ตอนที่ 44
หลังจากพูดคุยกับพี่แก้วอีกนิดหน่อยเธอก็ขอตัวกลับ ส่วนทางด้านวีเองก็กลับไปทำงานของตัวเองจนหมดรอบและก็กลับบ้านไปพักผ่อน
ส่วนเรื่องการเจรจาระหว่างพี่แก้วและพี่ขวัญนั้นก็ไม่มีอะไรมากนัก เพียงแค่พี่ขวัญอยากให้วีมาเป็นนายแบบให้กับเสื้อผ้ายี่ห้อหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งคู่เจรจาต่อรองกันอย่างดุเดือดและจบลงด้วยดี
เมื่อกลับมาที่บ้านวีก็อาบน้ำพร้อมแต่งตัวเข้านอนทันทีเพราะพรุ่งนี้เขาจะต้องรีบไปเรียนแต่เช้า
เช้าวันต่อมาวีที่กำลังเคี้ยวปาท่องโก๋อยู่ในปากพร้อมกับกำลังเดินไปโรงเรียนก็กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เนื่องจากตอนนี้เขาเริ่มที่จะมีชื่อเสียงมากขึ้นบันเทิงมากขึ้นแล้วและงานก็เริ่มที่จะเข้ามีเข้ามาเรื่อยๆ
แม้วีจะมีความสุขกับการทำงานมากกว่าการเรียน แต่เนื่องจากการเรียนมันก็สำคัญพอๆกันไม่เพียงสำหรับเขาเท่านั้นแต่สำหรับพ่อและแม่ของเขาด้วย ทำให้เขาไม่อาจจะทิ้งการเรียนได้
แต่การที่จะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากงานของเขานั้นปกติจะถ่ายทำตอนกลางวันซึ่งตรงกับเวลาเรียนพอดี และการที่จะให้เขาลาเรียนเพื่อไปถ่ายงานก็ค่อนข้างจะเกินไปหน่อย
วีลูบคางขณะเดินตรงไปโรงเรียน
‘สงสัยจะต้องทำเรื่องขอละเว้นรายวิชาแล้วมั้ง ?’
วีมองบนพร้อมกับคิดเล็กน้อย
อย่างที่ทราบกันดีทางโรงเรียนของวีนั้นได้เปิดกว้างเป็นอย่างมากสำหรับนักเรียนทุกคนที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการลดวิชาภาคบังคับ การเพิ่มชั่วโมงเรียนของวิชาสาขาเพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ความสามารถของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่จะคอยสนับสนุนนักเรียน จึงไม่แปลกใจเลยที่มีนักเรียนหลายคนอยากสมัครเข้าโรงเรียนนี้แม้จะเป็นเพียงชั้นประถมก็ตาม
และสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถสูงอย่างเช่นนักกีฬาโรงเรียน หรือนักแข่งวิชาการต่างๆ ทางโรงเรียนก็มักจะมีสิทธิพิเศษมอบให้ และสิทธิพิเศษอีกหนึ่งอย่างเลยก็คือ ‘การละเว้นรายวิชา’
การละเว้นรายวิชาคืออะไร ? ความหมายมันก็ค่อนข้างจะตรงเข้าการละเว้นรายวิชานั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนเหล่านักเรียนที่มีความสนใจพิเศษ ยกตัวอย่างเช่นวี
นักเรียนสามารถขอละเว้นรายวิชาได้หากว่าเขาสามารถพิสูจน์ให้ทางโรงเรียนเห็นแล้วว่าตัวของนักเรียนคนนั้นมีความรู้มากเกินกว่ารายวิชาที่สอนอยู่ในระดับปัจจุบัน
ยกตัวอย่างเช่นนักเรียนที่เป็นนักแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก เขาสามารถขอละเว้นรายวิชาคณิตศาสตร์ได้หากเขามีความรู้มากกว่าที่อยู่ในหลักสูตรการสอนปัจจุบัน
แน่นอนว่าต้องมีการสอบวัดผลโดยทางโรงเรียนจะกำหนดการสอบขึ้นหลังจากที่ประชุมกับคุณครูรายวิชานั้นๆแล้ว และเมื่อนักเรียนคนนั้นสามารถทำข้อสอบหรือบททดสอบผ่าน พวกเขาก็จะสามารถไม่ต้องเข้าเรียนวิชานั้นได้ตลอดทั้งปีจนกว่าจะเลื่อนชั้นปีและสามารถเอาเวลาตรงนี้ไปลงเรียนวิชาอื่น หรือทำอะไรก็ได้
นี่คือความพิเศษอีกอย่างหนึ่งโรงเรียนนี้ ซึ่งตอนแรกวีก็คิดว่าใครมันจะไปทำได้วะเพราะคุณจะต้องสอบเนื้อหาที่อยู่นอกเหนือจากที่เรียนอยู่ตอนนี้ แต่ในตอนนี้วีอยากจะขอบคุณคนที่คิดระบบนี้จริงๆเพราะมันจะทำให้เขา
ตลอดการเรียนช่วงเช้าวีเอาแต่คิดเรื่องการขอละเว้นรายวิชา และคิดว่าเขาจะละเว้นวิชาอะไรออกไปดี
วีหยิบตารางเรียนออกมาดูก่อนจะไล่ตัดไปทีละวิชา
‘คณิต ? ลืมมันไปซะ !’
