ชายชรา

ด้วยการตอบกลับของฉูเสวี่ยชิง ทำให้นางในตอนนี้เข้าร่วมกับสำนักเหนือฟ้าแบบกึ่งทางการแล้ว

ตงกู่พาฉูเสวี่ยชิงไปยังที่พัก และมองหาผู้ที่เหมาะสมเพิ่ม

กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันนี้ก็เป็นวันที่5แล้วนับตั้งแต่ตงกู่มายังเมืองนี้

แต่ไม่ว่าเขาจะมองยังไง เขาก็ไม่อาจหาเพิ่มได้เลย

ตงกู่ไม่มีทางเลือกนอกจากพาฉูเสวี่ยชิงกลับสำนัก “ได้เวลาไปแล้ว"เขากล่าวกับฉูเสวี่ยชิง

เมื่อฉูเสวี่ยชิงได้ยิน นางก็รีบออกมาจากห้องของนางและเดินมาหาตงกู่อย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ ฉูเสวี่ยชิงแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง

หน้าตาสะอาด ไม่มีรอยบาดแผลตามตัวแม้แต่น้อย

นางหยุดอยู่ตรงหน้าตงกู่ “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านผู้อาวุโส”

ตงกู่พยักหน้า และห่อหุ้มพลังของตนใว้บนตัวของฉูเสวี่ยชิง

เนื่องจากในตอนนี้ฉูเสวี่ยชิงยังไม่สามารถบ่มเพาะได้ ทำให้เขาต้องใช้พลังของตนในการพากลับสำนัก

แต่แม้นางจะบ่มเพาะได้แล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางไปยังสำนักในระยะเวลาอันสั่น

ร่างของทั้ง2ค่อยๆลอยขึ้น และหายไปจากเมืองเซินเจิ้นมาปรากฏเหนือป่า

ด้วยการที่ตงกู่สามารถเดินทางได้ไกลถึง50ล้านลี้เพียงก้าวเดียว ทำให้เขาเดินเพียง4ก้าวก็สามารถมาถึงสำนักได้

แต่ด้วยการมีฉูเสวี่ยชิงมาด้วย ทำให้ตงกู่ต้องก้าวถึง10ก้าวเพื่อกลับมายังสำนัก

เมื่อมาถึงสำนัก ตงกู่ก็บินต่ำลงและเดินเท้าเข้าสำนัก

ฉูเสวี่ยชิงตกตะลึงกับความเร็วของตงกู่ และไม่ได้สังเกตุเลยว่าตนมาถึงสถานที่อีกแห่งแล้ว

ตงกู่เดินอย่างช้าๆ “เรามาถึงแล้ว”เสียงของตงกู่ทำให้ฉูเสวี่ยชิงสะดุ้ง

ในสายตาของนาง ปรากฏประตูขนาดใหญ่ด้านหน้า มันสูงใหญ่จนนางไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุด

ถึงภายนอกมันจะไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยกลิ่นอายของมันทำให้มันดูยิ่งใหญ่นับขณา

ฉูเสวี่ยชิงสะบัดหน้าไปมา และเดินตามตงกู่ไปอย่างช้าๆจนมาถึงประตูในที่สุด

ขาของนางค่อยๆก้าวเข้าไปในประตูอย่างช้าๆ 1ก้าว 2ก้าว

เมื่อถึงก้าวที่3 นางก็หยุดและแสดงสีหน้าตื่นตระหนก

แม้นางจะไม่สามารถบ่มเพาะได้ แต่การสัมผัสพลังรอบๆก็ยังไม่หายไป

ทำให้เมื่อนางสัมผัสได้ถึงพลังที่แตกต่างจากภายนอกหลายเท่า นางก็ไม่สามารถเก็บความรู้สึกตื่นตระหนกกลับเข้าไปได้เลย

ความเข้มข้น บริสุทธิ์ ความหนาแน่น ความพิศวง ความลึกลับ มันแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง

แม้แต่ความเข้มข้นของธาตุทั้งหมด ก็ยังมากมายมหาศาล

ตงกู่ไม่ได้สนใจฉูเสวี่ยชิง และยังคงเดินต่อไป

ฉูเสวี่ยชิงเก็บความตื่นตระหนกของตน และเดินตามตงกู่ไปอย่างช้าๆ

ยิ่งนางเดินเข้ามาเรื่อยๆ ความเข้มข้นก็มากขึ้นตามจนในตอนนี้มันมากเสียจนฉูเสวี่ยชิงก็ยังไม่สามารถหาสถานที่มาเปรียบเทียบได้

ผ่านไปได้ไม่นาน ตงกู่ก็หยุดอยู่ตรงหน้าอาคารหลังหนึ่งพร้อมมองขึ้นไปยังป้ายด้านบน

“ข้าไม่ได้อยากเจอตาแก่นั้นเลย”เขาพึมพำออกมา และเดินเข้าไปอย่างช้าๆ

ฉูเสวี่ยชิงมึนงงกับคำพูดของตงกู่ แต่ก็ยังเลือกเดินเข้าไป

อาคารนี้ภายนอกดูเหมือนเล็ก แต่เมื่อทั้ง2เข้ามาด้านในความกว้างกับเพิ่มขึ้นเกือบ5เท่า

ซึ่งมันใหญ่เป็นอย่างมาก

ตงกู่เดินไปยังกระดานขนาดใหญ่ พร้อมจ้องมองไปยังภารกิจบนกระดาน

ซึ่งมีเพียงภารกิจเดียวเท่านั้นในตอนนี้ นั้นก็คือภารกิจที่เจียงหมิงให้เขาไปทำ

ตงกู่จิ้มไปยังรายงานภารกิจ และใส่ข้อมูลตามจริง

เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกกรอก ข้อความสำเร็จก็ปรากฏขึ้นพร้อมมีหน้าของฉูเสวี่ยชิงในเนื้อหาภารกิจ

ข้อความนี้อยู่ไม่นาน และหายไป

เมื่อข้อความหายไป ตงกู่ก็เตรียมตัวจากไปทันที

“เจ้าจะรีบไปไหน? ไม่อยู่คุยกับข้าก่อนรึ?”เสียงชายชราดังขึ้น พร้อมกับมีชายชราเครายาวเดินลงมาจากบรรไดอย่างช้าๆ

ตงกู่มองไปยังชายชรา “ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับท่าน”เขาหันหลังและโบกมือ

“เจ้าก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะ เหตุใดถึงยังคงดื้อด้านถึงเพียงนี้กัน? ไม่ใช่ว่าเจ้าควรทำตัวให้เหมาะสมกับวัยแล้วรึ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ”ชายชรากล่าวพร้อมจับเคราของตน

ตงกู่หยุดเดิน และหันมามองชายชราด้วยสายตาเฉยชา “เรื่องอายุกับนิสัยของข้ามันไม่เหมือนกันเสียหน่อย ข้าแค่ไม่อยากอยู่ที่นี้นานก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างท่านมีว่างมากหรือ?”

ชายชราตอบ “ข้าก็ไม่ได้ว่างมากหรอก เนื่องจากสำนักเพิ่งก่อตั้ง ทำให้ผู้ดูแลทุกคนต่างก็ต้องเตรียมพร้อม แต่การสละเวลามาหาลูกชายแปปเดียว มันก็คงไม่เป็นไรหรอก จริงไม่ตงกู่?”

ตงกู่เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินไปทางประตู“งั้นท่านก็ต้องเสียใจแล้วล่ะ ข้ากำลังไปหาท่านเจ้าสำนักเพื่อรายงานภารกิจ คงไม่มีเวลามาคุยกับท่านหรอก”กล่าวจบ ตงกู่ก็นำพลังดึงฉูเสวี่ยชิงออกมา

ชายชราถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนมองตงกู่ที่ค่อยๆเดินหายไปจากสายตา

เมื่อระยะสายตาของเขาไม่เห็นตงกู่แล้ว เขาก็หันหลังและเดินขึ้นไปด้านบน



ตอนก่อน

จบบทที่ ชายชรา

ตอนถัดไป