ตอนที่ 45
ตอนนี้เรื่องการขอละเว้นรายวิชาก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี เหลือเพียงแค่วีจะต้องไปนั่งสอบวัดคะแนนนู้นนี่นั่นให้เสร็จก็เรียบร้อยแล้ว
ในใจวีเองก็มีความมั่นใจอยู่แล้ววีสำหรับวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีนคงผ่านไปได้อย่างสบายๆ ส่วนวิชาอื่นๆก็คงไม่รู้สิ๊
เมื่อวีกลับมาที่ห้องเรียนก่อนที่มิ้นหัวหน้าห้องจะเดินเข้ามาที่โต๊ะของเขาพร้อมกับใบหน้าที่แลดูอึดอัดเล็กน้อย วีสังเกตุเห็นก็อดไม่ได้ที่จะถาม
“มีอะไรงั้นเหรอมิ้น ?”
มิ้นมีท่าที่อึกอักก่อนจะพูด
“คืองี้นะวี… เอ่อ… เธอรู้แล้วใช่ว่าห้องของเราจะเปิดคาเฟ่น่ะ ?”
วีพยักหน้า
“รู้ ว่าแต่มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ ?”
มิ้นที่ได้ยินคำถามของวีก็แสดงสีหน้าลำบากใจออกมา วีที่เห็นแบบนั้นก็พูดพร้อมกับยิ้ม
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า มีอะไรก็บอกมาเถอะ”
มิ้นพยักหน้าเล็กน้อย
“คืองี้นะ… ทุกอย่างมันโอเคแล้วแหละแต่ว่ามันยังขาดคนที่จะมารับบทเป็นบริกรพ่อบ้านอยู่น่ะ”
วีที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าสงสัยออกมาทันทีพร้อมกับถาม
“บริกร ? พ่อบ้าน ? หมายถึงพ่อบ้านแบบในการ์ตูนหรือในหนังนะหรอ ?”
มิ้นพยักหน้าหงึกๆ
“ใช่แล้ว วีพอจะช่วยพวกเราได้ไหม ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบตกลง
“ได้สิ ไม่มีปัญหาหรอก”
เมื่อได้ยินคำตอบตกลงของวีมิ้นก็แสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมาทันทีก่อนจะกล่าวขอบคุณวี และรีบวิ่งไปคุยกับคนอื่นๆในห้อง ทันใดนั้นเหล่าสาวๆในห้องก็ต่างหันมามองวีทันทีพร้อมกับวี๊ดว๊ายกันใหญ่
วีที่ได้เห็นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมาเพราะเขาพอจะเดาได้ว่าสาวๆเหล่านั้นกำลังคิดอะไรกันอยู่
หลังจากนั้นก็มีข้อความไลน์ส่วนตัวของเขาเด้งขึ้นมาเป็นหัวหน้าห้องนั่นเองที่ทักมาขอไซต์ชุดของวีเพื่อที่จะนำขนาดไปสั่งตัดชุดพ่อบ้านที่สาขาแฟชั่น
ซึ่งวีเองก็จำขนาดตัวของเขาไม่ได้จึงได้บอกว่าให้ไปถามขนาดตัวกับน้องแพรของสาขาแฟชั่นเอา ซึ่งมิ้นก็ตอบโอเคอย่างว่าง่าย
เหตุผลที่วีตอบตกลงไปอย่างง่ายๆนั้นก็เพราะอยากจะลองฝึกการเป็นพ่อบ้านและบริกรดู เนื่องจากมินิซีรี่ย์ที่เขาจะแสดงจะต้องแสดงเป็นพนักงานของร้านอาหาร แม้บ้านของวีจะเปิดร้านอาหารแต่เขาก็ไม่ค่อยจะไปช่วยงานในส่วนนั้นบ่อยนักหากไม่ขาดพนักงาน ดังนั้นวีจึงไม่ได้มีทักษะในด้านนี้สักเท่าไหร่
หลังจากเรียนคาบบ่ายเสร็จวีก็มาที่สาขาการแสดง เมื่อเข้ามาก็เห็นว่าทุกคนกำลังทำพล็อพประกอบฉากกันอย่างขันแข็ง วีจึงวางกระเป๋าลงและเข้าไปช่วย
ในขณะที่กำลังทำอยู่นั้นบาสก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา วีที่เห็นก็หันกลับไปถามทันที
“เป็นอะไรไปบาส ?”