‘วิทย์ฯ ? อืม… เก็บไว้ดีกว่าฉันชอบตอนภาคปฏิบัติ’
‘สังคม , ภาษาไทย ? ถึงเกรดสองวิชานี้จะไม่แย่แต่ก็ไม่ได้ดีไม่น่าผ่าน’
‘พละ ? สุขศึกษา ? น่าสนใจโดยเฉพาะพละ…’
จากนั้นวีก็วงปากกาไปที่วิชา อังกฤษ เสริมฯจีน พละ และสุขศึกษา และวิชาสุดท้ายแนะแนว 5 วิชานี้เป็นวิชาที่วีคิดว่าไม่จำเป็นสำหรับเขามากที่สุด
โดยเฉพาะ 3 วิชาหลังพละนี่ไม่ค่อยจะสอนอะไรเท่าไหร่ของ ม.5 นั้นมีเพียงแค่การเล่นฟุตบอลเท่านั้นมันเหมือนกับวิชาว่างที่มีครูคอยดูดีๆนี่เอง
ส่วนสุขศึกษานั้นไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก แม้วีจะไม่มั่นใจเขาจะสอบผ่านไหมแต่น่าสนใจที่จะลอง ส่วนวิชาแนะแนวนี่ไม่ต้องพูดถึงมันถูกจัดเป็นวิชาว่างวิชาหนึ่งสำหรับวีเพราะไม่ค่อยจะสอนอะไรนัก ส่วนใหญ่ก็แค่มีไว้สำหรับการประชุมระหว่างนักเรียนของห้องนั้นๆ และก็มีแนะแนวทางข้อสอบหรืออะไรทำนองนี้บ้างเป็นบางครั้ง
ส่วนภาษาอังกฤษกับจีน สำหรับวีในตอนนี้เขาคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนมันเพราะเขาน่าจะมีความรู้มากพอจากประสบการณ์ส่วนตัวอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้เก่งมากแต่มันก็น่าจะมากพอที่จะผ่านเกณฑ์
หลังจากหมดวิชาแรกของคาบบ่ายวีก็เดินไปที่ห้องพักครูเพื่อมองหาครูดาวและขอยื่นเรื่องขอละเว้นรายวิชา
“หืม ? เธออยากจะขอยื่นเรื่องละเว้นรายวิชางั้นเหรอ ?”
ครูดาวถามออกมาด้วยความสงสัย
“ครับ”
วีพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม ครูดาวมองหน้าวีเล็กน้อยก่อนจะถามกลับมาอีกว่า
“แล้วทำไมเธอถึงอยากจะทำเรื่องละเว้นรายวิชาล่ะ ?”
วีจึงตอบกลับ
“ครูก็รู้ใช่ไหมครับว่าช่วงนี้ผมทำงาน ?”
ครูดาวพยักหน้า
“งานในวงการบันเทิงใช่ไหม ?”
“ครับ พอดีว่าช่วงนี้มีงานเยอะขึ้นก็เลยไม่อยากให้งานมารบกวนเวลาเรียนน่ะครับ แต่จะให้ขาดเรียนก็ไม่ได้แม่ผมคงเอาตาย ก็เลยคิดว่าจะทำเรื่องขอละเว้นรายวิชานะครับ”
ครูดาวที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าพร้อมกับทำความเข้าใจ ทางโรงเรียนไม่ได้ห้ามให้นักเรียนทำงานพิเศษอยู่แล้วแต่ถึงอย่างงั้นก็มีกฏอยู่ว่าต้องไม่ขัดกับเวลาเรียน
และเหตุผลของวีเองก็พอจะมีเหตุผลแต่ถึงอย่างงั้นครูดาวก็ยังลังเลอยู่เล็กน้อยเนื่องจากเกรดของวีนั้นไม่ได้สูงมากนัก แม้เกรดของวีจะสามารถทำให้ไม่ต้องซ้ำชั้นก็ตาม แต่จะให้เขาเอาเกรดพวกนี้ไปยื่นเข้ามหาลัยหรือขอยื่นละเว้นรายวิชา มันคงเป็นไปได้ยาก
วีที่เห็นท่าทีลังเลของครูดาวก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังกังวลเรื่องเกรดของเขาอยู่ วีจึงยิ้มพร้อมกับพูดว่า
“ครูดาวไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ วิชาที่ผมขอยื่นนั้นเป็นวิชาที่ผมมั่นใจว่าผ่านแน่ๆ ฉะนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ”
ครูดาวที่เห็นความมั่นใจของวีก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อม
“เข้าใจแล้ว ว่าแต่เธออยากจะยื่นวิชาอะไรบ้างละ ?”
