เคล็ดวิชาใหม่

ฉูเสวี่ยชิงที่ถูกดึงออกมาก็สับสน และมองไปยังตงกู่ด้วยท่าทีสงสัย

ความสงสัยนี้ไม่ได้ทำให้ฉูเสวี่ยชิงถามออกมา นางเลือกเดินตามตงกู่ไปอย่างเงียบๆพร้อมหันมองรอบๆไปด้วย

เมื่อเดินมาได้ไม่นาน ฉูเสวี่ยชิงก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่

ห้องโถงนี้มันมีขนาดใหญ่มาก มากพอสำหรับจุผู้คนได้นับพัน

“รูปมังกร ฟีนิกซ์ กิเลน .... ”สัตว์ในตำนานมากมายปรากฏในสายตาของฉูเสวี่ยชิงผ่านเสาของห้องโถง

นางตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อเห็นมัน แต่นางก็ยังคงไม่กล้ามองมากนักและเลือกเดินตามตงกู่ต่อไป

“มาแล้วรึ?”เสียงของเจียงหมิงดังขึ้น

ตงกู่หยุดเดิน และก้มศรีษะทำความเคารพไปยังบัลลังก์ด้านบน“ท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยไร้ความสามารถไม่อาจหาศิษย์มาเข้าร่วมกับเราได้ มีเพียงแค่คนเดียวที่ข้าสามารถหามาได้เท่านั้น”

เจียงหมิงเบนสายตาไปมองยังฉูเสวี่ยชิง “เป็นนาง?”

“ขอรับ นางเป็นเพียงคนเดียวที่เหมาะสมกับสำนักของเรา”ตงกู่ตอบกลับ เขาไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย

เนื่องจากฉูเสวี่ยชิงมีพรสวรรค์ระดับสูง ซึ่งดีกว่าพรสวรรค์ระดับต่ำและกลางมาก

พรสวรรค์ระดับต่ำนั้น โอกาสบ่มเพาะสำเร็จเซียนมีเพียง30% ซึ่งไม่เหมาะกับสำนักเหนือฟ้า

ส่วนพรสวรรค์ระดับกลาง โอกาสบ่มเพาะสำเร็จเป็นเทพมีน้อยเพียง5% ซึ่งถ้ารับเข้ามา เมื่อถึงขีดจำกัดก็จะไร้อนาคตในสำนักเหนือฟ้า

ทำให้ตงกู่มองหาเพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับสูง ซึ่งมีโอกาสไต่เต้าไปสู่ระดับที่เหนือกว่าเทพ

ด้วยการที่มีระดับเหนือเทพ ทำให้สามารถอยู่ในสำนักเหนือฟ้าได้อย่างหายห่วง

เจียงหมิงกล่าว “เนื่องจากนางเป็นศิษย์คนแรกของสำนักเหนือฟ้า และยังเป็นศิษย์พี่ใหญ่ในอนาคต นางต้องไม่ด้อยไปกว่าเจ้าจนกว่างานชุมนุมสำนักจะจัดขึ้น”ก่อนจะโยนป้ายสำหรับศิษย์ให้กับฉูเสวี่ยชิง

ตงกู่ตอบกลับ “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”

เจียงหมิงกล่าว “ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว เจ้าก็ไปได้และอย่าลืมพานางไปเลือกเคล็ดวิชาสำหรับการบ่มเพาะด้วย”เขาโบกมือ และซ่อมแซมฐานการบ่มเพาะให้ฉูเสวี่ยชิงก่อนจะไล่ทั้ง2ออกไป

ฉูเสวี่ยชิงเดินออกมาด้วยความมึนงง นางไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากที่เข้าไปในห้องโถง

แม้แต่หน้าตาของผู้ที่เป็นเจ้าสำนักก็ไม่เห็น

นางเห็นเพียงห้องโถงที่ว่างเปล่าเท่านั้น แม้แต่บัลลังก์นางก็มองไม่เห็น

ตงกู่เดินนำหน้า “เจ้ามัวรออะไรอยู่ ไปได้แล้ว”เขาในตอนนี้ค่อนข้างวิตกกังวลเล็กน้อย

เนื่องจากภารกิจที่2ของเจียงหมิงคือการให้ตนฝึกฉูเสวี่ยชิงก่อนจะถึงงานชุมนุมสำนัก

งานชุมนุมสำนักจะจัดขึ้นทุกๆ 300ปี ซึ่งเหลือเพียงอีกแค่5ปีเท่านั้น

ระยะเวลา5ปี กลับการที่ฉูเสวี่ยชิงต้องเป็นปรมาจารย์เทพ มันเป็นไปได้ยากมาก

ยกเว้นจะมีตัวแปรบางอย่างที่ทำให้มันเกิดขึ้น

“ปล่อยให้อนาคตมันนำพาไปก็แล้วกัน”ตงกู่พึมพำ และพาฉูเสวี่ยชิงมายังหอเคล็ดวิชา

เนื่องจากฉูเสวี่ยชิงเป็นศิษย์ใหม่ ทำให้นางเข้าได้แค่ชั้นแรก

ถึงนางจะเป็นศิษย์คนแรก แต่นางก็ยังเป็นศิษย์ใหม่อยู่ดี

เมื่อเลือกเคล็ดวิชาได้แล้ว ตงกู่ก็พานางไปรับชุดของสำนัก

และพาไปยังที่พักของนางตามลำดับ

ตกดึก ฉูเสวี่ยชิงก็ลืมตาขึ้น และทวนความทรงจำที่ทำให้นางนอนไม่หลับ

“ด้วยความสวยงาม และพลังที่แน่นหนาทำให้ข้าละเลยบางสิ่ง เหตุใดที่แห่งนี้ถึงไม่มีผู้คนที่ใส่ชุดเดียวกับข้าเลย”นางอดคิดไม่ได้