บาสทำหน้าเซ็งๆก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ก็จะมีอะไรซะอีกเล่าก็พูดถึงการแสดงของพวกเรายังไงละ ด้วยเวลาเตรียมการที่น้อยขนาดนี้ อย่าว่าแต่ซ้อมเลยแค่ทำของประกอบฉากก็เกือบจะไม่ทันแล้ว โชคยังดีที่มีสาขาแฟชั่นช่วยเรื่องชุด ไม่งั้นคิดไม่ออกเลยว่าจะทำไงดี”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปถามกับรองประธานอย่างน้อยหน่า
“งั้นแสดงว่าสาขาเราจะไม่ขึ้นแสดงงั้นเหรอ ?”
น้อยหน่าพยักหน้า
“ก็อาจจะนะ ต้องรอดูครูณีก่อน แต่ถึงจะไม่ได้ขึ้นแสดงก็ใช่ว่าจะไม่ได้แสดงหรอกนะ เพราะยังมีงานปีใหม่อีกถึงเวลานั้นพวกเราก็คงจะเตรียมตัวเสร็จพอดี”
“ก็จริง”
วีพยักหน้า จากนั้นน้อยหน่าก็พูดอีกว่า
“ส่วนเรื่องของประกอบฉากพวกนี้เราก็แค่เตรียมไว้ก่อนก็ได้ ไม่เสียหายหรอกนะ”
วีพยักหน้าเห็นด้วยอีกครั้ง เพราะดูยังไงแล้วงานเทศกาลครั้งนี้ทางสาขาการแสดงคงได้กินแห้วอดขึ้นแสดงอย่างแน่นอนเพราะดูจากความพร้อมแล้ว อย่าว่าแต่การแสดงเดินแค่ซ้อมสักครั้งยังไม่เคย
ดูท่างานแสดงครั้งแรกของวีในฐานะสมาชิกสาขาการแสดงคงได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นแน่แท้
และก็เป็นไปดังคาดในตอนเย็นทางครูณีกับทางนิดาพูดคุยกันแล้วสรุปออกมาว่าการแสดงของพวกเขาจะถูกเลื่อนออกไปที่งานปีใหม่แทน
หลังจากข้อความนี้ถูกมาทางกลุ่มไลน์ก็ไม่มีใครบ่นอะไรเพียงแค่พูดกันออกมาว่า ‘น่าเสียดาย’ เท่านั้นแต่พวกเขาก็เข้าใจกันดีว่าต่อให้เร่งทำงานกันแค่ก็ไม่ทันงานเทศกาลอยู่ดี
ถึงแม้อุปกรณ์และเสื้อผ้าจะเสร็จทันเวลาก็เถอะ แต่เรื่องการซ้อมนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
วีถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และกลับไปนั่งเล่นเกมของเขาต่อก่อนที่จะมีข้อความจากไลน์พี่แก้วเข้ามาเป็นการสรุปเรื่องวันเปิดกล้องก็คือวันที่ 5 ของเดือนสิงหา ซึ่งดูจากตารางงานแล้วก็ว่างพอดี
เมื่อได้รับวัดเปิดกล้องแล้วก็หันมาสนใจกับใบขออนุญาตละเว้นรายวิชา
“สงสัยจะต้องรีบทำเรื่องนี้ให้มันเสร็จๆซะแล้วมั้ง”
ทันทีที่คิดได้แบบนั้นก็กลับไปค้นหาข้อมูลในเน็ตเกี่ยวกับการสอบวัดคะแนนของทั้งสองวิชา