“ก็มี อังกฤษ ภาษาจีน พละ สุขศึกษา และก็แนะแนวครับ”
วีตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ครูดาวถึงกับตกใจเล็กน้อยที่วีของยื่นรายวิชาพวกนี้ สามวิชาหลังนั้นครูดาวไม่แปลกใจนักเพราะมีนักเรียนชั้น ม.5 และ ม.6 จำนวนไม่น้อยขอยื่นวิชาพวกนี้
แต่ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนนี่สิหากไม่นับเรื่องเกรดของวีแล้วถือว่าวีกล้ามากที่กล้ายื่นขอทั้งสองวิชานี้ เพราะเป็นข้อกำหนดของทั้งสองวิชาในการยื่นขอละเว้นนั้นค่อนข้างยาก ครูดาวจึงถามกลับไปว่า
“วิชาอื่นนะครูไม่ว่าหรอกนะ แต่อังกฤษ กับภาษาจีนเธอแน่ใจงั้นเหรอ ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า
“มั่นใจครับ”
ครูดาวที่ได้เห็นท่าทีอันมั่นใจของวีนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะดึงลิ้นชักหนึ่งออกมาและควานหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะยื่นมันให้กับวี
วีรับมาพร้อมกับแสดงใบหน้าสงสัยออกไป ครูดาวจึงตอบกลับไปว่า
“3 วิชาหลังนั้นทางโรงเรียนจะเป็นคนออกข้อสอบวัดผล ส่วนอังกฤษและภาษาจีนนั้นเธอจะต้องสอบเอาคะแนนของรัฐมาซึ่งก็คือ toeic กับ hsk ส่วนเกณฑ์การผ่านก็อยู่ในกระดาษนั่น ครูถึงถามไงว่าเธอมั่นใจใช่ไหม”
วีมองไปที่เนื้อหาในกระดาษก็ต้องแปลกใจเล็กน้อย เพราะคะแนนขั้นต่ำในการขอยื่นละเว้นทั้งสองวิชานั้นค่อนข้างจะสูงเลยทีเดียว
สำหรับภาษาอังกฤษนั้นต้องได้ระดับ A1 160คะแนนขึ้นไปในการละเว้น 1ปี ถ้าหากจะละเว้นตลอดปีการศึกษาจำเป็นจะต้องได้ระดับ B1 เป็นอย่างต่ำเท่านั้น
ส่วนของภาษาจีนนั้นจะต้องผ่าน HSK ระดับ 1 สำหรับการละเว้น 1ปี และ HSK 2 ขึ้นไปสำหรับการละเว้นตลอดปีการศึกษา
ถือว่าเกณฑ์นั้นค่อนข้างที่จะโหดหินทีเดียวสำหรับนักเรียนม.ปลาย โดยเฉพาะภาษาจีน วีถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ครูดาว ซึ่งตอนนี้ครูดาวกำลังยิ้มอยู่
“เป็นไงล่ะ เกณฑ์การขอยื่นยากใช่ไหมเธอจะยอมแพ้หรือยัง ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ไม่ยอมแพ้แน่นอน ครูรอดูผลคะแนนของผมได้เลย ~”
เมื่อวีพูดจบก็กล่าวขอบคุณที่ครูดาวเป็นธุระจัดการเรื่องการขอละเว้นรายวิชาให้ ก่อนจะขอตัวกลับไปเข้าเรียนวิชาต่อไป ทางด้านครูดาวเองก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและหวังว่าวีจะสอบไม่ผ่านและหันกลับมาตั้งใจเรียนแทนที่จะไปทำงานในวงการบันเทิงเพราะตัวเธอเองรู้ว่าวีนั้นเกรดย่ำแย่แค่ไหน
เรียกว่าคาบเส้นรอดพ้นการซ้ำชั้นมาได้แบบเฉียดฉิวในปีที่แล้ว และเทอมที่แล้วก็เกือบจะไม่ผ่านสองวิชา เธอหวังว่าวีจะได้รับประสบการณ์ที่ผิดหวังและหันกลับมาสนใจการเรียนมากกว่าการเป็นดาราดัง
-มีคนถามมาเยอะว่าเป็นแนววายหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่วายนะครับเพราะผมเขียนแนวนั้นไม่เป็น แต่ถ้าถามว่าใครเป็นนางเอกผมเองก็บอกเลยว่า ไม่รู้ว ~
-ตอนนี้ขออัพราคาหน่อยเพราะเนื้อหาค่อนข้างเยอะเทียบเท่ากับ 2 ตอนเลยทีเดียว