ผู้คนที่นางได้พบในตอนนี้มีเพียงตงกู่และผู้ดูแล3คนจากโถงภารกิจ หอเคล็ดวิชา และจุดรับชุดและอุปกรณ์ของศิษย์ใหม่เท่านั้น

นอกจากนั้นนางไม่ได้พบใครเลย ส่วนเจ้าสำนักนางไม่ได้เอามารวมเนื่องจากนางไม่ได้พบแต่ได้ไปในที่ที่เจ้าสำนักอยู่แทน

นางสงสัยเป็นอย่างมาก “หรือข้าจะเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของที่นี่?”แต่แล้วนางก็ส่ายหัว“เป็นไปไม่ได้ ด้วยการที่สำนักขนาดใหญ่นี้ตั้งอยู่ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครมาเห็นและเข้ามาเป็นศิษย์ และถ้าดูจากความลึกลับแล้ว มันควรก่อตั้งมานานนับพันปีหรืออาจจะหมื่นปีเลยก็ได้”

“หรือศิษย์คนอื่นๆจะไปทำภารกิจด้านนอก แต่ภารกิจอะไรที่ต้องใช้ศิษย์ทั้งหมดในการทำล่ะ?”นางไม่หายสงสัยเลยแม้แต่น้อย

10นาทีผ่านไป นางจึงค่อยๆลืมเรื่องนี้

“ค่อยไปถามผู้อาวุโสตงกู่ก็แล้วกัน”นางสะลัดความคิดทั้งหมดทิ้ง และมองไปยังเคล็ดวิชาที่ตนเลือก

[ กายแท้ฟีนิกซ์ ]

เคล็ดวิชานี้นางไม่ได้เลือกเอง แต่ตงกู่เป็นผู้เลือกให้ เนื่องจากนางเป็นคนขอ

ฉูเสวี่ยชิงเปิดอ่านมันอย่างช้าๆ “ในเมื่อข้านอนไม่หลับ งั้นมาลองดูเคล็ดวิชานี้กัน”เนื่องจากตันเถียนของนางกลับคืนมาแล้ว นางจึงจะสามารถบ่มเพาะได้อีกครั้ง

ในตอนแรกที่ตันเถียนกลับมา นางนั้นไม่รู้ตัวเลย

นางรู้ตัวอีกที ก็ตอนนี้ตงกู่กล่าวขึ้น

หน้าแรกของเคล็ดวิชากายแท้ฟีนิกซ์ถูกเปิดออก

[กายแท้ฟีนิกซ์ ไม่ใช่กายแท้อย่างที่เจ้าคิด ฟินิกซ์ไม่มีกายแท้มีเพียงกายหยาบเท่านั้น เพราะมันเกิดมาจากเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มันเป็นอมตะ แม้กายหยาบจะถูกทำลายก็สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้ นี้ทำให้สิ่งที่เรียกว่ากายแท้สำรับฟีนิกซ์มันไร้สาระ...]

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ฉูเสวี่ยชิงก็สับสน“ถ้าไม่มีกายแท้ งั้นชื่อเคล็ดวิชานี้มันหมายความว่าอย่างไร”นางค่อยเปิดหน้าที่2อย่างช้าๆ

[แต่สำหรับมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ที่เกิดมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกันนั้นจะมีกายแท้ ซึ่งกายแท้นี้เป็นกายแท้ที่สามารถรองรับพลังศักดิ์สิทธิ์ของฟีนิกซ์ได้ และสามารถเปลี่ยนมันเป็นกายหยาบได้เสมือนฟีนิกซ์ที่แท้จริง]

ฉูเสวี่ยชิงหยุดอ่าน สายตาของนางเบิกกว้าง “ถ้าข้าสามารถเปลี่ยนกายแท้เป็นกายหยาบของฟีนิกซ์ได้ งั้นก็แปลว่าข้าก็จะกลายเป็นอมตะนะสิ”นางไม่กล้าคิดเลย

อมตะ? มันเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีสิ่งใดสามารถทำได้

ด้วยความตื่นเต้น ทำให้นางเปิดหน้าที่3 และเตรียมฝึกฝนกายแท้ฟีนิกซ์

[การฝึกฝนกายแท้ฟีนิกซ์ 1 เจ้าต้องฝึกในสถานที่ที่มีความร้อนสูง 2 กลืนกินสมุนไพรธาตุเพลิงเป็นประจำทุกวันจนกว่าจะทำข้อ3เสร็จ 3 หลอมรวมเปลวเพลิง10ชนิดเพื่อเข้าสู่ขั้นแรก]

ฉูเสวี่ยชิงถอนหายใจ และปิดคล็ดวิชากายแท้ฟีนิกซ์ “แค่การเข้าสู่ขั้นแรกก็ยากแล้ว ข้าไม่อยากคิดเลยว่าขั้นต่อไปจะยากขนาดไหน”นางมองไปยังหน้าต่าง และเริ่มเห็นแสงสว่างเล็กน้อย

“เช้าแล้วรึ?”นางวางเคล็ดวิชาลง และเตรียมตัวออกไปข้างนอก




ตอนก่อน

จบบทที่ เคล็ดวิชาใหม่

ตอนถัดไป