับจ้องมองมาที่วี ทางด้านวีเองก็ถึงกับขนลุกทันทีเมื่อถูกจ้องมองแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสวยของตัวพี่แก้วเอง แต่การวิเคราะห์ของเธอบ่งบอกว่าเธอนั้นมีประสบการณ์มากพอสมควรเลย
วีที่กำแก้วน้ำอยู่ก็อดที่จะหันหน้าหนีไม่ได้ก่อนจะดูดน้ำแก้เขินและถามออกไปว่า
“พะ… พี่แก้วพูดถึงเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ ?”
พี่แก้วจ้องมองวีด้วยสายตาจริงจังขึ้นอีกครั้ง
“วิธีรับมือกับแฟนคลับเหล่านั้น ใบหน้ายิ้มแย้มที่แสดงออกมาแม้ตัวเองจะเหนื่อยก็ตาม และไหนจะวิธีการปฏิเสธการพูดคุยแบบส่วนตัวของเอเจนซี่อีก การเซ็นสัญญาและยื่นข้อเสนอที่ดูเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว มันยังไงกันน๊า ~”
“อื้ม ~ น่าสงสัย น่าสงสัยจริงๆ”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยายามดูดน้ำในแก้วเพื่อพยายามหนีหลีกจากการจ้องมองของพี่แก้ว แต่ถ้าหากสังเกตุดีๆแล้วละก็ จะเห็นเหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมารัวๆบริเวณหน้าผากของวี
จากนั้นพี่แก้วก็พูดต่อมาอีกว่า
“ราวกับวีนั้นคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมานานเป็นสิบๆปีเลยนะ…”
“อึ๊ก !!”
วีสะดุ้งก่อนจะสำลักน้ำและไอออกมา
แค๊กๆ
ปึง !!
พี่แก้วตบโต๊ะเบาๆก่อนจะจ้องมองวีจริงจังมากขึ้น
“บอกพี่มาเดียวนี้เลยนะ เรายังมีความลับอะไรที่ไม่ยอมพูดออกมาอีก พูดมาซะดีๆ ~”
วีขยับขาเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยพร้อมกับปฏิเสธ
“จะไปมีได้ยังง๊าย ~ พี่ก็รู้ผมพึ่งจะ 17 เองจะไปอยู่ในวงการมาเป็นสิบๆปีได้ยังไง”
พี่แก้วที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าก่อนจะพูดขึ้นว่า
“นั่นพี่ก็เห็นด้วย แต่จากที่พี่สังเกตุมาแม่ของวีแม้จะอายุเกือบ 40 แล้วแต่ยังดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งรูปร่างและหน้าตาสวยกว่าพวกวัยรุ่นสมัยนี้ด้วยซ้ำ แถมการแต่งหน้านั่นไม่ใช่แค่ดูในอินเตอร์เน็ตก็จะทำตามได้หรอกนะ”
วีแสดงท่าทีอึกอักเล็กน้อย พี่แก้วจึงพูดขึ้นว่า
“อย่าบอกนะว่าแม่ของวีเคยอยู่วงการบันเทิงของเกาหลีมาก่อนใช่ไหม !!”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะนั่งเงียบ พี่แก้วก็จ้องมองวีอยู่สักพักก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ล้อเล่นน่า ~”
วีถึงกับสตั้นเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วและมองไปที่พี่แก้ว พี่แก้วจึงพูดว่า
“ก็พี่น่ะนะ แม้จะอยู่ในวงการมาได้ไม่นานเท่าผู้จัดการคนอื่นๆ แต่เรื่องพบเจอผู้คนน่ะพี่ไม่แพ้คนอื่นแน่นอน และเด็กอย่างวีที่มีความสามารถรอบด้านแบบนี้ ใช่ว่าจะพบเจอได้บ่อยๆเหมือนหัวผักกาดซะที่ไหน”
“ทั้งไหนจะเรื่องการแสดง การร้องเพลง การพูด การวางตัว ความสามารถด้านภาษา และใบหน้าที่ดูยิ้มแย้มตลอดเวลานั่นอีกมันก็ทำให้พี่อดคิดไม่ได้ว่าวีทำตัวเหมือนกับดาราอาวุโสในวงการหลายๆคนเลย”
พี่แก้วถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า
“แม้จะมีเด็กเกิดขึ้นมาใหม่ในวงการอยู่ทุกวันก็เถอะ แต่คนที่มีความสามารถแบบวีนั้นไม่ค่อยจะโผล่มาหรอก พวกเด็กส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นคนที่พ่อแม่คอยดันตูดมาทั้งนั้น แม้จะมีหน้าตาดีพอขึ้นกล้องได้บ้าง แต่ทักษะต่างๆล้วนแต่ไม่ได้เรื่องเลย”
“และพอมาเจอวีมันก็ทำให้พี่อดคิดไม่ได้ว่า ต้องมีใครสักคนในครอบครัววีที่เคยอยู่วงการบันเทิงคอยช่วยติวให้อยู่ตลอดแน่ๆถึงทำให้วีเก่งแบบนี้ได้”
วีพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของพี่แก้ว หากจะให้พูดกันตามตรงมีดาราเด็กไม่มากนักที่จะโด่งดังขึ้นมาได้ในวงการเพียงช่วงสั้นๆ ถ้าหากไม่มีความสามารถหรือคนหนุนหลังที่คอยป้อนงานให้
อันที่จริงตอนนี้วีก็อาศัยบารมีของเบลและพี่แก้วอยู่ ที่เขายังมีงานเข้ามาเรื่อยๆแบบนี้ต้องขอบคุณทั้งสองคนจริงๆ
วีจึงตั้งใจเอาไว้ว่าหากวันไหนทั้งสองคนต้องการความช่วยเหลือของเขา แม้เพียงเล็กน้อยวีก็จะพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถเท่าที่เขาจะทำได้