ขอบเขตมนุษย์

เช้าวันนี้ ฉูเสวี่ยชิงต้องไปพบกับตงกู่ตามนัดหมาย

หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ฉูเสวี่ยชิงก็เดินออกจากที่พักและมารอตงกู่อยู่ที่หน้าประตู

ด้วยระยะทางที่พักของศิษย์ใหม่และประตูไม่ไกลกันมาก ทำให้นางมาถึงได้ไว

ฉูเสวี่ยชิงรออยู่สักพัก ตงกู่ก็เดินมา

“ฉูเสวี่ยชิง ตามข้ามา”ตงกู่ไม่รอช้า และเดินนำฉูเสวี่ยชิง

นางทักทายตงกู่เล็กน้อย และเดินตามไปอย่างช้าๆจนมาถึงป่าด้านนอกของสำนัก

ตงกู่กล่าวถาม “ต่อจากนี้ไปข้าจะเป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้ายินดีหรือไม่?”

ฉูเสวี่ยชิง ลังเลเล็กน้อย“ข้า... ศิษย์ฉูเสวี่ยชิงเคารพท่านอาจารย์”ก่อนจะตอบ

ตงกู่พยักหน้า “ถึงจะเป็นศิษย์กับอาจารย์ มันก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ต่อจากนี้5ปี ข้าจะเป็นอาจารย์ที่คอยสอนเจ้า และหลังจาก5ปีค่อยมาว่ากันใหม่”

ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ตงกู่กล่าวเสริม“ภารกิจแรกของข้าคือสอนเจ้าจนสามารถมาถึงระดับของข้าภายใน5ปี ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมาก และระยะเวลา5ปีมันน้อยเกินไป ส่วนภารกิจของเจ้าก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้มาถึงระดับของข้าภายใน5ปี”

ฉูเสวี่ยชิงไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร เนื่องจากมันมีเวลาตั้ง5ปี และนางก็ไม่ได้คิดอีกด้วยว่าตงกู่จะมีระดับการบ่มเพาะที่สูงมาก

แต่ด้วยการที่ตงกู่บอกว่ามันยาก ทำให้ฉูเสวี่ยชิงไม่กล้าละเลย และถามตงกู่กลับ“ท่านอาจารย์อยู่ระดับไหนหรอเจ้าค่ะ”

ตงกู่เฉยเมย และกล่าวอย่าเบื่อหน่ายพร้อมหาวเล็กน้อย“การถามระดับของผู้อื่นมันเสียมารยาทมากนะ เจ้ารู้ไหม แต่เนื่องจากมันเป็นครั้งแรกข้าจะไม่ถือโทษ”

ฉูเสวี่ยชิงก้มหน้ารับผิด “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ตงกู่กล่าว “งั้นมาเริ่มกันเลย เจ้าที่เคยบ่มเพาะมาแล้วคงรู้ระดับของการบ่มเพาะสินะ”

ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้า “เจ้าค่ะ การบ่มเพาะแบ่งออกเป็นขอบเขต ซึ่งขอบเขตแรกคือขอบเขตมนุษย์ มีขั้นใหญ่อยู่ทั้งหมด5ขั้นได้แก่ รวมปราณ ก่อเกิด ญาณทิพย์ จองจำและมหายาน ซึ่งแบ่งออกเป็นต้น กลาง สูง และสมบูรณ์”

ตงกู่พยักหน้า “ถูกต้อง แต่มันยังมีขั้นที่อยู่เหนือมหายานในขอบเขตมนุษย์อยู่หนึ่งขั้น แต่ตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ ไว้เจ้าขึ้นเป็นขอบเขตมหายานเมื่อไรข้าจะบอกอีกที”

“งั้นเรามาเริ่มที่รวมปราณก่อนเลย เนื่องจากขอบเขตรวมปราณเป็นขอบเขตแรก ทำให้ขอบเขตนี้สำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งขอบเขตรวมปราณมีพลังปราณมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันมากเท่านั้น แต่ถ้าเจ้ามีปราณมากจนร่างกายรับไม่ไหว มันก็จะมีผลเสียตามมามากมายจนเจ้าจินตนาการไม่ถึงเลยล่ะ”

“เพราะฉะนั้น เจ้าต้องรวบรวมพลังปราณให้สมดุลกับร่างกายของเจ้า และค่อยๆพัฒนาร่างกายไปพร้อมกันก่อนที่เจ้าจะทะลวงไปยังขั้นถัดไป เพื่อทำให้รากฐานของเจ้ามั่นคงมากที่สุด”

ฉูเสวี่ยชิงตั้งใจฟัง และไม่ได้ถามออกมาเลย

เนื่องจากตงกู่พูดได้ถูกต้อง ขอบเขตรวมปราณเปรียบได้กับรากฐานที่ถูกก่อขึ้นในร่างกาย

ยิ่งรากฐานแข็งแกร่งแค่ไหน มันก็สามารถสร้างยอดให้สูงขึ้นได้ตามไปด้วย

ตงกู่กล่าวต่อ “ด้วยการที่เจ้ามีพรสวรรค์ของฟินิกซ์หลากสี ทำให้เคล็ดวิชาที่ข้าให้ไปสามารถทำให้รากฐานของเจ้ามั่นคงได้มากพอ แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นพรสวรรค์ของเจ้าก็ยังคงถูกผนึกโดยร่างกายของเจ้า เจ้าต้องหาทางปลดผนึกมันก่อนที่จะทะลวงไปยังขอบเขตก่อเกิด นี้คือภารกิจที่2ที่ข้าให้เจ้า”

ฉูเสวี่ยชิง สับสนกับคำพูดของตงกู่“ฟีนิกซ์หลากสี?”ถึงนางจะเคยได้ยินถึงตำนานของฟีนิกซ์

แต่ฟินิกซ์หลากสีนี้มันคืออะไร?

ตงกู่ตอบกลับ “ฟีนิกซ์หลากสี เป็นฟีนิกซ์ตระกูลราชวงศ์ ในตอนนี้เจ้ารู้เพียงเท่านี้ไปก่อน รู้แค่ว่ามันแข็งแกร่งกว่าฟินิกซ์เพลิงปกติหลายเท่า”

ฉูเสวี่ยชิงถึงแม้จะยังสับสน แต่ก็พยักหน้าตอบกลับ“เจ้าค่ะ”

ตงกู่ชูมือขึ้นมา พร้อมมีเปลวเพลิงขนาดเล็กรอยอยู่ “ตามจริงช่วงเวลาเช้าเจ้าควรจะฝึกเคล็ดวิชากายแท้ฟีนิกซ์ แต่เนื่องจากต้องมาหาข้าเจ้าถึงพลาดโอกาสสำคัญ งั้นเพลิงนี้จะช่วยให้เจ้าสามารถฝึกเคล็ดวิชากายแท้ฟีนิกซ์ได้เป็นระยะเวลา3ชั่วโมง”กล่าวเสร็จ ตงกู่ก็โยนเพลิงไปเหนือหัวของฉูเสวี่ยชิง

“ขอขอบคุณอาจารย์”นางตอบกลับ และเริ่มฝึกเคล็ดวิชากายแท้ฟีนิกซ์

ตงกู่เพียงมองการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆโดยไม่ได้รบกวนเลยแม้แต่น้อย

เปลวเพลิงเหนือหัวของฉูเสวี่ยชิงเริ่มกลายเป็นเส้นใหญ่หลายเส้นไหลเข้าตัวของฉูเสวี่ยชิงอย่างช้าๆ

เปลวไฟไม่รุนแรงมาก มันมีอุณหภูมิเทียบเท่าแดดตอนเช้าเท่านั้น

ทำให้ฉูเสวี่ยชิงไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากนัก

แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น นางก็ยังคงดูดซึมเปลวเพลิงอย่างช้าๆไม่ได้เร่งรีบ

30นาทีต่อมา ร่างกายของฉูเสวี่ยชิงเริ่มแดง และมีเส้นเลือดปรากฏ

1 ชั่วโมงต่อมา ร่างกายของฉูเสวี่ยชิงเกิดการสั่นไหวและแข็งแกร่งขึ้น

2 ชั่วโมงต่อมา อวัยวะภายในทั้งหมดของฉูเสวี่ยชิงถูกปรับแต่งและค่อยๆแข็งแกร่งอย่างช้าๆ

2 ชั่วโมงครึ่งต่อมา ทะเลลมปราณของนางค่อยๆขยายออกทีละนิด พร้อมกับมีพลังปราณราวกับหยดน้ำอยู่ด้านใน

3 ชั่วโมงต่อมา มีเสียงดังสนั่นออกมาจากร่างกายของฉูเสวี่ยชิงเล็กน้อย

เมื่อครบ3ชั่วโมง นางก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมสัมผัสกับพลังที่ไหลเวียนในร่างกาย “รวมปราณขั้นต่ำ”นางกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้แก้แค้นอีกครั้ง




ตอนก่อน

จบบทที่ ขอบเขตมนุษย์

ตอนถัดไป